Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 230 : Login 227: โครงสร้างของอาคาชิกเรคคอร์ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 พ.ค. 61

Login 227: โครงสร้างของอาคาชิกเรคคอร์ด

 

            ย้อนกลับไปก่อนที่การเผชิญหน้ากับแอดมินิสเทรเตอร์จะเริ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย...

 

            จงใช้ชีวิตให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย

            ประโยคสร้างแรงบันดาลใจที่มักปรากฏในสื่อชวนเชื่อหรือสาระเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเอง การเรียนรู้ อะไรพวกนั้น เคยเป็นข้อความที่ไร้สาระ

            แต่เมื่อโลกล่มสลายลง อิงศรก็ใช้ชีวิตเหมือนดั่งเช่นคำพูดนั้นทุกวัน

            น่าเสียดายที่วันสุดท้ายในคำพูดเหล่านั้นไม่เคยมาถึงจริง เลยยังไม่รู้ว่าควรทำอะไรเมื่อวันสุดท้ายมาถึง

            แล้ววันสุดท้ายที่แท้จริงก็มาถึงแล้ว

            วันสุดท้ายของมนุษยชาติ

            วันที่จะเผชิญหน้ากับพระเจ้า

            วันที่มนุษย์จะประกาศยุคสมัยของตัวเอง

 

            อิงศรปรือตาขึ้นเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง

            ตอนนี้เขากับพวกพ้องอีกสิบคนยืนล้อมกันเป็นวงกลมเหมือนตอนที่อยู่บนหอคอยบาเบล

            แต่สถานที่เปลี่ยนไปแล้ว ที่ๆ พวกเขายืนกันอยู่ตอนนี้เป็นพื้นของหอคอยบาเบลก็จริง แต่พื้นเองก็กำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ

            ท้องฟ้าเป็นเวลากลางคืน บรรยากาศเงียบสงบ

            ข้างล่างมองลงไปจะเป็นเมืองที่เหมือนกับซากปรัก เป็นสภาพแวดล้อมที่คุ้นตาเป็นอย่างดี

            เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว...ในความฝัน

            สถานที่ที่เป็นตั้งของรูนรูมที่ซีลอร์ดมักจะเรียกเขามาอยู่บ่อยครั้งนั่นเอง

            ที่นี่มันรากแห่งอาคาชิกงั้นเรอะ....อิงศรตั้งใจว่าจะพูดแบบนั้นแต่ตอนที่กำลังจะกล่าวออกไป

            มิ่งขวัญ และ กวินทร์

            ที่นี่มัน!

            เขากับน้องชายกับรุ่นน้องพากันพูดขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงจากนั้นก็ชี้หน้ากัน มองหน้ากันสลับไปมา

            พวกพ้องคนอื่นต่างก็มองกันมาด้วยความสงสัย

            แล้วซีลอร์ดที่ยืนอยู่ตรงกลางวงล้อมพวกเขาตรงตำแหน่งเดิมที่เคยมีแท่นหินตั้งอยู่แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วก็พูดขึ้นว่า

            ใช่แล้วที่นี่คือรากแห่งอาคาชิกที่ที่รูนรูมตั้งอยู่ไงล่ะผู้ถูกฟันเฟืองเลือกคงจะรู้สึกคุ้นตากันอยู่บ้างสินะ

            อิงศรจ้องมองไปที่ซีลอร์ดแล้วทบทวนคำว่า ผู้ถูกฟันเฟืองเลือก อยู่ภายในหัว

            คำพูดนั้นไม่ถูกต้องซะทีเดียวตอนนี้พวกเขาเป็น อดีตผู้ถูกฟันเฟืองเลือกเพราะถูกริบเอาฟันเฟืองไปแล้ว

            อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเถียงกันเรื่องคำพูดไหนถูกหรือผิด

            ตอนนี้ต้องยืนยันสถานการณ์ให้ได้ก่อนและเตรียมรับมือเพราะว่าพวกเขาน่าจะก้าวเท้าเข้ามาเหยียบในถิ่นศัตรูแล้ว

            ถึงแม้จะยังมีความคิดว่าจะเจรจากับแอดมินิสเทรเตอร์อยู่แต่ทางนั้นคงไม่ยอมคุยด้วยง่ายๆ ถ้าตายเพราะประมาทก่อนจะได้พูดคุยการมาที่นี่ก็จะสูญเปล่าทันที

            อิงศรถามซีลอร์ดที่ยืนอยู่กลางวงล้อมว่า

            แล้วทำไมพวกเราถึงมาโผล่กลางท้องฟ้าของรากอาคาชิกล่ะที่ที่พวกเราจะไปมันต้องเป็นที่ที่แอดมินิสเทรเตอร์อยู่ไม่ใช่รึไงหรือนายจะบอกว่าพวกนั้นอยู่ที่นี่มาตลอดกัน

            ซีลอร์ดส่ายหน้าให้กับสมมติฐานของเขา

            เปล่าหรอกแล้วชี้ขึ้นไปข้างบน จากรากขึ้นไปถึงชั้นบนสุดจะเป็นอาคาชิกแซงทัวรี่ตอนนี้เรากำลังอยู่บนลิฟต์ยังไงล่ะ

            ลิฟต์นั่นเป็นการบอกข้อมูลที่มากพอสมควรทีเดียว

            ข้อมูลที่ว่าโครงสร้างของอาคาชิกเรคคอร์ดมีลักษณะเป็นชั้นเรียงกันขึ้นไปจำเป็นต้องมีโครงสร้างเข่นนั้นหากมีลิฟต์อยู่

            อิงศรหันไปมองด้านหลังก็พบว่าแผ่นดินที่พวกเขายืนกันอยู่กำลังลอยขึ้นไปอย่างที่ว่า

            การที่พวกเขากำลังขึ้นจากรากไปข้างบนก็เป็นไปได้ว่าอาคาชิกเรคคอร์ดมีโครงแบบต้นไม้

            แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะไปถึง

            อิงศรถาม

            เรื่องนั้น…”

            กึง กึง กึง

            แต่ยังไม่ทันที่ซีลอร์ดจะตอบคำถามเสร็จดี แผ่นดินที่เรียกว่าลิฟต์ก็สั่นเหมือนไปสะดุดกับอะไรเข้า

แต่บนท้องฟ้าเนี่ยนะ

            อิงศรไม่ทันสังเกตว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะแรงสะเทือนเมื่อครู่ทำเอาเสียหลักจนเกือบจะเซตกจากลิฟต์ สมาธิเลยไปอยู่ที่ขากับการพยายามไม่ให้ร่วงลงไป

            ทุกคนระวังนะอย่าให้ตกลงไปล่ะ!

            รวมถึงสายตาก็คอยตรวจสอบว่าไม่มีใครในกลุ่มตกลงไปข้างล่างหรือเป็นอะไร

            ไม่มีใครตกลงไป ไม่มีใครบาดเจ็บ

            สถานการณ์ยังทรงตัวอยู่สินะ

            ทว่า อิงศรก็สรุปเร็วเกินไป

            เขารับรู้ได้ว่าแรงสะเทือนเมื่อกี้ทำให้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป

 

            ท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่มีอีกแล้ว เมืองที่อยู่ข้างล่างก็เหมือนกัน บรรยากาศของรากอาคาขิกหายไปโดยสิ้นเชิง ที่ๆ พวกเขาอยู่กันตอนนี้เป็นบนท้องฟ้า

            กำลังลอยสูงขึ้นไปท่ามกลางท้องฟ้าที่สะท้อนกับแดดจนเป็นสีม่วง กลายเป็นช่วงเวลาที่ไม่รู้ว่าเป็นรุ่งเช้าหรือพลบค่ำ

            ในตอนนั้นเอง เสียงพูดไร้ซึ่งน้ำเสียง เสียงพูดที่ไม่เหมืองเปล่งออกมาจาก กล่องเสียงของสิ่งมีชีวิตก็ดังแว่วลงมาจากด้านบนเหนือหัวของพวกเขาขึ้นไป

            นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน

            อิงศรมองขึ้นไปยังต้นเสียงนั้น

            ผ้าคลุมสีเหลืองอร่ามกำลังปลิวพริ้วไสว อยู่เบื้องหลังดวงจันทร์ดวงยักษ์

            เสียงดังมาจากดวงจันทร์ดวงนั้น

            ออร์ฟิอูคูมันนาร์หน้าที่ของเจ้าคือการเฝ้าจับตาดูไม่ใช่รึแล้วทำไม…’

            เสียงพูดถูกเร่งจนกลายเป็นตะเบ็ง

            ทำไมถึงพาวัชพืชขึ้นมาถึงแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!

            ดวงจันทร์นั่นก็คือแอดมินิสเทรเตอร์ลูนาริสนั่นเอง แล้วก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าซีลอร์ดเป็นคนพาพวกเขาขึ้นมาที่นี่

            “…”

            ซีลอร์ดไม่พูดแย้งกลับไปหรือคิดจะยอมรับแล้วว่าตัวเองกำลังทรยศพวกเดียวกันจริงๆ

            คอยให้ความช่วยเหลือมนุษย์ในการเผชิญการล่มสลายของโลก

            มอบพลังและความรู้ในการต่อกรกับสัตว์เทวะหรือแม้แต่เครื่องทำสวนด้วยกันซึ่วเป็นบททดสอบของพระเจ้า

            มนุษย์โกงบททดสอบได้จนกระทั่งมาถึงที่นี่ก็เพราะซีลอร์ด

            จากสิ่งที่หมอนี่กระทำลงไปแล้วก็น่าจะเรียกว่าคนทรยศได้แล้วจริงๆ นั่นแหละ

            ลูนาริสพูด

            งั้นรึ เจ้าพังจริงๆ แล้วสินะออร์ฟิอูคูมันนาร์

            เปรี้ยง เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นแบบนั้นแต่ไม่มีแสงหรือควันปรากฏให้เห็น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการระเบิดก็มีแต่ซีลอร์ดที่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น

            ซีลอร์ดพยายามชันร่างกายท่อนบนขึ้นแต่ก็ทำได้ยากลำบาก

            ไว้จะจัดการเจ้าทีหลังออร์ฟิอูคูมันนาร์

            แอดมินิสเทรเตอร์กล่าวแล้วเบนดวงจันทร์ที่เปรียบเสมือนใบหน้ามาทางอิงศร

            ตอนนี้มีวัชพืชที่จักต้องลงทัณฑ์เสียก่อน

            อิงศรจึงพูดแย้งไปว่า

            ก่อนจะทำแบบนั้นช่วยเจรจากันก่อนจะได้ไหม

            คำพูดอันไร้สาระของวัชพืชไม่มีคุณค่าที่จะต้องเจรจา

            นั่นปะไร

            ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่ผิด ถ้าไม่แสดงพลังให้เห็นคำพูดของพวกเขาจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ

            เหมือนตอนที่รับบททดสอบกับซีลอร์ด

            จำเป็นต้องแสดงพลังให้เห็น บรรทัดฐานเพื่อให้ได้รับการประเมินสำหรับพระเจ้าแล้วมีแต่เรื่องพลังเท่านั้นเอง

            เอาแบบนั้นสินะ

            อิงศรกล่าวอย่างประชดประชันแล้วชักดาบสั้นจากเอวพร้อมกับเปลี่ยนคันธนูเป็นหน้าไม้

            พอเห็นแบบนั้นทุกคนก็ทำตาม เตรียมพร้อมอาวุธเพื่อที่จะต่อสู้

            เพื่อโค่นพระเจ้า

            ทุกคนลุยเลย ใช้ฟอเมชั่นจัดการมัน!

            สิ้นเสียงทุกคนก็เคลื่อนออกจากจุดที่ยืนต่างคนต่างวิ่งไปหาคู่ของตัวเองด้วยฟอร์เมชั่นที่ตกลงกันไว้

            ฟอร์เมชั่นที่ให้แต่ละคนจับคู่กันเพื่อแสดงฝีมือของแต่ละคนออกมาได้มากที่สุด ทำให้เกิดชุดโจมตีทั้งหมดห้าชุด

            มิ่งขวัญกับกวินทร์

            เมษากับเน็กส์

            พลอยกับนรินทร์

            มีนากับนิว

            ฟูกับมิกซ์

            ทุกคนจะจับคู่กับคนที่ช่วยส่งเสริมจุดเด่นของตัวเองได้ ยกเว้นอิงศรคนเดียวที่ยังยืนอยู่กับที่เพราะจำนวนคนไม่ครบ มีสมาชิกทั้งหมดสิบเอ็ดคน ดังนั้นเขาจึงเคลื่อนไหวคนเดียวเพื่อคอยควบคุมจังหวะของฟอร์เมชั่น

            เมื่อจับคู่แล้วแต่ละคู่จะผลัดกันเข้าไปโจมตีโดยจะมีสองคู่ที่ประจำตำแหน่งตายตัวคือ พลอยกับนรินทร์เป็นหน่วยคุ้มกันด้วยสกิลจากสายอาชีพที่มีสกิลยับยั้งจำนวนมากรวมถึงในสถานการณ์ฉุกเฉินก็สามารถใช้สกิลประเภทแลกพลังชีวิตตัวเองฟื้นฟูให้พวกพ้องที่กำลังบาดเจ็บเฉียดเป็นตายแล้วค่อยฟื้นฟูกันเองอีกที

            ส่วนอีกคู่มีนากับนิวทั้งสองคนนี้ทำหน้าที่สนับสนุนเพราะนิวมีสกิลประเภทเคลื่อนย้ายตำแหน่งพวกเดียวกันเพื่อช่วยหลบหลีกและมีนาก็สามารถสร้างไดโนซอมบี้ออกมาช่วยเป็นโล่ได้ด้วย

            สิ่งที่สองคู่นั้นยังขาดไปคือการป้องกัน ดังนั้นเขาที่อยู่คอยคุมฟอเมชั่นข้างล่างนี่จะช่วยเสริมตรงจุดนั้น

            ที่บอกว่าข้างล่างก็เพราะว่าอีกสามคู่ที่เหลือจะโจมตีกลางอากาศ

            เมษากับมีนาวิ่งไปเน็กส์กับนิวแล้วแลกคู่กัน

            ฝากตัวด้วยนะเน็กส์

            เมษาพูด

            ฮะ นิวจัดการเลย

            เด็กชายตอบแล้วหันไปบอกนิวให้ใช้สกิลส่งตัวเองเข้าไปสิงในตัวเมษา

            มาริโอเน็กซัส

            นิวร่ายสกิลแล้วผลักหลังเน็กส์ส่งร่างที่กลายสภาพเป็นพลาสม่าวิญญาณเข้าไปรวมกับเมษา

            อิงศรจ้องมองการดำเนินการนั้นแล้วนึกถึงตอนที่ประชุมฟอร์เมชั่นกัน

            เขาได้รู้จากนรินทร์ว่าเน็กส์ปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อต่อสู้ร่วมกับพวกเขาในแนวหน้าถึงขั้นฝึกดัดแปลงสกิล มหาวาโยราโอ จนร่างกายแบกรับภาระหนัก แน่นอนว่าถึงตอนนี้จะได้รับการเพิ่มระดับเลเวลจนสุงสุดที่ 144 แล้วก็ตามแต่ร่างกายที่ยังอยู่ในวัยกำลังโตกับค่าสมรรถนะตามสายอาชีพแล้วไม่มีทางที่ความปรารถนาจะเป็นจริงได้

            ไม่มีใครจะสามารถทำให้ความปรารถนาเป็นจริงสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ถ้าอย่างนั้นแค่ให้ใครซักคนเข้าไปช่วยก็พอดังนั้นถึงให้เมษาเป็นร่างทรงสำหรับฟอร์เมชั่นนี้ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของเมษาจะช่วยตอบรับความปรารถนาของเน็กส์ได้แล้วยังช่วยกลบจุดอ่อนเรื่องข้อจำกัดการเคลื่อนที่ของเมษาไปในตัวรวมถึงทำให้เมษาต่อสู้กลางเวหาได้

            เมื่อรวมกับคู่ของมิ่งขวัญและกวินทร์ที่ใช้เวพ่อนไนซ์ก็จะบินได้อยู่แล้วกับคู่ของฟูและมิกซ์ที่แม้จะใช้พลังปีศาจได้ไม่เต็มที่เมื่ออยู่ต่อหน้าแอดมินิสเทรเตอร์อย่างลูนาริสซึ่งมีพลังยับยั้งปีศาจก็ตามแต่ทั้งสองคนที่ได้รับการเพิ่มเลเวลจนถึงขีดสุดเมื่อรวมกับค่าสมรรถนะที่เป็นเดโมนอยด์ซึ่งสูงอยู่แล้วก็สามารถกระโดดสูงได้จนเกือบจะเหมือนกับว่าบินได้เลยทีเดียว

 

***ตอนนี้สั้นไม่พอลงสายไปวันหนึ่งด้วย ต้องขอโทษด้วยครับ ฝืด~(เสียงสูดน้ำมูก) ไรท์ยังไม่หายหวัดเลยแอ่ววว TwT สุขภาพไม่อำนวยทำเอาเรื่องเดินช้าไปด้วยตอนแรกคาดคะเนไว้ว่าเรื่องจะจบแถวๆ ต้นเดือนพฤษภาคม กลายเป็นว่านี่ต้นเดือนจะหมดแล้วยังเพิ่งเริ่มเอง แป่วว เอาเป็นตอนต่อไปจะพยายามลงภายในวันอังคารให้ได้เลยรอกันอีกซักนิดนะฮะ****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น