Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 227 : Login 224: Nemesis Dragon (มังกรสัมบูรณ์กาล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

Login 224: Nemesis Dragon (มังกรสัมบูรณ์กาล)

 

            กึง กึง กึง

            เกิดเสียงสั่นสะเทือนแบบนั้นมาได้ซักพัก มนุษย์ต่างดาวที่เฝ้าอยู่หน้าทางเข้าหอคอยก็วิ่งแจ้นเข้ามาข้างในด้วยท่าทางตื่นตระหนก

            รูบิเดียมถาม

            เกิดอะไรขึ้น”

            เครื่องทำสวนครับ...ดูจากเงาของมันแล้วกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ!”

            เตรียมพร้อมรบซะ! บอกให้ทุกคนเตรียมต่อสู้ถ่วงเวลา”

            รับทราบ!”

            แล้วมนุษย์ต่างดาวตนนั้นก็วิ่งกลับออกไป ได้ยินเสียงสั่งการดังแว่วเข้ามาเป็นระยะดูเหมือนจะเตรียมตัวกันแล้ว

            รูบิเดียมหันกลับมายังวงพิธีที่พวกเขายืนอยู่คงเพราะได้ยินเสียงขยับตัวจากบรรดาพวกพ้องที่อาจจะกำลังคิดไปช่วย

            ดังนั้นหล่อนจึงกล่าวเพื่อหยุดพวกเขาไว้

            พวกนายล่วงหน้ากันไปเลยที่นี่ปล่อยให้ฉันจัดการเอง”

            ซีลอร์ดพูด

            ถ้างั้นก็มาต่อกันเลยไหม”

            แล้วสบตาอิงศรเป็นนัยว่าจะให้เขาสั่งพวกพ้องในฐานะหัวหน้า

            ทุกคนที่ยืนอยู่บนวงสัญลักษณ์ 11 วงจากทั้งหมด 12 วง

            มิ่งขวัญ กวินทร์ มีนา เมษา นรินทร์ ฟู มิกซ์ พลอย เน็กส์ นิว

            วันนี้จะช่วยมนุษยชาติด้วยพวกพ้องเหล่านี้

            เออ จัดการเลย”

            พอพูดไป ซีลอร์ดก็ขว้างบางอย่างมา

            รับนี่ไปสิ”

            สิ่งที่รับมานั้นคือไพ่ ...คือ อาคานาร์

            นี่มัน”

            เดอะ ฟูลน่ะ”

            พอซีลอร์ดพูดเขาก็พลิกหน้าไพ่ขึ้นมาดู  ไพ่รูปนักเดินทางแบกไม้เท้าที่มีห่อผ้าบรรจุสัมภาระผูกติดกับสุนัขตัวหนึ่งเดินตามหลัง เป็นรูปแบบของเมเจอร์อาคานาร์ลำดับแรกสุด เดอะ ฟูล นั่นเอง

            อันนี้เพิ่งได้มาเหรอ”

            เปล่า ได้มาตั้งนานแล้วมันอาคานาร์ของผม”

            อิงศรไม่แน่ใจว่าฟังผิดหรือไม่จึงถามทวนอีกครั้ง

            ของนาย?”

            เธอเคยพูดไว้ใช่ไหมว่าอาคานาร์คือสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนแต่ว่าอาคานาร์ใบนั้นน่ะไม่ได้เกิดขึ้นมาจากสายสัมพันธ์ระหว่างเธอกับใครเลยผมได้มันมาเพราะมีใครที่ผมเองก็ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงมอบให้แต่ว่าผมก็เอามันมาใช้ไม่ได้เพราะงั้นขอฝากไว้ที่เธอก็แล้วกัน”

            เดี๋ยวสิอธิบายมาแค่นั้นใครมัสนจะไปเข้าใจกันฟระ”

            แต่ซีลอร์ดไม่รอแล้ววางมือลงบนแท่นหินที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องแล้วทำให้แท่นหินเปล่งแสง

            เอาเมอร์คาบาห์ออกมาสิ”

            ไม่รู้ทำไมซีลอร์ดถึงรีบร้อนขนาดนั้นแต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่อยากพูดไปมากกว่านี้ อีกอย่างจากสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าข้างนอกกำลังจะเกดอะไรขึ้นก็ควรจะรีบๆ ไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ

            “….”

            ดูเหมือนข้อสรุปจะมีแค่นั้น ซีลอร์ดไม่ยอมตอบอะไร ดังนั้นอิงศรจึงพยักหน้าแล้วเรียกไพ่อาคานาร์ออกมา อาคานาร์ เดอะ แชริออท สีทองคำ เขาบีบอาคานาร์นั้นเมื่อมันตกลงในมือ อาคานาร์แตกกระจายและเรียกปีศาจออกมา

            เทวทูตผมสีทอง ใบหน้าเหมือนลอกแบบมาจากตัวเขา

            ปรากฏตัวพร้อมกับใบมีดสีเลือดฝาดล่องลอยอยู่ข้างๆ แขน

            มหาโชคชะตา รูปแบบแห่งการทำลายกฎเกณฑ์ ‘รูลเบรกเฟส เมอร์คาบาห์ ฮันเซลลัชช่า’

            เมื่อเมอร์คาบาห์ปรากฏออกมามันก็เริ่มทำหน้าที่ด้วยตัวเองราวกับรู้อยู่ก่อนโดยที่เขาไม่ต้องบอก เทวทูตลอยไปลงที่แท่นหินตรงกลาง

            ซีลอร์ดจึงปล่อยมือจากแท่นหินแล้วหลีกทางให้ เมอร์คาบาห์เข้าไปประทับมือทั้งสองลงบนแท่นหิน

            จากนั้นแสงสว่างบนแท่นหินก็ไหลบ่าลงไปตามร่องที่สลักไว้บนพื้นราวกับสายธาร ไหลกระจายไปยังวงสัญลักษณ์ทั้งสิบสองวงที่เชื่อมต่อกันอยู่แล้วทำให้วงเหล่านั้นเปล่งประกายด้วยแสงสว่าง

            ฟุ่บ เกิดเสียงประหลาดขึ้น ทุกคนที่ยืนอยู่บนวงสัญลักษณ์รวมถึงซีลอร์ดก็อันตรธานหายไปสิ้น

            แสงสว่างบนวงสัญลักษณ์แต่ละดวงทยอยดับลงเหลือเพียงสัญลักษณ์รูปสิงโตกับเสือยืนสองขาประกบอุ้งเท้าหน้าให้กัน สัญลักษณ์ประจำเดือนสิงหาคมเท่านั้นกับแท่นหินตรงกลางที่ยังเปล่งแสงอยู่

            เพราะมันไม่ได้ถูกใช้งานจึงยังมีพลังงานเคลื่อนย้ายตกค้างอยู่

            ราวกับรอใครซักคนที่ไม่มีวันมาถึง

            “…”

            แต่อีกซักพักมันก็จะดับไปเองเมื่อพลังงานที่ซีลอร์ดกับเมอร์คาบาห์ให้ไว้หมดลง

            รูบิเดียมบอกกับตัวเองอย่างนั้น

            นี่”

            โดโกบาร์ส่งเสียงเรียก ซึ่งคนที่เหลืออยู่ในหอคอยนอกจากสองแฝดจูเนอร์มินาร์ที่ยืนอยู่ด้วยกันแล้วก็เหลือแค่เธอ

            ดังนั้นจึงแน่ใจว่าโดโกบาร์กำลังเรียกอยู่

            ที่ว่าเครื่องทำสวนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่น่ะคิดว่ายังไงบ้าง”

            อยากจะพูดอะไรกันแน่”

            รูบิเดียมถามไปตามความหมาย ไม่เข้าใจว่าเครื่องทำสวนตั้งใจจะสื่อสารอะไรมา

            ข้าไม่อยากไปขัดซีลอร์ดก็เลยไม่ได้พูดไป แต่ว่าจนถึงตอนนี้เครื่องทำสวนที่ยังยืนยันสัญญาณได้เหลือแค่ข้า จูเนอร์มินาร์ แล้วก็ซีลอร์ด มีอยู่แค่นั้นเมื่อวานสัญญาณของแจนนูวาร์มมาร์ที่เราสวนกันระหว่างเดินทางมาที่นี่ก็เพิ่งจะหายไปด้วยแล้วทำไม เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ที่น่าจะหายไปแล้วถึงมาปรากฏตัวที่นี่ล่ะเจ้าไม่แปลกใจบ้างรึ”

            คำพูดของโดโกบาร์ทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นมา หลังจากที่ส่งพวกอิงศรขึ้นไปแล้วตนเองก็คิดว่าคงไม่มีเรื่องต้องขบคิดมากไปกว่านี้อีก ตั้งใจว่าจะรออยู่ที่นี่จนกว่าเรื่องจะจบแต่ดูเหมือนจะทำแบบนั้นไม่ได้แล้วจริงๆ

            งั้นเหรอ ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ถ้างั้นไม่ออกไปดูด้วยกันซะเลยล่ะแล้วก็คงไม่ต้องถ่วงเวลามากไปกว่านี้แล้วด้วยหลังจากนี้ฉันจะหลบหนีไปพร้อมกับพวกที่เหลือ”

            “….”

            ดูเหมือนจะตกลงกันได้ พวกตนที่ตกค้างอยู่ที่นี่ไม่ได้ส่งผลต่อการกำหนดเส้นทางของโลกอีกแล้วดังนั้นคงจะปล่อยไป รูบิเดียมสรุปเอาเองแล้วเดินไปที่ประตูทางออก

            “…”

            ราชครูสาวยืนค้างอยู่ตรงบันไดหน้าประตู สายตาจดจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอก

            โดโกบาร์เพิ่งจะตามออกมาพร้อมกับคู่แฝดจูเนอร์มินาร์

            แล้วพวกเขาก็เพ่งสายตาไปรอบๆ ยอดเขาซึ่งมีหมอกหนาทึบ มองเห็นเงาเลือนรางขนาดใหญ่มหึมาเทียบเท่าภูเขาทั้งลูกกำลังเคลื่อนไหวอุ้ยอ้ายอยู่เบื้องหลังม่านหมอก

            แล้วก็ไม่ได้มีแค่หนึ่งหรือสองเงา แต่มีถึงเจ็ดด้วยกัน พวกมันล้อมเข้ามาใกล้หอคอยจากทุกทิศทาง ไม่ได้มีแค่ที่เดินมาอย่างเดียวยังมีเงาที่ลอยอยู่สูงกว่าหมอกกำลังบินตรงมาที่นี่ด้วย

            โดโกบาร์ซึ่งเพ่งสายตามองมาซักพักแล้วก็อุทานว่า

            นั่นมัน”

            ดวงตาของเด็กชายเบิกกว้างเพราะ รูปร่างของเงาเหล่านั้นดูคุ้นตาเป็นอย่างมาก ยิ่งเข้ามาใกล้ก็ยิ่งเด่นชัด

            ดีเซมแมร์ เอพบรูอาร์ โนเวมโบอาร์ เอกาพริลุสซาร์ เมยอกซาร์ เวโนมาชาร์ และ แจนนูวาร์มมาร์

            เหล่าพวกพ้องเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ที่คิดว่าหายไปแล้ว

            แต่กลับมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่พร้อมกันทั้งหมด จะต้องมีสาเหตุอะไรอย่างแน่นอน แล้วตัวต้นเหตุจะต้องเกี่ยวข้องกับการหายไปของสัญญาณเครื่องทำสวนก่อนหน้านี้ด้วย

            จูเนอร์มินาร์คนพี่ดึงตัวน้องชายฝาแฝดที่ซุกซนไปหลบข้างหลังแล้วถามโดโกบาร์เหมือนกับจะยืนยันอะไรบางอย่าง

            โดโกบาร์เจ้าว่ามันแปลกๆ ไหม”

            ข้าเองก็ว่าอย่างนั้น”

            โดโกบาร์ตอบ

            พวกเครื่องทำสวนดูท่าทางกระสับกระส่ายเหมือนไม่เข้าใจสถานการณ์เช่นเดียวกับที่เธอเองก็กำลังสับสนอยู่

            นี่มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            รูบิเดียมพูด แต่กลับมีเสียงตอบดังมาจากที่อื่นแทน

            มนุษย์กำลังทำให้พระเจ้าหวาดกลัวยังไงล่ะรูบิเดียม”

            ทันใดนั้นเอง ก็มีคนตกลงมาจากท้องฟ้า ลงจอดบนพื้นเบื้องหน้าหอคอยอย่างรุนแรง

            เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดพัดพวกมนุษย์ต่างดาวชั้นครูสิบตนที่อยู่รอบๆ กระเด็นไปพร้อมกันแถมพลังชีวิตยังกลายเป็นศูนย์ในพริบตารวมถึงร่างกายแยกเป็นส่วนๆ

            นั่นมันสัตว์ประหลาดพรรค์ไหนกัน สัตว์ประหลาดที่ชั้นครูระดับสูงถึงสิบตนตายอย่างง่ายดาย

            ลานหน้าหอคอยกลาดเกลื่อนไปด้วยอวัยวะมนุษย์ต่างดาว ไม่นานมันก็ละลายเป็นของเหลวคล้ายปรอท ถ้าหากพวกที่โดนฆ่าเป็นมนุษย์พื้นที่ตรงนี้คงถูกย้อมเป็นสีแดงฉานไม่ต่างจากทุ่งกุหลาบ

            รูบิเดียมพยายามเพ่งสายตามองลอดกลุ่มควันที่ลอยขึ้นมาเพราะแรงจากการตกใส่พื้นนั่นพยายามมองหาลักษณะเด่นของศัตรูเพื่อวิเคราะห์ การมีข้อมูลของศัตรูเอาไว้จำเป็นมากกับเทคนิคต่อสู้ด้วยท่าไม้ตายล้วนๆ จำเป็นต้องรู้ว่าอีกฝ่ายอาชีพอะไรและมีท่าไม้ตายสวนกลับหรือไม่

            แต่ไม่จำเป็นต้องคาดเดา เพราะเสียงก่อนหน้านี้รวมกับพลังที่แสดงให้เห็นนั้นมีอยู่คนเดียวที่เธอรู้จัก

             ผู้ชายที่ตกลงมาเพิ่งจะยืดขายืนตรงในมือถือดาบสีดำที่ยืดออกไปคล้ายโซ่

            ดาบมังกรเทวะ อาซี-ดาฮากา นั่นเอง

            “…แฟรนเซียม”

            รูบิเดียมพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา

            เคยคิดอยู่เหมือนกันว่ามีโอกาสที่แฟรนเซียมจะยังไม่ตาย แต่เปอร์เซ็นต์มันก็น้อยเอามากๆ แล้วยิ่งสิ่งที่สังหารคือไฟชำระของพระเจ้า ของแอดมินิสเทรเตอร์ที่บริหารจัดการความเป็นไปของโลกด้วยแล้วยิ่งไม่เห็นทางจะรอด

            แต่ดูเหมือนจะลืมคิดไปว่าพวกอิงศรก็ยังรอดตายทั้งที่ยืนอยู่ในจุดที่ไฟชำระตกลงมาเหมือนกัน

            ถ้าไม่ใช่เพราะไฮโดรเจนบอกเธอเองก็คิดว่าพวกอิงศรตายไปแล้วแต่ก็คิดไปเองเรียบร้อยว่าคงได้ไฮโดรเจนช่วยเอาไว้ แล้วก็ถามย้ำกับหมอนั่นไปแล้วด้วยว่าได้ช่วยแฟรนเซียมด้วยหรือเปล่า

            เจ้านั่นบอกว่าไม่ได้ยื่นมือเข้าไปเลย งั้นการที่แฟรนเซียมมาอยู่ที่นี่ได้ก็คงจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับวิธีเอาตัวรอดของพวกอิงศรจนรอดชีวิต.... คิดได้แต่คำตอบแบบนั้น

            เธอจ้องร่างของแฟรนเซียม พวกเครื่องทำสวนที่อยู่ฝ่ายนี้ก็คืนร่างกลับเป็นเครื่องจักรขนาดมหึมาแล้วลงไปจากยอดเขา ภูเขาก็เหมือนถูกย่อส่วนลงไปเลยเมื่อเทียบกับขนาดของพวกมัน

            เครื่องทำสวนรูปสุนัขแบกคันชั่ง

            เครื่องทำสวนหนูที่หน้าตาเหมือนกันสองเครื่อง ขนาดของพวกหล่อนเล็กกว่าเครื่องทำสวนเครื่องอื่น น่าจะเล็กที่สุดในบรรดาทั้งหมด

            โดโกบาร์พูด

            ทุกท่านได้โปรดฟังข้าก่อน ท่านแจนนูวาร์มมาร์ ท่านเองก็ฟังด้วยเถิดการตัดสินของแอดมินิสเทรเตอร์เป็นคำขาดก็จริงแต่ว่าครั้งนี้มันยังมีสิ่งที่ไม่ชัดเจนอยู่อีกหลายๆ เรื่องข้าอยากจะ...”

            แต่แฟรนเซียมก็พูดขัดขึ้นมา

            ไม่มีประโยชน์หรอกน่าเจ้าพวกนั้นไม่ใช่เครื่องทำสวนอีกต่อไปแล้ว”

            แล้วตวัดดาบ ทันใดนั้นก็ลมพายุกระจากออกไปโดยมีแฟรนเซียมเป็นศูนย์กลางพัดหอบเอาหมอกหายไปทั้งหมด เครื่องทำสวนทั้งเจ็ดเครื่องจึงปรากฏขึ้น

            ไม่สิ ไม่ใช่เครื่องทำสวน สิ่งที่ยืนล้อมบาเบลอยู่เป็นเพียงวัตถุสีดำสนิทที่มีรูปร่างเหมือนเครื่องทำสวนเท่านั้น พวกมันตอนที่ซ่อนอยู่ในหมอกทำให้คิดว่าเป็นเงาของเครื่องทำสวนแต่ที่จริงไม่ใช่ ลักษณะของวัตถุพวกนั้นดูคล้ายคลึงกับตัวดาบมังกรเทวะ

            นี่มันยังไงกันแน่แฟรนเซียมแล้วฆ่าเจ้าพวกนั้นทำไม คิดจะทำอะไรกันแน่”

            รูบิเดียมถามพลางยกคริสตัลเอ็กซีดขึ้นมาถือ

            ฉันไมได้เป็นคนฆ่า เจ้าพวกนั้นแค่ทนไอพลังปีศาจที่ปล่อยออกจากร่างฉันไม่ได้เลยตายเรื่องมันก็แค่นั้น”

            แฟรนเซียมพูด

            ตอนนั้นเองที่เริ่มจะมองเห็นออร่าสีดำจางๆ เด่นชัดขึ้นมา ออร่าพวกนั้นลอยออกมาจากร่างของแฟรนเซียม ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนไม่ใช่พลังที่แฟรนเซียมเคยมีเพราะไม่เคยเห็นเอาออกมาใช้

            ลักษณะดำหม่นของออร่าที่ปล่อยออกมาน่าจะเป็นลักษณะพลังของปีศาจ

            เดม่อนแอพเหรอ?”

            เธอพูดสมมติฐานออกมา

            ตอนนั้นเองแฟรนเซียมก็ตวัดดาบ

            สองเครื่องสุดท้ายที่นี่ขอเลยก็แล้วกัน”

            ดาบมังกรเทวะหดตัวกลับเป็นใบดาบตรงแล้วถูกชูขึ้นไปยังท้องฟ้าที่อากาศปลอดโปร่งขึ้นมาเพราะสายลมเมื่อครู่

            ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆหมอก

            ดวงตะวันดวงโตลอยเคว้งอยู่กลางท้องฟ้า

            แล้วที่ตรงนั้นเอง ก็บังเกิดคราสขึ้นมา

            ไม่สิ ไม่ใช่ดวงอาทิตย์นี่”

            รูบิเดียมพูด ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ที่ถูกคราสกลืนแต่เป็นท้องฟ้าเหนือหอคอยต่างหากที่ถูกบดบังโดยเมือกสีดำที่แผ่ขยายออกจากจุดที่ดาบของแฟรนเซียมชี้ขึ้นไป

            จงชโลมสรวงสวรรค์ให้มืดมิด อนธกาล มังกรสัมบูรณ์กาล อาซี ดาฮากา อหุราคา!!”

            ก่อนที่แฟรนเซียมจะลงมือทำอะไรไปมากกว่านี้ เขี้ยวเล็บของเครื่องทำสวน ปืนใหญ่ของโดโกบาร์ก็ลั่นไกยิงไปแล้ว

            หายไปซะวัชพืช”

            แต่สิ่งที่หายไปกลับกลายเป็นลูกกระสุนปืน ถูกเมือกสีดำที่หยดย้อยลงมาจากข้างบนกลืนเข้าไปก่อนจะเข้าถึงตัวแฟรนเซียม

            ที่ต้องหายไปน่ะ มันแกต่างหาก”

            แฟรนเซียมกล่าวแล้วเมือกดำก็ไหลบ่าเทบ่าลงมาจากสวรรค์

            อาบย้อมชโลมกายของเครื่องทำสวนทั้งสองที่ยังยืนหยัดอยู่ที่นี่

            ทั้งที่ความเร็วในการร่วงลงมาของเมือกดำไม่ได้รวดเร็วหวือหวาอะไรแต่ทำไมเครื่องทำสวนจึงไม่ยอมขยับหลบหลีก รูบิเดียมคิดว่าสาเหตุคงจะมาจากเมือกที่บดบังท้องฟ้า อาจจะมีคุณสมบัติในการชะลอความเคลื่อนไหวเฉพาะเครื่องทำสวนเพราะตัวเธอที่ยืนอยู่ตรงนี้เหมือนกันไม่รู้สึกถึงอะไรเลย

            ทันทีที่โดนเมือกตกใส่เครื่องทำสวนก็หยุดเคลื่อนไหว หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งโดนเมือกกลืนเข้าไปทั้งตัว ถูกละลายอยู่ภายในเมือกจนขนาดหดเล็กลงราวกับว่าขนาดมหึมานั่นเป็นเรื่องโกหก

            เมือกที่ละลายเครื่องทำสวนจนหมดแล้วก่อตัวขึ้นใหม่กลายเป็นรูปร่างเดียวกับเครื่องทำสวนที่มันกลืนเข้าไป ทีนี้ก็มีเครื่องทำสวนดำเพิ่มขึ้นเป็นเก้าตัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #256 maruchan (จากตอนที่ 227)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 18:23
    สงสารโดโกจัง
    #256
    0