Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 270 : Extra Log 266: ศรัทธาของตัวตลก และ ความเชื่อมั่นของผู้ตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ต.ค. 61

Extra Log 266: ศรัทธาของตัวตลก และ ความเชื่อมั่นของผู้ตาย

 

            นรินทร์ ระจินดากำลังเข็นเก้าอี้รถเข็นสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เก้าอี้รถเข็นสีเขียวซึ่งมีหญิงสูงวัยนั่งสัปปะหงกอยู่บนนั้น

            ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้สึกตัวเลย ถึงแม้นรินทร์กำลังเข็นรถอยู่ก็ตาม เพราะหล่อนป่วยด้วยโรคที่ทำให้ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีก โรคเดียวกับที่เขาเคยป่วยเมื่อก่อนโลกจะล่มสลาย

            นรินทร์เข็นรถไปท่ามกลางความมืดมิด หญิงแก่บนรถเข็นนั้นอายุวัยกลางคนแต่กลับมีรอยเหยี่ยวย่นเกินวัยบนใบหน้า สาเหตุของเรื่องนั้นมาจากสิ่งที่หล่อนทำไว้เมื่อตอนยังมีชีวิต

            ดูเหมือนว่าลูกชายของหล่อนจะป่วยเป็นโรคเดียวกับเธอ แล้วเพื่อทำให้เขาฟื้นขึ้นมาจึงยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจที่ไม่ควรจะแตะต้อง

            อุ หวา!!

            ล้อรถเข็นเกิดพลิกเพราะเมื่อครู่เขาดันเร็วเกินไปหน่อย แต่นรินทร์จับรถเข็นให้ทรงตัวไว้ได้และไม่พลิกล้มไปซะก่อน เขาตรวจสอบร่างของหญิงแก่

            ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ แม่

            นรินทร์ที่รู้สึกโล่งอกก็กลับไปผลักรถเข็นให้เดินหน้าต่อไปท่ามกลางความมืดมิด

            นี่คือการทดสอบของต้นไม้แห่งชีวิต ทันทีที่รู้สึกตัวเขาก็มาโผล่ท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่มีอะไรเลยซักอย่าง ไม่มีกระทั่งผืนดินหรือท้องฟ้า ไม่มีแสงสว่างแต่ยังคงมองเห็นร่างกายตัวเอง รวมไปถึงแม่ที่นั่งอยู่บนรถเข็น แล้วเสียงก็บอกเกี่ยวกับการทดสอบให้ฟัง

            การทดสอบความยึดติดแม่ที่นั่งอยู่บนรถเข็นคือวิญญาณที่กลับมาสู่ต้นไม้แห่งชีวิตหลังจากผ่านความตาย หล่อนจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกและสิ่งที่เขาต้องทำก็คือหาคำตอบของการทดสอบนี้ด้วยตัวเอง

            หลังจากนั้นนรินทร์ก็รออยู่ที่นั่น

            แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจึงเริ่มเข็นรถออกเดินหาเบาะแส ถึงจะเข็นมาได้ซักพักแล้วก็ยังไม่พบเจออะไรที่เป็นเบาะแสได้เลยแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มพูนขึ้นมา

            ความรู้สึกอันอบอุ่นและคุ้นเคยจากร่างของแม่ที่นั่งอยู่บนรถเข็นทำให้เขารู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก ถึงกับคิดไปว่าต่อให้ต้องติดอยู่ที่นี่ไปตลอดก็ไม่เป็นไร

            ความคิดนั้นอันตราย เป็นอันตรายอย่างมาก น่ากลัวว่านี่จะเป็นบททดสอบเช่นกัน

            นรินทร์หยุดเข็นรถ เขาก้มหน้าลงมองพื้นที่ว่างเปล่าและดำสนิท

            ...แล้วความลังเลก็ผุดขึ้นมาในอก เขาอยากจะสำรวจความตั้งใจของตัวเอง

            ตนมาที่นี่ด้วยเป้าหมายใดกัน....

            ที่มานี่ก็เพื่อพวกพ้องไม่ใช่เหรอ

            มีเสียงพูดดังมาแบบนั้น นรินทร์เงยหน้ามองต้นเสียง

            คุณคือ

            ห่างออกไปไม่ไกลนัก ที่ตรงหน้าเขานี่เองหญิงสาวสวมกิโมโนกำลังพูดกับเขา

            หล่อนเป็นคนที่ค่อนข้างสวย เรียกได้ว่างดงามเป็นอย่างมากราวกับเทพีในเทพนิยาย มันเป้นความงามที่ไม่ได้มาจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวแต่หล่อนมีพลังหรืออะไรบางอย่างที่คอยยั่วยวนจิตใจเขาให้ไขว้เขว

            หล่อนพูดแนะนำตัวเอง

            ข้าคืออิซานามิ ครั้งหนึ่งข้ากับอิงศรเคยร่วมทางกันเพื่อไปหาเจ้าที่อารย-สนธยา

            ผู้หญิงคนนี้คือปีศาจที่อิงศรเล่าให้ฟังอย่างนั้นหรือ

            อิงศรเล่าให้ฟังว่าที่เขาสามารถกลายเป็นนารายณ์ได้ก็เพราะมีเดธอาคานาร์ครึ่งหนึ่งอยู่กับตัวแล้ว อิซานามิซึ่งเป็นอีกครึ่งหนึ่งก็ติดตามอิงศรมาที่อารย-สนธยา

            ทันใดนั้นเองก็มีลมหอบใหญ่พัดโถมลงมาจากด้านบน นรินทร์แหงนหน้าขึ้นมอง มีปีศาจตัวใหม่กำลังบินลงมาที่นี่

            พญาครุฑเหรอ

            นรินทร์ไม่ค่อยแน่ใจนักแต่จากรูปร่างในความทรงจำอันเลือนรางตอนที่ถูกจับตัวกลับไปยังอารย-สนธยา บอกเขาว่าใช่

            ปีศาจจากเดธอาคานาร์ทั้งสองตัวมาทำอะไรในการทดสอบของต้นไม้แห่งชีวิตกันล่ะ

            อิซานามิพูด

            เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อผ่านการทดสอบไม่ใช่เหรอ เพื่อเอาพลังกลับไปช่วยพวกพ้องที่โลกแห่งนั้น ถ้างั้นมัวมาทำอะไรอยู่ที่โลกแห่งความตายกันล่ะ

            หล่อนบอกว่าที่นี่คือโลกแห่งความตาย ถ้าอย่างนั้นนั่นคือเหตุผลที่ปีศาจทั้งสองตัวนี้โผล่มาอย่างนั้นหรือ

            ตอนนั้นเอง พญาครุฑก็คำราม

            ที่เจ้าเข็นอยู่นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำเท่านั้น ผู้กอบกู้เอ๋ย วิญญาณของมารดาเจ้าอยู่ที่นี่

            มันทุบกรงเล็บเข้ากับหน้าอกตัวเอง จะบอกว่ามันคือวิญญาณของแม่เชขาอย่างนั้นเหรอ

            อิซานามิพูดเสริมให้อีกว่า

            เพราะอย่างนั้นแล้วรีบเข้าเถอะ อย่ามัวยึดติดกับอดีตเลยเจ้าต้องก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อตัวเจ้าเองแล้วก็เพื่อทุกคน มารดาของเจ้าเองก็คงต้องการแบบนั้น

            ทว่า นรินทร์ก็ส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีนั้น

            ก็อาจจะจริงอย่างที่คุณพูดก็ได้ ถ้าเป็นแม่ที่หวังอยากให้ผมตื่นขึ้นมาโดยตลอดคงปรารถนาให้ผมก้าวเดินต่อไปข้างหน้าแต่ว่าผมทิ้งท่านไปไม่ได้หรอก

            พอกล่าวออกไป ร่างของปีศาจทั้งสองก็เลือนหายไปราวกับหมอกและมีร่างใหม่มาแทนที่

            สิงโตเพศผู้ตัวหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นและจดจ้องส่งสายตามาที่นี่

            สิงโตพูด

            เจ้าจะไม่ผ่านเอานะถ้ายังยึดติดอยู่แบบนั้น

            คุณคือ...

            ผู้วิปลาสแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์ ออร์ทิเกสซาร์ นี่คือร่างจำแลงของข้าที่แสดงให้เจ้าเห็นคนอื่นๆ ที่อยู่ในการทดสอบอื่นก็คงได้เจอกับพวกของข้าไปแล้วแต่ในร่างที่เป็นมนุษย์ล่ะนะ พอดีว่าข้าไม่ค่อยชอบยืนสองขาเท่าไหร่เลยขออยู่ในร่างจำแลงแบบนี้แทน คงไม่ทำให้เจ้าตกใจกลัวหรอกนะ

            มันไม่น่ากลัวหรอก ถ้าหากเจอสิงโตพูดได้ที่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนถึงขนาดนี้ เขาไม่รู้สึกถึงความเป็นภัยคุกคามจากตัวสิงโตเลย

            คุณคือเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์สินะครับ

            สิงโตพูดตอบ

            ใช่ และใจของข้ารวมถึงเครื่องทำสวนเครื่องอื่นๆ เองก็หวังเช่นเดียวกันว่าอยากให้พวกเจ้าทุกคนผ่านการทดสอบ จะปล่อยให้ราหูลอยนวลอยู่แบบนี้ไม่ได้

            ถ้างั้นคุณก็มาปรากฏตัวเพราะจะช่วยผมอย่างนั้นเหรอ

            ถ้าเข้าใจแล้วเจ้าก็ควรจะปล่อยวางจากอดีตที่เหนี่ยวรั้งตัวเจ้าไปได้แล้ว

            พอสิงโตพูดจบ ช่องว่างที่อยู่ระหว่างเขากับมันก็ปรากฏมีแสงสว่างทอดตัวลงมาจากด้านบน

            นี่คือทางออกจากโลกแห่งความตาย ก้าวเท้าเข้าไปแล้วเจ้าจะได้กลับไปและผ่านบททดสอบนี้

            หมายความว่าผมจะต้องทิ้งแม่ไว้ที่นี่น่ะสิ

            หล่อนตายไปนานแล้ว แต่เจ้ายังอยู่ คนเป็นกับคนตายอยู่ร่วมกันไม่ได้เจ้าน่าจะเข้าใจเรื่องนั้นดีที่สุดไม่ใช่รึ

            ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก

            นรินทร์ปฏิเสธอย่างจริงจัง เขายืนกรานว่าจะไม่ทอดทิ้งมารดาของตัวเองเด็ดขาด คำพูดนั่นทำให้สิงโตเอียงคอด้วยความฉงน

            ถ้างั้นเธอจะละทิ้งพวกพ้องแล้วยอมตกการทดสอบอย่างนั้นหรือ

            “....”

            เอาแบบนั้นสินะ

            ไม่ใช่

            นรินทร์กล่าวขัด

            ถ้างั้นทำไมล่ะ

            คุณบอกว่านี่คือการทดสอบความยึดติดใช่ไหม

            ใช่และคำตอบของมันก็คือ เจ้าควรจะคิดได้จากการทดสอบนี้แล้วปล่อยวางเพื่อให้ผ่านการทดสอบ นี่ข้าช่วยเจ้าแล้วนะ

            สิงโตทำเสียงเข้มขรึม ดูเหมือนจะเร่งเร้ากันอย่างไรพิกล นรินทร์รู้สึกสงสัยในการกระทำเช่นนั้น

            ถึงแม้ว่าสิ่งที่เครื่องทำสวนพูดมาจะถูกต้อง และไม่มีอะไรที่ผิดเลยกลับกันตัวเลือกที่เขาตัดใจทิ้งไม่ลงอยู่นี้มองตรงไหนก็เป็นการเลือกที่ผิด

            อย่าเลือกทางเดินที่ผิดเลยอิงศรเคยพูดเอาไว้แบบนั้น

            ถ้าอย่างนั้นอันไหนคือทางที่ถูกล่ะ...อิงศร

            นรินทร์พร่ำถามกับตัวเอง เขาพยายามคิดทบทวนว่าตัวเลือกไหนคือตัวเลือกที่ถูกต้อง หากเป็นอิงศรล่ะก็จะเลือกทางไหน...เขาเอาแต่คิดแบบนั้นแต่ก็หาคำตอบไม่ได้

            แน่ล่ะก็เขาไม่ใช่อิงศรนี่ ถ้างั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือมองการทดสอบนี้ให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง การทดสอบความยึดติดสำหรับเขาแล้วอะไรคือความยึดติดกันแน่ ถ้าเข้าใจในสิ่งนั้นต่างหากถึงจะผ่านบททดสอบ

            นรินทร์สรุปแนวทางด้วยความรู้สึกของตัวเอง

            “…”

            แววตาของเด็กหนุ่มฉายแววเฉลียวฉลาดออกมา ออร์ทิเกสซาร์รับรู้ถึงสิ่งนั้นได้จากความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าและแววตาของนรินทร์

 

            นรินทร์พูด

            ถ้าทิ้งแม่ไปถึงจะเป็นเพียงการทดสอบแต่แบบนั้นก็เท่ากับว่าผมสูญเสียความเชื่อมั่นไป

            ความเชื่อมั่นงั้นรึ?”

            ผมคิดมาตลอดเลยนะตั้งแต่ที่เริ่มการทดสอบว่าความยึดติดนั้นที่จริงแล้วคืออะไรกันแน่

            แล้วเจ้าได้คำตอบว่ายังไงบ้างล่ะ

            เคยมีคนบอกผมไว้ว่าจะยึดติดกับอะไรบ้างมันก็ไม่แปลก มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ยังมีชีวิตเพราะว่ามีความเชื่อมั่นยังไงล่ะ การมีความเชื่อมั่นก็คือการมีชีวิต เพราะเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้

            คนที่ว่านั่นคงจะเป็นอิงศร ผู้ที่ช่วยชีวิตเด็กหนุ่มเอาไว้ ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งนั้นเป็นหมุดที่ยึดติดตัวเองไม่ให้ไขว้เขว หรือจะเรียกว่าจองจำกันดีล่ะ

            เครื่องทำสวนพ่นลมหายใจด้วยความเสียดาย

            ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เชื่อแค่ตัวเองอย่างนั้นรึ

            แต่ นรินทร์ส่ายหน้า

            ผมเชื่อมั่นในตัวทุกคนด้วยต่างหาก

            หมายความว่าอย่างไร

            นรินทร์ก้มหน้าลงเล็กน้อย

            ผมที่เคยกลายเป็นนารายณ์ ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ ผมที่ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นมาตลอด ความยึดมั่น ความเชื่อมั่น สำหรับตัวผมในตอนนั้นมันคือความทรมาน เพราะสูญเสียสิ่งที่เชื่อมั่นไป สูญเสียเหตุผลที่จะมีชีวิตก็เลยอยากจะปล่อยวางทุกอย่างแล้วให้มันดำเนินไปตามแต่ชะตากรรม

            ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะเสพติดความยึดมั่นไปเสียแล้ว เพราะเคยมีความหลังกับมันมาก่อน ออร์ทิเกสซาร์คิด...

            เด็กหนุ่มคงไม่สามารถละทิ้งความยึดติดที่ได้กลับคืนมาไปอีก บางทีคงตัดใจจากการทดสอบนี้เพราะเห็นว่าตัวเองไม่สามารถจะผ่านมันไปได้

            ออร์ทิเกสซาร์เปรยด้วยความเสียดาย

            โชคร้ายจริงๆ หนอ

            แต่ทว่า....

            แต่ว่าอิงศรก็บอกให้ผมมีชีวิตต่อไป

            นรินทร์เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ออร์ทิเกสซาร์คิดว่าตัดใจในการทดสอบแล้ว

            “….”

            แต่มันไม่ใช่เลย แววตาของนรินทร์เป็นแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวังและประกายแห่งชีวิตชีวา

            ท่าทางว่าที่พูดไปก่อนหน้านั้นจะไม่ใช่การตัดพ้ออย่างที่คิดเสียแล้ว ออร์ทิเกสซาร์จ้องมองดวงตานั้นด้วยความใคร่รู้ว่านรินทร์จะบอกสิ่งใดออกมา

            บอกให้ผมหาเหตุผลที่จะมีชีวิตหรือไม่ก็มีชีวิตเพื่อสู้ไปด้วยกันกับเขา พอทำแบบนั้นมันก็ทำให้ได้ครอบครัวกลับคืนมา ผมได้เจอกับฟู มิกซ์ พลอย เน็กส์ แล้วก็นิวอีกครั้ง จากนั้นเหตุผลในการมีชีวิตก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ผมสามารถบอกได้เลย ว่าผมจะมีชีวิตเพื่อตัวเองแล้วก็เพื่อนทุกคนด้วย พวกเราเชื่อมกันไว้ด้วยสายใยที่ตัดไม่ขาดแม้แต่ความตายก็แยกพวกเราออกจากกันไม่ได้ พวกเราเชื่อมั่นในกันและกัน นี่ล่ะความยึดติดที่แท้จริงที่คุณอยากเห็นใช่ไหมครับ

            อะ...นี่เจ้า

            ออร์ทิเกสซาร์เผยอปากโดยอัตโนมัติ มันรู้สึกทึ่งในสติปัญญาของเด็กหนุ่มที่มองการทดสอบนี้ออก

            นรินทร์ยังพูดต่อไปอีก

            ไม่ว่าจะหลอกมายังไงผมก็ไม่หลงกลหรอก คนที่ผมเชื่อมั่นน่ะ ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นแต่ว่าผมเชื่อมั่นในความเป็นเครื่องทำสวนของคุณออร์ทิเกสซาร์ด้วยถึงแม้ว่าคุณจะออกแปลกๆ ไปซักหน่อยที่ชอบพูดโกหกก็เถอะ

            หลังจากคำพูดนั้น ออร์ทิเกสซาร์ก็หัวเราะ

            อะไรกันนี่ยังจำเรื่องนั้นได้อยู่อีกเหรอ

            ดุเหมือนว่าตนจะประมาทเกินไป เด็กหนุ่มที่ทำเหมือนกับว่าถูกอดีตเหนี่ยวรั้งไว้ ทำท่าเหมือนกับจะถูกกลลวงของการทดสอบหลอกเอาได้ง่ายๆ นั้นแท้จริงแล้วมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง

            นรินทร์พูด

            แหงล่ะ ใครจะลืมลงกันล่ะคุณตัวตลกวิปลาสแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์

            เขายังจำได้แม่นถึงตอนที่เผชิญหน้ากับออร์ทิเกสซาร์ที่โลก ที่ชายหาดของเมืองที่เมตไตรยปกครองนั่น ออร์ทิเกสซาร์มีเล่ห์เหลี่ยมและรอบจัดถึงขนาดทำให้พลเอกสิงห์ ธุวดารกะ กับ อิงศรถูกหลอกมาแล้วดังนั้น เมื่อตัวตนเจ้าของการทดสอบโผล่ออกมาเขาก็รู้ในทันทีว่าจะต้องรับมืออย่างรัดกุม

            ตั้งแต่ที่อิซานามิกับครุฑรวมถึงคุณโผล่มา ผมก็คิดแล้วล่ะว่ามันแปลกๆ

            ได้ฟังดังนั้นออร์ทิเกสซาร์ก็พูด

            อา เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้วทั้งหมดนี่เป็นการโกหก แม้แต่ชื่อของการทดสอบก็ด้วย

            แล้ว บรรยากาศรอบๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว สว่างไสว แสงสว่างสาดส่องไปทั่ว มองเห็นทุกอย่างเป็นสีขาวโพลนไปหมด

            ร่างของแม่กับรถเข็นก็หายไปด้วยแต่มีเสือขาวตัวหนึ่งโผล่มาแทนที่ ดูเหมือนว่าเรื่องที่บอกว่าแม่ของเขากลับมาที่ต้นไม้แห่งชีวิตนั่นก็เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเหมือนกัน

            เสือตัวนั้นพูดด้วยโทนเสียงเดียวกับออร์ทิเกสซาร์

            ชื่อที่แท้จริงของการทดสอบนี้คือความเชื่อมั่น การทดสอบของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คือการหาคำตอบหรือไม่ก็ชื่อที่แท้จริงของการทดสอบนั้นๆ พวกพ้องคนอื่นของเจ้าก็ทำได้กันดีเลยทีเดียว

            มันเดินไปหาสิงโตแล้วทั้งสองก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นสิงโตสีขาวที่มีลายพาดกลอนสีดำ

            มันพูดต่อ

            ข้าได้ชื่อว่าผู้วิปลาสก็เพราะว่าหน้าที่ของข้าคือการงสร้างความรู้สึกอันเข้มแข็งที่สามารถพึ่งพิงได้ซึ่งก็คือความยึดมั่น ข้าต้องทำตัวให้ดูแปลกแยกออกไปจากความยึดมั่นในบรรทัดฐานของเครื่องทำสวนแต่ไม่ออกนอกลู่นอกทาง นั่นก็เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักไว้ตลอดว่าความเชื่อมั่นที่มีร่วมกันนั้นจะไม่มีหวั่นสั่นคลอนแม้ว่าการกระทำของแต่ละคนจะแตกต่างกัน

            ออร์ทิเกสซาร์เดินเข้ามาหา

            นรินทร์ เจ้าแสดงให้ข้าเห็นถึงความเชื่อมั่นของเจ้าแล้ว จากนี้ไปจงเป็นที่ยึดมั่นให้กับพวกพ้องด้วยล่ะ เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว

            “...”

            พอเห็นนรินทร์ยังไม่พูดโต้ตอบออกมา มันก็หัวเราะ

            อะไรกัน คราวนี้ข้าพูดจริงๆ นะไม่ได้โกหกหรอกเจ้าผ่านแล้ว

            รอยยิ้มคลี่ออกราวกับดอกไม้ผลิบานบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม

            ขอบคุณมากครับ คุณออร์ทิเกสซาร์เนี่ยที่จริงเป็นคนดีจริงๆ ด้วย

            นรินทร์พูดจากใจจริง แต่ทว่า

            อะรายก๊าน อะไรกาน

            ออร์ทิเกสซาร์ก็เปลี่ยนโทนเสียงในทันที น้ำเสียงสุงปรี้ดดูเจ้าเล่ห์เหมือนตอนที่เป็นเครื่องทำสวนดังก้องกังวาน

            อย่าเพิ่งยอข้านักเลยน่าเพราะตอนนี้ข้าว่าจะแกล้งเจ้าเล่นฆ่าเวลาหลังจากทดสอบเสร็จซะหน่อย

            เอ๋

            นรินทร์เบ้หน้าให้กับคำพูดนั้น ออร์ทิเกสซาร์ส่งเสียงหัวเราะกลั้วอยู่ในลำคอแล้วพูด

            เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าอิงศรจะไม่ผ่านเอาเนี่ยซี่ เพราะเป็นการทดสอบร่วมกับน้องชายก็เลยพลาดเอาได้ง่ายๆ

            “...”

            นรินทร์หุบยิ้มลงหลงัจากได้ยินเรื่องนั้น แต่รอยยิ้มของราชห์สีเผือกกลับเบิกกว้าง

            อ้าวๆ เป็นกังวลขึ้นมาซะแล้วเหรอ อย่าเพิ่งลืมที่ตัวเองพูดไว้ซะดิบดีซี่

            ไม่หรอกผมเชื่อว่าพวกเขาจะผ่านครับ

            นรินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและไม่มีเข้าของความกังวลลอยออกมาเลยแม้แต่น้อย

            ราชห์สีเผือกคำรามย้ำอีกครั้งเพราะคิดว่านรินทร์อาจจะยังไม่เข้าใจ

            ก็บอกไปแล้วนะว่าอิงศรน่ะ...

            ผมเชื่อในตัวมิ่งขวัญครับ

            อะหา?”

            แล้วก็เชื่อในตัวอิงศรด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอิงศรก็ยังมีมิ่งขวัญคอยช่วยอยู่

            นรินทร์ยืนกรานด้วยความเชื่อมั่นเช่นนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น