Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 241 : Login 238: ปราชัย - โซลาริสผู้เด็ดขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

Login 238: ปราชัย - โซลาริสผู้เด็ดขาด

 

            คนเราทุกคนเกิดมาจากคนที่เป็นแม่

            คนเราทุกคนได้เกิดเพราะน้ำเชื้อจากคนที่เป็นพ่อ

            ถ้าหากพระเจ้าคือผู้สร้างแล้วล่ะก็ พ่อกับแม่ก็คงจะเป็นพระเจ้าของลูกทุกคน

 

            แล้วพระเจ้าของพ่อกับแม่ล่ะ?

 

            ตากับยาย ปู่กับย่า คำศัพท์ถูกกำหนดขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าคนๆ นั้นคือพระเจ้าของเรา

 

            แล้วพระเจ้าของปู่กับย่าและตากับยายล่ะ?

 

            มนุษย์มีพระเจ้าที่ให้กำเนิดต่อกันมาเป็นทอดๆ ถ้าหากย้อนไปจนถึงมนุษย์คนแรกสุดแล้วมนุษย์คนนั้นคือใครกันเล่า?

 

            ศาสนาบอกว่ามนุษย์คนแรกคือ อดัม

            วิทยาศาสตร์บอกว่ามนุษย์คนแรกคือ ลูซี่

 

            ถ้าอย่างนั้นก่อนจะมีมนุษย์ อะไรที่เป็นผู้สร้างพวกเขาขึ้นมา?

 

            คำว่า พระเจ้าถือกำเนิดขึ้นมาก็เพื่อจะตอบโจทย์ข้อนี้นั่นเอง

 

            ถ้าหากคุณได้เผชิญหน้ากับ พระเจ้าแล้วคุณคิดว่าพระเจ้าจะเป็นแบบไหนกัน

            หากได้พบกับพระเจ้าที่เป็นผู้สร้างต้นกำเนิดของคุณแล้วคุณจะทำอะไร

 

            ส่วนคำตอบของอิงศรนั้น หากได้เผชิญหน้ากับพระเจ้าก็คือ

 

            ฉันจะฆ่าแกโซราลิสสสสส!!!

            อิงศรบอกว่าจะฆ่าพระเจ้า

            ทำไมถึงต้องฆ่าน่ะเหรอ เพราะว่าพระเจ้าฆ่าพวกพ้องของเขา ฆ่ามนุษย์ที่สร้างขึ้นมากับมือ

            อิงศรจึงอยากฆ่าพระเจ้าเพื่อป้องกันตัว นี่เป็นสัญชาตญาณแต่เดิม อิงศรรับรู้ได้เช่นนั้นเมื่อกลับขึ้นมาเหยียบย่ำแผ่นดินซึ่งบรรพบุรุษเคยยืนอยู่

            ภายในสวนอันเงียบสงบแห่งนี้มีกลิ่นอายความอันตรายคละคลุ้งไปทั่ว อดัมที่อาศัยอยู่ที่นี่เสื่อครั้งอดีตกาลเป็นคนแบบไหนกันนะถึงสามารถอยู่ท่ามกลางความอึดอัดแสนอันตรายนี่ได้

            หรือว่าอดัมจะเป็นสัตว์ร้ายที่คุ้มคลั่งมานับแต่บรรพกาลกันล่ะ เหมือนกับเขาตอนนี้ที่กำลังแยกเขี้ยวใส่พระเจ้า

 

            อิงศรพุ่งตัวออกไปพร้อมๆ กับเมอร์คาบาห์ พยายามเข้าใกล้พระเจ้าอย่างสุดกำลัง

            ตอนนั้นเอง ปลายแขนงคล้ายรัศมีของโซลาริสก็ปรากฏกางเขนแสงผุดขึ้นมาราวกับคบไฟที่ถูกจุด กางเขนเหล่านั้นทยอยบินออกมาจู่โจมและทิ่มแทง

            อิงศรตวัดดาบกับคันธนูปัดกางเขนแสงที่เข้ามาใกล้โดยที่มีเมอร์คาบาห์คอยตัวฟันทำลายอันที่ป้องกันไม่ทัน

            พวกเขาแค่พอต้านไว้ได้แต่ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เลย

            วัชพืชเอ๋ยเจ้ากำลังแสวงหาสิ่งใดกันแน่

            จู่ๆ ก็ถูกถามด้วยคำถามแบบนั้น นี่เป็นโอกาสที่จะเริ่มการพูดคุยกับพระเจ้า ถ้าอย่างนั้นควรจะต้องตอบมันอย่างไรดี

            อิงศรถอยกลับออกมาเพราะไม่สามารถสลัดกางเขนแสงแล้วรุกคืบเข้าไปมากกว่านั้นได้ เขาถอยมาจนถึงด้านหลังของเนินหญ้าแล้วใช้มันเป็นที่กำบัง พลางก็ครุ่นคิดคำตอบของคำถามนั้น

            แล้วพูดออกไป

            แกพูดถึงเรื่องอะไรกัน

            เขาตัดสินใจถามเพื่อให้เข้าใจถึงเป้าประสงค์ของอีกฝ่าย

            บุตรแห่งมนุษย์

            จู่ๆ ก็เปลี่ยนคำศัพท์ที่ใช้เรียกแล้วหยุดปล่อยกางเขนแสงมา การพูดคุยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

            ก่อนที่จะกำจัดเจ้าที่เป็นรากเส้นสุดท้ายของวัชพืชออกไปจะบอกให้รู้เอาไว้ว่าทำไมพวกเจ้าถึงต้องถูกกำจัด

            คิดจะมาบอกเหตุผลเอาตอนนี้น่ะเหรอ แต่ว่าเหตุผลนั้นซีลอร์ดเคยบอกว่าเพราะมนุษย์สูญเสียความตั้งใจในการก้าวไปข้างหน้า...

            การมีตัวตนของมนุษย์ทำให้รากระบบเริ่มเกิดความผิดเพี้ยน

            แล้วไงจะบอกว่าการกำจัดออกไปคือการปกป้องกฎของจักรวาลอะไรรึไง ฉันฟังมาพอแล้ว จะไม่ยอมให้ตัวอย่างแกมาตัดสินชะตาชีวิตของพวกเราเด็ดขาด

            ทว่า คำพูดของโซลาริสยังมีต่อไปจากนั้นอีก

            การลบพวกเจ้าออกไปไม่ใช่การรักษาความผิดเพี้ยนของรากระบบหรอก

            หา?”

            การลบพวกเจ้าออกไปก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากมิติอื่น

            มิติอื่น...หรือว่านั่นหมายถึงฟาวเดชั่นอีกันน่ะ

            ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าพวกนั้นถูกเรียกขานกันอย่างไร แต่การมีอยู่ของมนุษย์คือข้อผิดพลาดที่เป็นช่องว่างให้รากระบบถูกโจมตี หน้าที่ของข้าคือแก้ไขความผิดพลาดนั้น

            หรือว่าจะเชื่อมต่อกับเรื่องเล่าเทวาสุรสงครามที่เคยได้ยินก่อนหน้านี้กัน

            จำได้ว่าเรื่องเล่านั้นบอกเล่าว่ามนุษย์เกิดมาจากมังกรที่มาจากฝ่ายความมืด หรือว่าฝ่ายความมืดนั่นจะหมายถึงผู้ที่รุกรานจากมิติอื่น

            อย่างไรก็ตาม

            เป็นที่แน่นอนแล้วว่าไม่สามารถพูดคุยกับแอดมินิสเทรเตอร์ได้เลย พวกนั้นไม่คิดจะฟังเหตุผลของมนุษย์มาตั้งแต่แรกเหมือนอย่างที่สิงห์เคยพูดไว้

            เพราะมันบอกว่าการมีอยู่ของมนุษย์คือความผิดพลาดของระบบจักรวาล การทำตามหลักการจนถึงที่สุดแบบนั้นช่างเหมือนกับสมองกล เหมือนกับเป็นแค่โปรแกรมตัวหนึ่งที่ถูกตั้งค่าให้ทำการกำจัดสิ่งแปลกปลอม แล้วอยู่มาวันหนึ่งมนุษย์ก็กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมไปเสียอย่างนั้น

 

            โซลาริสปล่อยกางเขนแสงออกมา กางเขนแสงพุ่งลงมาจากฟ้า อิงศรหลบหลีกพลางตวัดดาบกับธนูปัดป้องพวกมัน

            แต่จำนวนมันมากเกินไป มีกางเขนที่ปัดไม่พ้นหลุดเข้ามาเฉือนเนื้อที่แขน

            อึก

            อิงศรกัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ตรงจุดที่ถูกเฉือนไม่มีเลือดไหลออกมา ปากแผลถูกเผาจนจนเกรียมในทันที

            ถึงจะดูรุนแรงแต่ก็เป็นเพียงการโจมตีพื้นๆ ไม่ได้มีอะไรพลิกแพลง ไม่มีลูกเล่น ไม่มีทั้งผลข้างเคียงหรือการปูทางไปสู่อะไรทั้งนั้น

            กางเขนแสงพวกนี้พอตกถึงพื้นก็จะหายไปเองดังนั้นจึงไม่ใช่การโจมตีแบบยึดพื้นที่ด้วย ก็แค่โปรยพวกมันลงมาเหมือนธนูไฟในหนังสงครามเท่านั้นเอง

            ทั้งที่มันเรียบง่ายแบบนั้นแต่ก็หาทางแก้ไม่ได้ สวนกลับก็ไม่ได้ โซลาริสโจมตีอยู่เพียงฝ่ายเดียว

            อิงศรทำได้แค่หนีไปรอบๆ สวน

            นี่คือพลังของแอดมินิสเทรเตอร์ พลังอำนาจของโซลาริส

            มีแต่พลังล้วนๆ ต่างกับตอนลูนาริสลิบลับ

            เป็นพลังขนาดที่ทำร้ายเขาซึ่งวิ่งวนไปวนมาทั่วทั้งสวนแต่ยังไม่ทำให้สวนเสียหายเลยแม้แต่น้อย

            ตัวเขาเป็นได้แค่หนูในกรงที่เอาแต่วิ่งวนไปมาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

            ไม่มีจุดอ่อนเลยรึไงนะ

            อิงศรสบถอย่างสิ้นหวัง เขาวิ่งวนไปวนมาพยายามหาที่กำบัง แต่ไม่ว่าจะต้นไม้หรือโขดหินก็ไม่มีอยู่บนทุ่งหญ้าเขียวขจีนี่เลย

            ดังนั้นอิงศรจึงมุ่งหน้าไปที่แนวป่าซึ่งมองเห็นอยู่ลิบๆ

            โซลาริสลอยอยู่เหนือสวนแห่งนี้ ไม่ต้องขยับไปไหนก็ยังโปรยฝนกางเขนแสงใส่เขาได้จากทุกที่ ถ้าไม่หาที่กำบังก่อนคงโจมตีกลับไม่ได้ ที่จริงต่อให้หาที่แบบนั้นได้ก็ยังไม่รู้จะโจมตีกลับไปอย่างไรอยู่ดี

            โซลาริสอยู่สูงเป็นอย่างมาก ระยะทางจากพื้นถึงตัวมันราวๆ หนึ่งกิโลเมตรได้ ไม่มีการโจมตีไหนไปถึงตัวมันได้เลยนอกจากสกิลท่าไม้ตาย แต่พลังที่ยืมเครื่องทำสวนมาคงทำอะไรพระเจ้าไม่ได้หรอก

            หรือจะให้เมอร์คาบาห์บินขึ้นไปโจมตีก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ระยะห่างมันมากเกินไปแถมบนท้องฟ้าไม่มีสิ่งกีดขวางให้ใบ้หลบหลีกการโจมตีแบบปูพรมกระนาบแบบนั้นด้วย

            อิงศรวิ่งมาถึงตรงแนวชายป่าทึบ เตรียมจะเข้าไปอาศัยร่มเงาของต้นไม้เป็นที่กำบัง   

            ทว่า..

            อะไรกันน่ะ!

            ป่าทึบตรงหน้ากลับหายไป กลายเป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ ที่ไม่มีอะไรแทน อิงศรพยายามตรวจสอบรอบๆ ตัวเอง ยืนยันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            เขาสังเกตเห็นว่าป่าที่เคยอยู่ตรงนั้นตอนนี้มันตั้งอยู่ห่างออกไปแทน

            ความจริงนั้นค่อนข้างน่าตกใจแต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าโซลาริส จะควบคุมทุกสิ่งอย่างบนสวนแห่งนี้ การที่ป่าถอยห่างออกไปคงจะมีสาเหตุมาจากเรื่องนั้น

            สมกับที่เป็นบัลลังก์ของพระเจ้า ไม่มีอะไรที่ให้ผู้บุกรุกอย่างเขาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น

            บ้าจริง

            อิงศรแหงนหน้าขึ้นไปมอง กางเขนแสงนับร้อยกำลังโปรยลงมาที่นี่

            มีตัวเลือกให้สองอย่าง

            หนี

            ปัดออก

            ไม่ไหว จะตัวเลือกไหนผลลัพธ์ก็คือตายทั้งนั้น มันกะทันหันเกินไปแล้วจำนวนก็ยังเยอะเกินไปอีก

            ท้องฟ้าเนืองแน่นไปด้วยกางเขนแสง สว่างไสวราวกับมีใครจุดดอกไม้ไฟอย่างไรอย่างนั้น

            ถ้างั้นทางนี้ก็จุดกลับไปมั่งสิ

            อิงศรบอกกับตัวเองอย่างนั้น เพราะตอนนี้ก็ได้เวลาพอดี

            เวลาที่ปีศาจซึ่งใช้ต่อสู้กับสิงห์ไปจะฟื้นคืนพลังกลับมา ที่เขาวิ่งหนีไปรอบๆ ก็เพราะเล็งสิ่งนี้เอาไว้

            เขาเรียกอาคานาร์ออกมา อาคานาร์แห่งจักรพรรดิ์ ดิ เอ็มเพอเรอร์

            โอดิน!

            แล้วใช้มันอัญเชิญเทพชรา

            จัดการพวกนั้นที

            เทพชราเหลือบสายตาอย่างไม่พอใจนัก แต่ก็ยอมทำตามที่เขาสั่ง ยื่นมือขึ้นไปสู้กับห่ากางเขนแสงเหล่านั้นแล้วปลดปล่อยสายฟ้า

            อัสนีสีทองคำบินออกจากปลายนิ้วแต่ละนิ้วของเทพชรา สายฟ้าทำลายกางเขนแสงไปหมดในคราวเดียว

            ดีล่ะ

            อิงศรพูด

            ตอนนี้อลิกอร์กับสเลปเนียร์ก็กลับมาแล้วถ้าใช้ร่วมกับเกราะของโอโรจิคงพอฝ่าขึ้นไปกับเมอร์คาบาห์ได้ พอไปถึงตรงจุดนั้นก็จะใช้อาคานาร์ เดอะ ทาวเวอร์ ยืมสกิล เมสไซอาร์บัสเตอร์มาใช้พร้อมๆ กับเมอร์คาบาห์ ถ้าเป็นพลังขนาดที่ทำลายซาตานมาแล้วคงพอจะได้ผลกับพระเจ้าบ้างแหละ

            อิงศรคิดเดิมพันทั้งหมดไว้กับปีศาจของเขา เดิมพันกับสูตรโกงเกมโลกาวินาศทั้งหมด

            นี่จะเป็นไพ่ตายสำหรับกำราบแอดมินิสเทรเตอร์

            ‘…..’

            พอเห็นอิงศรเรียกปีศาจออกมาส่วนที่เหมือนกับดวงตาของพระเจ้าก็เหมือนจะขยับหรี่แคบลงเล็กน้อยแค่พริบตาหนึ่ง พริบตาเดียวจริงๆ แล้วก็กลับเป็นเหมือนเดิม

            โซลาริสกล่าว

            วัชพืชเอย พลังเช่นนั้นเจ้านำมาใช้ได้อย่างไร

            พลังที่ว่าคงจะหมายถึงปีศาจ หรือว่าหมายถึงอาคานาร์กันนะ

            พลังนั่นจะทำลายตัวเจ้า มนุษย์มักจะเป็นแบบนั้นเสมอมา การได้ครอบครองพลังทำให้พวกเจ้าทำลายตัวเองถึงปล่อยไว้ต่อไปมนุษย์จะทำลายตัวเองอยู่ดี การพิพากษานี้คือเมตตาสูงสุดที่ข้าโซลาริสผู้เด็ดขาดจะมอบให้ได้ อย่าได้กระทำผิดซ้ำเช่นเดียวกับรากเหง้าของเจ้าที่เคยอยู่บนสวนแห่งนี้เลย

            พระเจ้ากำลังพูดถึงอาคานาร์ ที่ซีลอร์ดพูดว่าพลังนี้เดิมมีแต่แอดมินิสเทรเตอร์ที่ควบคุมได้คงจะเป็นความจริง

            รวมถึงเรื่องของอดัมที่เจ้านั่นพูดอยู่บ่อยๆ ด้วย

            เรื่องนั้นแกไม่ใช่คนตัดสิน

            เช่นนั้นเองรึ...เจ้าปรารถนาที่จะมองดูเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ล่มสลายลงไปอย่างทุกข์ทรมานอย่างนั้นสิ

            อย่ามาดูถูกมนุษย์นะถ้าหากว่าพวกเราจะล่มสลายลงแล้วล่ะก็ถึงตอนนั้นก็คือความสมัครใจของทุกคนเองเราจะยืดอกยอมรับมันไม่ใช่กรีดร้องและโทษในสิ่งอื่นใด

            ไร้สาระ มนุษย์ไม่มีวันไขว่คว้าข้อเท็จจริงนั้นได้

            ต้องได้สิ แล้วเราก็จะไม่ล่มสลายด้วยเราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยความตั้งใจของทุกคน

            ถ้าอย่างนั้นลองถามเงาของเจ้าดูก็แล้วกัน วัชพืชเอ๋ย

            สิ้นคำดวงตาของโซลาริสก็เปล่งแสงสว่าง แสงเจิดจ้าทำให้สวนทั้งสวนขาวโพลนไปหมด

            อิงศรต้องยกแขนขึ้นกำบังสายตาจากแสงที่เจิดจ้านั่น มองไปข้างหน้าแทบไม่ได้หากว่าตอนนี้เจ้านั่นปล่อยกางเขนแสงลงมาก็จะหลบได้ยากขึ้นไปอีก

            “…”

            แต่กลับไม่เป็นแบบนั้น เขาไม่ได้ถูกโจมตีตอนที่มองไม่เห็นแล้วแสงสว่างจ้าจนแสบตานั่นก็ยังหายไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            อะไรน่ะ

            อิงศรพึมพำแล้วมองสำรวจตัวเอง ร่างกายไม่มีบาดแผล ไม่ได้รับบาดเจ็บหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น

            ถ้าอย่างนั้นแสงเมื่อกี้มันอะไรกัน

            แค่แฟลชเฉยๆ เหรอ....

            ทันทีที่พูดออกไปก็เกิดเสียงดัง ตูม คล้ายกับมีรถชนกันอยู่ใกล้ๆ นี่

            อ๊ากกก!!!

            โอดินที่ยืนอยู่ข้างๆ ทรุดเข่าลงกับพื้นจนทำให้พื้นสะเทือน เทพชราครางทรมานขณะที่ใช้มือกุมหน้าอกที่ยุบเข้าไปเหมือนกับถูกอะไรชนเข้าอย่างจัง

            “…ซาโอก็องเก็น

            ได้ยินเสียงชวนคุ้นหูดังแว่วมาจากอีกที่หนึ่ง อิงศรหันไปทางที่ว่า

            มหาวาโยราโอ

            ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีเขียวห้อมล้อมด้วยลมพายุที่หมุนพัดอย่างบ้าคลั่งจำนวนห้าสายก็บินทะยานข้ามหัวเขา กระหน่ำซัดใส่เทพชราจนร่างแตกสลาย

            น...นี่มัน

            อิงศรกล่าวอึกอัก เมื่อมองไปยังผู้ที่โจมตีเข้ามา

            โซลาริสกล่าว

            นี่คือเงาในหัวใจของเจ้า เป็นความคิดในจิตใต้สำนึกของเจ้า

            ที่กล่าวมานั่นหมายถึง เหล่าพวกพ้อง

            เมษาที่โจมตีใส่โอดินครั้งแรก กับ เน็กส์ กำลังยืนประจันหน้าเขาอยู่ แล้วก็ไม่ได้มีแค่นั้น

            มีนา นรินทร์ ฟู มิกซ์ พลอย นิว กวินทร์ แล้วก็ มิ่งขวัญ

            พวกพ้องที่ตายไปกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าแต่กลับหันอาวุธในมือเข้าหาเขาแทน

            พอเห็นดังนั้น อิงศรก็กัดฟันดังกรอด

            ถึงจะเอาเจ้าตัวปลอมพวกนี้มาก็หลอกฉันไม่ได้หรอกน่า!

            เจ้าพวกนี้จะต้องเป็นตัวปลอมอย่างแน่นอน ถ้าหากว่าเป็นพวกพ้องตัวจริงแล้วล่ะก็ไม่มีทางจะโจมตีใส่เขาอยู่แล้ว

            เมอร์คาบาห์!

            ถ้าใช้ดาบของเมอร์คาบาห์ ดาบที่มีสกิล อิลูชั่นเบรกเกอร์ซึ่งทำลายสิ่งปลอมแปลงได้ทุกชนิดจะต้องทำลายพวกตัวปลอมนี้ได้อย่างแน่นอน

            เทวทูตดิ่งลงมาจากด้านบนซัดคมดาบที่แขนมุ่งใส่ กวินทร์ตัวปลอมที่ยืนเยื้องออกมาข้างหน้ามากที่สุด

            แกร๊ง เสียงโลหะแหลมสูงดังขึ้น กวินทร์ยกดาบขึ้นรับดาบของเมอร์คาบาห์ไว้ได้

            อะ

            แต่ว่าดาบของเมอร์คาบาห์น่าจะทำให้ภาพลวงตาหายไปนี่นา แล้วทำไม...

            บนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไม่มีสิ่งใดจะปลอมปนได้หรอก เจ้าปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่านี่คือพลังของเจ้า สิ่งที่เจ้าเรียกว่าพวกพ้องนั้นคือจิตใต้สำนึกของเจ้า

            พระเจ้าพยายามจะบอกว่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเหล่านี้คือพวกพ้องของเขาอย่างนั้นหรือ

            แต่ว่าพวกพ้องของเขาถูกช่วงชิงไป....

            บ้าน่า...

            ตรงนั้นเองที่อิงศรเข้าใจขึ้นมา

            เข้าใจว่าในการเผชิญหน้ากับพระเจ้า สิ่งที่บททดสอบช่วงชิงไปไม่ใช่การพรากด้วยความตาย แต่เป็นการช่วงชิงไปจริงๆ

            อย่างที่บอกไปแล้ววัชพืชเอย ข้าจะฆ่าเจ้า

            โซลาริสส่งข้อความตัดบทมาเพียงแค่นั้น

            และแล้วเหล่าผู้ที่เคยเป็นพวกพ้องร่วมต่อสู้กันมาแต่กลับกลายเป็นทาสของพระเจ้าก็แห่กันเข้ามาโจมตี

            หันดาบเข้าใส่โดยไม่มีความลังเล

            อิงศรจำเป็นต้องป้องกันตัว แม้จะไม่อยากทำร้ายพวกพ้องก็ตาม ยิ่งได้รู้ความจริงว่าที่อยู่ตรงนี้คือพวกพ้องจริงๆ เป็นทุกคนที่ฟื้นคืนชีพกลับมาตามคำบอกเล่าของโซลาริส

            โธ่เว้ย หยุดนะทุกคนฉันไม่อยากทำร้าย...

            แต่หมัดของเมษาไม่ได้ฟังคำพูดนั้น หมัดอัดเข้ามาที่ลำตัวโดยที่ป้องกันไว้ไม่ทัน

            อ่อก

            อิงศรโดนชกจนตัวลอยกระเด็น มิกซ์ยกปืนขึ้นกราดยิงใส่มาในจังหวะนั้น

            เมอร์คาบาห์เข้ามาช่วยกันไว้ให้ใช้ดาบที่แขนปัดกระสุนทุกนัดทิ้ง

            จากนั้นอิงศรก็พลิกตัวยืนด้วยท่าทางโซเซ ความเสียหายจากหมัดของเมษานั้นแสนสาหัสทำเอาลมหายใจไม่คงที่ กระดูกซี่โครงน่าจะหักเขาอังมือแถวลิ้นปี่พลางหอบหายใจ

            แฮ่ก แฮ่ก

            เรี่ยวแรงไม่ยอมกลับมา ตอนที่พยายามจะทรงตัวให้ได้อยู่นั่นเองมิ่งขวัญก็เข้ามาในสายตา

            ขวัญ....

            ดาบของน้องชายตวัดเข้ามาหา อิงศรประสานคันธนูกับดาบต้านรับมันเอาไว้

            ตึง

            แรงปะทะรุนแรงขนาดที่ว่าเท้าทั้งสองข้างเหยียบพื้นจมยวบลงไป ขาแทบจะหักมันเดี๋ยวนั้นเลย

            จำเป็นต้องมีเวลาฟื้นตัวซักสองสามวินาที

            แต่ก็ไม่มีเวลาให้พักนานขนาดนั้น พวกพ้องคนอื่นๆ เริ่มขยับตามเข้ามา

            โอโรจิ!”

            โล่พลังงานทั้งแปดกระจายกันออกไปสกัดกั้นทุกคนไว้ ยกเว้นมิ่งขวัญที่ประดาบกับเขาอยู่แล้วก็กวินทร์

            หมอนั่นอ้อมมาข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แม้แต่ตอนที่โดนควบคุมอยู่กวินทร์ก็ยังเข้าขากับมิ่งขวัญได้จนน่ากลัว

            เอลิกอร์!”

            นั่นเป็นไพ่ใบสุดท้าย

            เขาส่งเอลิกอร์ออกไปหยุดกวินทร์โดยที่ยังทำใจโจมตีใส่พวกพ้องไม่ได้

            หัวใจของเขาสั่งเอลิกอร์ไปโดยอัตโนมัติว่าอย่าทำอันตราย เอลิกอร์จึงแค่เข้าไปขวางไว้

            ทีนี้ก็ว่างไปวินาทีหนึ่ง

            ในหนึ่งวินาทีนี้อิงศรประมวลผลสถานการณ์ของตัวเอง

            ไม่มีปีศาจกับอาคานาร์เหลือแล้ว

            โจมตีใส่พวกพ้องก็ไม่ได้

            ตายอย่างเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น เขาแพ้แล้ว พ่ายแพ้เพราะความอ่อนแอของตัวเอง

            ถ้าอย่างนั้น...

            เมอร์คาบาห์ ไม่ต้องสนใจฉัน ไปจัดการมันเลย!”

            เขาสั่งให้เทวทูตขึ้นไปโจมตีโซลาริส เดิมพันทั้งหมดด้วยชีวิตของตัวเอง

            ถึงจะถูกฆ่าตายอยู่ตรงนี้อย่างน้อยที่สุดก็ต้องฆ่าพระเจ้าให้ได้

            เมอร์คาบาห์บินขึ้นไปตามคำสั่งที่ว่า หลบหลีกกางเขนแสงไปพลางเข้าใกล้ไปพลาง

            แต่ทว่า....

            อาร์เคนไบน์

            เมอร์คาบาห์ถูกวงแหวนแสงล้อมจับเอาไว้กลางอากาศ ด้วยสกิลของนรินทร์

            พวกพ้องส่วนหนึ่งที่โดนโล่ของโอโรจิสกัดออกไปหันไปปกป้องโซลาริส นี่เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดเอาไว้

            เมอร์คาบาห์ที่ขยับหนีไม่ได้ไปพริบตาหนึ่ง ถึงหลังจากนั้นจะใช้ดาบตัดวงแหวนพันธนาการออกแต่ก็เสียท่าให้กับกางเขนแสง

            เขาเสียไพ่ใบสุดท้ายในมือไปแล้ว

            ทำไม่ได้หรอก

            เสียงของมิ่งขวัญดังมาแล้ว...

            สวบ เสียงน่ารังเกียจดังขึ้น เขาถูกแทงหน้าอกทะลุไปถึงด้านหลัง

            ท...ทำไม

            อิงศรเค้นเสียงลอดไรฟันขณะจ้องมองไปที่หน้าของน้องชาย

            ในวินาทีที่จมกับความสิ้นหวังที่สูญเสียเมอร์คาบาห์ไปนั้นช่องว่างเพียงพริบตาก็เปิดขึ้นมิ่งขวัญดึงดาบกลับแล้วใช้โล่กระแทกแขนของเขาจนลอยขึ้น จากนั้นก็แทงเข้ามา

            จากนั้นเสียงของกวินทร์ที่สู้อยู่กับเอลิกอร์ที่ด้านหลังก็ดังขึ้น

            มันจบไปแล้ว

            เอลิกอร์ถูกจัดการลง

            แล้วเมษาที่อยู่ห่างออกไปก็พูด

            นายคิดจะลากทุกคนให้ทรมานต่อไปอีกรึไง

            นรินทร์พูด

            ถึงจะย้อนกลับไปก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนอยู่ดี

            พวกพ้องพากันพูดอย่างสิ้นหวัง บอกว่าความตั้งใจของพวกเขานั้นเป็นไปไม่ได้

            นี่ก็อยู่ในการควบคุมของโซลาริสด้วยอย่างนั้นเหรอ

            จงใจใช้พวกพ้องให้มาเล่นงานเขาแล้วยังให้พูดลิดรอนกำลังใจ เห็นชัดเลยว่าจงใจทำลายความตั้งใจของเขา

            ไม่ได้ผลหรอก...อั่ก

            อิงศรกระอักเลือด เขาค่อยๆ แหงนหน้าเงยมองพระเจ้า

 

อิงศร Lv.144 [/....400:48000.....]

 

            แถบพลังชีวิตที่ใกล้ริบหรี่อยู่เต็มที่ลอยปรากฏขั้นอยู่ตรงกลางสายตาระหว่างตัวเองกับพระเจ้า

            อิงศรยิ้มสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย

            ถึงยังไง...พวกเรา...ก็ไม่ยอมหยุดก้าวต่อไปหรอก

            อิงศรปล่อยดาบที่มือขวาไปแล้วเค้นแรงพลังเฮือกสุดท้ายยกคันศรขึ้นเล็งข้ามหัวน้องชาย ดึงสายธนูทำให้ลูกศรเพลิงปรากฏขึ้น

            เล็งมันไปที่พระเจ้า

            แต่สายตาก็เริ่มพร่ามัวขึ้นมา เพราะเสียเลือดมากเกินไป มือที่จับคันธนูก็สั่นจนเล็งแทบไม่ได้

            แต่ถึงยิงจากตรงนี้ก็ไปไม่ถึงอยู่ดี ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็แค่สู้ต่อไปอย่างจนตรอกจนถึงวินาทีสุดท้าย

            ลมหายใจกำลังจะหมดลงแล้ว

            อย่านะ...อย่าเพิ่งหมดสิ

            ตึกตัก เสียงของหัวใจกำลังเบาลง

            จะต้องทำให้สำเร็จพวกเรายังอยากจะมีชีวิตต่อไปถึงวันพรุ่งนี้นะเฟ้ย

            ตึกตัก

            ตึกตัก

            ตึก..ตัก

 

อิงศร Lv.144 [.....0:48000.....]

 

            แถบพลังชีวิตหายไปจากอิงศร คันธนูในมือถูกปล่อยตกลงพื้นก่อนจะทันได้ยิงออกไป

            เด็กหนุ่มหมดลมหายใจลงตรงนั้น

            ร่างกายพิงลงไปบนตัวน้องชายราวกับจะโอบกอด

 

***อาทิตย์นี้ไรท์งานเข้าเต็มๆ เลยทำให้เขียนต้นฉบับไม่ทันเลยครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ อาทิตย์นี้จึงต้องลงเพียงสองตอนเท่านั้น จะมีอีกตอนในวันเสาร์นี้ครับ อาทิตย์นี้ต้องขอโทษมากๆ เลย****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น