Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 250 : Extra Log 246: The Foundation E (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ก.ค. 61

Extra Log 246: The Foundation E (1)

 

            อิงศรพูด

            เมษา”

            เมษาอยู่ในสภาพไร้สติและบาดแผลสาหัสทั่วทั้งตัว มีบาดถูกยิงที่ท้องกับแขนรวมสามจุดด้วยกัน

            เลือดไหลท่วมตัวจนชุดนักเรียนกลายเป็นสีแดง

            ต้องรีบรักษา แต่ว่าเขาไม่มีพลังจะทำอย่างนั้น สิ่งที่พอทำได้มีแต่ต้องให้เมษารับเอาพลังขิงเกมโลกาวินาศคืนมาแล้วอาศัยพลังในการฟื้นฟูของเกมช่วย

            มือถือของเมษาดาวน์โหลดแอพเสร็จแล้ว เขายัดมันใส่มือเมษาแล้วบังคับนิ้วให้กดลงไปที่ปุ่ม [ไม่]

            ตอบปฏิเสธการย้อนกลับไป เลือกก้าวต่อไปข้างหน้าเหมือนอย่างที่ทำมาเสมอ การเลือกเช่นนั้นทำให้ได้พลังของเกมกลับคืนมา

            โทรศัพท์ของเมษาสลายไปชุดของเมษาถูกเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องแบบสีฟ้าที่เคยใช้ในเกม

            เมษาได้พลังกลับคืนมา ร่างกายเริ่มการฟื้นฟู แถบพลังชีวิตปรากฏขึ้น

 

เมษา Lv. 144 [/////35000:77000…..]

 

            พลังชีวิตค่อยๆ เพิ่มขึ้น เมษาได้สติขึ้นมาตอนนั้น

            อึก…”

            ส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวดแล้วประคับประคองร่างกายให้ยืนโดยไม่ต้องให้เขาช่วยพยุง

            อิงศรพูด

            รอดไปทีนะนาย”

            เมษามองหน้าเขาก่อนแล้วจึงสำรวจตัวเอง

            นี่พวกเราได้พลังของเกมกลับมาแล้วเหรอ”

            แต่คำถามของเมษายังไม่ทันได้คำตอบก็มีลูกกระสุนพุ่งมาเสียก่อน

            เปรี้ยง

            พวกเขาเอี้ยวตัวหลบอย่างสบายๆ ด้วยพลังเหนือมนุษย์ประมาณหกเท่าจากเลเวล 144 ของพวกเขาทำให้กระสุนจากปืนธรรมดาเชื่องช้ามากจนเหมือนกับลูกโป่ง

            เมษาพูด

            ดูเหมือนยังไม่ใช่เวลาคุยสินะ”

            แล้วชนกำปั้นเข้ากับมืออีกข้าง

            เออ สิ”

            อิงศรหันตามเมษาไป เผชิญหน้ากับตำรวจอาวุธครบมือ

            เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธบินลงมาส่งเสียงดังน่าหนวกหู

            รถตำรวจแห่กันมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีตำรวจออกมามากขึ้น

 

            แต่มันก็เท่านั้น

            อิงศรจ้องมองพลังอำนาจที่พยายามจะมาฆ่าเขากับเมษาด้วยความรู้สึกนิ่งเฉย

            ถ้าเป็นก่อนหน้านี้มันคงเป็นสถานการณ์น่าสิ้นหวังขนาดโลกล่มสลายเลยทีเดียว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

            สำหรับพวกเขาในตอนนี้ พลังอำนาจที่อยู่ต่อหน้าไม่ได้น่ากลัวเลยซักนิดเดียว พวกเขาสามารถจัดการตำรวจกับเฮลิคอปเตอร์ได้ง่ายๆ เลยด้วยซ้ำ

            เว้นแต่ว่า…

 

            แหม แหม แบบนี้ก็แย่สิ ระดับไม่เท่ากันซะแล้ว”

            มีชายคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนไม่ใช่ตำรวจเดินแหวกออกมาจากกลุ่มตำรวจที่ปิดล้อมพวกเขา

            ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำ สวมหมวกทรงเค้ก

            อิงศรจำชายคนนั้นได้เป็นอย่างดี

            กฤษณะ!”

            พอได้ยินที่เขาพูดออกไปชายคนนั้นก็ดันหมวกที่บดบังใบหน้าขึ้นแล้วฉีกยิ้มหวานให้เห็นเขี้ยวคมกริบอย่างอมนุษย์

            ดีใจจังยังอุตส่าห์จำกันได้ด้วย”

            ใบหน้าคล้ายนรินทร์ฉายอยู่บนหน้าของหมอนั่น นรินทร์จากโลกคู่ขนานผู้ทำงานให้กับฟาวเดชั่นอี ดิวินิแดดที่อ้างตัวว่าเป็น กฤษนะ เทพจากตำนานมหาภารตะนั่น

            อิงศรพูด

            งั้นเหรอ ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะฝีมือของพวกแกฟาวเดชั่นอีด้วยสินะ”

            อีกฝ่ายทำหน้าเจ้าเล่ห์แตะนิ้วที่ริมฝีปากแล้วพูดทั้งอย่างนั้น

            เอ~~ ก็ไม่รู้เหมือนกันสิ เพราะว่าท่านผู้นั้นเก็นคนดำเนินการน่ะส่วนผมเองก็แค่ถูกเรียกมาเหมือนคราวก่อนๆ นั่นแหละ”

            ท่านผู้นั้นอีกแล้ว คราวก่อนกฤษณะก็พูดว่า ‘ท่านผู้นั้น’ นั่นคงจะเป็นนายเหนือกัวของฟาวเดชั่นอี

            อิงศรพูด

            ไปบอกนายแกให้โผล่หัวออกมาซะ!”

            เรื่องสิ ถ้าทำแบบนั้นผมก็อดสนุกน่ะซี่”

            สนุกงั้นเรอะ”

            ช่ายยย”

            พอพูดมาแบบนั้นอีกฝ่ายก็กางไม้กางมือราวกับเป็นบ้า

            แล้วก็จะบอกอะไรให้รู้อีกอย่างนะ”

            กฤษณะพูดพร้อมกับดีดนิ้วดังเปาะ เหมือนกับส่งสัญญาณ

            ตำรวจพวกนี้น่ะที่จริงแล้วเป็นเทวทูตที่บงการเมตไตรยล่ะ”

            เมื่อคำพูดของกฤษนะหยุดลง พวกตำรวจก็แสดงท่าทางทรมาน ทุกคนทำปืนหลุดจากมือแล้วพากันกุมขมับ ปากแผดเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมาน ไม่นานนักก็มีปีกแบบเทวดาทะลวงออกมาจากข้างในแผ่นหลังของตำรวจพวกนั้น

            สิ่งมีชีวิตคล้ายกับทูตสวรรค์แหวกร่างกายตำรวจออกมาจากทางแผ่นหลังราวกับลอกคราบ

            ทูตสวรรค์กายสีขาวเนียนทั้งตัวไม่มีผิวหนัง ร่างกายของมันเป็นเหมือนกับพลาสติกหรืออะไรที่คล้ายกันและไม่มีใบหน้า

            กลับกันใบหน้าของพวกมันไปอยู่บนอาวุธในมือแทน

            บ้างก็อยู่บนโล่ บนคันธนู บนไม้เท้า แต่ละตัวถืออาวุธแตกต่างกันไปและมีใบหน้าอยู่บนอาวุธทั้งสิ้น

            กฤษนะพูดต่อ

            แล้วก็ผมเองนี่แหละที่เป็นคนบัญชาการทูตสวรรค์มาตั้งแต่พันปีก่อนของโลกนี้”

            แต่นั่นมันไม่ตรงกับที่รู้มา พวกทูตสวรรค์น่าจะทำทุกอย่างเพื่อคืนชีพให้กับ ยฮวฮ แล้วทำไมถึงไปเข้าพวกกับฟาวเดชั่นอีได้กันล่ะ

            ตอนที่กำลังสับสนอยู่นั่นเอง กฤษณะก็ยิ้ม ยิ้มราวกับจะรับรู้ถึงความสับสนของอิงศร

            กฤษณะพูด

            เพราะว่านอกจากนารายณ์แล้วผมเองก็ยังเป็น เอลชัดได* ได้ด้วยไงล่ะ”

            แล้วชูสิ่งที่เหมือนกับไพ่ขึ้นมา

 

[*เอลชัดได El Shaddai หนึ่งในพระนามของพระเจ้า]

 

            อิงศรจ้องเขม็งไปยังสิ่งนั้น

            อาคานาร์เรอะ”

            ไพ่ที่อยู่ในมือของกฤษณะคือไพ่อาคานาร์อย่างแน่นอน ด้านที่หันมานั้นเป็นหลังไพ่ที่เหมือนกับของเขา

            กฤษณะพูด

            ไฮพีเรียลไรซ์”

            คำพูดนั่นทำให้อาคานาร์เปล่งแสง แสงสว่างห้อมล้อมกฤษณะแล้วคลายออกในเวลาไม่นาน

            เจ้านั่นทำสิ่งที่เหมือนกับแปลงร่าง

            พอเห็นกฤษณะอีกที เจ้านั่นก็ไปอยู่บนหลังม้าแล้ว อาชาสีขาวล้วนยากจะหาได้จากม้าใดๆ บนโลก

            ในมือถือตะบองและดาบอย่างละอัน สวมชุดพิธีการสีขาวบริสุทธิ์ตกแต่งอย่างหรูหรา บนศีรษะสวมมงกุฎที่ดูอลังการเป็นอย่างมาก

            รูปลักษณ์ราวกับเป็นพระสันตะปาปา

            กฤษณะป่าวประกาศนามของตัวเองในร่างนั้น

            รูนเซเวียร์ เดอะ ทรูเอ็กซิสเทนท์ (Ruin Savior, The True Existent) กัลกีบุรุษผู้ขี่ม้าขาวและนำธรรมมะกลับคืนมาสู่มวลมนุษย์กับเยซูที่ถูกยอร์นกล่าวเอาไว้ในบทวิวรณ์ การควบรวมความเป็นไปได้ก้าวข้ามการเวลาและตำนานนี่ก็คือไฮพีเรียลไรซ์อย่างไงล่ะ”

            อิงศรทวนคำพูดของกฤษณะที่เขาเกิดติดใจสงสัยขึ้นมา

            ไฮพีเรียลไรซ์”

            หรือจะเกี่ยวข้องอะไรกับ ไฮพีเรี่ยน ที่พวกเขารู้จักกันหรือเปล่า

            อิงศรถาม

            พวกแกเป็นตัวอะไรกันแน่”

            สำหรับตอนนี้เขาไม่สามารถบอกกับตัวเองได้ว่า ฟาวเดชั่นอี นั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่...

            ปีศาจ

            มนุษย์ต่างดาว

            เทพเจ้า

            สัตว์เทวะ          

            แอดมินิสเทรเตอร์ จะอย่างไหนก็ไม่เข้าพวกกับสิ่งที่กฤษณะสำแดงให้เห็นเลยซักอย่างเดียว

            ทว่า... อีกฝ่ายก็ตอบมาห้วนๆ

            ไม่ลองคิดเอาเองดูล่ะ”

            เพียงแค่นั้นแล้วยกมือให้สัญญาณพวกทูตสวรรค์ตั้งท่า

            เบื้องหน้าพวกเขา ทูตสวรรค์จำนวนห้าสิบตนพร้อมอาวุธครบมือพร้อมจะบุกเข้ามาทุกเมื่อ

            ถ้าเป็นตำรวจแบบเมื่อกี้ก็ว่าไปอย่างแต่ตอนนี้ฝ่ายนั้นก็ดันกลายเป็นปีศาจทำให้ความต่างชั้นกันของพลังร่นเข้ามา ถึงจะสัมผัสได้ว่าทูตสวรรค์พวกนั้นเป็นของด้อยคุณภาพที่พลังน่าจะยังเทียบปีศาจในแอพฯ ที่พวกเขามีไม่ได้ก็ตาม

            อิงศรเดาะลิ้น

            ชิ จำนวนมันเยอะเกินไป”

            แล้วส่งสายตาให้เมษา หมอนั่นพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ ในสถานการณ์แบบนี้ถึงไม่ต้องพูดก็มีอยู่คำตอบเดียว

            เมษาพูด

            ก็ทางนั้นเขาวอนท์จัดเลยนี่นะ”

            แล้วหักนิ้วตัวเองดัง กร๊อบๆ เตรียมจะมีเรื่องเต็มที่ ดูเหมือนว่าเมษาจะรู้ใจเขา

            อิงศรตวัดคันธนูขึ้นไปพาดบนบ่า พลางอีกมือก็เปิดหน้าจอคลังแล้วล้วงเข้าไปเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง

            ก็นะเขาขอมาก็จัดไป ให้คิดเองสินะงั้นก็เอาตามนั้นแหละ”

            กฤษณะจ้องเขม็งมายังพวกเขาที่ทำท่าไม่ระคายต่อจำนวนคนที่แตกต่างกัน

            อะไรกันน่ะท่าทางแบบนั้นดูท่าการไปเผชิญหน้ากับแอดมินิสเทรเตอร์จะทำให้ได้อะไรดีๆ ติดมือมาสินะงั้นก็น่าสนุกขอดูหน่อยเถอะอิงศรของลูปนี้จะมีพลังขนาดไหนกัน”

            พูดจบ กฤษณะก็ตวัดมือที่ยกขึ้นไปก่อนหน้านี้ลง

            จัดการ!!”

            พวกทูตสวรรค์พุ่งออกมาแทบจะพร้อมกัน หากเป็นกองทหารของมนุษย์แล้วก็คงจะได้ยินเสียงโห่ร้องอย่างฮึกเหิมคอยข่มขวัญศัตรูแต่เพราะพวกมันไม่มีปากจะส่งเสียงแล้วใบหน้าบนศาสตราวุธของพวกมันก็แทบจะไม่ขยับจึงมีเพียงเสียงกระพือปีกดังพึ่บพั่บ

            ราวกับฝูงนกออกล่าเหยื่อเสียมากกว่า

            แล้วเขากับเมษาก็จะสอยพวกมันลงมาให้เหมือนกับล่านก

            อิงศรเหยียดยิ้มแล้วตะโกนสวนพวกมันไปว่า

            ซะเมื่อไหร่เล่า!”

            พร้อมกับชักมือที่ล้วงหน้าจอคลังออกมาโดยมีกระป๋องติดมือมาด้วย เมื่อขว้างกระป๋องนั่นลงไปบนพื้นก็เกิดระเบิดแล้วทำให้ควันพวยพุ่งขึ้นมาจนตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ

            กฤษณะที่มองดูเหตุการณ์อยู่ด้านหลังพวกทูตสวรรค์กล่าวด้วยความตกใจ

            อ้าว เฮ้ย!”

            แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว เมื่อกลุ่มควันจางลงอิงศรกับเมษาก้อันตรธานหายไปในโดยไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย

            กฤษณะสบถด้วยความเสียดาย

            ให้ตายสิ อิงศรเนี่ยประมาทไม่ได้เลยสินะ”

 

            @@@

 

            ดูเหมือนพวกมันจะไม่ตามเรามานะ”

            เมษาพูด

            แต่ยังวางใจไม่ได้หรอกตอนนี้ต้องหาทางไปรวมตัวกับพวกขวัญแล้วก็ติดต่อยัยมีนาด้วย”

            อิงศรกล่าว

            ตอนนี้พวกเขานั่งยองๆ โดยอาศัยขอบระเบียงดาดฟ้าช่วยกำบัง บนดาดฟ้าอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ห่างไปจากสี่แยกที่หนีมาไม่ไกลนัก ด้วยเวลาเพียงแค่นั้นวิ่งสุดฝีเท้าก็มาได้แค่นี้

            แต่ศัตรูกลับไม่ไล่ตามมานั่นตีความได้เพียงอย่างเดียว

            ตราบใดที่ยังอยู่ในโลกวันที่หนึ่งนี่พวกเราก็เหมือนอยู่ในกำมือพวกมัน”

            เมษาหันมาถาม

            แล้วนี่จะเอายังไงต่อ”

             อย่างที่บอกไปนั่นแหละต้องไปรวมตัวกับทุกคน ตอนนี้เรารู้แล้วว่าตัวการที่ทำให้พวกเราติดอยู่ที่นี่คือฟาวเดชั่นอี”

            ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นี่อิงศรก็คิดขึ้นมา

            คิดว่าป่านนี้ทุกคนจะเจอแบบที่พวกเขาเจอกันไหมนะ

            แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อไปเล่า”

            ก็นั่นแหละที่เขากำลังคิดหาทางอยู่

            อิงศรพูด

            งั้นนายมีโทรศัพท์อีกเครื่องไหมเล่า”

            “…”

            เมษาทำท่าอ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่ง

            จะว่าไปโทรศัพท์พวกเรามันสลายหายไปแล้วนี่นะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น