Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 249 : Extra Log 245: ก้าวไปข้างหน้า - ย้อนกลับสู่โลกที่ล่มสลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    8 ก.ค. 61

Extra Log 245: ก้าวไปข้างหน้า - ย้อนกลับสู่โลกที่ล่มสลาย

 

            พักกลางวันของวันนั้นเอง

            แจ๋ว ข้างนอกไม่มีคนเลยทางสะดวก

            เมษาพูดมาอย่างนั้น ขณะที่ปีนกำแพงรั้วของโรงเรียน

            อย่าเสียงดังสิ

            อิงศรพูดแล้วมองสำรวจไปรอบๆ ว่ามีใครอยู่ในบริเวณหรือไม่

            จุดที่พวกเขาเลือกใช้สำหรับโดดเรียนคือมุมกำแพงด้านหลังของโรงเรียนซึ่งติดกับซอยแคบที่กั้นระหว่างโรงเรียนและบ้านคน

            ตรงจุดนี้จะไม่ค่อยมีคนสัญจรผ่านไปมานัก แล้วจากด้านในของโรงเรียนก็เป็นบริเวณลานจอดรถของพวกอาจารย์ทำให้ไม่ค่อยมีใครผ่านมาที่นี่ในช่วงเวลานี้ อีกทั้งบริเวณฐานรั้วก็เป็นกระถางปลูกต้นไม้แนวยาวทำให้อาศัยกิ่งก้านของพวกมันอำพรางสายตาได้

            นอกจากนี้พวกเขาก็ทิ้งกระเป๋าไว้ที่ห้องด้วย นั่นน่าจะพอหลอกว่าเขาอาจจะยังไม่ได้ขึ้นห้องมาแต่ยังอยู่ในโรงเรียน อย่างน้อยพวกเพื่อนร่วมห้องก็จะคิดอย่างนั้นกัน

            ส่งมือมาสิ

            เมษาที่ปีนข้ามไปอีกฝั่งแล้วยังเกาะอยู่บนกำแพงพลางส่งมือมาให้ อิงศรจับมือนั้นไว้แล้วปีนขึ้นไปบนกำแพง

            จากนั้นพวกเขาก็ลงไปที่ซอยแคบ ออกจากโรงเรียนได้สำเร็จ

            หนีเรียนออกมาแบบนี้ทำเอานึกถึงตอนที่ยังสังกัดเป็นนักเรียนทหารของเมตไตรยขึ้นมาเลย

            ในตอนที่ตัวเองยังพยายามปกปิดฝีมือเพื่อหลีกหนีจากการจับยัดเข้ากองทัพของสิงห์ เขามักจะแอบโดดเรียนเพื่อให้ผลการประเมินตกลง แต่สุดท้ายมันก็แค่ชะลอเวลาลงไปเท่านั้นเอง

            พวกเขาเดินออกมาถึงถนนใหญ่ เตรียมจะมุ่งหน้าไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อนั่งไปลงที่สถานีรถไฟฟ้า

 

            แต่ทว่า

            ดูเหมือนเรื่องจะไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น

            นี่ พวกเธอน่ะ ป่านนี้แล้วออกมาทำอะไรข้างนอกโรงเรียนกัน

            นายตำรวจคนหนึ่งกับเพื่อนเดินตรงมาหาพวกเขาที่กำลังจะไปถึงป้ายรถเมล์

            เครื่องแบบนักเรียนทำให้การออกมาเดินเตรดเตร่อยู่ข้างนอกมันยุ่งยากจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่าหาเรื่องกลบเกลื่อนไปมันง่ายอยู่แล้ว

            “…”

            ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตำรวจทั้งสองคนที่เข้ามาหานั้นชักปืนแล้วเดินตรงมาที่นี่เลยล่ะก็นะ

            เมษายกมือทั้งสองข้างทำท่ายอมแพ้

            เฮ้ๆ พวกผมไม่ได้ทำอะไรเลยซักหน่อยไม่ต้องชักปืน…”

            แต่นั่นไม่ได้ผลหรอก อีกฝ่ายไม่คิดจะเจรจาเลยแล้วก็คงไม่ใช่ตำรวจด้วย

            เปรี้ยง!!

            เสียงลั่นปืนดังขึ้น ลูกกระสุนดิ่งตรงมา แน่นอนว่ามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของลูกกระสุนนั่นหรอกเพราะที่นี่ไม่ใช่ในเกมโลกาวินาศแล้ว

            แต่อิงศรก็ตะครุบตัวเมษาลงไปหมอบกับพื้นก่อนตั้งแต่วินาทีที่ตำรวจยกปืนขึ้น

            กระสุนพุ่งไปที่ป้ายรถเมล์ทำให้ป้ายเป็นรูโหว่ที่มีควันร้อนลอยฉุย

            วิ่ง!

            อิงศรตะโกนพร้อมกับดึงตัวเมษาให้ลุกขึ้น แต่ตำรวจก็ยิงมาอีก

            เปรี้ยง

            กระสุนพลาดเป้า เพราะไม่ได้เล็งหวังผลแต่แรกเนื่องจากพวกเขาเคลื่อนไหวในทันที

            อิงศรกับเมษาวิ่งออกห่างจากป้ายรถเมล์ไป แต่ตำรวจยังคงตามมา

            เมษาพูดขณะที่วิ่งนำหน้าเขา

            ทำไมตำรวจต้องมาไล่ล่าพวกเราด้วยล่ะฟะเนี่ย

            ไม่รู้สิ บางทีนั่นอาจจะไม่ใช่ตำรวจก็ได้

            อิงศรคาดเดาเอา

            บางทีศัตรูอาจจะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขามาโดยตลอด พอเริ่มจะออกนอกลู่นอกทางก็เลยส่งคนมา

            ถ้างั้นตำรวจพวกนั้นก็เป็นคนของฟาสเดชั่นอีงั้นสิ

            อิงศรมองกลับไปโดยไม่หยุดฝีเท้า พยายามหาจุดสังเกตที่อาจจะบอกใบ้อะไรเกี่ยวกับศัตรูได้บ้าง

            แต่ไม่มีอยู่เลย ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเจ้าพวกนี้เกี่ยวข้องกับองค์กรหรืออะไรทำนองนั้น ก็แค่ตาลุงสองคนที่ใส่เครื่องแบบตำรวจ

            อะ เฮ้ย!!”

            จู่ๆ เมษาก็ร้องออกมา

            พอหันไปก็เข้าใจขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ว่าตาลุงสองคนนั่นอาจจะเป็นตำรวจจริงๆ หรือไม่ก็ฟาวเดชั่นอีคงเป็นหน่วยงานระดับรัฐบาล

            เพราะบนถนนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้มีฝูงรถตำรวจกำลังมุ่งหน้ามาหา แถมบนท้องฟ้าก็มีเฮลิคอปเตอร์อีก หกลำด้วยกัน

            เฮลิคอปเตอร์พวกนั้นติดอาวุธทุกเครื่องแถมส่งเสียงดังหนวกหูเหลือเกิน

            แค่เด็กหนีเรียนมันไม่โอเวอร์ไปหน่อยเหรอเนี่ย

            คำพูดของเมษาสมเหตุสมผลสำหรับโลกที่มีสามัญสำนึก แต่ดูเหมือนที่นี่จะไม่ใช่

            โลกที่ดูปกติและสงบสุขแห่งนี้ไม่น่าจะเป็นโลกที่มีสามัญสำนึก

            ไม่ใช่โลกที่พวกเขาปรารถนา

            เสียงรบกวนของเฮลิคอปเตอร์ดังมากขึ้น พวกมันขยับใกล้เข้ามาจนอยู่เหนือหัวพวกเขาแล้วก็สาดกระสุนลงมา

            อิงศรเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีกเพื่อหนีให้พ้นจากวิถีกระสุน แต่ร่างกายที่เป็นแค่เด็กอายุ 17 ธรรมดาๆ มันไม่พอจะหลบหนีได้อย่างสมบูรณ์

            อึก

            มีกระสุนเฉี่ยวหัวไหล่ไปนัดหนึ่ง ความเจ็บปวดแล่นไปทั้งแขน รู้สึกแสบชนิดจะล้มลงไปให้ได้

            ไม่รู้ว่าเพราะประสบการณ์ในโลกที่ล่มสลายนั่นทำตัวเขาอดทนต่อความเจ็บปวดนี้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อราวกับเป็นเรื่องที่หลุดออกมาจากละคร หรือว่าแค่โชคดีกันแน่ก็ไม่รู้

            อิงศรใช้มืออีกข้างปิดบาดที่มีเลือดไหลซึมจนเสื้อนักเรียนสีขาวกลายเป็นสีแดง

            เมษาหันมา คงเพราะได้ยินเสียงร้องครางเมื่อครู่

            เฮ้ย เป็นอะไรมากป่าวไหล่นายแดงเถือกแล้วนะนั่น

            อิงศรกัดฟันพูด

            แค่ถากๆ น่ะ อย่าหยุดวิ่งนะ

            พวกเขายังคงใส่ฝีเท้าวิ่งกันอย่างเต็มแรงมุ่งหน้าตรงไปที่สี่แยกไฟแดงที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก

            น่าแปลกที่ตลอดเส้นทางก็มีคนเดินไปมาแถมยังมีรถคนอื่นๆ สัญจรกันอยู่บนถนนด้วย แต่กลับไม่มีใครสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

            แม้ว่าจะมีรถตำรวจเปิดเสียงไซเรนจนดังหนวกหู

            แม้ว่าจะมีเฮลิคอปเตอร์บินตามกันมาเป็นพรวน

            แล้วถึงขั้นมีการยิงปืนกราดลงมาบนถนนขนาดนี้ก็ตามที ถึงจะกลายเป็นฉากแอคชั่นบู๊กันสนั่นเมืองแบบในหนังแล้วก็ยังไม่มีใครที่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลับดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไปราวกับมองไม่เห็นพวกเขา

            ตอนนี้นอกจากเรื่องหนีแล้วก็ต้องคิดหาทางตอบโต้เผื่อไว้ด้วย ไม่แน่ว่าตอนนี้คนอื่นๆ ก็กำลังถูกไล่ล่าด้วยหรือเปล่า

            ถ้าไม่มีหนทางตอบโต้เลย ถ้ายังอยู่ในร่างที่เป็นแค่คนธรรมดาก็ทำอะไรไม่ได้

            ความหวังเพียงหนึ่งเดียวคือต้องหาทางเชื่อมโยงกับโลกที่ล่มสลายเพื่อเอาพลังกลับคืนมา

            ต้องย้อนกลับไปยังวันคืนแห่งความขมขื่นที่อุตส่าห์สู้พยายามจนหนีพ้นจากมันมา

            น่าขบขันชะมัด อิงศรยิ้มออกมา ยิ้มทั้งทั้งที่ตอนนี้ยังเจ็บแผล

            ดูเหมือนไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังก็จะมีศัตรูตัวใหม่รอขวางทางอยู่เสมอ

            คงต้องเสี่ยงเดิมพันกันละ

            อิงศรพึมพำแล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

            นี่คือสิ่งเดียวที่จะช่วยเชื่อมโยงพวกเขากับโลกที่ล่มสลาย

            การที่โทรศัพท์ที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากการย้อนกลับของเวลาเป็นเหตุผลที่มีค่าให้ลองเสี่ยงดู

            เขาเปิดเมล์ที่ได้รับมาตั้งแต่วันแรก วันก่อนที่จะรู้สึกตัวถึงการย้อนกลับของเวลามีแต่เมล์ฉบับนี้เท่านั้นที่ถูกส่งเข้ามือถือมาแล้วก็ไม่มีเมล์ฉบับอื่นอยู่เลยจึงเป็นเรื่องที่น่าแปลก        

            อิงศรพูด

            เมษา

            อะไร

            เอาโทรศัพท์นายมาที

            อีกฝ่ายทำตามอย่างว่าง่ายดึงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงส่งให้ อิงศรใช้มือข้างที่เคยปิดแผลที่หัวไล่รับเครื่องมาแล้วเปิดเมล์ฉบับเดียวกันซึ่งในเครื่องของเมษาก็มี

            พอเจ้าตัวเห็นว่าเขาเอาเครื่องมาทำอะไรก็พูด

            เฮ้ย เวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์แบบนั้นอีกเหรอ

            พูดมาตอนที่ลิงค์ในเมล์นำทางไปยังหน้าเว็บที่มีรูปล่อแหลม

            อิงศรเพิกเฉยคำกล่าวหานั้น แล้วกดลงไปบนรูปซึ่งเป็นลิงค์เข้าเว็บไซต์อีกที

            ปลายทางที่นำไปไม่ใช่เว็บไซต์อย่างว่า แต่กลายเป็นว่าหน้าจอโทรศัพท์ถูกดึงไปยังหน้าดาวโหลดแอพพลิเคชั่นแทน ชื่อของแอพนั้นคือ ‘Apocalypse Online.apk’

            อิงศรปรายยิ้มขึ้นที่มุมปาก

            จริงๆ ด้วยนี่คือเมล์จากหมอนั่น

            จากซีลอร์ดน่ะเหรอ

            ดูเหมือนว่าเมษาก็รู้ตัวแล้วเหมือนกัน

            ตอนนั้นเอง พวกเขาก็เลี้ยวตรงหัวมุมของสี่แยกพอดี

            ทีนี้ก็จะหลบเฮลิคอปเตอร์พ้นเพราะว่าต้องบินอ้อมอาคารตรงหัวมุมเนื่องจากที่บินต่ำลงมาไล่ยิงพวกเขาเมื่อครู่ทำให้ความสูงไม่พ้นตัวอาคาร

            ทว่า

            ทันทีที่เลี้ยวหัวมุมมา ตรงด้านหน้าพวกเขาก็คือกลุ่มตำรวจที่นำกำลังมาปิดล้อมราวกับรู้อยู่ก่อน

            นอกจากนี้แยกอื่นๆ ก็มีตำรวจนำกำลังมาปิดล้อมเอาไว้

            ทางตันโดยสมบูรณ์

            อิงศรก้มหน้าลงมองหน้าจอโทรศัพท์ ยังต้องใช้เวลากว่าแอพพลิเคชั่นจะดาวน์โหลดเสร็จ

            เมษาถอยหลังเข้ามาใกล้ ระหว่างนั้นพวกตำรวจก็ชักปืนเล็งมาที่พวกเขา แต่ยังไม่ยิงทันทีราวกับจะรอให้พวกเขายอมจำนน

            นายตำรวจคนหนึ่งอยู่ใกล้กับรถตำรวจที่จอดห่างออกไปพูดใส่โทรโข่งมาว่า

            ทิ้งมือถือซะ

            นั่นปะไรเล่า มือถือนี่คือสิ่งที่เชื่อมดยงพวกเขากับโลกที่ล่มสลายอย่างที่คิด

            ไม่อย่างนั้นแล้วพวกตำรวจ...พวกศัตรูคงไม่อยากให้พวกเขาทิ้งมันหรือถึงกับออกไล่ล่ากันมาขนาดนี้

            เมษาพูด

            ข้างหน้ามีซอกเล็กๆ อยู่เข้าไปในนั้นกันนายนำไปเลย

            อิงศรมองไปตามจุดที่เมษาบอก เยื้องไปข้างหน้าห่างจากจุดที่พวกเขายืนไปประมาณสิบก้าวมีทางแยกเข้าซอยแคบๆ อยู่ ถ้าเป็นที่นั่นพวกตำรวจก็จะกรูกันเข้ามาไม่ได้

            แต่ในความพอดีนั่นมันมีข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่าเอามากๆ

            อิงศรพูด

            จำไม่ผิดที่นั่นมันซอยตันไม่ใช่เหรอเข้าไปที่แบบนั้นพวกเราจะกลายเป็นเป้ากระสุนเอานะ

            แต่เมษาก็ยังยืนยันเหมือนเดิม

            นายนำไปก่อนเลยเข้าไปแล้วฉันจะถ่วงเวลาอยู่ข้างนอกเอง

            แต่แบบนั้นนายก็จะ

            เร็วๆ เถอะน่า

            เมษาเร่งมา เพราะเวลาจะไม่มีแล้ว แต่ถ้าเอาตามแผนของเมษาเท่ากับว่าเมษาจะต้องเป็นกำแพงรับกระสุนที่จะเข้ามาในซอกแคบนั่น

            ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานขนาดไหนกว่าที่แอพพลิเคชั่นจากทั้งสองเครื่องจะดาวน์โหลดเสร็จ

            ตำรวจส่งเสียงมาเร่งให้พวกเขายอมจำนน

            ทิ้งมือถือซะ

            ไม่มีเวลามาเลือกแผนแล้วจริงๆ นั่นแหละ

            เมษาดันหลังเขาให้วิ่ง พอก้าวเท้าไปมันก็จะเริ่มขึ้น

            การต่อสู้เสี่ยงชีวิตเหมือนๆ กับในโลกที่ล่มสลาย

            ทันทีที่ขาขยับปืนทุกกระบอกก็คำรามลั่นกระสุนหมายจะปลิดชีพเด็กนักเรียนธรรมดาที่ไม่มีอาวุธแค่สองคน ปืนสิบกว่ากระบอกยิงเข้ามาพร้อมๆ กัน

            อิงศรใส่แรงไปเต็มที่วิ่งไปที่ซอกแคบก่อนที่เสียงปืนจะดัง

            ภายในซอกนั้นมืดมากและแคบเสียจนแทบจะอัดตัวเองลงไปไม่ได้ หัวไหล่ที่โดนยิงเสียดสีกับกำแพงทำให้รู้สึกแสบจนอยากจะร้องคราง

            แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้เพราะตอนนี้มีคนที่ร้องดังกว่าแล้วก็เจ็บกว่าตัวเองเป็นร้อยเป็นพันเท่า

            อ้ากก!!”

            เมษายังอยู่ข้างนอก คอยเอาตัวบังซอกนี้ไว้ไม่ให้กระสุนเข้ามาได้ดังนั้นร่างกายของหมอนั่นเลยต้องรับเอากระสุนไว้เอง เลือดไหลนองลงใต้เท้าเมษาแต่หมอนั่นก็ยังยืนหยัดอยู่โดยเอาหลังพิงกับผนังที่ล้อมซอกแคบนี้

            เมษา!”

            อิงศรตะโกน

            ...

            เฮ้! ทำใจดีๆ ไว้นะ

            ไม่ไหว หมอนั่นไม่ยอมตอบสนองเลย

            แอพยังคงดาวน์โหลดไม่เสร็จ... ต่อให้ดาวน์โหลดเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทันการหรือเปล่า

            ไม่รู้แล้วว่าควรจะทำยังไงดี

            เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เสียงฝีเท้าจำนวนมาก

            พวกตำรวจคงจะเข้ามาดึงตัวเมษาออกไปเพราะขวางทางยิง

            เมษาตายแล้วอย่างนั้นเหรอ?

            เพราะหมอนั่นตายแล้วแต่ยังไม่ยอมล้มก็เลยเข้ามาจะดึงตัวออกไปง่ายๆ กันเลยอย่างนั้นหรือ?

            โธ่เว้ย เร็วเข้าเซ่

            อิงศรสบถใส่มือถือ หวังให้ตัวเลขดาวน์โหลดขยับเร็วขึ้นแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ยังดี

            ตอนที่มีแสงสว่างแยงเข้ามาในซอกที่ทั้งมืดทั้งแคบแห่งนี้ ร่างของเมษาก็ขยับเล็กน้อย เพียงแค่เล็กน้อยจริงๆ

            เมษา....นายยังไม่ตายใช่ไหม

            อะ...

            ดูเหมือนเจ้าตัวจะส่งเสียงได้แค่นั้น แล้วร่างของเมษาก็โดนดึงออกไป

            ออกมาข้างนอกเดี๋ยวนี้

            เสียงของตำรวจดังเข้ามา พอเมษาถูกดึงออกไปแล้วก็มองเห็นว่าข้างนอกซอกแคบนั่นเต็มไปด้วยตำรวจที่กำลังเล็งปืนมาที่นี่

            ปิ๊บๆๆ

            เสียงมือถือดังขึ้น อิงศรมองไปที่หน้าจอ มือถือของเขาดาวน์โหลดเสร็จแล้วแต่ของเมษายังต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อย

            หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏพาแนลที่ไม่เคยเห็นขึ้นมา บนพาแนลนั้นมีข้อความเขียนเอาไว้กับปุ่มให้เลือกสองปุ่ม

 

            ถ้าไม่ถอยหลังตอนนี้จะไม่มีโอกาสแล้วนะ

            [ใช่]  [ไม่]

 

            เป็นคำถามเหมือนกับในเมล์ก่อนที่จะเริ่มดาวน์โหลดแอพ...ไม่สิคราวนี้มันต่างออกไป คำถามถามว่าจะถอยหลังกลับหรือไม่แทนที่จะถามว่าจะก้าวต่อไปข้างหน้าหรือเปล่า

            มันมีความหมายอะไรพิเศษหรือเปล่า ถ้าตอบผิดจะเกิดอะไรขึ้น

            ไม่รู้อะไรเลยซักนิดเดียว แต่อิงศรก็กดปุ่มลงไป

            กดโดยที่ไม่คิดเพราะว่าไม่มีเวลาให้ลังเล เขากดปุ่ม [ไม่] ลงไปแล้วเพิ่งจะมาคิดเอาทีหลัง

            คำถามว่าจะย้อนกลับไปหรือไม่ ในสถานการณ์ที่อยากจะพึ่งพาพลังของเกมโลกาวินาศ

            แต่เขากับพวกพ้องเลือกก้าวไปต่อข้างหน้ามาโดยเสมอถ้าหากว่าคนที่ส่งเมล์ฉบับนี้มาคือ ออร์ฟี่แล้วล่ะก็ไม่ว่าอย่างไรคำตอบก็ต้องเป็น ไม่

            แต่ก็กดลงไปโดยสัญชาตญาณ กดไปเพราะมันเคยชิน

            ผลลัพธ์สำหรับคำตอบนั้นก็คือ....

 

            พาแนลบนหน้าจอโทรศัพท์หุบลงไป กลายเป็นสีดำไปทั้งจอ จากนั้นข้อความสีขาวก็ปรากฏขึ้น ข้อความเขียนว่า

 

            Apocalypse On!

 

            อิงศรไม่รู้ว่ามันคืออะไร หน้าจอที่ขึ้นข้อความกระพริบราวกับรอการตอบสนอง มันรอคำสั่งจากเขาอยู่ แต่ไม่รู้ว่าอะไรที่ใช้ป้อนคำสั่งเข้าไปหรือต้องสั่งการมันอย่างไร

            อิงศรอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นทั้งที่ไม่รู้อะไรเลย

            อโพคาลิปส์ออน

            แต่โทรศัพท์กลับตอบสนอง ข้อความบนหน้าจอเปลี่ยนไป

            ‘Write!’

            ในตอนนั้นเอง...

            ยิงเลย!”

            พวกตำรวจก็ลั่นไกปืน

            เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เสียงปืนดังสนั่น ลูกกระสุนพุ่งเข้ามาในตรอกแคบยิงใส่ผนังบ้างพื้นบ้างจนฝุ่นควันลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั้งตรอก

            ท่ามกลางความอึกกะทึกนั่นเอง

            บัพ-แอโร่ว!!”

            เสียงของอิงศรดังลอดหมอกควันออกมาจากตรอกแคบ ทันใดนั้นมหิงสาเพลิงก็พุ่งทะยานออกจากตรอกขวิดตำรวจที่ปิดล้อมทางเข้าจนปลิวกระเด็น

            อิงศรพุ่งตามมาทีหลัง ออกมาจากตรอกแล้วตรงไปหาเมษา

            หมอนั่นถูกตำรวจสองนายหิ้วปีกอยู่ เขาแย่งตัวเมษามาแล้วซัดตำรวจสองคนนั้นจนปลิวด้วยแรงพลังที่เป็นไปไม่ได้

            เป็นไปไม่ได้สำหรับเด็กอายุ 17 แต่ว่า...

            เพราะว่ามันได้กลับมาแล้ว

 

อิงศร Lv.144 [/////48000:48000/////]

 

            แถบพลังชีวิตกับเลเวล ชุดนักเรียนถูกแทนที่ด้วยเครื่องแบบออกรบสีฟ้าคราม

            โทรศัพท์มือถือกลายเป็นคันธนูตัวเก่งที่เคยใช้ในโลกที่ล่มสลาย ธนูที่มีมีดติดอยู่สี่เล่มและดาบสั้นคาดอยู่ที่เอวอีกเล่ม

 

***สายสะบัดแบบอาทิตย์ที่แล้วอีกแย้ว =w=’ แอบอนาถใจกับตัวเองเหลือเกินที่พักหลังมาไม่ตรงเวลาเอาเสียเล้ยยย งานราชก็พอกันนึกจะมาก็มา ทำเอาเวลาปั่นต้นฉบับป่วนไปหมด เอาเป็นว่าเจอกันใหม่วันอังคารหน้านะฮับ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #238 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 249)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:04
    คืนสู่โลกที่ล่มสลายอีกครา......
    #238
    1
    • #238-1 R@ji(จากตอนที่ 249)
      8 กรกฎาคม 2561 / 01:09
      อยู่ดึกเหมือนกันนะฮะเนี่ย (มวองนาฬิกา) แอบตกใจ 555
      #238-1