Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 234 : Login 231: คมหอกทะลวงแห่งคำสาบาน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 พ.ค. 61

Login 231: คมหอกทะลวงแห่งคำสาบาน 1

 

            ครืน ครืน

            เสียงดังกึกก้องคล้ายฟ้าร้องดังแว่วลงมาจากเบื้องบน

            จากจุดที่อยู่สูงขึ้นไปเหนือดวงจันทร์ของพระเจ้า

            มิ่งขวัญจ้องเขม็งขึ้นไปด้วยสายตาที่ดีเยี่ยมกับสัมผัสเหนือมนุษย์ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวเขารู้สึกถึงความกดดันอันแปลกประหลาดจากข้างบนนั้น

            เป็นความกดดันที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดเทียบเท่ากับพลังของลูนาริสที่อยู่ตรงนี้เลยทีเดียว

            แสงสว่าง

            นั่นมัน…แสงงั้นเหรอ”

            แสงสว่างกำลังเคลื่อนตัวลงมาจากท้องฟ้า ราวกับน้ำตกที่ไหลบ่าลงมา

            เสียงหวีดหวิวเหมือนกับมีอะไรแหวกอากาศดัง ฟ้าว แล้วพริบตาถัดมา

            ตูมมมม!! เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับการสั่นสะเทือนของลิฟต์

            เหวอ”

            กวินทร์ที่ช่วยพยุงตัวอิงศรอยู่อีกข้างส่งเสียงขณะเซถลาไปตามแรงสะเทือน แต่มิ่งขวัญจิกเท้ากับพื้นรอตั้งแต่ก่อนที่แสงสว่างจะตกกระทบใส่ลิฟต์ไปแล้ว

            แสงสว่างทะลวงผ่านพื้นที่ตรงกลางลิฟต์ลงไปด้านล่าง แสงเจิดจ้าทำให้ดวงตาพร่ามัวไปชั่วขณะ

            มิ่งขวัญยกโล่ขึ้นกำบังหลบสายตาจากแสงสว่างที่เจิดจ้าเกินไปนั่น

            “...อึก นี่มัน”

            มิ่งขวัญหวนนึกถึงเหตุการณ์ในสนามรบที่ชายหาดในความครอบครองของเมตไตรย แสงสว่างที่ตกลงมาแผดเผาทุกสรรพสิ่งเป็นเถ้าถ่านในพริบตาหลังจากที่ลูนาริสกลับไป

            มันคือแสงเดียวกัน…

            กวินทร์พูด

            นี่มันเหมือนกับที่สนามรบตอนนั้นเลยนี่”

            แล้วก็มีเสียงดังมาจากทางด้านหลัง

            ซุปเปอร์โนว่าน่ะ”

            กวินทร์หันไปถามเจ้าของเสียงซึ่งก็คือซีลอร์ดนั่นเอง

            ซ...ซุปอะไรนะ”

            ซุปเปอร์โนว่าเป็นพลังของโซลาริสมันจะลบทุกอย่างให้หายไปได้อย่างหมดจดเลยล่ะที่พวกเธอเห็นกันตอนที่อยู่บนสวนน่ะมันเป็นส่วนปลายของพลังไปแล้วเลยแค่เผาทุกอย่างจนกลายเป็นขี้เถ้าแต่ถ้าโดนอันนี้ไปล่ะก็ไม่ต้องถามถึงเรื่องชุบชีวิตเลย เป็นการลบทิ้งไปแบบที่ไม่ให้กู้ข้อมูลคืนมาได้เลยล่ะ”

            เนื้อหาที่ซีลอร์ดพูดมานั้นมิ่งขวัญสนใจอยู่เพียงแค่ ‘การชุบชีวิต’ ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นมาแล้วว่าหมอนี่คืนชีพให้คนตายได้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นเหล่าครอบครัวที่ตายไป พวกพ้องที่เสียสละไปก่อนหน้านี้ก็น่าจะ…

            แต่ซีลอร์ดก็พูดขัดความคิดนั้นทันที

            เสียใจด้วยนะกรณีนั้นเป็นข้อยกเว้นน่ะแล้วถึงอยากทำผมก็ทำแบบนั้นบนระบบอาคาชิกไม่ได้ด้วยพวกเธอที่ผ่านเทอร์มินัลมาแล้วก็เหมือนถูกแปลงสภาพจากเลือดเนื้อภายในสวนเป็นข้อมูลชนิดเดียวกับตัวผมในตอนนี้ไปแล้ว”

            เพราะอ่านใจมิ่งขวัญอยู่จึงรู้ว่าตอนนี้มีความขุ่นมัวของอารมณ์เกิดขึ้น

            ถ้าพวกเธอเอาชนะเกมนี้ได้แล้วย้อนกลับไปแค่นั้นปัญหาก็จบแล้วนี่”

            สรุปก็คือไม่สามารถชุบชีวิตในระหว่างเกมได้นั่นเอง

            บนเกมฆ่าฟันกับพระเจ้าการชุบชีวิตถือว่าเป็นการโกงสินะ

            ถึงโกงไปก็ไม่ชนะอยู่ดีนั่นแหละ”

            มิ่งขวัญตัดพ้อแล้วพักเรื่องการชุบชีวิตคนที่ตายไปแล้วไว้เพียงแค่นั้นแล้วคิดถึงเรื่องที่ต้องทำ

            ต้องช่วยที่ยังเหลืออยู่ที่นี่ให้ได้ก่อน

            ต้องมีชีวิตรอดจึงจะจบเกมนี้ได้

 

            ดวงจันทร์ที่อยู่ห่างออกไปเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เสาแห่งแสงที่ปักอยู่ตรงกลางลิฟต์

            มันหมุนรอบตัวเองไปด้วยขณะที่มุดเข้าไปใต้ลำแสงแล้วผิวหินอันเงางามก็ทำให้เสาแสงสะท้อนออก

            การหมุนของมันทำให้แสงกระจายไปทั่วทั้งท้องฟ้ารวมถึงสาดลงมาที่ลิฟต์

            แสงแผดเผาพื้นลิฟต์ ตรงส่วนนั้นก็หายวับไปในพริบตา ที่ว่าถูกลบอย่างสมบูรณ์คือแบบนี้เอง

            ถ้าโดนเข้าไปก็คือเกมโอเวอร์เลย

            แม้แต่ศพของพวกพ้องที่เกมโอเวอร์ไปแล้วก็ถูกลบหายไปทันทีที่สัมผัสถูกแสงสว่าง เพียงแค่หายวับไปเหมือนอากาศธาตุ

            รีบหนีก่อนเถอะ”

            มิ่งขวัญพูดแล้วหุบปีกของชุดอัศวินทองคำรวมถึงสลายวงแหวนเพลิงบนหลังออก เป็นเหมือนกับการดับเครื่องชั่วคราว แล้วหิ้วปีกอิงศรเดินมุ่งหน้าเข้าไปใกล้ใจกลางของลิฟต์

            รอแปบนะ”

            กวินทร์พูดอย่างนั้นแล้ววิ่งไปอุ้มซีลอร์ดขึ้นมาจากพื้น

            เบากว่าที่คิดแหะ”

            รีบๆ เข้าเถอะน่าเดี๋ยวก็ตายหรอก”

            มิ่งขวัญเร่งแล้วเดินนำไปก่อน กวินทร์ไล่ตามมาทีหลัง

 

            แสงค่อยๆ กลืนเข้ามาจากวงนอก แค่ไม่กี่วินาทีลิฟต์ที่กว้างเหมือนสนามฟุตบอลก็หดเล็กลงเหลือแค่หนึ่งในสาม

            ยิ่งขยับหนีก็ยิ่งเข้าไปอยู่ใต้เงาของดวงจันทร์ พวกเขาเข้าไปเกือบถึงใจกลางของลิฟต์แต่ว่าตรงใจกลางนั่นก็ยังมีหลุมกลวงที่เกิดจากลำแสงที่ตกลงมากระทบตอนแรกอยู่ทำให้พื้นที่หลบมีจำกัด

            และแล้ว…

            แสงก็ขยับมาจนถึงจุดในสุดเท่าที่มันจะสะท้อนไปได้ ลิฟต์เหลือพื้นที่กว้างเท่าเงาของดวงจันทร์เท่านั้น เส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 20 เมตรได้

 

            กวินทร์พูด

            เอาไงต่อดีล่ะเนี่ย”

            มาถามฉันแล้วจะไปถามใครกันเล่า”

            มิ่งขวัญจ้องไปยังอิงศรที่ยังหมดสตินอนเกยคางอยู่บนไหล่ของเขาแล้วภาวนาภายในใจให้พี่ชายฟื้นเสียที

            “…”

            ไม่ไหวแบบนี้จะเสร็จมันเมื่อไหร่ก็ขึ้นกับเวลาแล้ว”

            เวลาที่ว่าก็คือจนกว่าลูนาริสจะหาวิธีเบี่ยงลำแสงลงมาใต้เงาตัวเองให้ได้หรือเร็วกว่านั้นก็คือ…

            มันมาแล้ว!”

            กวินทร์โพล่งแล้วทิ้งตัวซีบอร์ดลงพื้นไปพร้อมกับชักดาบที่เหน็บหลังออกมา

            พระจันทร์กำลังตกลงมา

            ไม่สิมันแค่หยุดลอยขึ้น แค่รอให้ลิฟต์พาพวกเขาขึ้นไปโดนบดซะเอง นั่นคือทางที่เร็วที่สุดในการกำจัดพวกเขา คือบดขยี้ไปพร้อมกับลิฟต์ที่เหลือพื้นที่เท่าเงาของดวงจันทร์

            ก่อนที่ลิฟต์จะดันพวกเขาขึ้นไปชนกับพระจันทร์ กวินทร์ก็ยกดาบขึ้นไปยันกับพื้นผิวของดวงจันทร์เอาไว้ โดยเปลี่ยนลูกแก้วพลังบนดาบเป็นสีทอง

            คมเขี้ยวทองคำตัดผ่านจันทรา มิคาสึกิ มุเนะจิกะ”

            ออร่าพลังแผ่พุ่งออกมาจากร่างของกวินทร์ ออร่าสีทองคล้ายสุนัขป่าห่อหุ้มกวินทร์ไว้

            ด้วยพลังของออร่านั่นช่วยให้กวินทร์มีพลังพอจะยืนค้ำลิฟต์กับดวงจันทร์ได้

            แบบนี้คงได้ซัก…พัก…อึ้ยยย”

            ลิฟต์หยุดแล้วก็จริง แต่ต่างกายของกวินทร์ที่เป็นเสาค้ำก็สั่นสะท้านไปหมด ดูเหมือนว่าออร่าสีทองนั่นจะช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแกร่งเพียงพอจะยันลิฟต์เอาไว้ได้ไม่นานนัก

            มิ่งขวัญหันไปทางซีลอร์ด

            เฮ้ นายน่ะรู้วิธีเอาเจ้านี่ลงไปข้างล่างไหม”

            กล่าวคำถามพลางตบมือไปที่พื้นลิฟต์ แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลย

            ทำไม่ได้หรอก เทอร์มินัลถ้าทำงานแล้วจะต้องขึ้นไปถึงข้างบนสุดก่อนเท่านั้นถึงจะลง”

            มิ่งขวัญสบถให้กับคำพูดนั่น

            บ้าจริง…”

            จู่ๆ ลิฟต์ก็สั่นแล้วเริ่มตกลงไป

            เหวอ”

            ทิวทัศน์รอบๆ ที่โดนอาบย้อมด้วยแสงกำลังไหลขึ้นไป พวกเขากำลังตกลงไปข้างล่าง

            เจ้านั่นมันดันลงมางั้นเรอะ”

            กร๊อบ

            เสียงกระดูกลั่นดังมาจากร่างของกวินทร์ที่เริ่มจะคานน้ำหนักของลิฟต์กับดวงจันทร์เอาไว้ไม่อยู่

            ชิ มาได้แค่นี้เอง…อั่ก”

            เสียงกระดูกลั่นร้าวดังระรัว กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ

            ร่างกายของกวินทร์กำลังจะถูกบดขยี้ กระดูกซี่โครงน่าจะแหลกไปบ้างแล้วลำตัวของกวินทร์ถูกกดทับจนยู่ยี่

            ที่ยังยืนค้ำได้อยู่นี่คงเป็นพลังยึดเหนี่ยวของสกิลล้วนๆ

            ถึงจะเจ็บปวดทรมานขนาดไหนแต่กวินทร์ก็กัดฟันทนเอาไว้ จนใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด

            เฮ้ย ทำใจดีๆ ไว้นะ!”

            มิ่งขวัญวางอิงศรลงแล้วดันแขนขึ้นไปช่วยแบกพระจันทร์อีกแรง แต่ก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย

            พระจันทร์กดทับลงมา ความหนักนั้นต่อให้มนุษย์ต่างดาวจะแบกตึกได้ทั้งหลังก็ยังไม่พอ

            แขนถูกดันลงมาเรื่อยๆ

            กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ

            “…อึก”

            กระดูกของกวินทร์ลั่นเสียงราวกับกรีดร้อง โดยที่เขาช่วยอะไรไม่ได้

            ฟังจากเสียงนั่นกระดูกซี่โครงคงแหลกไปแล้ว กวินทร์ทรุดเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้น พยายามเหยียดแขนดันพระจันทร์ให้มีความสูงเทียบเท่าเดิม

            แต่อวัยวะในร่างกายก็เสียหายไปมาก

            อั่ก…แค่ก แค่ก”

            กวินทร์กระอักเลือดออกมา มิ่งขวัญมองดวงตาที่ใกล้จะหมดสติของกวินทร์ด้วยความเป็นห่วง

            “…”

            แล้วสบถคำราม

            โธ่เว้ย จะทำยังไงดีเนี่ย!”

            พยายามกวาดสายตามองหาสิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้

            แต่ว่าที่นี่ไม่มี… มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ

            รอบด้านถูกโอบล้อมด้วยแสงมฤตยูกับความสูงที่ให้ขยับตัวมีพอแค่ให้นั่งยองๆ เท่านั้น

            มิ่งขวัญมองขึ้นไปที่ดวงจันทร์แล้วคิดว่าทางเดียวที่จะรอดก็คือทำลายมันทิ้ง

            แต่จะทำยังไง?

            ถ้าโจมตีด้วยท่าที่มีพลังงานสูงแล้วไม่ได้ผลขึ้นมา แรงสะท้อนจะเป่าเขากับกวินทร์แล้วก็จะโดนพระจันทร์ทับตายกันหมด

            ในเวลาแบบนี้ถ้าศรอยู่ด้วยล่ะก็…

            มิ่งขวัญเหลือบสายตาไปยังพี่ชายที่ยังคงไม่ได้สติ

            ถ้าเป็นศรจะทำยังไง

            เวลาแบบนี้จะคิดหาทางออกได้รึเปล่านะ

            คิดสิ คิดสิ คิดสิ

            คิดเข้าไปเซ่!

            มิ่งขวัญเร่งเร้าตัวเองแบบนั้น แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก พลางก็นึกสมเพชตัวเองที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเอาแต่โยนหน้าที่นั้นให้พี่ชายอยู่เสมอ

            แล้วไงล่ะ ทีนี้พอต้องคิดเองก็เลยคิดอะไรไม่ออกเลย

            “…”

            มิ่งขวัญเหม่อมมองดวงจันทร์อย่างสิ้นหวัง ภายในสมองมีแต่ความสิ้นหวังหมุนวนไปมา

            จบแล้ว

            จบแล้วล่ะ

            มันจบสิ้นไปแล้ว

            มีแต่ทางตัน จะคิดหาทางออกอย่างไรก็มืดแปดด้านไปหมด ทั้งที่รอบตัวตอนนี้สว่างไสวเสียยิ่งกว่ายืนอยู่กลางแดดในช่วงเที่ยงวันเสียอีก

            พระจันทร์ยังคงหมุนไปหมุนมา เสียงเสียดสีกับดาบของกวินทร์และเสียกระดูกลั่นบรรเลงคลอกันคลอกันมาราวกับจัดคอนเสิร์ต

            ชื่อเพลงคงจะเป็น ‘ความตายสูงแค่เมตรครึ่ง’ ล่ะมั้ง ตอนนี้เหลือระยะทางก่อนโดนบดอยู่แค่นั้น

            “…”

            “…”

            “…นั่นมัน”

            ตอนนั้นเอง มิ่งขวัญก็สังเกตเห็นเข้าจนได้

            พระจันทร์ที่หมุนอยู่กำลังหันด้านของมันไปเรื่อยๆ เพื่อให้แสงสว่างสะท้อนออกไปแล้วมันก็หันด้านๆ หนึ่งที่มีตำหนิมา

            ตำหนิสีดำเล็กๆ ปรากฏอยู่บนผิวสีขาวนวลของดวงจันทร์

            รอยร้าว

            รอยร้าว ขนาดเท่ารูมดและยังแตกไม่ลึกนัก

            รอยร้าวที่สายฟ้าของอิงศรทิ้งไว้นั่นเอง

            ถ้าใช้นั่นล่ะก็...

            บางทีอาจจะใช้ได้ ถ้าทะลวงให้มันขยายรูกว้างกว่านี้ได้ล่ะก็

            ถ้าผิวสะท้อนที่ราบเรียบคือตัวทำให้แสงมฤตยูนี่ไม่สามารถลบดวงจันทร์ได้ล่ะก็

            ถ้าเกิดว่าทำรอยตำหนิขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ล่ะก็

            ...ตอนที่มันหันด้านขึ้นไปโดนแสงสว่างก็จะโดนลำแสงทำลายเสียเอง

            “….”

            ดูเหมือนพระเจ้าจะยังไม่รู้ตัวว่าพี่ชายได้สลักรอยแผลที่จะนำพามันไปสู่ความตายลงไว้ที่ร่างแล้ว

            แต่การจะทำแบบนั้นก็จำต้องเอาตัวเข้าแลกอยู่เหมือนกัน โอกาสมีแค่เสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะหันด้านที่มีรอยร้าวกลับขึ้นไป จะต้องทุ่มพลังทั้งหมดแหวกรูเท่ามดนั่นให้กว้างขึ้น

            “….”

            หากพลาดขึ้นมาก็จะตายเปล่าแล้วต่อให้ทำสำเร็จก็ยังเสี่ยงจะถูกแสงสว่างที่สูญเสียการควบคุมพุ่งเข้ามาเล่นงานเอาได้เหมือนกัน

            ที่พระเจ้าว่าจะร่วมมือกันกำจัดพวกตนเป็นความจริง การผสานอันสมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นนี้หากไม่สละชีวิตของใครซักคนก็เอาชนะไม่ได้หรือต่อให้สละไปแล้วก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ด้วยซ้ำ

            ถ้างั้น....

            จะต้องตาย

            ตัวเองจะต้องตายเพื่อต่อชีวิตให้ทุกคนที่นี่

            “….”

            แต่ถ้าไม่ทำก็จะตายกันหมดเหมือนกัน

            “….”

            มิ่งขวัญก้มหน้าลง จ้องมองใบหน้าของพี่ชายที่ยังไม่ได้สติด้วยสายตาเว้าวอน

            อิงศรจะเป็นอย่างไรต่อถ้าหากว่าเขาตายขึ้นมา

            จะถูกฆ่าตายเอาทีหลังหรือจะฟื้นขึ้นมาแล้วเศร้าเสียใจและโทษตัวเองอีก

            จะอย่างไหนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

            ม...ไม่...ไม่ไหวแล้ว..”

            กวินทร์ร้องครางอย่างสิ้นหวัง แขนที่แบกดาบค้ำยันดวงจันทร์เอาไว้เริ่มหักงออย่างผิดรูปผิดร่าง

            กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ

            กระดูกกำลังกรีดร้องอย่างทรมาน กรีดร้องว่ามันไม่อาจต้านทานน้ำหนักแห่งบาปที่พระเจ้าประทานให้ไหวต่อไปอีก

             ผิวของดวงจันทร์บดขยี้ลงมา

            ขณะเดียวกันด้านที่มีรอยตำหนิก็ใกล้จะหมุนวนขึ้นไปข้างบน

            ถ้าหากยังมัวลังเลต่อไปนอกจากจะไม่เหลือช่องว่างความสูงพอให้ทุ่มพลังโจมตีใส่ แต่รอยร้าวนั่นยังจะหนีไปได้อีก

            ต้องรีบตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้

            กวินทร์”

            อะไร”

            ฉันจะเชื่อใจนาย”

            มาพูดเรื่องแบบนั้นเอาป่านนี้แค่ก

            ...เนี่ยนะ แต่ก็ดีใจที่ได้ยินก่อนตายแหละได้เป็นเพื่อนกับขวัญเนี่ย อึก...ดีใจที่สุดเลย”

            เพราะงั้นฝากศรด้วย”

            เอ๋”

            มิ่งขวัญจับหอกมั่นด้วยสองมือ กวินทร์ยังคงเรียกถามเขาอยู่

            คิดจะทำอะไร...”

            แต่มิ่งขวัญเมินเสียงนั้น กางปีกที่หุบออก เรียกวงแหวนเพลิงสีฟ้าครามให้ออกมาอยู่ตรงหน้า

            “...ขวัญ”

            อย่านะ...อย่าไปนะ”

            ขวัญญญ!!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น