Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 228 : Login 225: สิ่งสำคัญของ สิงห์ ธุวดารกะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 เม.ย. 61

Login 225: สิ่งสำคัญของ สิงห์ ธุวดารกะ

 

                รูบิเดียมก้าวเท้าถอยหลัง หล่อนทำไปโดยไม่ทันคิด ทำไปตามสัญชาตญาณที่กำลังรบเร้าให้หวาดกลัว

                หวาดกลัวต่อพลังของแฟรนเซียมผู้ที่กลับมาจากความตาย หรือ อาจจะยังไม่ตายก็ได้แต่ว่าการกลับมาในคราวนี้แฟรนเซียมมีพลังขนาดที่จัดการกับเครื่องทำสวนได้ติดมือมาด้วย

                แล้วตอนนี้ที่หน้าทางเข้าหอคอยบาเบลก็เหลือแค่เธอคนเดียว แฟรนเซียมเองก็ตั้งใจจะกำจัดไปด้วยหรือเปล่า ถูกประเมินว่าเป็นคนทรยศรึเปล่าที่ไปช่วยเหลืออิงศร

                นาย...คงไม่คิดจะกำจัดฉันหรอกนะ

                รูบิเดียมยิ่งก้าวถอยหลังไปอีกเมื่อแฟรนเซียมพยายามเดินมาทางนี้

                มือที่ถือคริสตัลเอ็กซีดไว้กำลังสั่น ถึงมีอาวุธติดตั้งอสุราก็เอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ แต่เดิมมันก็เป็นแบบนั้นระดับพลังในฐานะมนุษย์ต่างดาวเทียบไม่ติด อาวุธเองก็เทียบกันไม่ติด แล้วตอนนี้ดูเหมือนแฟรนเซียมจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

                ถ้าอย่างนั้นก็จะถูกฆ่าตายที่นี่

                ตาย ตาย ตาย

                ก็ฉัน...คิดว่านายตายไปแล้วก็เลย...

                ปากพูดไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ความกลัวกำลังคบคุมจิตสำนึกอยู่ ไม่สามารถเยือกเย็นได้ ไม่รู้ว่าทำไมแต่แฟรนเซียมในตอนนี้มีพลังบางอย่างที่ทำให้ร่างกายสั่นกลัวอย่างไม่มีสาเหตุ

                หรือจะเป็นเพราะออร่าสีดำที่เหมือนกับไอพลังของปีศาจที่ห้อมล้อมตัวแฟรนเซียมอยู่กันนะ

                รูบิเดียมได้แต่สันนิษฐานไว้แบบนั้นแล้วหาทางพูดแก้ต่างให้ตัวเอง

                แต่ว่าเทอร์มินัลยังเหลือที่ว่างอยู่ที่หนึ่งเป็นที่ว่างที่เกิดขึ้นเพราะนายไม่อยู่ยังใช้มันตามพวกนั้นขึ้นไปหาแอดมินิสเทรเตอร์ได้อยู่นะ เรายังเป็นพวกเดียวกันอยู่ใช่ไหมแฟรนเซียม

                พวกเดียวกัน

                แฟรนเซียมทวนคำพูดนั้น

                ท่าทางเราคงจะไปไม่รอดแล้ว การที่พูดแบบนั้นแปลว่าตอนนี้ไม่ได้เป็น...

                อา เราเป็นพวกเดียวกัน

                แต่แฟรนเซียมกลับพูดมาอย่างนั้นแล้วเบนสายตาไปที่หอคอยแทน

                อิงศรขึ้นไปบนนั้นแล้วเรอะ

                ดูเหมือนว่าแฟรนเซียมไม่ได้คิดจะมากำจัดเธอ พอรู้แบบนั้นรูบิเดียมก็ห่อไหล่ด้วยความโล่งใจ

                แต่ถ้างั้นทำไมถึงต้องฆ่าพวกลูกน้องด้วยล่ะ?

                แฟรนเซียมบอกมาเองว่าไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นเพราะพวกนั้นทนพลังปีศาจที่ปล่อยออกมาไม่ได้หรือจะหมายถึงออร่าสีดำที่ห้อมล้อมรอบตัวอยู่ตอนนี้ นั่นเป็นพลังที่ควบคุมไม่ได้อย่างนั้นหรือ

                ถ้าอย่างนั้นก็ตอบได้ว่าทำไมตอนนี้แฟรนเซียมถึงยังไม่เข้ามาใกล้แต่เว้นระยะห่างแล้วพูดคุยจากตรงนั้นแทน บางทีแฟรนเซียมอาจจะเพิ่งรู้ว่าออร่านั่นเป็นอันตรายกับมนุษย์ต่างดาว

                ถ้าอย่างนั้นคงยังพูดกันได้ รูบิเดียมรีบเสนอแผนการในทันที

                แผนการที่น่าจะทำให้ประสบความสำเร็จในการกอบกู้โลกได้มากที่สุด

                ใช่ ถ้ารีบตามไปก็ยังทันอยู่หรือจะเปลี่ยนแผนตอนนี้ก็ยังทันนะ ร่วมมือกับเจ้าพวกนั้นแล้วกอบกู้โลก...

                แต่แฟรนเซียมปฏิเสธในทันที

                ไม่ได้

                แล้วเบนสายตาจากหอคอย

                ยังไงเจ้าพวกนั้นก็ตายเปล่าเพราะไม่มีร่มที่จะกันแสงจากพระเจ้า

                ร่ม?”

                แฟรนเซียมชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน ที่ซึ่งเมือกสีดำลอยปกคลุมท้องฟ้าเหนือหอคอย

                อาซีดาฮากาที่กลายเป็นเมือกสีดำนี่ยังไงล่ะมันจะช่วยป้องกันแสงที่เผาฐานทัพของเมตไตรยจนเป็นเถ้าธุลีนั่นได้แต่ว่าจำเป็นต้องทำพิธีให้มันสมบูรณ์ซะก่อน

                นั่นน่าจะหมายถึงแสงที่ลูนาริสปล่อยลงมาก่อนจะกลับไป แสงมฤตยูที่เผาทำลายทุกอย่างจนกลายเป็นทะเลขี้เถ้านั่น

                รูบิเดียมมองไปที่เมือกสีดำบ้างแล้วพยายามทำความเข้าใจมันที่แฟรนเซียมบอกว่าเป็น ร่ม

                “…”

                มันก็คงจะจริงนั่นแหละ เมือกนี่สามารถเอาชนะเครื่องทำสวนได้บางทีมันคงมีพลังต่อต้านอะไรบางอย่างของพระเจ้าอยู่จริงๆ

                งั้นถ้าเป็นเจ้านี่ก็สามารถเอาชนะพระเจ้าได้งั้นเหรอ

                อา แต่ว่ามันยังขาดไปอีกอย่าง

                ขาดอะไร

                มีเรื่องที่ต้องบอกเอาไว้ก่อนฟาวเดชั่นอีไม่ใช่องค์กรแต่เป็นตัวบุคคลเพียงคนเดียว

                ฟาวเดชั่นอี คือเบื้องหลังของการล่มสลายที่พวกเธอพยายามไล่ตามมาตลอดแต่ยิ่งขุดค้นมันกลับยิ่งหายไปเรื่อยๆ ข้อมูลที่ได้มาเดี๋ยวก็กลายเป็นข่าวลวงบ้าง สปายที่ส่งเข้าไปทรยศแล้วฆ่าตัวตายไปก่อนจะกลับมาส่งข่าวบ้าง และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้แทบจะล้วงข้อมูลอะไรไม่ได้เลย

                การที่ฟาวเดชั่นอีมีอำนาจขนาดนั้นถูกสันนิษฐานว่าจะต้องเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ แต่กลับหาตัวตนขององค์กรไม่ได้เลย

                แล้วตอนนี้ ที่นี่แฟรนเซียมกลับบอกว่ามันไม่ใช่องค์กร ถ้าจะบอกว่าเพราะตามหากันยังไงก็ไม่เจอเลยจะบอกว่าที่ผ่านมาคิดมากเกินไปจนมองข้ามว่าฟาวเดชั่นอีอาจจะเป็นแค่คนเพียงคนเดียวที่ควบคุมอยู่อย่างนั้นหรือ?

                แต่ว่า...

                ที่พูดนั่นมันเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอถ้าเป็นแค่บุคคล นั่นหมายความว่าคนเพียงคนเดียวจะมีเงินทุนมหาศาลขนาดสนับสนุนองค์กรใหญ่สององค์กรได้มาตลอดหลายปีโดยที่ตัวผู้ออกทุนไม่เคยมีชื่อปรากฏที่ไหนมาก่อนเลยเนี่ยนะ

                เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ถึงจะมีอิทธิพลขนาดไหนแต่ถ้าไม่มีกำลังของจำนวนคนแล้วล่ะก็ถ้าอย่างนั้นอำนาจมากมายที่ทำให้หูตาของรัฐบาลหรือพวกองค์กรใหญ่ๆ ฝ้าฟางมันมาจากไหนกัน

                แฟรนเซียมพูด

                สงสัยจะใช้คำผิดไปหน่อยที่บอกว่ามีแค่คนเดียวน่ะเรื่องจริงพวกเอกสารองค์กรกับหลักฐานที่ส่งให้รัฐบาลก็เป็นของปลอมทั้งหมด ไอ้เจ้านั่นที่ทำเรื่องตบตาขนาดนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวมันไม่ใช่คนแต่เป็นแอดมินิสเทรเตอร์ มหาเทพราหู ราหูราริส

                หมายความว่ายังไงกันน่ะ

                รูบิเดียมหมายความตามที่พูดไป เธอได้ฟังแล้วว่าตัวตนที่แท้จริงของฟาวเดชั่นอี คือแอดมินิสเทรเตอร์

                แต่ว่าแอดมินิสเทรเตอรืที่ว่านั่นคือพระเจ้าที่ควบคุมจัดการโลกอย่างนั้นหรือ

                ถ้าอย่างนั้นแล้วแอดมินิสเทรเตอร์มาทำอะไรบนโลกกันล่ะ

                ทำไม ทำไม ทำไม

                มีแต่เรื่องที่หาเหตุผลไม่ได้เลยทั้งนั้น

               

                แล้วแฟรนเซียมเองก็เหมือนจะให้คำตอบไม่ได้เพราะจู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องที่พูดทันที

                ราหูราริสบอกว่าร่มนี่จะสมบูรณ์ได้ต้องใช้เครื่องทำสวนสิบสองเครื่อง

                กลับไปพูดเรื่องที่คุยค้างกันไว้ตอนแรก เรื่องที่ว่า ร่มนั้นยังขาดอะไรไปอยู่

                เครื่องทำสวนสิบสองเครื่อง

                แต่ว่าที่มีอยู่ตอนนี้มันมีแค่เก้าองนี่

                รูบิเดียมกวาดตามองไปที่เงาของเครื่องทำสวนอีกเจ็ดเครื่องที่เห็นก่อนหน้านี้ พวกมันเองก็เป็นเมือกสีดำมาตั้งแต่ตอนนั้น เหมือนที่โดโกบาร์กับจูเนอร์มินาร์ที่เพิ่งถูกกำจัด เมือกที่กลืนกินสองเครื่องนั้นไปก็ได้กลายมาเป็นเครื่องทำสวนเมือกดำ บางทีการให้เมือกกลืนกินเครื่องทำสวนทั้งสิบสองเครื่องคงจะเป็นเงื่อนไขในการทำให้ ร่มเสร็จสมบูรณ์

                แต่ว่าเรื่องนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้อีกแล้วเพราะมีเครื่องทำสวนหายไปสามเครื่อง

                เครื่องที่หายไปคือ เซพทรูสตาร์ จูลลับบิทตาร์ และ ออร์ทิเกสซาร์

                ทั้งสามเครื่องนั่นพังพินาศไปเพราะการต่อสู้ที่ฐานทัพของเมตไตรย

                แฟรนเซียมพูด

                ในกรณีที่ไม่สามารถเติมเต็มเงื่อนไขได้อาซีดาฮากาจะกลืนกินความสิ้นหวังเพื่อชดเชยตรงส่วนนั้น

                มันยังไงกันแน่คำพูดที่ไม่กระจ่างนั่น รูบิเดียมที่สงสัยอยู่จึงถามออกไป

                ความสิ้นหวังเหรอแต่ว่าของแบบนั้นน่ะ...

                แต่ไม่ได้ลดมือที่ถืออาวุธลงแล้วก็ยังไม่ได้ลดการป้องกันลงด้วย

                แต่ว่า...

                ถึงกระนั้น...

                ทั้งที่ระวังขนาดนั้นแล้วแต่ดาบกลับเสียเข้ามาในอก ตรงตำแหน่งหัวใจพอดี

 

Rubidium Lv. 144 [/////40030:45230//..]

 

                อึก....ทำไม!

                รูบิเดียมกำดาบที่แฟรนเซียมแทงเข้ามา

                ไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่าเข้ามาใกล้ตอนไหน ชักดาบออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนี่มัน...

                หล่อนก้มลงมองดาบที่เสียบเข้ามา ดาบมังกรเทวะ แต่ว่าแฟรนเซียมโยนมันขึ้นไปข้างบนแล้วนี่

                ซึ่งเมือกสีดำก็ยังปกคลุมท้องฟ้าอยู่แต่พอมองกลับขึ้นไปถึงได้เห็นว่ามีสายเมือกสีดำห้อยลงมาจนถึงจุดที่มือของแฟรนเซียมจับดาบแทงเข้ามา

                ดูเหมือนว่าเมือกจะแยกส่วนมาเป็นดาบให้ได้ด้วยแล้วความเร็วของแฟรนเซียมก็ก้าวข้ามการรับรู้ของตัวเองไปแล้ว

                รูบิเดียมพรูลมหายใจออกมาดัง แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

                พลังชีวิตกำลังลดลงทั้งที่การแทงเข้าไปที่หัวใจไม่ใช่การโจมตีที่ทำลายชีวิตในทันทีบนโลกที่กลายเป็นเกม ทำไมถึงไม่ตัดหัวออกทั้งที่เคลื่อนไหวได้ขนาดนั้นแล้ว

                ถ้างั้นคำตอบก็มีแค่เรื่องเดียว

                การแทงดาบนี่เข้ามาไม่ใช่การฆ่าให้ตายแต่เป็นการทำเพื่อส่งเครื่องสังเวยให้ดาบ พลังชีวิตกำลังลดลงเพราะดาบมังกรเทวะกำลังดูดมันไป

                ทำไมก็นายบอกว่าเราเป็นพวก…”

                แฟรนเซียมตอบกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา

                ใช่เราเป็นพวกเดียวกันมีเรื่องหนึ่งที่ สิงห์ ธุวดารกะไม่ได้บอกเธอเอาไว้

                อะ…”

                ลูกหลานธุวดารกะทุกคนถ้าไม่ใช่กรณีที่เป็นคู่แฝดแบบมีนากับเมษาก็จะเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่ว่าเธอเคยคิดรึเปล่าว่าทำไมฉันถึงรับเอาฟันเฟืองมาได้ทั้งที่มันควรจะเป็นของเธอ

                นายพูดเรื่องอะไร....ฉันไม่เห็นรู้เลยทำไมฉันถึงจะ...ฟันเฟือง

                ดาบเสียงลึกเข้ามาอีก เลือดที่ไหลทะลักจากอวัยภายในแต่ไม่มีที่ไปจึงไหลย้อนขึ้นมาที่ปาก

                หล่อนกระอักเลือด

                อ่อก!

                เข่าทรุดล้มลง ดาบที่เสียบคาอกโน้มตัวตามลงมาด้วย

                เพราะฟันเฟืองจะแยกไปหา อดัม เอวา อาเบล คาอิน ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะราหูราริสมันกำหนดเอาไว้ เจ้านั่นพาฉันมาที่โลกฝั่งนี้เมื่อสิบสองปีก่อนก็เพราะอยากให้ฉันที่ต่อต้านมันในโลกก่อนรู้สึกสิ้นหวัง

                ฉ...ฉัน..ไม่เข้าใจ

                เพราะเธอกับฉันเป็นพี่น้องกันจริงๆ ไงล่ะถึงได้สร้างความสิ้นหวังได้มากพอที่จะป้อนให้กับฮาซีดาฮากาเพราะว่าสิงห์ ธุวดารกะรักพี่สาวของเขามากที่สุดดังนั้นถ้าฆ่าเธอแล้วก็จะป้อมความสิ้นหวังเข้าไปในดาบได้อย่างเพียงพอ

                “....”

                รูบิเดียม

                “…”

                กุมภา

                “….”

                รูบิเดียมไม่ตอบอีกแล้ว

 

Rubidium Lv. 144 [.....0:45230....]

 

                เมื่อพลังชีวิตลดลงจนว่างเปล่ามันก็หายไป

                แฟรนเซียมกอดร่างของรูบิเดียมไว้

                ร่างกายของหญิงสาวอ่อนนุ่ม นุ่มจนแทบจะละลาย

                ร่างกายของเธอเริ่มจะกลายเป็นปรอท

                ร่างกายของพี่สาวละลายไหลไปจากมือของเขา ดาบมังกรเทวะจึงห้อยต่องแต่งอยู่กับเมือกที่ลอยอยุ่ด้านบน

                เลือดสีแดงที่นองอยู่บนพื้นก็เปลี่ยนเป็นปรอทเหมือนกัน

                คุณสมบัติของร่าง ไฮพีเรี่ยน ร่างกายที่ต้องคำสาปซึ่งบิดเบือน กาล-อวกาศ จึงได้รับโทษทัณฑ์ให้ต้องหายไปในตอนที่พลังซึ่งคงร่างกายนั้นหมดลงไป

                เครื่องทำสวนเมือกไหลกลับขึ้นไปรวมกับเมือกที่อยู่ด้านบนแล้วถูกดาบมังกรเทวะดึงเข้ามา

                สุดท้ายก็เหลือแต่ดาบที่หล่นลงมาปักพื้นดิน

                ความคมของตัวดาบพัฒนาขึ้นมากจนสามารถเสียบใส่พื้นที่แข็งเป็นหินลงไปได้โดยที่ไม่มีแรงกดส่งอาศัยแค่แรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวก็ปักทะลุพื้นหินนี่ได้

                แฟรนเซียมเดินไปเก็บดาบแล้วมุ่งหน้าต่อไปที่ประตูหอคอยโดยไม่เหลียวกลับไปมองด้านหลังอีก

 

                ภายในหอคอย

 

                แฟรนเซียมยืนอยู่หน้าวงสัญลักษณ์เดือนสิงหาคมซึ่งยังเปล่งแสงสว่างอยู่

                เขานึกถึงคำพูดที่ราหูราริสพูดขึ้นมา

                อิงศรโอบกอดความหวังแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปสู่ความสิ้นหวัง

                เขากำดาบมังกรเทวะในมือ

                ถ้าไม่มีร่มนี่สิ่งที่รอนายอยู่ก็มีแต่ความสิ้นหวังเท่านั้น

                ส่วนที่อยู่ในมือของเขาก็คือ ความสิ้นหวัง

                กลุ่มก้อนของคำสาปที่แลกมาด้วยชีวิตผู้คนจำนวนมากที่เขาฆ่าไป ชีวิตของเครื่องลงทัณฑ์ของพระเจ้า

                แล้วก็...

                ชีวิตของสิ่งสำคัญที่สุดของเขา

                ถ้างั้นฉันก็จะโอบกอดความสิ้นหวังแล้วมุ่งหน้าไปหาความหวังเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #208 raigeki (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:21
    มหาเทพราหู อีคลิปส์ มันจะดูเข้ากว่ารึเปล่าล่ะครับ ราหูราลิสมันเเปลกๆนะครับ
    #208
    1
    • #208-1 R@ji(จากตอนที่ 228)
      30 เมษายน 2561 / 12:42
      ตอนแรกที่คิดว่าก็รู้สึกคำมันซ้ำซ้อนกันเวลาเรียกแหละนะครับ มหาเทพราหุ ราหูราลิส ราหุซ้ำสองรอบเลย แต่เพราะธีมของแอดมินสเทรเตอร์มันเป็นการเล่นคำน่ะฮะ ราหูราลิส Rahularis มาจาก Rahula+aris ก็เหมือน โซลาริส ที่มาจาก Solar + aris กับ ลูนาริส ที่มาจาก Lunar+aris
      ที่อยากให้คงไว้เป็น ราหูราลิส เพราะ Rahu มันอ่านกลับกันเป็น hura จาก Ahura ได้ด้วยน่ะครับ
      ส่วน Eclipse เป็นชื่อเจ้าของร้านไปแล้วก็จริง แต่ยังมีความลับเกีย่วกับคำนี้อีกฮะ รอดูกันต่อปาย
      #208-1