Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 266 : Extra Log 262: โอเรียนเทียริงแห่งสายสัมพันธ์ของพี่น้อง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ก.ย. 61

Extra Log 262: โอเรียนเทียริงแห่งสายสัมพันธ์ของพี่น้อง 2

 

            ...อีกด้านหนึ่ง

            ภายในการทดสอบของแจนนูวาร์มาร์ ผู้ที่วัชพืชหวาดหวั่น

 

            การทดสอบของเจ้าคือการล้างแค้น แสดงความรับผิดชอบของเจ้าออกมา!!

            มังกรจักรกลซึ่งมีหางเป็นมวลน้ำที่คงรูปเหมือนหางปลากำลังคำรามลงมาจากท้องฟ้าเหนือซากเมืองที่มีแต่ไฟไหม้เต็มไปหมด

            แฟรนเซียมต้องอาศัยความพยายามเป็นอย่างมากที่จะเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของเครื่องทำสวนมังกรนั่น ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในมิติแห่งการทดสอบมันก็พ่นไฟใส่เขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรใดๆ

            สิ่งที่ติดมือมาด้วยและดูเหมือนจะเป็นของที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการทดสอบก็คือดาบประจำตัวที่ใช้อยู่ทุกทีแต่ไม่มีแอพพลิเคชั่นปีศาจติดตั้งเอาไว้ เขาใช้ได้แค่สกิลของตัวเองเท่านั้น

            แฟรนเซียมวิ่งหลบไฟที่ตกลงมาเข้าไปในซากเมืองที่ถล่มกองกันพะเนินเทินทะ คลานเข้าไปหลบอยู่ใต้นั้นและรอให้เครื่องทำสวนบินผ่านไป

            ให้แสดงความรับผิดชอบงั้นเหรอ คือให้ยอมตายสินะ

            แฟรนเซียมพูด

            เป็นวิกฤติของการทดสอบชนิดที่เลวร้ายสุดๆ ไปเลย พลังของคนเพียงคนเดียวต้องปะทะกับเครื่องสวนมันแทบเป็นไปไม่ได้ แล้วทางฝ่ายนั้นเองก็เอาจริงเอาจังชนิดที่ว่าจะถูกฆ่าตายได้ทันทีที่ประมาท

 

            ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งที่เป็นบททดสอบของเน็กส์กับนิวก็ถูกฉายลงบนหน้าอีกอัน ที่ฉายภาพการทดสอบของแฟรนเซียม จากในจำนวนจอภาพอันมากมายที่ปรากฏอยู่กลางอากาศซึ่งเด็กผู้หญิงตัวเล็กสวมเครื่องแบบของมนุษย์ต่างดาวชั้นครูแสดงให้อิงศรเห็นถึงการทดสอบของคนอื่นๆ

 

            เด็กผู้หญิงนั่นคือเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ จูเนอร์มินาร์ ผู้กัดแทะวัชพืช โดยปกติแล้วจะมีคนที่เป็นเด็กผู้ชายซึ่งเป็นฝาแฝดกันอยู่ด้วย แต่ตอนนี้ไม่เห็น

            สถานที่คือมิติที่มืดมิดมีแต่ความว่างเปล่าที่โอบล้อมพวกเขาอยู่

            จูเนอร์มินาร์พูด

            ร่างของพวกเราที่เห็นอยู่นี่เกิดขึ้นจากความทรงจำของออร์ฟิอูคูมันนาร์และวิญญาณของต้นไม้แห่งชีวิต ร่างจริงของพวกเราตายไปหมดแล้วหลังจากพวกเธอต่อต้านแอดมินคนก่อน แต่เดิมพวกเราก็เป็นหนึ่งเดียวกันในต้นไม้แห่งชีวิตนี่จะบอกว่าเหมือนกับที่ปีศาจกลับไปยังอาคาชิกเรคคอร์ดก็ได้

            “…”

            เป็นห่วงพวกนั้นเหรอ

            จูเนอร์มินาร์สังเกตเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องหน้าจอหนึ่งอยู่ หน้าจอที่ฉายการทดสอบของเน็กส์กับนิว

            การทดสอบของสองคนนั้นคือพลังในการตัดสินใจและพลังกาย

            เน็กส์กับนิวเจอกับการทดสอบที่ท้าทายขีดจำกัดของตนเอง เน็กส์ต้องสู้กับสัตว์เทวะท่ามกลางแผ่นดินที่กำลังร่วงหล่นเป็นการทดสอบที่ต้องใช้พลังกายในการไต่ไปยังหินแต่ละก้อนและปลดปล่อยเวทมนต์ท่ามกลางสถานการที่ไม่มีที่ยืนที่มั่นคง นิวต้องเผชิญหน้ากับสถานการเดียวกันและต้องพยายามไม่เป็นตัวถ่วงของเน็กส์

            ส่วนจอภาพอื่นก็แสดงการทดสอบแยกเดี่ยวของ มีนา นรินทร์ ฟู มิกซ์ พลอย และของเมษาซึ่งจบลงไปแล้วตอนนี้เจ้าตัวกำลังนอนพักอยู่บนเวทีชกมวยผ่านจอภาพหนึ่ง

            อิงศรได้แต่เชื่อมั่นในตัวพวกพ้องทุกคนเท่านั้น เชื่อว่าทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบนี้ไปได้รวมถึงพวกเขาด้วย

            จากที่ดูแล้วคนที่ได้รับการทดสอบแบบเป็นกลุ่มมีแค่เน็กส์กับนิว รวมกับเขาที่ตอนนี้อยู่กับมิ่งขวัญและกวินทร์

            ถ้าเป็นการจับทีมกันสามคนระหว่างพวกเราไม่ว่าอุปสรรค์จะยากเพียงใดก็จะฝ่าฟันไปได้ เขาเชื่ออย่างนั้น

            จูเนอร์มิน่าพูด

            ดูท่าจะมั่นใจมากเลยสินะ

            รีบบอกการทดสอบของพวกเรามาซักทีสิจะให้สู้กับอะไร หรือว่าให้สู้กันเอง

            ที่ให้ดูการทดสอบของคนอื่นก็เพราะการทดสอบของพวกเธอจะแตกต่างออกไป

            จูเนอร์มินาร์พูดจบตรงหน้าพวกเขาก็เกิดรอยกระเพื่อมของมิติขึ้นมา แล้วไทเทเนียมก็ก้าวเท้าออกมาจากข้างในนั้น

            กวินทร์พูด

            ทำไมถึงพาพี่มาล่ะ

            การทดสอบของพวกเจ้าคือการหาสมบัติไงล่ะ

            ได้ยินดังนั้นอิงศร กวินทร์ มิ่งขวัญก็ร้องขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน

            หา?” “หา?” “หา?”

            แต่ยังไม่ทันหายตกใจดี ก็มีเด็กผู้ชายวิ่งมาจากไหนไม่รู้เอากระดาษมายัดเยียดใส่มือให้ เป็นกระดาษแข็งแผ่นเล็กที่มีช่องสำหรับประทับตราสิบช่องใบหนึ่งกับกระดาบขนาด A4 อีกใบที่จดรายละเอียดยาวเฟื้อยเต็มหน้า

            นี่มันอะไรกันน่ะ

            อิงศรถามพลางกวาดสายตาอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษ A4 แล้วเด็กผู้ชายที่แจกกระดาษให้พวกเขาซึ่งก็คือฝาแฝดคนน้องของจูเนอร์มินาร์ก็เริ่มอธิบาย

            โอเรียนเทียริง ไงไปทำภารกิจที่งานวัดกับสวนสนุกเก็บตราประทับมาให้ครบแล้วกลับมาที่นี่ก่อนตะวันตกดิน

            พอคิดจะถามว่าไหนล่ะงานวัด ไหนล่ะสวนสนุกที่จะให้ไป เจ้าหนูยิ้มหน้าแป้นแล้นนั่นก็โบกมือชี้ขึ้นไปข้างบน ที่มีแต่ความมืดมิด

            ทันใดนั้นรอบข้างก็สว่างขึ้นความมืดมิดกลายเป็นท้องฟ้า เวลาช่วงบ่ายในฤดูที่แดดไม่ร้อนมากนัก  สถานที่รอบตัวปรากฏให้เห็นพวกเขายืนอยู่บนถนนที่ตัดเป็นเส้นตรง ที่ปลายทางแต่ละฝั่งนำไปยังสวนสนุกและอีกทางนำไปยังซุ้มทางเข้างานวัด

           

            แล้วมิ่งขวัญที่ไม่รู้จัก โอเรียนเทียริงก็เปรยขึ้นมาอย่างงุนงง

            โอ...โอ อะไรนะ โอวันตินเหรอ

            กวินทร์ตอบ

            ผมรู้จักนะที่ขายในร้านเบอร์เกอร์น่ะที่เป็นหัวหอมชุบแป้งทอด

            นั่นมันโอเนี่ยนริงส์ไม่ใช่เหรอ

            อ้าวไม่ใช่อันนั้นหรอกเหรอ

            อิงศรใช้ช่วงที่น้องชายกับรุ่นน้องถกเถียงเรื่องไร้สาระกันอยู่อ่านกระดาษ A4 ที่เขียนว่าเป็น ใบกำกับภารกิจเพียงแค่อ่านไปคร่าวๆ ก็รู้สึกได้ว่าสีหน้าของเขาซีดเซียวลงไปอย่างมาก มันเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย

            อิงศรถามคนพี่ว่า

            เอ้ย เดี๋ยวก่อนนะ นี่เข้าใจความหมายของโอเรียนเทียริงไหมเนี่ย

            ทำไมล่ะหรือว่าจะถอดใจแล้วเหรอ

            ไม่ใช่เฟ้ย แต่ว่านี่น่ะเป็นการทดสอบจริงๆ น่ะเหรอ

            คงเพราะเห็นเขาร้อนรนคู่แฝดเครื่องทำสวนเลยได้ใจพากันส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน

            การรู้จักใช้สมองก็เป็นพลังอย่างหนึ่งเหมือนกัน ถึงพวกเราจะเชื่อมั่นในพลังแต่ก็ไม่ได้หมายถึงกำลังกายแต่เพียงอย่างเดียวหรอกนะ

            “…”

            อิงศรหรี่ดวงตาแคบลง พลางคิดตีความจุดมุ่งหมายของการทำแบบนี้

            หมายความว่าโอเรียนเทียริงแบบเข้าใจความหมายผิดๆ นี่มีความหมายของการทดสอบแฝงอยู่ ตั้งใจจะบอกอย่างนั้นหรือเปล่าเขาเองก็ไม่รู้ แต่ว่าถ้าเป็นแบบนั้นการทดสอบนี่ก็ยากสมกับที่จะให้เขาทดสอบจริงๆ นั่นแหละ ตอนนี้ก็เลยรู้เหตุผลที่ให้มิ่งขวัญกับกวินทร์มาอยู่กับเขาด้วย ไม่ใช่ว่ามาเป็นตัวช่วยหรอก หล่อนกับน้องชายจงใจให้สองคนนี้มาเป็นตัวถ่วงเขาตั้งแต่แรก

            อิงศรเหลือบสายตาไปมองไทเทเนียม หล่อนเองก็เป็นอีกคนที่ถูกเรียกมาเป็นตัวถ่วงให้ภารกิจยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะถ้าหากการคาดการความคาดหวังของการทดสอบนี่ไม่ผิดล่ะก็

            จูเนอร์มินาร์คนพี่พูด

            แล้วก็ในการทดสอบนี้ให้จับคู่พี่น้องใครพี่น้องมันแยกกันไปทำภารกิจนะ

            นั่นปะไรไง... อิงศรคิด พวกเขาถูกทดสอบเกี่ยวกับพี่น้องจริงๆ

            ขอถามอะไรได้ไหม

            ว่ามาสิ

            ทำไมถึงต้องทดสอบแบบนี้ด้วยล่ะหรือว่ามันเกี่ยวกับที่เธอกับน้องชายมาเป็นผู้ทดสอบพวกฉัน

            ก็ส่วนหนึ่งแต่ปัจจัยหลักก็เพราะออร์ฟิอูคูมันนาร์นั่นแหละ

            ออร์ฟี่น่ะเหรอ

            ใช่ เพราะออร์ฟิอูคูมันนาร์ใช้พลังของตัวเองในฐานะแอดมินิสเทรเตอร์ออกคำสั่งกับต้นไม้แห่งชีวิตที่ให้กำเนิดพวกเราขึ้นมา ที่แห่งนี้ก็เลยได้รับอานิสงค์มาจากเขาด้วย รู้ไหมว่าเขาไล่ศัตรูที่เพิ่งจะบุกมาที่สวนกลับไปได้ยังไง

            พวกเธอรู้เรอะ

            รู้สิเพราะความปรารถนาของเขาส่งมาถึงต้นไม้แห่งชีวิตถึงได้เปิดการทดสอบให้กับพวกเธอไง

            แล้วมันเกี่ยวข้องกับการทดสอบของพวกฉันด้วยยังไง

            จูเนอร์มินาร์พยักหน้าให้คำพูดของเขา

            งั้นขอเล่าต่อเลยนะออร์ฟิอูคูมันนาร์น่ะ ได้อดัมที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงรึเปล่าช่วยเอาไว้ในตอนที่คับขันที่สุด ศัตรูที่ใช้ร่างที่เรียกว่าอดัมนั่นหยุดชะงักไปแวบหนึ่งและเรียกสติให้ออร์ฟิอูคูมันนาร์

            เขาเพิ่งจะรู้สาเหตุเอาก็ตอนนี้เอง แล้วก็เข้าใจขึ้นมาเลยว่าทำไมออร์ฟี่ถึงไม่ยอมบอกอะไรเขา หมอนั่นกลัวว่ามันจะทำให้การต่อสู้กับราหูยุ่งยากขึ้นไปอีกจึงเลือกที่จะไม่บอกอย่างนั้นสินะ

            จูเนอร์มินาร์คนพี่พูดต่อ

            เพราะออร์ฟิอูคูมันนาร์อยากจะช่วยเหลืออดัมให้ได้ เขาพูดเองเลยว่าไม่สนใจเรื่องการต่อสู้กับผู้รุกรานหรืออะไรทั้งนั้นที่เขาจะทำก็เพียงแค่ช่วยเพื่อนคนสำคัญ

            ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดไป ว่าทำไมออร์ฟี่ถึงไม่ยอมบอกอะไรเขา แล้วทีนี้ทุกอย่างก็จะเชื่อมต่อกัน การทดสอบนี้มีเพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกต่อสายสัมพันธ์ที่ยากจะตัดให้ขาดได้ บางทีที่เลือกเขาให้เป็นคนรับบททดสอบนี้ก็คง...

            ตอนนั้นเองจูเนอร์มินาร์คนน้องก็พูดโพล่ง

            จะบอกใบ้ให้ก็ได้นะถ้าอยากผ่านให้ได้ล่ะก็ต้องแสดงพลังของพี่น้องออกมาเข้าใจไหม

            เดี๋ยวเถอะแล้วนายจะไปบอกเขาทำไมเล่า

            จูเนอร์มินาร์ตบหลังคนน้องดังป้าบ

            โอ้ย มันเจ็บนะ

            งั้นที่พูดมาก็เป็นเรื่องจริงนั่นคือคำใบ้สำหรับการทดสอบของพวกเขา คนน้องที่บุ่มบ่ามไม่ทันระวังปากพล่อยจนหลุดพูดคำใบ้ที่จะช่วยเหลือพวกเขาเออกมา

            “….”

            นั่นก็แค่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นแบบนั้น อิงศรมองคู่แฝดที่ทะเลาะกันอย่างจริงจังแล้วจึงเข้าใจ การแสดงนั่นไม่ได้เป็นการหลอกพวกเขาให้ตกหลุมพรางแต่มันคือความจริงเพราะอย่างไรเสียเขาก็คาดการความหมายที่แท้จริงของการทดสอบนี้ออกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การที่ให้พี่น้องมาอยู่ด้วยกันในการทดสอบแบบนี้ พวกเขากำลังถูกทดสอบความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองและความสัมพันธ์ระหว่างสายเลือด

            แล้วนั่นก็เป็นคำตอบว่าทำไม การอยากช่วยอดัมของออร์ฟี่ กับ เหตุผลที่เขาต้องเป็นผู้รับบททดสอบนี้ ถึงเชื่อมเป็นเรื่องเดียวกัน คนที่จะเข้าใจหมอนั่นได้มากที่สุดคงมีเพียงเขา

            ไม่สิน่าจะเป็นเพราะออร์ฟี่คิดแบบนั้น เพราะหมอนั่นเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างนั้นสินะ

            “…”

            อิงศรหันเหสายตาไปที่น้องชาย ไปที่รุ่นน้อง แล้วก็หันไปสบตากับไทเทเนียม

            นี่เป็นการทดสอบที่ยากสำหรับกวินทร์ ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นค่อนข้างกระท่อนกระแท่นแต่ว่าคงไม่น่าเป็นห่วงเท่าฝั่งเขากับมิ่งขวัญหรอก

            บางทีถ้าการทดสอบนี้จะล่มก็คงจะเป็นเพราะเขากับน้องชายนี่แหละ

            ไปกันเถอะขวัญ

            อะ อืม

            ถ้าออร์ฟี่ยอมเชื่อในตัวเขาแล้ว เขาก็จะทำให้ได้

            จะไม่ให้ความเชื่อมั่นนี้พังทลายเด็ดขาด

 

            @@@@@@@@@@

           

            หลังจากสำรวจผนังรอบๆ จนรู้ขอบเขตทั้งหมดคร่าวๆ แล้วแต่ไม่เจออะไรที่จะนำไปสู่ทางออกจากห้องที่มืดมิดนี้เลย มีนาจึงตัดสินใจเดินไปยังตรงกลางของห้อง

            แต่ที่นั่นก็ไม่มีอะไรอีกเหมือนกัน เธอเดินจนไปถึงสุดทางที่ผนังห้องอีกฝั่ง

            อาจจะแค่ยังไม่ถูกจุดก็ได้

            มีนาปลุกปลอบใจตัวเอง ถึงแม้ว่าทางที่เดินผ่านมานั้นจะไม่รู้สึกเลยว่ามีอะไรอยู่ที่ตรงใจกลางของห้องก็ตาม เธอลองเดินสวนไปมาระหว่างกลางห้องอยู่หลายรอบ ลองเดินเป็นวงกลมจากผนังห้องเข้าไปที่กลางห้องแต่ก็ไม่เจออะไรเลย ไม่มีแม้แต่สิ่งกีดขวาง

            มีนามองเวลาที่แสดงอยู่ในหน้าจอ เวลาในการทดสอบเหลืออีกราวหนึ่งชั่วโมง

            ทำไงดีเวลาจะไม่มีแล้วด้วย พังกำแพงไปเลยดีไหมนะ

            มีนาชั่งใจอยู่พักหนึ่ง เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำลายผนังออกไปจะผิดกฎหรือเปล่าถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาเธอก็จะโดนปรับตกไม่ผ่านการทดสอบแล้วทุกคนก็จะติดร่างแหไปด้วยกันหมด

            ยิ่งเวลาลดลงไปความเยือกเย็นที่มีก็ละลายลงไปด้วย การตัดสินใจของเธอถูกเร่งให้เร็วขึ้น

            ก็ไม่ได้ห้ามเอาไว้ก่อนจะเริ่มทดสอบนี่นะ

            หล่อนตัดสินใจจะทำลายกำแพงออกไป จึงเปิดหน้าจอคลังเพื่อจะหยิบอาวุธ

            ทว่า...

            เอ่ อ้าวทำไมขึ้นมาล่ะ

            หน้าจอคลังไม่ปรากฏขึ้นเมื่อกดปุ่มเรียกจากหน้าเมนูหลัก

            งั้นลองใช้แค่สกิลก็ได้

            มีนายื่นมือออกไป เล็งไปที่ผนังห้องแล้วกล่าวร่ายสกิล

            อัคนี!”

            แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เอ๋ ทำไมล่ะหรือว่าไม่ได้เซ็ตไว้

            เธอเปิดหน้าจอสำหรับจัดการชุดสกิลขึ้นมา แต่ไอค่อนสกิลทั้งหมดบนหน้าจอกลายเป้นสีเทาและใช้งานไม่ได้ ดูเหมือนว่าสกิลจะถูกผนึกเอาไว้

            ไม่มีอาวุธ ไม่มีสกิล

            เธอไม่มีอะไรเลยนอกจากต้องพึ่งพาดวงของตัวเองเท่านั้น

            แล้วแบบนี้จะทำยังไงดี

            เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่

            มีนาล้มเลิกความคิดที่จะหาทางออกแล้ว หลังจากสำรวจจนแทบจะคลานพื้นไปทั่วทั้งห้อง แต่มันไม่มีทางออกหรือหนทางให้ไปต่อเลย แม้แต่บนเพดานก็ไม่มีอะไรอยู่เหมือนกัน

            เด็กสาวพิงหลังกับผนังแล้วปล่อยตัวให้ไถลครูดจนลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างสิ้นหวัง

            ไม่นะ ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะทุกคนจะมาล้มเหลวเพราะฉันไม่ได้นะ

            ทำไมต้องเป็นเธอด้วย

            คนที่โชคร้ายมาตั้งแต่เกิดอย่างเธอทำไมถึงต้องได้รับการทดสอบเรื่องโชคแบบนี้มันตลกร้ายชัดๆ

            มีนาที่สิ้นหวังจมอยู่กับความมืดมิดของห้องที่ไม่มีอะไรเลยนั่นเอง

            จู่ๆ ในหัวก็มีภาพลอยขึ้นมา

            ภาพของเมษาที่ต่อต้านพวกพี่ๆ ในธวุดารกะ นี่เป็นความทรงจำของเธอเมื่อสมัยก่อน

            เมษาเองก็เป็นคนที่โชคร้ายเหมือนกับเธอ ถูกรับเข้าธุวดารกะมาโดยไม่เต็มใจต้องแยกจากพ่อแม่มา แล้วเมษาก็ยังมีเธอที่ป่วยหนักคอยเป็นตัวถ่วง แต่ถึงอย่างนั้นเมษาก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน

            จนกระทั่งสิงห์ ช่วยมาดูแลพวกเธอ ถึงจะมารู้เอาในภายหลัง ว่าที่สิงห์ยื่นมือเข้ามาช่วยในเวลานั้นเพราะตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากร่างกายของเธอทำการทดลอง จนเป็นเหตุให้อาการป่วยทรุดหนักลงกว่าเดิมก็ตาม แต่นั่นก็นับว่าเป็นโชคดีแล้วหรือเปล่า

            อาจจะเป็นโชคสำหรับเมษาที่พยายามมาตลอด

            ถ้าพยายามแล้วจะโชคดีอย่างนั้นเหรอแล้วทำไมตัวเธฮที่พยายามดิ้นรนมาถึงขนาดนี้กลับต้องมาจบอยู่ในความมืดมิดแบบนี้กันล่ะ

            “….”

            ต่อมา มโนภาพของอิงศรก็ผุดขึ้นมา

            เธอเฝ้ามองเขามาตั้งวันที่ได้รับภารกิจจากสิงห์

            ถ้าบอกว่าอิงศรเป็นคนที่โชคดีกว่าเธอเป็นพันเท่าคงไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง อิงศรลากเธอกับทุกคนออกมาจากความอับโชคจนมาถึงที่นี่ได้

            “….”

            ไม่สิ ไม่ใช่แค่โชคอย่างเดียวหรืออาจจะไม่เกี่ยวกับโชคเลยก็ได้เพราะจนบัดนี้อิงศรยังไม่เคยชนะ ไพ่สลาฟเธอเลยซักครั้ง

            ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็นคนโชคดีสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไงสามารถเอาชนะชายที่ก้าวข้ามโชคชะตามาได้ด้วยเกมวัดดวงเนี่ย

            พอคิดแบบนั้นแล้วก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา มีนาอมยิ้มด้วยความสุขที่ไม่รู้ว่าเอ่อล้นออกมาได้อย่างไรทั้งที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้

            เอาเถอะ ถึงจะล้มเหลวเพราะเราขึ้นมาจริงๆ ยังไงคุณอิงศรก็คงจะไม่โทษฉันอยู่ดี แต่ว่าถ้าเป็นคุณอิงศรคงจะโทษตัวเองแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นยิ่งแพ้ไม่ได้ใหญ่เลย

            มีนาลุกขึ้นยืน บางทีความกล้าที่เอ่อล้นขึ้นมาตอนนี้คงจะเป็นพลังบ้ายามไฟไหม้กระมัง หรือไม่ก็เพราะว่าตัวเองเพิ่งจะนึกได้

            มีนาพูด

            คนอื่นที่โชคดีกว่าฉันเขายังต่อสู้กับโชคชะตามาตลอดแล้วฉันจะมานั่งโทษโชคชะตาโดยที่ยังไม่ได้เริ่มสู้กับมันเลยได้ยังไงกัน ทำให้ถึงที่สุดจนกว่าหมดเวลานี่แหละถึงจะล่มก็ชั่งหัวมันเถอะแต่ฉันจะไม่ยอมมานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรอีกแล้ว

            ตอนที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ลงไปแล้วนั่นเอง เสียงเตือนเวลาหมดที่ตั้งเอาไว้ก็ดังขึ้นพอดี

            อะ เดี๋ยวสิยังไม่ทันได้เริ่มเลยนะ

            คำตอบถูกต้อง

            จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาอย่างนั้น

            เอ๋?”

            ทันใดนั้นเองห้องก็สว่างขึ้นมา มีนายกแขนเสื้อขึ้นป้องตาที่พร่าเพราะแสงสว่างที่เข้ามากะทันหัน

            จนเมื่อสายตาปรับตัวแล้ว เธอก็เห็นว่าห้องที่เธออยู่มาตลอดนั้นมีพื้นและผนังเป็นสีขาวโล่งไปหมด ไม่มีทางให้ออก ไม่มีประตูหรือหน้าต่างซักบาน ไม่มีช่องหรือว่าบันไดอะไรเลย เป็นห้องปิดตายอย่างสมบูรณ์

            ที่ตรงใจกลางห้องปรากฏร่างของเอพบูรอาร์อยู่ที่นั่น หล่อนนั่งขัดสมาธิขณะลอยตัวอยู่กลางอากาศ

            ข้าคือผู้รดน้ำแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์ การที่จะรดน้ำบำรุงสวนอันกว้างใหญ่ไม่ใช่งานง่ายเลย เราจึงต้องมีความอดทนและความพยายามเป็นอย่างมากในการทำหน้าที่นั้น การทดสอบโชคนี้ข้าจึงอยากดูความตั้งใจ การแสดงออกอันแรงกล้า และไม่ความอดทนไม่ย่อท้อจนถึงที่สุดในตอนสุดท้ายนั่นคือคำตอบสำหรับการทดสอบนี้

            “….”

            มีนานิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง สมองของเธอรับข้อมูลเข้าไปประมวลผลไม่ทันเพราะยังตกใจกับเรื่องที่เวลาหมด

            ถ้างั้นก็แปลว่า

            เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว

            “…”

            รู้สึกตัวอีกที ก็ลงไปนั่งกองกับพื้นเสียแล้ว พอได้ยินว่าผ่านการทดสอบมีนาก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงที่ขาหายไปหมดในพริบตาเดียว

            แต่เอพบูรอาร์กลับพูดว่า

            อย่าเพิ่งรีบดีใจจะดีกว่า ตอนนี้มีอยู่คนหนึ่งที่ทำท่าจะไม่ผ่านเอาเสียให้ได้

            ดูเหมือนจะมีคนอื่นที่กำลังตกที่นั่งลำบากอยู่

            ใครเหรอคะ

            หรือว่าจะเป็นเมษา ไม่สิอาจจะเป็นพวกเด็กๆ จากกลุ่มเด็กกำพร้าก็ได้สองคนนั้นยังเด็กเกินไปอาจจะไม่เข้าใจความหมายของการทดสอบ เหมือนอย่างที่เธอเกือบจะพลาดไปแล้ว

            แต่คำตอบที่หลุดจากปากขอบเอพบูรอาร์นั้นทำให้ความคิดหยุดชะงักทันที

            หัวหน้าของพวกเจ้า อิงศร ไงล่ะ

            ปะเป็นไปไม่ได้

            เป็นไปแล้วน่ะสิ ดูเหมือนว่าเขาคนนั้นจะยังไม่รู้ว่ากำลังสำคัญตนเองผิดไป

            หมายความว่ายังไงกันคะ

            การทดสอบของเขาคือสายสัมพันธ์แต่ดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเข้าใจผิดในเรื่องนั้น

            คุณอิงศร…”

            มีนาได้แต่ภาวนา ตอนนี้สิ่งที่ทำได้มีอยู่เพียงเท่านี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #244 Azoat (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 01:18

    อยากดูการทดสอบทุกคนเลย อย่าข้ามของใครเลยนาาาาา ตอนพิเศษก็ได้

    #244
    1
    • #244-1 R@ji(จากตอนที่ 266)
      17 กันยายน 2561 / 23:16
      ตอนแรกว่าจะข้ามไปเล่าของอิงศรยาวๆ เลยเจอเมนท์นี้เข้าไป แอ่ววว งั้นเด๋วแซมย่อๆ เอาก็แล้วกันใส่ครบหมดนี่ได้จบปีหน้าแหงม โอเมก้าาา
      #244-1
  2. #243 -Haku- (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 13:46

    (ノ゚Д゚) อิงศรโว้ยยยยยยยยยย!

    #243
    0