Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 237 : Login 234: ความหมายของมนุษย์ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    25 พ.ค. 61

Login 234: ความหมายของมนุษย์ 2

 

            ไม่ทันแล้ว

            อย่านะ!

            อิงศรวิ่งออกไป

            ทั้งที่มันไม่ทันแล้ว พลังชีวิตของกวินทร์กลายเป็นศูนย์ มันสายเกินไปที่จะช่วยแล้ว

            อย่านะ

            ถึงจะรู้อยู่เต็มอกแต่ขาของเขาก็ยังคงวิ่งต่อไป มุ่งหน้าต่อไป

            แฟรนเซียมจับศพของกวินทร์หันเล็งมาทางนี้แล้วถีบพร้อมกับรูดดาบออก

            แรงถีบนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก เกิดเสียงแหวกอากาศดัง ฟ้าว ขณะที่ศพของกวินทร์ลอยตรงเข้ามา

            อั่ก

            รุนแรงขนาดที่กระแทกกับอิงศรแล้วยังพากันกลิ้งโคโล่ไปข้างหลัง

            ทันทีที่หยุดกลิ้ง อิงศรก็ลุกขึ้นมาดูอาการรุ่นน้อง

            พยายามเรียก

            กวินทร์

           

            แต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับ

            เลือดไหลทะลักออกมาจากรูบนหน้าอก อิงศรพยายามใช้มือปิดรูตรงนั้น

            แต่แถบพลังชีวิตก็เลือนหายไป กวินทร์ตายแล้ว

            กวินทร์ตอบฉันหน่อย

            ช่วยพูดหน่อยเถอะ

           

            กวินทร์…”

            ลมหายใจของกวินทร์หยุดไปแล้ว หยุดไปตั้งแต่ก่อนที่จะมาถึงตัวเขาเสียอีก

            เขารู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว

            รู้อยู่แล้ว แต่ว่า

            โธ่เว้ย!!

            อิงศรเบือนหน้าหนีจากความเศร้าโศกเพื่อไปมองสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่

            แต่ไม่มีใครเหลืออยู่เลย

            ไม่มี มิ่งขวัญ มีนา นรินทร์ เมษา ฟู มิกซ์ พลอย นิว เน็กส์

            ที่นี่ไม่มีพวกพ้องที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่เลย

            เขาตื่นสายเกินไป

            ถ้าหากว่าตื่นขึ้นมาเร็วกว่านี้

            ถ้าตื่นเร็วกว่านี้ล่ะก็

            อึกบ้าเอ้ย!

            อิงศรซัดกำปั้นลงกับพื้นอย่างเจ็บใจและหลั่งน้ำตา

            ไร้สาระ

            มันเป็นเรื่องไร้สาระเสียเหลือเกิน

            ยังมีศัตรูอยู่ตรงนี้แต่เขาก็ยังจะทำเรื่องไร้สาระอย่างหลั่งน้ำตากับทุบพื้นระบายความเจ็บใจ

            ”…”

            แฟรนเซียมยังอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ขยับหรือโจมตีมา

            ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ทั้งที่ไม่รู้อิงศรก็ยังแบกศพของกวินทร์แล้วลุกเดินไปทางที่เขาอยู่ตอนฟื้นขึ้นมา

            ที่นั่นยังมีหัวของซีลอร์ดวางอยู่บนพื้น

            นายยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า

            หัวของซีลอร์ดพูดตอบกลับมา

            ก็เหมือนตายไปครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ ไม่สิเหลือแต่หัวแบบนี้ต้องเรียกตายไปทั้งตัวสินะ

            ซีลอร์ดพูดติดตลกก็จริงแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียบขบขันตามมา

            ในเวลาแบบนี้ก็ยังเล่นมุกตลกทั้งที่มันไม่ขำเอาเสียเลย แต่สาเหตุก็เพื่อไม่ให้เขาเป็นกังวลนั่นแหละ

            จนถึงตอนนี้ทุกคนก็ยังพยายามช่วยเหลือเขาอยู่

            แต่ตนเองกลับช่วยใครไว้ไม่ได้เลย

            ฉันฝากกวินทร์ทีนะ

            อิงศรวางร่างของรุ่นน้องลงข้างๆ ซีลอร์ด แล้วยื่นมือไปปิดดวงตาศพที่เบิกโผลงด้วยความเจ็บปวดในวาระสุดท้ายลง

            “…”

            อิงศรยืนขึ้น กำหมัดแน่น ข่มกดความโศกเศร้าเอาไว้ พยายามปรับระดับเสียงกับน้ำเสียงให้มั่นแล้วถามไปยังฆาตกร

            ฆาตกรที่เลี้ยงดูเขามาตลอดสามปีในโลกที่ล่มสลาย

            โลกที่บิดเบี้ยวแห่งนี้

            นี่คือโลกที่นายต้องการอย่างนั้นเหรอสิงห์

            แฟรนเซียมสะบัดดาบที่มีคราบเลือดของกวินทร์ติดออก เก็บดาบลงฝักที่เหน็บกับเอวแล้วตอบคำถาม

            เออสิ คนที่ไร้ความสามารถก็ยอมรับว่าไร้ความสามารถ คนที่อ่อนแอก็ตายไปซะนั่นแหละคือ            ความถูกต้องของฉันเป็นโลกที่ตรงไปตรงมาไม่มีการย้อนแย้ง

            บิดเบี้ยวเหลือเกิน

            คำพูดของสิงห์ ธุวดารกะ ช่างบิดเบี้ยวสิ้นดี อิงศรหันกลับไปโต้แย้งคำพูดอันบิดเบี้ยวนั่น

            โลกพรรค์นั้นน่ะมันจะดีจริงๆ น่ะเหรอ!

            “…”

            โลกแบบนั้นมันเหลือแต่นายตัวคนเดียวเลยนะ

            ถ้าหากว่ามันเป็นโลกตรมความหมายนั้นจริงๆ คนที่อ่อนแอกว่าสิงห์ก็ต้องตาย

            แต่สิงห์ก็ตอบโดยไม่หยี่ระต่อความจริงข้อนั้น

            ถ้ามันไม่ได้เรื่องกันหมดถึงเหลือฉันแค่คนเดียวก็ไม่เป็นไร แค่นั้นก็พอแล้ว

            นายมันบ้าไปแล้วรึไง โลกไม่ใช่แค่ ดิน ฟ้า อากาศ กับ น้ำ นะแต่มันคือผู้คน เพราะมีผู้คนอยู่อาศัยที่นั่นคอยช่วยเหลือกันผูกพันกันก้าวเดินไปด้วยกันมันถึงได้เป็นโลก…”

            ทว่าสิงห์ ก็พูดแย้งคำพูดของเขา

            มนุษย์มันก็แค่ก้อนเนื้อกับเลือดเท่านั้นแหละ ไอ้โลกที่มีแต่ก้อนเนื้อไร้ประโยชน์อัดกันเนืองแน่นนั่นมันไม่จำเป็นหรอก

            แล้วนายไม่ใช่ก้อนเนื้อกับเลือดด้วยรึไงเล่า

            ฉันเลิกเป็นก้อนเนื้อไร้ประโยชน์นั่นไปตั้งนานแล้ว

            นั่นสิก็ตอนนี้น่ะ

            ที่ยืนอยู่ตรงนี้น่ะ

            ไม่ใช่ก้อนเนื้อกับเลือดที่เรียกว่า สิงห์ ธุวดารกะ แต่เป็นมนุษย์ต่างดาว

            ราชาแห่งมนุษย์ต่างดาวแฟรนเซียม

            นายไม่ใช่มนุษย์แล้วสินะ

            เออ

            นายฆ่ากวินทร์ด้วยเหตุผลแค่นั้นน่ะเหรอ

            ไม่ใช่แค่กวินทร์ วชิระแต่ฉันจะฆ่านายด้วยที่มานี่ก็เพราะเหตุผลนั้นอยู่แล้ว

            “…”

            อิงศรจ้องเขม็งไปยังสัตว์ประหลาดที่สวมหนังมนุษย์ สัตว์ประหลาดที่เป็นอีกความเป็นไปได้หนึ่งของสิงห์ธุวดารกะ แล้วคิดว่าควรจะทำอย่างไรดี

            อีกฝ่าบอกแล้วว่าจะฆ่าเขา

            “…”

            ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ต้องทำก็มีแค่อย่างเดียว

            ในเมื่อที่อยู่ตรงหน้านี่ไม่ใช่มนุษย์ ที่ต้องทำก็คือฆ่าก่อนที่จะถูกฆ่า นั่นเป็นหนึ่งในคำสอนที่ สิงห์ ธุวดารกะ เคยใช้ตอนที่ฝึกฝนเขามา

            อิงศรเริ่มสำรวจตัวเองโดยใช้แค่ความรู้สึก อาวุธของเขายังคงอยู่กับตัว

            ดาบยังเหน็บอยู่ที่เอว

            แต่หน้าไม้ไม่อยู่ คงหลุดมือไปตอนที่ตัวเองหมดสติ

            กลับมา

            พอพูดแบบนั้นคันธนูที่เป็นรูปแบบดั้งเดิมของหน้าไม้ก็โผล่ขึ้นมาอยู่ในมือ เป็นฟังก์ชันอย่างหนึ่งสำหรับอาวุธอยู่แล้วเมื่อมันหลุดจากมือเจ้าของไปไกลมาก หากอาวุธยังไม่พังเสียหายระบบก็จะทำการเก็บอาวุธลงในคลังพิเศษเพียงแค่เรียกให้กลับมามันก็จะกลับมาอยู่ในมือ

            “…”

            ถึงอาวุธจะกลับคืนมาได้ แต่ชีวิตของพวกพ้องก็ไม่กลับคืนมา

            ถึงจะฆ่าแฟรนเซียมลงตรงนี้ก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมาอยู่ดี

            แต่เขาจะถอยไม่ได้แล้วจะตายอยู่แค่ตรงนี้ไม่ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นทุกคนคงจะโกรธเขาแย่เลย

            จะต้องก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินไปข้างหน้า ไปทำให้พระเจ้าที่ยังเหลืออยู่อีกหนึ่งยอมสยบให้กับมนุษย์

            ยอมให้มียุคสมัยของมนุษย์

            ดังนั้น

 


 

            แฟรนเซียมมมมมม!!

            อิงศรเปลี่ยนคันธนูเป็นหน้าไม้ทันทีหลังจากตะโกน เขาเล็งหน้าไม้ใส่สัตว์ประหลาดที่เลี้ยงดูตัวเองมา

            ขณะเดียวกันแฟรนเซียมก็แสยะยิ้มแล้วยื่นมือขึ้นไป เมือกสีดำคล้ายแผ่นฟิมล์บางๆ ที่กำบังแสงจากด้านบนซึ่งอิงศรยังไม่รู้ว่าคืออะไร ส่วนหนึ่งของมันย้อยลงมาที่มือแฟรนเซียม

            เขาจับมันไว้แล้วแล้วเมือกก็กลายเป็นดาบ

            ดาบมังกรเทวะ

            มาเลย!

            แฟรนเซียมตวัดดาบพร้อมกับพุ่งเข้ามา

            ความเร็วระดับราชามนุษย์ต่างดาวที่ไม่ว่าจะพยายามมองดูซักกี่ครั้งก็ตามไม่ทัน แม้แต่ตอนที่ตัวเองมีเลเวลเทียบเท่ากับอีกฝ่ายแล้วก็ตาม

 

อิงศร Lv.144 [/////48000:48000/////]

Francium Lv. 144 [/////100000:100000/////]

 

            แค่ตัวเลขพลังชีวิตก็เทียบกันไมได้ไปแล้ว ส่วนต่างที่มากถึงขนาดนี้คงจะเป็นเพราะเผ่าพันธุ์

            ฮึ่ย!”

            อิงศรชักดาบจากเอว แต่ไม่ได้แกว่งมันเพื่อโจมตีเขายกดาบขึ้นมาป้องบริเวณใกล้กับคอ

            แกร๊ง เกิดเสียงโลหะแหลมสูงแล้วตัวเขาก็ถอยครูดไปข้างหลังด้วยแรงปะทะเทียบเท่ากับถูกรถบรรทุกทั้งคันทุ่มใส่

            แฟรนเซียมอยู่ตรงหน้านี่เอง เข้ามาใกล้ได้แบบไม่ทันรู้ตัว

            ถ้าเมื่อกี้ไม่ฉุกใจคิดเรื่องป้องกันเอาไว้ก่อนแล้วปล่อยใจไปกับเรื่องการโจมตีเพราะเห็นว่าระยะห่างมีอยู่มากและตัวเองที่โจมตีระยะไกลได้เปรียบ ป่านนี้หัวกับตัวคงแยกกันอยู่ไปแล้ว

            แต่ถึงจะรับไว้ได้ก็ยังโดนเบียดจนถอยครูดไปข้างหลังอยู่ดี

            หนัก

            ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย นี่น่ะเหรอพลังของแฟรนเซียม

            อิงศรจ้องมองไปที่ดาบซึ่งปะทะเข้ามา แต่ว่านั่นไม่ใช่ดาบมังกรเทวะ

            นี่มัน

            แต่เป็นดาบธรรมดาที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นปีศาจเอาไว้

            ตอนนั้นเองแฟรนเซียมก็หยุดดันดาบเข้ามาแล้วร่ายสกิล

            ซัมมอนซอร์ดเทคนิค

            หน้าจอระบบปรากฏขึ้นเหนือใบดาบ แฟรนเซียมทิ่มนิ้วลงไปบนจอนั่นด้วยความเร็วที่ตอบโต้ไม่ทันทำให้หน้าจอหายไป

            และแล้ว ปีศาจที่ติดตั้งอยู่ในดาบก็ทำงาน

            ติดตั้งชิงหลง กระบวนท่าลับเทพมังกรไร้ใจ

            วินาทีถัดมาร่างของแฟรนเซียมก็ถูกห่อหุ้มด้วยไฟสีเขียวคล้ายกับมังกร

            ห๊ะ

            อิงศรระมัดระวังตัวทันที ลับสัมผัสของทั้งร่างให้ตอบสนองอย่างว่องไวที่สุด เพราะปล่อยให้ฝ่ายนั้นร่ายสกิลเสร็จไปเสียแล้ว

            ถ้าใช้สกิลก็หมายความว่าแฟรนเซียมกำลังใช้พลังของสิงห์ที่มีอาชีพซัมมอนเนอร์ โดยพื้นฐานแล้วเป็นอาชีพที่เน้นหนักไปที่การใช้แอพพลิเคชั่นปีศาจหรือไม่ก็การสร้างสิ่งไร้ชีวิตขึ้นมาต่อสู้แบบมีนา

            ที่ขา...

            อิงศรผ่อนแรงที่ยันดาบแล้วถีบตัวกระโดดทิ้งระยะห่างออกจากแฟรนเซียม

            ไม่นานนักพื้นตรงที่เขาถอยออกมาก็มีรากไม้ไชทะลุขึ้นมา รากไม้ปลายเรียวแหลมราวกับหอก

            เหมือนกันไม่มีผิด เหมือนกับที่สัตว์เทวะมังกรใช้ในเรดบอสที่ค่ายกรุงเทพ

            อิงศรร่อนลงบนพื้นห่างออกไปพอประมาณ

            แต่มันไม่พอหรอก เลิกคิดเรื่องสู้ระยะไกลไปเลยจะดีกว่า

            เมื่อคิดได้ดังนั้น อิงศรจึงเปลี่ยนหน้าไม้กลับมาเป็นคันธนูแล้วรีบจัดท่าเป็นแบบสู้ประชิดตัวแทน

            ท่าร่างที่ใช้คันธนูต่างดาบและใช้ดาบสั้นช่วยป้องกัน

            ท่าร่างของแบทเทิลเรนเจอร์

 

            ซัมมอนซอร์ดเทคนิก!”

            พริบตาที่ตั้งท่าร่างเสร็จ แฟรนเซียมก็ขยับเข้ามาใกล้อีก พร้อมกับกดหน้าจอคำสั่งที่ลอยอยู่ข้างๆ ดาบ

            ติดตั้งไป๋หวู่ กระบวนท่าขย้ำ เทวะพยัคฆ์คำรน

            อิงศรก็ร่ายสกิลสวนกลับออกไปเหมือนกัน

            ครอสวูฟล์!”

            เขาประสานดาบกับคันธนูแล้วตวัดพวกมันออกไปพร้อมๆ กัน ไฟที่เหมือนกับหมาป่าสีเทาพุ่งออกไป

            ทว่า แฟรนเซียมก็ใช้แค่มือเปล่ารับเอาไว้แล้วบีบขยี้ทิ้งอย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามการป้องกันเมื่อกี้เป็นการใช้สกิลที่ร่ายไปแล้ว ดูเหมือนว่าแอพฯของ เสือขาวจะเพิ่มพลังให้มือเปล่าเป้นอย่างมากนั่นเอง

            แฟรนเซียมยังคงบุกอย่างต่อเนื่องคราวนี้ก็เปลี่ยนไปใช้แอพฯที่ได้จากสัตว์เทวะทั้งสี่เมื่อตอนนั้น

            ติดตั้งจูเชว่

            คราวนี้เป็นหงส์ไฟงั้นสิ

            อิงศรเรียกหน้าจอคลังขึ้นมาแล้วล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษยันต์ปึกใหม่ออกมาสอดใส่แขนเสื้อ ดึงหนึ่งในนั้นออกจากปึก เนื่องจากตอนนี้ไม่ได้ใช้อาวุธเทคนิคัล สกิลโหลดยันต์อัตโนมัติเลยไม่ทำงาน กว่าจะเตรียมการเสร็จก็แทบจะไม่เหลือเวลาให้ร่ายสกิลแล้ว

            ค่ายกลสังหาร วิหกไฟชำระ

            แฟรนเซียมหมุนตัวตวัดดาบ คลื่นไฟคล้ายหงส์พุ่งตรงมาที่นี่

            อิงศรตั้งคันธนูแล้วขึ้นลูกดอกด้วยยันต์

            ชาร์คชู้ต

            ร่ายสกิลยิงฉลามน้ำออกไปดับคลื่นไฟ

            เสียงปะทะกันของสกิลทั้งสองดัง ฉู่ แล้วทำให้ไอน้ำพวยพุ่งออกมาจนบดบังทัศนวิสัย

            ซัมมอนซอร์ดเทคนิก

            แฟรนเซียมกระโจนขึ้นมาจากกลุ่มไอน้ำ

            ติดตั้งเสวียนอู่ ดาบดาราเต่ามังกรเยือกแข็ง

            ตัวดาบกลายเป็นน้ำแข็ง แฟรนเซียมตวัดดาบนั้น น้ำแข็งที่เกาะอยู่บนดาบกะเทาะตัวหลุดออก

            เศษน้ำแข็งที่หลุดออกมารูปร่างเหมือนลิ่ม โปรยลงมาดั่งสายฝน

            ชิ

            อิงศรเดาะลิ้นแล้วเร่งฝีเท้าวิ่งหนีออกห่างจากระยะโจมตี แต่เพราะรู้ตัวช้าไปเพียงเล็กน้อยทำให้มีลิ่มน้ำแข็งบางส่วนกระเด็นเข้ามาเฉือนเนื้อไหล่จนมีเลือดไหลซึมออกมา

            เมื่อหนีมาได้เขาใช้มือข้างที่จับดาบสั้นกดไหล่ซ้ายที่บาดเจ็บ แล้วหันกลับไปเผชิญหน้า

            ทว่า แฟรนเซียมไม่ยอมปล่อยให้เขาได้พัก เจ้านั่นร่ายสกิลต่อเนื่อง

            ติดตั้งโควริว บัญชาแห่งเทพ มังกรสวรรค์สร้างโลก

            แล้วแทงดาบออกมา ปลดปล่อยสายฟ้าจำนวนมากพร้อมกับเสียง เปรี้ยง บาดหูดังสนั่นไปทั้งลิฟต์

            การโจมตีนั้นรวดเร็ว เพราะเป็นการโจมตีด้วยความเร็วระดับสายฟ้า

            สายฟ้าจะฉีกร่างของเขาเป็นชิ้น หากรับไว้ไม่ได้

            ไม่สิ ห้ามรับไว้เด็ดขาดถ้ารับจะต้องตาย

            แต่ว่าก็ไม่มีจังหวะให้หนีเหมือนกัน

            “…”

            อิงศรจ้องมองสายฟ้าที่กำลังจะคร่าชีวิต จ้องมองมันจนดวงตารู้สึกแสบขึ้นมาเพราะความสว่างเจิดจ้า

            ช่างเป็นสายฟ้าที่เชื่องช้าเสียจริง... หรือต้องบอกว่าสัมผัสของร่างกายที่มีเลเวลเท่ากับราชครูมนุษย์ต่างดาวทำให้มันดุช้าลงกันนะ

            การที่แฟรนเซียมโจมตีต่อเนื่องด้วยสกิลของซัมมอนเนอร์ แต่กลับไม่ใช้ดาบมังกรเทวะ

            นี่คิดจะดูถูกเขาอยู่หรือว่ากำลังประเมินพลังอยู่กันนะ

            หรือเพราะว่าเลเวลที่เพิ่มขึ้นเลยทำให้ไม่รู้ถึงฝีมือที่แท้จริงของเขาในเวลานี้

            ให้ตายสิ

            อิงศรพูดเหมือนประชด

            ทำไมถึงได้เหมือนกันขนาดนี้นะ เพราะเขาเองก็กำลังลองเชิงแฟรนเซียมอยู่เหมือนกันถึงได้หนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้แต่จนแล้วจนรอด แฟรนเซียมก็ยังไม่ปล่อยไม้เด็ดออกมา

            ในเมื่อตอนนี้ไม่มีลูนาริสอยู่ที่นี่แล้ว ก็เท่ากับว่าใช้พลังของปีศาจได้อย่างเต็มที่รวมถึงอาคานาร์ด้วย

            ใช้สูตรโกงได้อย่างไม่จำกัดแล้ว

            ถ้างั้นก็จะเริ่มโกงล่ะนะ

            แฟรนเซียมไม่ใช่แกคนเดียวที่ใช้มังกรได้หรอกนะ

            อิงศรยื่นมือออกไปตอนที่สายฟ้าเกือบจะเข้ามาถึง

            อาคานาร์ฟอร์ซ เดอะเดธ ยามาตะโนะโอโรจิ

            พริบตานั้นเอง โล่แสงก็ปรากฏขึ้นด้วยกันแปดวงปกป้องเขาจากสายฟ้า

            อวาแทรนซ์

            มือของอิงศรเปล่งแสง แสงที่จะเพิ่มพลังให้กับปีศาจ แสงซึ่งมอบโชคชะตาให้

            โล่ที่ได้รับพลังไปก็สะท้อนสายฟ้ากลับไปหาแฟรนเซียม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น