Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 243 : Login 240: The will as my light

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 มิ.ย. 61

Login 240: The will as my light

 

            โซลาริสที่เห็นอดัมปรากฏตัวขึ้นก็พูดเหมือนกับเป็นฉงน

           เจ้าคือใครกัน

            แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนคำพูด

            ไม่สิ เจ้าคือผู้ที่ล่อลวงออร์ฟิอูคูมันนาร์สินะ

            เพราะแอดมินิสเทรเตอร์ผู้ที่ควบคุมจัดการทุกสรรพสิ่งย่อมไม่มีสิ่งใดจะไม่รู้

            ผมกลับมาเพื่อช่วยออร์ฟี่และช่วยมนุษย์ทุกคนจากการคุมขังของกฏแห่งสรรพสิ่ง

            ไร้สาระ ไม่มีผู้ใดจะละเมิดต่อกฏแห่งสรรพสิ่งได้และไม่มีใครทำลายมันได้ด้วย

           

            ซีลอร์ดจ้องมองการสนทนานั้นแล้วคิดว่ามันแปลก

            ทำไมแอดมินิสเทรเตอร์ถึงทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักอดัมกันล่ะหรือจะบอกว่าเรื่องของอดัมเป็นแค่สิ่งที่คิดเอาเอง จะบอกว่าความทรงจำของเขาไม่ตรงกับความเป็นจริงอย่างนั้นหรือ

            “….”

            มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมีพวกบุตรแห่งแสงที่มีความทรงจำร่วมกันถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่บนสวนศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนรู้จักอดัมในฐานะอดาเมียม บุตรแห่งแสงคนแรก และเป็นต้นกำเนิดของชาวโลก

            แล้วทำไมโซลาริสถึงบอกว่าไม่รู้จัก ทำไมถึงบอกว่าอดัมไม่เคยมีตัวตนอยู่กันล่ะ

            อย่าสับสนนะออร์ฟี่

            อดัมพูดกับเขาเหมือนรู้ว่าตอนนี้เขากำลังสับสนกับสถานการณ์ที่เรียบเรียงแล้วดูมึนงงนี้

            เรามาทำให้เรื่องนี้จบลงกันเถอะ

            พอพูดแบบนั้นก็ตรงเข้ามาอุ้มหัวของเขา

            แต่โซลาริสก็ประกาศกร้าวในทันที

            หายไปซะพวกเจ้าคือความผิดพลาดของระบบ

            แล้วเปิดฉากโจมตี กางเขนแสงมากมายดั่งห่าฝนโปรยลงมา

            ช่วยถ่วงเวลาให้หน่อยนะทุกคน

            อดัมพูดกับพวกพ้องของอิงศร จากนั้นก็วิ่งหนีไปโดยไม่รอฟังคำตอบ

            อะไรของหมอนี่เนี่ย มาสั่งกันเฉยเลย

            ฟูขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจ

            แต่กวินทร์ก็พูดขัดขึ้นมา

            ช่างมันก่อนเถอะครับ ตอนนี้ต้องจัดการไอ้นั่นก่อนนะไม่งั้นได้พรุนเป็นรังผึ้งแน่

            เด็กหนุ่มชักดาบออกมา แยกมันเป็นสองเล่ม

            เทคนิคัลเวพ่อน ดราโกนิกเบลด

            เมื่อร่ายสกิลแล้วตัวดาบก็ถูกห่อหุ้มด้วยผลึกหินสีเขียวคล้ายหยก กวินทร์พุ่งตัวออกไปทันที เขาออกมายืนล้ำหน้าทุกคน ประสานดาบเข้าด้วยกันหันมันขึ้นหาฝนกางเขนแสง

 

            ดราโกนิกจัดจ์เมนท์!

 

[Dragonic Judgement Lv(1/1)

Element: Dragon

Attribute: Counter, Physical Attack, Technical

(Cast Condition) ร่ายสวนกลับเมื่อถูกร่ายสกิลใส่ตัวเอง ;

(Cast Cost) สละ Buffs ธาตุมังกรที่มีชื่อ Saber หรือ Blade , จ่ายพลังชีวิต 2000 ; พลังของมังกรตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่าสายฟ้า ยกเลิกสกิลนั้นแล้วโจมตีสวนกลับด้วยเพลิงมังกร]

 

            เกิดระเบิดขึ้น ผลึกที่ห่อหุ้มตัวดาบแตกกระจายในทันที กวินทร์ที่ถือดาบอยู่ได้รับความเสียหายจากการระเบิดนั้นเป็นค่าใช้งานสกิลไปแล้ว

            ดาบจึงถูกหุ้มด้วยเพลิงสีเขียวมรกตแทน เขาตวัดดาบพร้อมกัน

            ไฟจากดาบยืดออกไปกลายเป็นมังกรบินฉวัดเฉวียนกลืนกางเขนแสงทั้งหมดแล้วหายไปในทันที

 

            ซีลอร์ดจ้องมองการตั้งรับนั่นโดยมองลอดใต้วงแขนของอดัมที่กำลังอุ้มเขาหนีห่างออกจากจุดที่ต่อสู้กัน

            พวกพ้องของอิงศรรับมือกับโซลาริสได้เป็นอย่างดี คงเพราะเห็นอิงศรที่หมดลมหายใจไปทุกคนก็เลยจริงจังมากกว่าปกติ ช่วงเวลานี้ไม่มีใครที่เคลื่อนไหวอย่างเสียเปล่า

            เพราะทุ่มเททั้งหมดกับการป้องกันอย่างสุดกำลังโดยละทิ้งเรื่องการโจมตีไปอย่างหมดหัวใจถึงได้ตั้งรับการโจมตีของแอดมินิสเทรเตอร์ได้ ต่างกับตอนที่เผชิญหน้าลูนาริส

            ทั้งเรื่องความตั้งใจแล้วก็สภาพแวดล้อม

            บนสวนอันกว้างใหญ่ไพศาลมีที่ให้หลบและเคลื่อนไหวอย่างเหลือเฟือต่างจากลิฟต์แคบๆ นั่น

            พวกของอิงศรกระจัดกระจายกันเพื่อล่อให้โซลาริสเบนความสนใจออกห่างจากอดัม ดูเหมือนทุกคนจะยอมเชื่ออดัมอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

            เมื่อถอยห่างออกมาพอแล้วอดัมก็ถามเขาว่า

            ออร์ฟี่ยังจำที่ผมเคยพูดไว้ได้ไหม

            ที่ว่ามนุษย์จะช่วยกอบกู้มนุษย์น่ะเหรอ

            อดัมถือหัวซีลอร์ดไว้แล้วจ้องมองดวงตานั้นพลางพูดว่า

            อืม มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่จะช่วยมนุษย์ได้เพราะงั้นออร์ฟี่นายต้องเป็นคนช่วยพวกเขานะ

            แต่ว่าผมไม่ใช่มนุษย์นี่ คงทำไม่ได้หรอกหน้าที่นั้นผมคิดว่าอิงศรเหมาะสมกว่า

            แต่อดัมก็แย้งมา

            ออร์ฟี่เป็นมนุษย์ ผมมั่นใจในเรื่องนั้น

            ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแววตาเปี่ยมความมั่นใจ จนอดสงสัยไม่ได้

            ทำไมล่ะ

            เพราะออร์ฟี่ทำให้เดอะ ฟูล ทำงานได้ไงล่ะ มีแต่มนุษย์ที่มีอารมณ์สมบูรณ์พร้อม เพราะแบบนั้นเลยถูกเรียกว่าพวกคนเขลาไง

            ได้ฟังดังนั้นซีลอร์ดก็กลั้นขำ

            งั้นตอนนี้ผมก็ถูกนับรวมเข้าไปในกลุ่มคนโง่ด้วยแล้วสินะ

            นั่นหมายถึงมนุษย์เป็นสิ่งที่โง่เขลาในสายตาของแอดมินิสเทรเตอร์

            เป็นคนโง่อย่างนั้นสินะเพราะงั้นก็เลยเป็น เดอะ ฟูล

            อืม

            ซีลอร์ดหลุดขำหัวเราะ กรามของเขาขยับขึ้นลงทำให้มือของอดัมที่อุ้มอยู่สั่นกึกๆ

            เมื่อหัวเราะจนหายขำแล้วจึงเบนสายตาไปทางที่พวกพ้องของอิงศรอยู่

            งั้นจะเอาไงต่อล่ะพวกเขาคงต้านไว้ได้ไม่นานนักหรอกนะ

            ถึงจะทุ่มกำลังไปที่การป้องกันเพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรซะพวกนั้นก็เป็นมนุษย์ ถ้านานไปก็จะหมดแรงเอา โซลาริสแค่ทุ่มโจมตีด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัดไปเรื่อยๆ เพียงแค่นั้นก็ฆ่าพวกเขาได้เหมือนช้างบี้มด

            อดัมเองก็คงเข้าใจในเรื่องนั้น

            แววตาของอดัมดูหมองลงทันทีที่เริ่มพูด

            นั่นสินะ ตอนนี้ผมเองก็ยืมใช้ร่างของเมอร์คาบาห์อยู่คงสภาพร่างนี้นานไม่ได้เหมือนกัน

            “…”

            พอได้ยินว่าจะอยู่ไม่นานความเศร้าก็พลันผุดขึ้นมาในอก

            ถึงตอนนี้จะเหลือแต่หัวก็เถอะ แต่ความรู้สึกอึดอัดจนพูดไม่ออกนี่เป็นความเศร้าอย่างแน่นอน

            เป็นอย่างที่อดัมว่าตัวเขาเรียนรู้ที่จะมีอารมณ์อย่างสมบูรณ์ไปแล้ว

            อดัมพูด

            ออร์ฟี่…”

            ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

            อาจจะเผลอทำหน้าเศร้าออกไปล่ะมั้ง อดัมที่เห็นเข้าเลยรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

            เพราะงั้นออร์ฟี่ต้องเป็นคนช่วยพวกเขา ช่วยลูกหลานของผมทีนะ

            อดัมยกเขาขึ้นมาระดับสายตา

            ซีลอร์ดเองก็จ้องมองดวงตาอันงดงามคู่นั้นของอดัม

            “…”

            พวกเขาประสานสายตากัน ทำความเข้าใจกัน

            เมื่อซีลอร์ดจ้องเข้าไปในแววตาอันแจ่มใสของอดัมแล้วก็เข้าใจขึ้นมา

            เข้าใจว่าในแววตาสดใสนั่นแฝงเร้นความเศร้าเอาไว้ คงจะบอกว่านี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย

            อดัมมาที่นี่เพื่อสานต่อสิ่งที่ฝากฝังเอาไว้ให้เสร็จสิ้นแล้วจะจากไปตลอดกาล

            “…”

            ถ้าอย่างนั้น

            ในฐานะเพื่อนเขาต้องสนับสนุนความตั้งใจของอดัมแม้ว่ามันจะน่าเศร้าก็ตามที

            น่าเศร้าที่ตัวเองไร้พลังจนทำให้อดัมต้องกลับมา

            น่าเศร้าที่ไม่สามารถช่วยอดัมไว้ได้แม้แต่ในครั้งนี้

            ความเศร้านี้อิงศรเผชิญหน้ากับมันอยู่เสมอ เขาเฝ้ามองหัวใจอันเปราะบางของมนุษย์มานาน

            จิตใจของคนไม่สามารถทนแบกรับความจริงต่อชะตากรรมได้มากนัก หากฝืนต่อไปจิตใจก็จะแหลกสลายลงทันที แม้แต่อิงศรก็ไม่มีข้อยกเว้น

            เด็กหนุ่มมักจะกรีดร้องอยู่ในใจตลอดเมื่อต้องต่อสู้ เขาเฝ้ามองมันโดยที่ไม่เข้าใจมาโดยตลอด

            แต่ตอนนี้เข้าใจขึ้นมาแล้วล่ะ ความรู้สึกที่ทำอะไรไม่ได้เลยจนยากที่จะทำใจยอมรับนี่น่ะ

            เพราะฉะนั้นแล้ว...

            เข้าใจแล้วผมจะช่วยเอง จะช่วยพวกเขาเพราะว่าผมจะเป็นมนุษย์

            ซีลร์ดหลับตาลง เขาจะยอมรับโชคชะตาอันนี้

            ออร์ฟี่

            อดัมกล่าวแล้วเขยิบใบหน้าเข้าใกล้ ชิดหน้าผากเข้ามาติดแนบเนื้อ พอทำแบบนั้นแล้วความทรงจำก็เหมือนจะไหลมารวมกัน

            ความทรงจำเมื่อครั้งยังอยู่บนสวนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

 

            อดาเมียมผู้ใสซื่อและอ่อนโยน

            ออร์ฟิอูคูมันนาร์เฝ้ามองแบบนั้นมาโดยตลอด คิดว่าช่วงเวลานั้นจะคงอยู่ไปตลอดกาล

            แต่ไม่มีอะไรจะคงอยู่ไปนิจนิรันด์

            เขาเข้าใจขึ้นมาอย่างถ่องแท้แล้วเมื่อกลับมายังสวนแห่งนี้อีกครั้ง

            เข้าใจว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่จีรังจึงพยายามดิ้นรนเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

            ความตั้งใจนั้นสั่นคลอนสรวงสวรรค์และกำลังจะดึงพระเจ้าลงจากบัลลังก์

            อิงศรพยายามตอบคำถามของเขามาโดยตลอด ถึงจะอ่อนแอแต่ก็พยายามแข็งแกร่งขึ้นเพื่อหาคำตอบมาให้ แสดงความตั้งใจอย่างแรงกล้าจนพาเขากลับมาถึงสวนแห่งนี้

            จนได้พบกับอดัมอีกครั้ง

            ดังนั้น

            คราวนี้ ก็ถึงตาผมให้คำตอบบ้างล่ะนะ

            พอพูดไปอย่างนั้นอดัมก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สดใส

            ขอบคุณนะออร์ฟี่

            จากนี้พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม

            อืม ผมจะอยู่ในตัวของออร์ฟี่...ตลอดไป

            สิ้นคำ ร่างของอดัมก็เปล่งแสง แสงสว่างเจิดจ้าห่อหุ้มร่างของอดัมและหัวของซีลอร์ด

            ภายในแสงสว่างนั้น วิญญาณสองดวงกำลังหลอมรวมกัน

            ร่างกายของอดัมกำลังถูกดึงเข้าไปในตัวของซีลอร์ด

            เป็นหนึ่งเดียวกัน

            เป็นหนึ่งเดียวกัน

            ร่างกายของซีลอร์ดทยอยกลับมาเมื่อดูดเอาร่างของอดัมเข้าไป

            กลืนกินหรือว่ารวมเป็นหนึ่งเดียวกันแน่นะ...

            ไม่รู้สิ แต่หน้าจอระบบก็กระเด้งตัวเปิดขึ้นมาในตอนนั้น

 

            [HYPEREALIZE]

 

            หน้าจอระบบเหมือนกับเวลาที่อิงศรทำ อวาแทรนซ์ได้เป็นครั้งแรก

            เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังเกิดเรื่องที่เหมือนกับปาฏิหาริย์

            เป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่มีในโลกนี้ ไม่ใช่ในช่วงเวลานี้

            เป็นพลังจากโลกอีกใบที่แสนห่างไกล

            พลังนั้นคือ....

            หน้าจอนั้นส่งเสียง

            ไฮพีเรียลไรซ์


 


            แล้วแสงสว่างที่ห้อมล้อมก็กระจายหายไป เหลือเพียงแต่ซีลอร์ด

            อดัมหายไปแล้ว

            แต่ว่าจะอยู่ภายในกายนี้ตลอดไป

            ซีลอร์ด กดหน้าอกตัวเองลงตอนที่คิดแบบนั้น แล้วสะบัดผ้าคลุมสีขาวที่ได้เพิ่มมาจากการฟื้นฟูร่างกายโดยรวมเข้ากับอดัม

            ร่างกายนี้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น มันเป็นร่างกายของมนุษย์อย่างแท้จริง

            พอลองขยับมือขวาดู ก็รู้สึกว่ากำลังกำอะไรบางอย่างไว้ เขายกสิ่งนั้นขึ้นพลิกตวัดมันพลางมองดูอย่างถี่ถ้วน สิ่งนั้นคือหอกสีขาว แต่ลักษณะคล้ายกับทวนอัศวินสองอันที่นำมาประกบกับด้ามจับโดยที่ฝั่งด้ามจับจะสั้นกว่า

            หอกนั้นส่งเสียง

            เมสสิยาห์...

            อดัม...นั่นนายเหรอ

            เสียงที่เปล่งออกมาจากหอกคล้ายกับเสียงของอดัม แต่ว่า

            ไม่สิ ไม่ใช่ก็แค่ยืมเสียงสินะ

            ซีลอร์ด กดมือลงไปที่หน้าอกอีกครั้ง สัมผัสได้ถึงจังหวะจากหัวใจที่กำลังเต้น

            เรามีหัวใจแล้ว

            หอกส่งเสียงอีก

            เมสสิยาห์...

 

            ซีลอร์ดเข้าใจถึงสิ่งที่หอกต้องการจะสื่อ เป็นการเข้าใจแบบอยู่ๆ ก็เข้าใจขึ้นมามันเป็นความรู้สึกแบบนั้น

            เข้าใจแล้วหอกแห่งเมสสิยาห์ผมจะแสดงให้ดู

            แล้วกำหอกไว้แน่น พลางดึงมันถอยไปข้างหลัง

            นี่คือความตั้งใจของผม

            เมื่อซีลอร์ดพูดเขาก็แหงนหน้าขึ้นไป

            ท้องฟ้าของ อาคาชิกแซงทัวรี่เป็นสีน้ำเงินเข้มและลอยกระเพื่อมเหมือนคลื่น ท้องฟ้าของที่นี่คือทะเลข้อมูล ข้อมูลของทั้งจักรวาลถูกกักเก็บเอาไว้ที่นั่น

            ทะเลท้องฟ้าซึ่งถูกเรียกว่า อาคาชิกเรคคอร์ด

            โซลาริสที่ลอยอยู่ใต้ผืนฟ้าของทะเลข้อมูลคอยปกป้องมันมาโดยตลอด

            แต่ว่าตอนนี้มันบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว การปกป้องของโซลาริสทำให้ทุกสรรพสิ่งเกิดความยุ่งเหยิง

            จำเป็นต้องจัดการ

            กำลังตัดสินพิพากษาพระเจ้าอยู่เหรอ...ตัวเขาในตอนนี้น่ะ

            “…”

            ซีลอร์ดแทงหอกขึ้นไปข้างบนเล็งปลายหอกไปยังดวงตะวัน เล็งไปที่โซลาริสผู้ที่เคยเป็นนายเหนือหัว

            ครั้งหนึ่งที่คิดขัดขืนแต่กลับทำอะไรไม่ได้เพราะพันธะแห่งเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ ตนเองไม่สามารถที่จะต่อต้านพระเจ้าได้เลย แต่ว่าตอนนี้กลับทำได้อย่างง่ายดาย สามารถหันอาวุธเข้าหาพระเจ้าได้โดยตรง

            นี่คือพลังของมนุษย์

            พลังกำลังเอ่อล้นออกมา เป็นเพราะหอกช่วยกระตุ้นให้เป็นแบบนั้น ความรู้สึกไหลตามไปอย่างง่ายดาย

            นี่คือแบบที่มนุษย์เป็นกันสินะ... การคล้อยตามพลังได้อย่างง่ายดาย เพราะว่ามี ความปรารถนาอยู่ภายในหัวใจ

            ความปรารถนาที่ไม่เคยมีตอนเป็นเครื่องทำสวน

            ความปรารถนามากมายพองตัว

            มีเรียดวิล!! (Myriad Will)”

            เขาตะโกนชื่อสกิลออกไปแล้วหอกก็ปลดปล่อย ความปรารถนาให้เป็นพลัง กลายเป็นแสงสว่างพุ่งออกไปเป็นลำ

            แสงยิงทะลุชิ้นส่วนตรงปลายที่เป็นรัศมีของพระเจ้า ทะลุทะลวงได้อย่างสมบูรณ์ ร่างกายของโซลาริสแหว่งหายไปเล็กน้อย แต่ก็เป็นบาดแผลแรกที่พระเจ้าได้รับ

            พลังนี่...ออร์ฟิอูคูมันนาร์นี่เจ้า...

            ดวงตาของโซลาริสหันมาทางนี้แล้วมันก็ชะงักคำพูดไป

            คงเพราะได้เห็นกายเนื้อที่มีความเป็นคนนี้หรือไม่ก็...

 

ออร์ฟี่ Lv.144 [/////57000:57000/////]

 

            มองเห็นแถบพลังชีวิตที่ชื่อเขียนด้วยตัวอักษรสีเขียว

            สีเขียวที่บ่งบอกถึงมนุษย์ในเกมโลกาวินาศ

            ชื่อที่เป็นภาษาของมนุษย์

            เครื่องทำสวนกลายเป็นมนุษย์

 

            โซลาริสพูดเหมือนไม่อยากเชื่อ

            กลายเป็นมนุษย์...เป็นไปไม่ได้ เกิดข้อผิดพลาดขึ้นตรงไหนกัน ทำไมกัน เรื่องที่ไม่เป็นจริงแบบนี้ ทำไมถึง

            แต่นั่นแหละความจริง

            เครื่องทำสวนลำดับที่ศูนย์ไม่มีอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ที่มีก็เป็นเพียงแค่...

            คนโง่ที่ได้อาคานาร์หมายเลขศูนย์มาเท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #228 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 243)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 11:18
    อดัม x ออฟี่ คือดี! =//////=
    #228
    1
    • #228-1 R@ji(จากตอนที่ 243)
      20 มิถุนายน 2561 / 13:16
      Y_(>w<)_b ร่วมด้วยช่วยโบกธง
      #228-1