Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 232 : Login 229: Geis แห่งความตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

Login 229: Geis แห่งความตาย

 

            นั่นมันอะไรน่ะ

            อิงศรถามตัวเองเช่นนั้นเมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังอีกโฉมหน้าของพระเจ้า

            โฉมหน้าอันอัปลักษณ์ที่พระเจ้าซุกซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อคลุมสีเหลืองเบื้องหลังดวงจันทร์นั่น

            ภายใต้หมวกของเสื้อคลุมได้ปิดซ่อนใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวราวกับอสูรปีศาจเอาไว้

            ผิวหนังดำซีดเหมือนซากศพ

            ดวงตาข้างหนึ่งเป็นสีแดงก่ำดั่งเลือด ดวงตาอีกข้างขาวสนิทไม่มีลูกนัยน์ตาดำเหมือนทำตาเหลือก ปากอ้าเผยอตลอดคอยอวดคมเขี้ยวนับร้อยซี่เรียงกันอย่างน่ารังเกียจราวกับฟันของปลาปิรันย่า

            ทำไมแอดมินสเทรเตอร์ผู้ที่เป็นดั่งพระเจ้า เป็นผู้สร้างที่ได้รับการเคารพบูชาว่าศักดิ์สิทธิ์ถึงได้ซุกซ่อนรูปโฉมอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้

            ทำไมถึงได้เผยมันออกมาต่อหน้าพวกเขา

            ทำไม

            ทำไม

            ทำไม

            คำถามว่า ทำไมผุดขึ้นมามากมายแต่ไม่มีคำตอบที่ตอบให้ได้เลยซักคำถามเดียว

            แต่แล้วซีลอร์ดที่ตอนนี้ขยับตัวไม่ได้และนอนกองอยู่บนพื้นลิฟต์ก็พูดตอบคำถามนั้น

            นั่นคือ จันทราเทวะเป็นร่างที่ไว้สำแดงพลังทำลายล้างอึก

            ซีลอร์ดกำลังพยายามชันร่างกายท่อนบนขึ้นมาแต่เหมือนจะไม่ไหว ร่างกายของหมอนั่นได้รับความบอบช้ำมากขนาดนั้นทั้งที่แทบไม่มีบาดแผล

            ชิ้นส่วนข้อต่อในร่างกายของผมถูกทำลายทั้งหมดน่ะถ้าให้พูดแบบที่พวกเธอเป็นกันก็กระดูกหักหมดทั้งตัวไงล่ะ

            ดูเหมือนจะอ่านใจเขาแล้วตอบข้อสงสัยเอาเอง

            แต่ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว เมื่อกี้ซีลอร์ดบอกว่าโฉมหน้าอัปลักษณ์นั่นเป็นร่างสำหรับทำลายล้างหมายความว่ารูปแบบที่หันดวงจันทร์มาข้างหน้าคือรูปแบบที่ตรงกันข้ามซึ่งน่าจะเป็นรูปแบบป้องกัน

            นั่นหมายความว่าในรูปแบบโจมตีนี้มีสิทธิ์ที่พวกเขาจะโจมตีได้ผลด้วยสินะ

            โจมตีเลย!

            อิงศรตะโกนแล้วออกวิ่งนำทุกคนไป

            ลั่นไกยิงลูกดอกเพลิงนับสิบครั้งเพราะเป็นการโจมตีปกติจึงระดมยิงได้โดยไม่มีผลข้างเคียงจากการหน่วงเวลาเหมือนกับสกิล

            แต่จากความสูงระดับนั้นลูกดอกได้แค่เฉี่ยวปลายผ้าคลุมของพระเจ้าเท่านั้นแล้วมันก็ทะลุผ่านไปโดยที่ไม่ไหม้ติดผ้าคลุมด้วย ร่างจริงคงจะมีแค่ดวงจันทร์ดวงนั้น ร่างที่สวมผ้าคลุมเป็นแค่ร่างหลอก

            มิ่งขวัญกับพลอย สองคนที่มีปีกบินแยกจากคู่ของตัวเองมาจับคู่กันบินขึ้นไป ทำให้นรินทร์ย้ายไปเข้าคู่กวิทนร์แทน

            ลูนาริสยังคงไม่เคลื่อนไหวราวกับรอดูท่าทีอยู่ ถึงตอนนั้นเองกวินทร์ก็ตั้งดาบขึ้น

            คมเขี้ยวพฤกษาสะบั้นเศียรปีศาจ

            ลูกแก้วแสงตรงรอยเว้าที่ปลายดาบแยกออกเป็นห้าลูกแต่ละลูกเปล่งประกายแสงสีต่างกันไป เรียงร้อยล้อมรอบตัวดาบ กวินทร์เปลี่ยนให้ลูกแก้วที่ส่องแสงสีเขียวมาอยู่ตรงรอยเว้าแล้วทำให้ลูกอื่นหายไป

            โดจิกิริ ยาสุทซึนะ

            ออร่าพลังสีเขียวกระจายตัวห้อมล้อมเด็กหนุ่มดูคล้ายกับมีสุนัขตัวใหญ่ยืนค่อนหลังเขาอยู่ สายลมพัดกระหน่ำออกมารอบๆ ตัวพร้อมกับเศษใบไม้ที่เกิดขึ้นจากพลังของสกิล เศษใบไม้ซึ่งมีความคมดั่งใบมีดแต่อ่อนช้อยพริ้วไหวดั่งสายลม

            เมื่อกวินทร์ตวัดดาบคมมีดใบไม้ก็บินทะยานขึ้นไปหาพระเจ้า พร้อมกับในตอนนั้นเองมิ่งขวัญและพลอยก็โจมตีเสริมไปด้วย

            แทคีออนสไลเซอร์!!

            มิ่งขวัญพุ่งตังทะยานผ่านกงล้อเพลิงที่สร้างขึ้นแล้วกลายเป็นแสงสว่าง

            เพอร์กาทอรี่เบลด!!

            พลอยฟาดดาบไปข้างหน้าปลดปล่อยลำแสงสีดำคล้ายใบดาบไล่ตามมิ่งขวัญที่ล่วงหน้าไปจู่โจมก่อน

 

[Purgatory Blade Lv(4/4)

Element: Dark

Attribute: Technical, Special Attack, Blade

ปลดปล่อยดาบแห่งความมืดพุ่งตรงไปข้างหน้า]

 

            แต่พระเจ้ายังคงนิ่งเฉย ลูนาริสไม่แสดงท่าทีหรือความคิดที่จะหลบหลีกออกมาเลยแม้แต่น้อย

            การโจมตีทั้งหมดเข้าเป้า

            มิ่งขวัญที่พุ่งใส่ดวงจันทร์ด้วยความเร็วแสงน่าจะทะลุดวงจันทร์ไปอีกฝั่งแต่กลับกลายเป็นว่าร่างกระเด็นปลิวกลับมา การโจมตีทางกายภาพคงไม่ได้ผล แล้วการโจมตีแบบพลังพิเศษของกวินทร์กับพลอยก็ไม่ได้ผลเหมือนกัน ใบไม้มีดกับลำแสงกระทบใส่ผิวดวงจันทร์แล้วระเบิดออก แต่ก็ไม่สามารถสร้างริ้วรอยให้กับดวงจันทร์ได้เลย

            พระเจ้าเริ่มเคลื่อนไหว...เป็นครั้งแรกหลังจากแสดงโฉมหน้า จันทราเทวะ

            พลังที่แท้จริงคงใกล้แสดงออกมาให้พวกเขาได้ประจักษ์กันเร็วๆ นี้

            อิงศรตะโกนบอกนรินทร์ที่อยู่ห่างออกไป

            นรินทร์เตรียมขัดขวางที!

            คงต้องหวังพึ่งสกิลคลาส ฮอสปิทัลเลอร์ ที่มีสกิลหยุดยั้งการโจมตีของนรินทร์คนเดียว เพราะพลอยที่มีสกิลเหมือนกันเพิ่มเข้าไปโจมตีและยังไม่ได้ถอยกลับมาอยู่ในระยะที่จะคุ้มครองพวกเขาที่อยู่ข้างล่างได้

            แล้วการโจมตีของจันทราเทวะก็เริ่มขึ้น ลูนาริสปล่อยกรงเล็บออกมาจากใต้ผ้าคลุม

            เหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่ผิดแต่ความเร็วเหมือนจะเพิ่มขึ้น เคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าของเดิมชนิดเทียบกันไม่ได้

            แต่ยังพอมีระยะทางให้กะจังหวะอยู่ถ้าเป็นนรินทร์ต้องทำได้แล้วกลุ่มของกรงเล็บก็เหมือนจะไม่สนใจพวกมิ่งขวัญที่บินอยู่ข้างบนดังนั้นจึงเพ่งสมาธิจัดการทีเดียวพร้อมกันได้

            หลังจากรอจังหวะอยู่จนกระทั่งกรงเล็บเคลื่อนที่มาครึ่งทางนรินทร์ก็ชูไม้เท้าขึ้นแล้วร่ายสกิล

            คับบาลาห์เซฟิร่าเชเซ็ด!

            แสงสว่างพุ่งจากไม้เท้าอาบใส่กรงเล็บทั้งหมด พวกมันหยุดกึกในทันที

            จังหวะนั่นเองฟูกับมิกซ์ก็ระดมโจมตีทำลายกรงเล็บพวกนั้น

            เทคนิคัลเวพ่อน!

            มิกซ์เปลี่ยนปืนสั้นของตัวเองเป็นปืนยาวซึ่งมีสามลำกล้องบนแกนที่หมุนได้ถ้าเหนี่ยวไกปืนเมื่อไหร่ปืนก็จะยิงกระสุนต่อเนื่องเป็นวงกลม เหมือนกับฟูที่ได้รับไอเทมสำหรับเปลี่ยนคลาสเทคนิคัลมาจากราชครูมนุษย์ต่างดาวลำดับที่ห้าโพแทสเซียม ฟูก็เปลี่ยนค้อนให้เป็นอาวุธเทคนิคัลด้วยโดยดึงด้ามจับออกมาแล้วขยายหัวค้อนให้ใหญ่ขึ้นสองเท่า ทั้งสองใช้สกิลที่ต้องใช้อาวุธเทคนิคัลซึ่งมีระยะไกลโจมตีใส่กรงเล็บ

            แต่ทว่า...

            วัชพืชเอ๋ยเจ้าทำได้แค่นี้สินะ

            พระเจ้าก็ตรัสลงมาอย่างนั้นแล้วกรงเล็บที่นรินทร์หยุดเอาไว้... ซึ่งมันควรจะหยุดนิ่งไปอีก 2 วินาทีแต่มันกลับเปลี่ยนรูปร่าง

            กรงเล็บแต่ละอันเริ่มกลายเป็นรูปร่างอื่น

            มีอยู่อันหนึ่งที่กลายเป็นร่างมนุษย์ซึ่งดูคุ้นตา ร่างมนุษย์นั้นยังคงเป็นเงาที่เกิดจากกรงเล็บและมีสายโยงใยไปถึงตัวลูนาริส

            มนุษย์เงาร่างกำยำสูงใหญ่สวมโค้ทยาวและถือดาบ

            ลิเธียมนั่นเอง

            ให้ถูกคือเงาคล้ายราชครูลำดับที่หกลิเธียม

            ชิ

            อิงศรเล็งหน้าไม้ไปที่ลิเธียมเงาทันที ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตามแต่ไม่ควรปล่อยไว้

            แต่ตอนนั้นเองลิเธียมเงาก็หายไปจากตรงนั้น

            อ๊ะ

            เลือนหายไปดั่งภาพลวงตา เดี๋ยวสิความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนกับเคยเจอมาก่อน

            พล่อก เสียงน่ารังเกียจดังขึ้น เสียงเหมือนอะไรบางอย่างถูกกระชากออกจากกัน

            มิกซ์!!!”

            เสียงดังมาจากทางฟู มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น อิงศรหันไปอย่างสุดกำลังเพื่อจะประเมินสถานการณ์แล้วช่วยเหลือ จะยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับพวกพ้องไม่ได้เด็ดขาด

 

            “….”

 

            แต่มันสายไปแล้ว

            คอของมิกซ์ลอยเคว้งกลางอากาศเสียแล้วโดยฝีมือของลิเธียมเงา เจ้านั่นเพียงแค่ใช้มือเปล่าบั่นคอเดโมนอยด์อย่างมิกซ์...

            คุ้นเคย

            คุ้นเคย

            มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ปากก็ร้องออกไปแล้ว

            ฟูหนีไปจากตรงนั้น!!”

            แต่ฟูที่กำลังช็อกกับการตายของมิกซ์ไม่ขยับตัวเลย ดังนั้นเขาจึงต้องเข้าไปเอง

            ไปช่วยฟูให้ได้ แต่ว่าจะทำได้รึเปล่านะ ฝ่ายนั้นทั้งพลังทั้งความเร็วเทียบเท่าตัวจริงหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ ต้องเหนือกว่าอยู่แล้วไม่งั้นไม่มีทางฆ่ามิกซ์ที่มีเลเวล 144 และเป็นเดโมนอยด์อย่างเต็มตัวแล้วได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอก มันไม่เมหือนกับเมื่อสามปีก่อนแล้วนะ...

            ตอนนั้นเองอิงศรก็นึกขึ้นมาได้

            ทำไมถึงคุ้นเคย ทำไมถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน

            เรื่องมันเหมือนกับเมื่อสามปีก่อน....ที่สถานีรถไฟ

            ที่ๆ พวกเขาในสมัยเด็กได้เผชิญหน้ากับพลังของมนุษย์ต่างดาวเป็นครั้งแรกนั่นเอง ตอนนั้นมิกซ์ก็โดนตัดคอกระเด็นด้วยวิธีการเดียวกัน แล้วทุกคนก็ถูกฆ่าโดยที่ตัวเขาซึ่งยืนอยู่บนบันไดขึ้นไปยังชานชาลารถไฟพยายามวิ่งอย่างสุดกำลังเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่ไม่ทันการ ลงท้ายก็เลยทำให้มิ่งขวัญต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวอย่างที่ไม่สมควรจะได้รับด้วยวัยเพียงเท่านั้น

            แล้วมันก็กำลังจะเกิดขึ้นอีก

            ม่ายย!!”

            ไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกหรอกน่า!

            อิงศรเพ่งสมาธิไปที่ฟู แค่มองดูที่ฟูอย่างเดียว พอทำแบบนั้นก็เริ่มมองเห้นการเคลื่อนไหวของเงาอะไรบางอย่าง

            นั่นจะต้องเป็นลิเธียมเงาอย่างแน่นอน เขาชักดาบสั้นที่เอวออกมาแล้วขว้างไปทันที

            วูฟล์เมอร์แรง!!”

            ขอให้ทันทีเถอะ!

            ดาบหมุนควงด้วยพลังจากสกิล ถูกห้อมล้อมด้วยเพลิงสีฟ้าลักษณะเหมือนกับฟ้าหมาป่า

            แต่ลิเธียมเงาก็ปัดมันทิ้งด้วยดาบ ปรากฏขึ้นตรงหน้าฟูห่างไปแค่ไม่กี่เซนติเมตร ถึงอย่างนั้นก็ทำสำเร็จ เขาหยุดลิเธียมได้พริบตาหนึ่ง แค่พริบตาเดียวจริงๆ ฟูที่รู้ตัวแล้วกำลังจะถอยหนีแต่ว่าลิเธียมเงาเงื้อมืออีกข้างหมายจะทะลวงมันใส่หน้าอกของฟู

            คงคิดจะควักหัวใจให้เหมือนกับเมื่อตอนนั้น เมื่อสามปีก่อนฟูถูกฆ่าตายโดยการควักหัวใจ

            ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าจะใช้วิธีใดฆ่าแล้วต้องขัดขวางอย่างไร แต่ระยะห่างที่มีไม่ถึงสิบเมตรด้วยซ้ำก้ยังห่างเหินราวกับอยู่กันคนละโลก เวลาในโลกของฟูช่างสั้นนักกลับกันเวลาของเขามีแต่จะยืดยาวออกไปยิ่งเร่งฝีเท้าก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอืดอาดมากขึ้น

            สัมผัสที่ลับจนคมกริบเพื่อมองการเคลื่อนไหวของลิเธียมเงาทำให้รู้สึกว่าตัวเองช่างอืดอาดเสียจริงทั้งที่ตอนนี้ตัวเองอาจจะกำลังวิ่งด้วยความเร็วเท่ากับจรวดเลยด้วยซ้ำ

            แสง ต้องความเร็วแสง จำเป็นต้องมีความเร็วขนาดนั้นถึงจะยับยั้งเรื่องนี้ได้

            ปัดโธ่เว้ยยยย!”

             อิงศรสบถพลางยื่นมืออกไป ตอนนี้สมองคิดได้แค่ว่าขอให้ไปถึงตัวฟูเร็วที่สุดก็พอจะแค่แขน หรือแค่นิ้วเดียวก็ยังดี

            รู้สึกเหมือนกำลังฝืนชะตากรรม เหมือนตอนที่วิ่งวุ่นกับเมล์ตัวจับเวลาตายจากซีลอร์ด มันเป็นแบบนี้เสมอ เมื่อถึงเวลาพลังก็มักจะมีไม่พอ เวลามีไม่พอ

            แต่แล้วแสงแห่งความหวังก็พุ่งตัดหน้าเขาไป

            แสงที่เคยพานพบความสิ้นหวังในวันนั้นเมื่อสามปีก่อนกลายเป็นแสงแห่งความหวังแล้ว

 

            มิ่งขวัญที่ใช้ร่างอัศวินทองคำซึ่งมีความเร็วเทียบเท่าแสงโผล่ขึ้นมาขวางหน้าฟูพร้อมกับแขนของลิเธียมเงาที่จะทะลวงหัวใจฟูก็ถูกตัดขาดกระเด็นไป

            น้องชายตวาดใส่ร่างดงาที่ทำให้นึกถึงความขมขื่นในอดีตด้วยความโกรธ

            หายไปซะไอ้ปีศาจ!!”

            กล่าวหาพระเจ้าว่าเป็นปีศาจแล้วกระหน่ำแทงหอกใส่ร่างเงานั้นจนพรุนเป็นรังผึ้ง ร่างเงาเอนล้มหงายหลังลงแล้วก็แตกตัวสลายไปราวกับหมอกควัน

            ทำสำเร็จแล้ว

            ช่วยไว้ได้คนหนึ่งแล้วสินะ

 

            สำเร็จ...

            อิงศรหยุดฝีเท้าลงแต่คำพูดก็หยุดชะงักไปด้วยเพราะว่า...

            อ๊ากกก!!”

            ฟูที่อยู่ข้างหลังมิ่งขวัญกรีดร้อง เพราะหัวใจถูกดันออกจากร่างกายโดยที่ไปตกอยู่ในมือของชายคนหนึ่งที่ลอบเข้ามาทางด้านหลังตอนไหนก็ไม่รู้

            มือของชายคนดังกล่าวจ้วงใส่แผ่นหลังของฟู ทะลวงไปที่หัวใจแล้วดันมันทะลุหน้าอก

            หัวใจของฟูถูกบีบแหลกเละ เลือดจำนวนมากพุ่งทะลักจากหน้าอกจนกระเซ็นไปโดนมิ่งขวัญ

            แล้วเมื่อมิ่งขวัญหันไปมอง

            อิงศรเองก็มองดวงตานั้น

            รู้สึกย่ำแย่เกินจะทน ย่ำแย่เป็นอย่างมาก

 

            มันเกิดขึ้นซ้ำอีกแล้ว ซ้ำไปซ้ำมาราวกับจะตอกย้ำบาดแผลในหัวใจที่เคยหายสนิทไปครั้งหนึ่ง

            ตอนนี้บาดแผลถูกเปิดขึ้นอีกครั้งแล้วมันก็กว้างขึ้นเป็นอย่างมากเพราะความผิดหวังต่อพลังของตัวเอง

            ทั้งที่คิดว่าแข็งแกร่งขึ้นมาถึงขนาดนี้แล้ว

            ทั้งที่ได้พลังมาไว้ในมือแล้ว

            แต่ทั้งหมดนั่นมันสูญ...

            อิงศรอย่าสับสน!”

            เสียงของซีลอร์ดดังมาจากข้างหลัง

            ตอนนี้ลูนาริสกำลังใช้เกสบังคับความตายของเพื่อนๆ เธออยู่นะ!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น