Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 224 : Login 221: ดินแดนซึ่งสุริยันจันทราประทับในดวงจิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 เม.ย. 61

Login 221: ดินแดนซึ่งสุริยันจันทราประทับในดวงจิต

 

            เช้าของวันที่ 6 ก่อนที่โลกจะถูกลบหายไปเหลืออีก 14 วัน

            ยานโดยสารของมนุษย์ต่างดาวลงจอดบนไหล่เขาซึ่งมีพื้นที่กว้างและมั่นคง

            อุณหภูมิข้างนอกหนาวติดลบจนมีหิมะปกคลุมพื้นดินกลายเป็นสีขาวโพลน โดยปกติแล้วในความสูงระดับนี้รวมถึงฤดูแล้วน่าจะไม่มีหิมะแต่เพราะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ของโลกที่โดนความว่างเปล่ากลืนกินไปทำให้ทิศทางกระแสลมผันเปลี่ยนไปด้วย

            ป่านนี้โลกคงจะวุ่นวายกันไปหมดทั้งจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ไหนยังจะถูกตัดเสบียงเพราะสัตว์เทวะถูกปรับไม่ให้ดรอปไอเทมจนขาดแคลนอาหารอีก

            เมื่อประตูยานเปิดออกบันไดเหล็กก็พาดลงบนพื้นหิมะ อิงศรและทุกคนพากันเดินลงมาเหยียบหิมะเป็นครั้งแรก

            เย็น”

            อิงศรคิดแบบนั้นตอนที่เท้าเหยียบลงบนพื้นสีขาวมันก็ส่งเสียงกรอบแกรบเหมือนเหยียบกระดาษ เขาเคยเห็นหิมะจากในสื่อต่างๆ แต่เพิ่งจะเคยสัมผัสของจริงและได้รู้ว่ามันไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนปุยฝ้ายอย่างที่เคยคิดไว้

            ตอนนั้นเอง เมษาก็ควักหิมะขึ้นมาปั้นเป็นก้อนกลมแล้วปาใส่กวินทร์

            หิมะกระแทกใส่แก้มของเด็กหนุ่มแล้วแตกกระจาย

            ทำอะไรครับเนี่ยพี่เมษา”

            สงครามหิมะไงอุตส่าห์มีหิมะแล้วก็มาเล่นกันซักหน่อยเด้”

            มีนาเหล่ตามองน้องชายฝาแฝดที่พ่นคำพูดเด็กๆ แบบนั้นออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย

            ทำเป็นเด็กไปได้นะเมษาเนี่ย”

            ทันทีที่มีนากล่าวจบก็มีเสียงทุ้มต่ำดัง แผละ เพราะก้อนหิมะโปะเข้ามาที่หน้า

            สามแต้ม”

            เมษาตะโกนอย่างลิงโลดหลังจากปาหิมะใส่มีนา ดังนั้นหล่อนจึงเอาคืน

            มาเจอกันซักตั้งเถอะค่ะเมษา”

            มีนาปั้นหิมะขึ้นมาสองก้อนแล้วกระหน่ำปาพร้อมกันแต่เมษาโยกตัวหลบได้ทั้งหมด

            ฮ่า ฮ่า ไม่โดน”

            แล้วก้มลงปั้นก้อนใหม่ขึ้นมาใส่มีนาแต่เธอกระโจนตัวหลบแล้วกลิ้งลงไปบนพื้นพร้อมกับควักหิมะไปด้วย

            พอกลิ้งไปถึงระยะหนึ่งก็พลิกตัวลุกขึ้นมาแล้วปาใส่ในจังหวะที่เมษาหลบไม่ได้ทำให้โดนก้อนหิมะอัดเต็มหน้าจนหงายท้อง

            แอ่ก”

            สิบแต้มค่า”

            มีนาหัวเราะชอบใจกับท่าทีหงายหลังของน้องชายฝาแฝด

            สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารเฟ้ย!”

            เมษาดีดตัวขึ้นมาแล้วควักหิมะขึ้นมาพูนมือตั้งหน้าตั้งตาปั้นเอาเป็นตายจนน่าคิดว่าหากชุดเครื่องแบบ ’กองกำลังแซด’ ไม่ได้มีถุงมือติดมาให้ด้วยคงได้โดนน้ำแข็งกัดจนมือชาคันยิบๆ ไปแล้ว

            พอพวกเด็กกำพร้าเห็นสองคนนั่นเล่นหิมะกันฟูก็พูดว่า

            เฮ้ พวกเราก็ไปเล่นกับบ้างเหอะ”

            แต่มิกซ์พยายามจะห้าม

            ไม่เอาน่าฟู เราไม่ได้มาเล่นกันซักหน่อย”

            ไม่เห็นเป็นไรเลยพวกนั้นยังเล่นกันเลยนี่แล้วเน็กส์กับนิวก็อยากจะเล่นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

            งั้นก็ได้ล่ะมั้ง”

            จู่ๆ มิกซ์ก็คล้อยตามฟูขึ้นมาเสียอย่างนั้น ดูเหมือนเจ้าตัวก็อยากจะเล่นเหมือนกัน นั่นก็เพราะไม่มีใครในกลุ่มพวกพ้องเคยสัมผัสหิมะมาก่อน

            แล้วพอเป็นแบบนั้นกวินทร์กับมิ่งขวัญก็ตามไปผสมโรงเล่นปาหิมะกันอย่างสนุกสนาน

            อิงศรได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

            ให้ตายสิเจ้าพวกนี้”

            จากนั้นนรินทร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งได้ยินที่เขาพึมพำก็เขยิบเข้ามาใกล้ เขาคาดการไว้โดยไม่หันไปมองแต่ฟังเอาจากเสียงฝีเท้า

            แต่ทุกคนยังร่าเริงได้ก็ดีเหมือนกันนะช่วงหลายวันมานี่ผมเห็นทุกคนทำตัวเคร่งเครียดกันก็กลัวว่าจะเกร็งเกินไปได้พักผ่อนกันบ้างก็ดีเหมือนกัน”

            แต่มันจะเล่นสนุกกันเกินไปหน่อยล่ะสิไม่ว่า”

            แหม มันก็สนุกดีออกอิงศรก็ลองมาเล่นดูไหมล่ะ”

            พอได้ยินความเห็นชวนคล้อยตามแบบนั้นอิงศรก็ตีหน้ามุ่ยกะจะหันไปถาม

            นี่นายก็เป็นไปกับ…”

            อิงศรชะงักคำพูดไปเพราะว่านรินทร์กำลังกลิ้งลูกบอลหิมะสำหรับทำเป็นหน้าอกของตุ๊กตาหิมะโดยมีลูกบอลฐานที่ปั้นไว้ก่อนแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

            นี่อิงศรมาช่วยผมยกทีสิมันหนักเหมือนกันนะเนี่ย หิมะเนี่ย”

            นรินทร์พูดพลางโอบบอลหิมะ พยายามจะยกมันขึ้นแต่ก็ทำไม่ไหว

            อิงศรเบ้ปาก เขาอยากจะพูดต่อว่าทุกคนว่า ‘เฮ้ย พวกนายเดี๋ยวก็หวัดกินเอาหรอก’ แต่ก็ชะงักคำพูดไปเพราะนึกขึ้นได้ว่าโลกกลายเป็นเกมอยู่ ในยุคสมัยนี้มนุษย์เราไม่ได้เป็นไข้กันง่ายๆ แบบนั้นอีกแล้ว

            ดังนั้นจึงได้แต่ทำหน้าอิหลักอิเหลื่ออยู่คนเดียว

            แล้วในตอนนั้นเอง

            อะไรกัน อะไรกัน ทำไมนายหน้าตายด้านนี่ถึงไม่ไปเล่นกับคนอื่นๆ เขาล่ะ”

            อิงศรหันไปทางที่คำพูดนั้นลอยมา เด็กสาวเรือนผมสีเทาถักเปียห้อยไว้ข้างหลังคล้ายหางหนูในชุดเครื่องแบบมนุษย์ต่างดาวกำลังแลบฟันหน้าที่ดูแล้วเหมือนฟันหนูออกมา

            เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ จูเนอร์มินาร์ นั่นเอง

            ก่อนหน้านี้พวกเขาคุยกับโดโกบาร์เรื่องของเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ จากทั้งสิบสามเครื่องมีการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ แล้วจูเนอร์มินาร์ก็จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ‘หกนักรบ’ เป็นกลุ่มเครื่องทำสวนที่มีหน้าที่กำจัดวัชพืชโดยเฉพาะ

            เครื่องทำสวนชั้นนักรบแต่มาอยู่ในร่างสาวน้อยน่ารักน่าชังแบบนี้ทำให้เชื่อไม่ค่อยลงซักเท่าไหร่

            จู่ๆ เด็กสาวก็ทุบมือดังปึก

            อ๋อ รู้แล้วอากาศมันเย็นเลยหนาวใช่ม้า~~~ งั้นเดี๋ยวจะช่วยนะ”

            อันที่จริงแล้ว....อิงศรรู้สึกว่าวิธีการพูดของจูเนอร์มินาร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วก็รูปร่างดูทะมัดทะแมงกว่าปกติเล็กน้อยส่วนของหน้าอกก็เหมือนแบนราบกว่าที่เคย

            เหมือนเด็กผู้ชาย...

            ทันใดนั้นจูเนอร์มินาร์ก็ยื่นมือมาแตะหลังมือเขาแล้วทำให้เกิดระเบิดขึ้น

            ตูม ควันสีขาวลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัยทั้งหมด ควันโอบล้อมแค่อิงศรเท่านั้น

            เสียงระเบิดดึงความสนใจของทุกคนมายังที่นี่

            เกิดอะไรขึ้นน่ะ!”

            ศร!!”

            คุณอิงศรคะ!”

            พี่ศรเป็นอะไรไหมครับ!!”

            ได้ยินเสียงจากพวกพ้องเอะอะกันพอสมควร ที่จริงเขาเองก็ควรจะตกใจด้วยเหมือนกันแต่เพราะไม่รู้ว่าเจ็บหรือรู้สึกป่วยหลังจากการระเบิดก็เลยคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงโดนเครื่องทำสวนรังแกเอาสนุกเพียงเท่านั้น...

            ไม่ต้องแตกตื่นหรอกฉันไม่เป็นไร...เปียว~”

            อิงศรตอบพวกพ้องกลับไปด้วยเสียงเล็กๆ เป็นเสียงที่ไม่เหมือนกับเป็นตัวเอง

            ได้ยินกวินทร์พูดว่า

            ห๊ะ..เมื่อกี้พี่ศรพูดว่าอะไรนะครับ”

            แล้วก็เสียงมิ่งขวัญ

            เปียว...คิดว่าหูไม่ได้ฝาดนะ”

            อิงศรเองก็คิดเหมือนน้องชาย คิดว่าเมื่อกี้ตนพูดลงท้ายประโยคไปแบบนั้นจริงๆ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายแปลกไปจากเดิมแล้วด้วย

            พอไอควันเริ่มจางทิวทัศน์รอบๆ ก็ดูใหญ่ไปหมด รวมถึงพวกพ้องที่เหมือนกลายเป็นคนยักษ์ไปเลย ไม่สิ...

            ฉันตัวเล็กลงงั้นเหรอ...เปียว~”

            อิงศรพยายามหยิกแก้มตัวเองเพื่อทดสอบว่าไม่ได้กำลังฝันไป แต่ทว่า มือที่ยื่นขึ้นมาแตะแก้มตัวเองกลับรู้สึกนุ่มนิ่ม แถมรู้สึกเหมือนกับว่าที่ใบหน้ามีหนวดเคราขึ้นเต็มทั้งหน้า ไม่สิเหมือนกับจะเป็นขนสัตว์มากกว่า มีกลิ่นสาปตัวที่จำเพาะลอยออกมาด้วย

            อิงศรสำรวจตัวเองแล้วก็พบความจริง...

            พี่ศร…”

            กวินทร์ที่เห็นร่างของเขาพูดแล้วก็ชี้มาด้วยท่าทางอ้ำอึ้งเหมือนเห็นของแปลก

            ส่วนมิ่งขวัญไม่รู้ว่าเพราะจิตแข็งหรือว่าตกใจจนสมองชาไปแล้วถึงได้พูดประโยคน่าเหลือเชื่อมา

            ศรกลายเป็นกระต่ายไปแล้ว”

            ใช่ กระต่ายสีขาวปลอด ใบหูยาวนุ่มนิ่มแบบที่ชอบ...

            เอ้ย! …แล้วทำไมฉันถึงได้กลายเป็นกระต่ายไปได้เล่า!”.

            อิงศรคำรามพลางหันไปหาตัวต้นเหตุซึ่งก็จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาจูเนอร์มินาร์ ยัยเด็กแสบนั่นหัวเราะคิกคักแล้วพูดมาว่า

            เป็นไง มีขนคลุมตัวแบบนี้ก็หายหนาวเลยล่ะสิทีนี้ก็ไปเล่นกับทุกคนได้แล้ว ดีจังเลยนะ”

            ดีกับผีเซ่ รีบทำให้เป็นเหมือนเดิมเลยนะ!”

            อิงศรคำราม...ในร่างกระต่าย

            นั่นทำให้เขาดูน่ารักขึ้นมาในสายตาของพวกพ้องหรืออาจจะเพราะรูปลักษณ์ของสัตว์หน้าขนที่ไปกระตุกต่อมอะไรในตัวเจ้าพวกนี้เข้าถึงได้ทำหน้าเหมือนปลาบปลื้มหรือเห็นอะไรที่มันสูบฉีดความสดใสเข้าหัวใจ

            เฮ้ย พวกนายทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน”

            ตอนที่หันไปต่อว่าพวกพ้องนั่นเอง จูเนอร์มินาร์ก็เคลื่อนไหว ยัยเด็กแสบนั่นชี้นิ้วไปที่พวกพ้องของเขา

            โซเดีย...”

            คำร่ายขึ้นต้นแบบนั้นมัน

            เฮ้ หยุดนะจะทำอะไรน่ะ!”          

            ยัยเด็กนี่บ้าไปแล้วรึไง หรือว่าพระเจ้าเริ่มเคลื่อนไหวแล้วกันแน่?

            ถึงอย่างไรจูเนอร์มินาร์ก็เป็นเครื่องทำสวน มีสิทธิ์ที่จะถูกแทรกแซงความคิดการกระทำได้เหมือนเป็นเครื่องจักรหรือเปล่า?

            ถ้าเป็นแบบนั้นการที่เจ้านี่คิดจะโจมตีใส่พวกเขาเพื่อกำจัดวัชพืชก็มีสิทธิ์เป็นไปได้

            ทว่า...

            “...มิราจ เอาขนอุ่นๆ ไปคลุมแล้วมาเล่นกันเถอะ”

            สิ่งที่อิงศรคาดการณ์ไว้ผิดทั้งหมด เมื่อแสงสว่างพุ่งออกจากนิ้วชี้ของจูเนอร์มินาร์แล้วอาบใส่ร่างพวกพ้องจนเกิดระเบิดที่ทำให้ไอควันสีขาวพวยพุ่งตลบอบอวลไปทั้งอาณาบริเวณ

            เมื่อไอควันจางลงเหล่าพวกพ้องก็กลายเป็นสัตว์กันหมด แล้วก้ดูจะมีความเกี่ยวข้องกับสัตว์แต่ละชนิดที่แต่ละคนได้เป็นกันด้วย

            อย่างของเขาที่กลายเป็นกระต่ายเพราะว่าความว่องหรือเพราะมาจากความชอบกันแน่ก็ไม่รู้

            โฮ่ง กลายเป็นหมาแล้วล่ะโฮ่ง”

            มิ่งขวัญกลายเป็นสุนัขพันธุ์บางแก้ว นั่นจะเป็นเพราะนิสัยหวงเจ้านายของสุนัขพันธุ์นี้เหมือนกับหมอนี่ที่หวงพวกพ้องมากหรือเปล่านะ

            ผมก็เป็นหมาเหมือนกันโฮ่ง”

            กวินทร์ก็กลายเป็นสุนัขเหมือนกันแต่เป็นพันธุ์ไซบีเรี่ยนฮัสกี้ ที่ได้ตัวนี้คงเพราะหมอนี่หนีออกจากบ้านตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกับนิสัยของสุนัขพันธ์นี้ล่ะมั้ง

            แบะ แบะ ผมกลายเป็นแกะล่ะ”

            นรินทร์กลายเป็นแกะ ก็หมอนี่มีภาพลักษณ์ดูเป็นคนอบอุ่นอะไรทำนองนั้นเลยกลายเป็นสัตว์ชนิดนี้

            ตอนนั้นเองก็เสียงคำรามดังกลั้วมากับเสียงกลองรัว เสียงทุบอกของเมษานั่นเอง

            ฉันกลายเป็นคิวคองแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันฟร้า คร่อก เจี้ยก!!”

            เมษากลายเป็นคิงคอง...เอาเถอะก็เหมาะกับหมอนี่ที่สุดแล้วล่ะมั้ง แต่ยังไม่ทันที่เมษาจะอาละวาดหนักไปกว่านั้นเพราะความไม่พอใจก็ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่พอใจยิ่งกว่าปรากฏตัวออกมา

            เพียงแค่กระทืบเท้าก็ทำเอาพื้นดินสั่นสะเทือนขึ้นมา

            แปร๋น ทำไมฉันถึงกลายเป็นคุณช้างละคะ แปร๋นนน!!”

            มีนาที่กลายเป็นช้างโห่ร้องเหมือนร้องไห้ สาเหตุก็คงเพราะยัยนี่ความจำดีสมกับที่เคยอยู่หน่วยข่าวกรองแล้วก็หูผึ่งเรื่องชาวบ้านตลอดถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความใกล้เคียงกับเจ้าตัวจริงๆ นั่นแหละ

            อย่ากระทืบเท้าเด้ มีนา เด๋วหิมะถล่มลงมาได้จมหิมะตายกันหมดหรอก”

            เมษากล่าวเช่นนั้นแล้วเข้าไปหยุดพี่สาวตัวเองที่กลายเป็นช้างตกมันอาละวาดไม่เลิก

            ดูนี่ซะก่อนเจ้าพวกหมาน่อยทั้งหลาย”

            เสียงของฟูดังมาแล้วเจ้าตัวที่กลายเป็นหมาป่าก็เดินเขยิบเข้ามาหากวินทร์กับมิ่งขวัญพร้อมทั้งใช้ขนาดตัวข่มสุนัขทั้งสอง

            แต่ทว่า

            แง่ง ถ้าจะมีเรื่องก็เข้ามา!”

            ดูเหมือนฟูจะไม่รู้ว่าบางแก้วเป็นสุนัขที่สู้แม้กับสุนัขที่ตัวใหญ่กว่า มิ่งขวัญคำรามแล้วกระโจนอ้าปากเงื้อคมเขี้ยวฝังลงไปที่คอของฟู การโจมตีแบบนั้นกะเอาถึงตายอย่างแน่นอน

            แต่เพราะขนกับขนาดตัวและหนังที่เหนียวกว่าด้วยความเป็นสัตว์ป่าที่มากกว่าของฟูแล้วทำให้การโจมตีนั่นแทบจะไร้ผลแต่ก็สร้างความเจ็บปวดได้พอสมควร ทำให้ฟูเริ่มตอบโต้

            โอ้ย เจ้าบ้านี่ แง่ง”

            ฟูกัดมิ่งขวัญคืน

            เฮ้ หยุดนะพวกนายจะมากัดกันเองทำไมล่ะเนี่ย”

            อิงศรพยายามจะหยุดทั้งสองแต่ว่าร่างกายแบบตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย เขาก็แค่กระต่ายตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง

            ดูเหมือนว่านอกจากร่างกายแล้วความเป็นมนุษย์ก็ยังลดลงไปด้วยเมื่อกลายเป็นสัตว์ มีการพยายามทำตามสัญชาตญาณเดิมมากขึ้น น่ากลัวจริงๆ นั่นแหละถึงจะเป็นพลังที่ดูไม่มีพิษภัยถึงชีวิต แต่เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์จูเนอร์มินาร์ก็มีพลังที่รับมือได้ด้วยยากสมกับเป็นอาวุธแห่งพระเจ้าจริงๆ

            นี่คือพลังของเครื่องทำสวนที่เป็นนักรบอย่างนั้นเรอะ”

            ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ขับดีเซมแมร์ที่เป็นม้า กับ จูลลับบิทต้าที่เป็นกระต่ายมาก่อนก็พอจะรู้ว่าทั้งสองเครื่องมีพลังต่อสู้ที่มากมายเหลือคณานับ เพราะเป็นกลุ่มหกนักรบ แม้กระทั่งตอนที่สู้กับออร์ทิเกสซาร์ที่เป็นเครื่องทำสวนเหมือนกันแต่เพราะอยู่กันคนละกลุ่มทำให้มีระดับพลังแตกต่างกันไปด้วย

            ฟูหยุดเดี๋ยวนี้นะ”

            มิกซ์ที่กลายเป็นค้างคาวพูดขณะที่บินอยู่วงต่อสู้ของทั้งสอง

            ทั้งฟูและมิกซ์คงอ้างอิงมาจากครึ่งปีศาจที่อยู่ในตัวทำให้กลายเป็นหมาป่ากับค้างคาวแล้วคนที่เหลือ

            พวกเด็กกำพร้าที่เหลือก็เข้ามาช่วยกันห้าม

            พลอยกลายเป็นบ่าง

            เน็กซ์กลายเป็นลูกเหยี่ยว

            นิวกลายเป็นลูกแมว

            ร่างกายของสัตว์แบบนั้นไม่มีทางหยุดสัตว์นักล่าและเป็นนักสู้ได้หรอก

            อิงศรหันไปจะพึ่งเมษา แต่เจ้าตัวก็ง่วนอยู่กับมีนาถ้าอย่างนั้น…

            กวินทร์เข้าไปห้ามเจ้าพวกนั้นทีสิ เปียว~”

            ยังไงก็หยุดคำพูดติดปากไม่ได้จริงๆ

            เอ๋ ผมเหรอโฮ่ง ไม่ไหวหรอกโฮ่ง”

            รุ่นน้องแสดงอาการขี้ขลาดแบบไม่เคยเป็นมาก่อนคาดว่าสัญชาตญาณในตัวคงเริ่มทำงานเหมือนกัน

            ปัดโธ่เอ้ย!”

            แม้แต่เขาเองก็เริ่มตื่นตูมเหมือนกระต่ายเข้าไปทุกที

            อิงศรสบถแล้วหันไปทางตัวต้นเหตุ หันไปบอกจูเนอร์มินาร์ว่า

            รีบคืนร่างพวกเราเดี๋ยวนี้เลยนะยัยเครื่องทำสวน”

            แต่เครื่องทำสวนกลับ

            อะไรกัน อะไรกัน เพิงจะเริ่มสนุกกันเองน้า~”

            พูดด้วยท่าทีสำราญใจ แต่เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สาเหตุก็เพราะ

            เจอตัวซะทีนะ”

            จูเนอร์มินาร์อีกคนกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงมาจากยานด้วยท่าทางน่ารัก

            รู้สึกว่านั่นเป็นจูเนอร์มินาร์ที่รู้จักมาก่อนมากกว่าคนที่สาปพวกเขาเป็นสัตว์ตรงนี้

            จูเนอร์มินาร์ที่สาปพวกเขาตั้งท่าจะหนีแต่จูเนอร์มินาร์อีกคนก็พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อไว้ได้ทัน

            ปล่อยข้านา ข้าแค่อยากเล่นสนุกเองอ่า~~”

            ไม่ได้ๆ เผลอเป็นไม่ได้เชียวนะเจ้าเนี่ย”

            จูเนอร์มินาร์ที่คว้าคออีกคนอยู่พูดแล้วหันมาทางพวกเขาพร้อมกับดีดนิ้วเปาะ

            เกิดระเบิดขึ้นพร้อมกับไอควันสีขาวมากมายตลบอบอวลไปทั่ว

            เมื่อควันจางลงพวกเขาทั้งหมดก็คืนร่างกลับเป็นมนุษย์

            กวินทร์ที่คืนร่างแล้วก็พุ่งเข้าไปรวบตัวมิ่งขวัญที่ยังค้างอยู่ในท่ากัดกับฟูแล้วแยกออกจากวงปะทะ ส่วนมิกซ์ก็ล็อกแขนฟูแล้วดึงออกเช่นกัน

            ทั้งคู่พูดเตือนคนที่ตัวเองไปจับออกมาด้วยประโยคเดียวกัน

            อย่าทะเลาะกันสิ” “อย่าทะเลาะกันสิ”

            มิ่งขวัญพูด

            ไม่ได้ตั้งใจจะทะเลาะด้วยซักหน่อย”

            ส่วนฟูก็

            แล้วทำไมฉันถึงต้องกับกับขวัญด้วยล่ะว้า”

            ดูเหมือนทั้งคู่เองก็จะยังงวยงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าอิงศรเองก็รู้สึกเช่นนั้นทันทีที่คืนร่างมนุษย์อาการตื่นตูมก็หายไป สมองกลับมาคิดอย่างเยือกเย็นได้อีกครั้งและเริ่มตีความสิ่งที่เกิดขึ้น

            จูเนอร์มินาร์มีสองคน คนที่สาปพวกเขาดูเหมือนจะไม่ใช่จูเนอร์มินาร์ที่เจอกันเมื่อวานแล้วก็ดูท่าจะเปนเด็กผู้ชายที่ใบหน้าเหมือนกับจูเนอร์มินาร์และเพราะแต่งตัวด้วยเครื่องมนุษย์ต่างดาวเพศหญิงเหมือนกันจึงแยกไม่ค่อยออก

            อิงศรพูดสมมติฐานใส่คู่แฝดเครื่องทำสวนไปว่า

            จูเนอร์มินาร์พวกเธอเป็นเครื่องทำสวนคู่แฝดกันตามจักรราศีคนคู่สินะ”

            จูเนอร์มินาร์คนที่เป็นผู้หญิงกล่าวตอบ

            ใช่น่ะซี้ เจ้านี่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของข้าตรงข้ามกับข้าทุกอย่างเลยนะจะบอกให้”

            ที่ว่าตรงข้ามนั่นคงไม่ใช่แค่เรื่องเพศแต่รวมถึงอุปนิสัยด้วย โดยรวมแล้วจูเนอร์มินาร์หญิงดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอีกคนดังนั้นอิงศรเลยถามไปว่า

            งั้นที่เธอหิ้วคออยู่นั่นก็เป็นน้องชายอย่างนั้นเหรอ”

            แต่จูเนอร์มินาร์กลับตีหน้าเป็นงงเหมือนไม่เข้าใจคำถาม

            พวกเราไม่ได้มีการนับญาติกันแบบวัชพืชหรอกนะ”

            โดโกบาร์ซึ่งตามลงมาจากยานกล่าวโดยที่มีรูบิเดียมกับคนอื่นๆ ตามลงมาด้วย

            รูบิเดียมเดินแทรกขึ้นมายืนประจันหน้าอิงศรโดยมีกรกฏเดินตามหลังมาถัดไปจากนั้นเป็นพวกมนุษย์ต่างดาวชั้นครูจำนวนสิบนายด้วยกัน

            รูบิเดียมพูด

            เตรียมตัวกันพร้อมแล้วใช่ไหม”

            ก็ขนาดมีเวลานั่งเล่นหิมะรอเลยนั่นแหละ”

            เพราะทางพวกเขาไม่มีสัมภาระอะไรให้เตรียมอยู่แล้ว

            ถ้างั้นก็ออกเดินทางเลยจากนี่เราจะต้องเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาภายในคืนนี้”

            รูบิเดียมชี้ไปยังแนวเทือกเขาสูงด้านหลัง

            ปีนภูเขาหิมะในวันเดียวเลยมันจะไหวเหรอ”

            อิงศรคิดว่าระดับสูงขนาดนั้น่าจะเป็นระดับที่พวกมนุษย์ต่างดาวทำกันได้สบายๆ มากกว่าจะเป็นระดับที่มนุษย์ทำกัน

            ตอนนี้พวกนายเลเวลตันกันอยู่นะพลังกายมากพอจะข้ามเขาสามลูกในวันเดียวเลยเถอะอีกอย่างเครื่องแบบที่สวมอยู่ก็ได้มาจากไฮโดรเจนใช่ไหมถ้างั้นคงมีระบบปรับสภาพร่างกายเตรียมไว้อยู่แล้วเพราะข้างนอกหนาวติดลบองศาพวกนายยังเล่นปาหิมะกันได้สบายๆ เลยนี่”

            ก็จริงอย่างที่หล่อนว่า ถึงจะรู้สึกเย็นอยู่บ้างแต่มันก็เหมือนเดินอยู่ในห้างที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำแค่นั้นเอง

            ถ้าเข้าใจก็ไปกันซะทีบาเบลน่ะมีช่วงเวลาในการเข้าอยู่ด้วยถ้าไม่รีบก่อนที่แผ่นดินนี้จะโดนกลืนส่วนสำคัญไปพวกเราจะไม่มีทางไปถึงบาเบลได้อีกเลย”

            เข้าใจแล้วงั้นนำทางไปเลย”

            อิงศรหลีกทางให้หล่อนเดินนำไปจากนั้นเขาก็บอกให้พวกพ้องเดินตามเป็นแถวเรียงหนึ่งโดยให้พลอยกับมีนาแล้วพวกน้องเล็กอย่างเน็กกับนิวอยู่กลางแถวให้ฟูกับกวินทร์ไปซ้อนอยู่ท้ายแถวคอยระวังไม่ให้มีใครพลัดหลงไปหรือถ้าเกิดขึ้นกวินทร์ที่มีไหวพริบดีกับฟูที่มีจมูกกับพลังของมนุษย์หมาป่าจะช่วยแก้สถานการณ์ได้ดีที่สุด แล้วจากหัวแถวที่เขาเดินนำถัดไปก็จะเป็นมิ่งขวัญ เมษา และ นรินทร์

            เมื่อเดินเท้าขึ้นไปตามเส้นทางขึ้นเขาตลอดหลายชั่วโมงจนกระทั่งขึ้นมาถึงจุดสูงสุดที่มีการตัดถนนแล้วจึงเดินตัดเข้าเส้นทางที่ไม่มีอยู่เพื่อขึ้นไปให้สูงขึ้นอีก

            เส้นทางทุรกันดารและเงียบเหงา ไม่มีวี่แววของผู้อยู่อาศัย มีแต่หิมะและความหนาวเหน็บ ไม่มีกระทั่งสัตว์เทวะจนกระทั่งพวกเขาปีนขึ้นมาถึงชั้นกลางของยอดเขาก็เจอกับหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่นักกะด้วยสายตาคร่าวๆ แล้วมีคนอยู่อาศัยกันไม่ถึงสิบหลังคาเรือนด้วยซ้ำ

            ภายในหมู่บ้านเงียบเชียบไร้วี่แววผู้คน แต่ที่นี่มีสัตว์เทวะหน้าตาคล้ายแกะกับแพะเดินเพ่นพ่านอยู่ตามที่ต่างๆ พวกมันคงกลายพันธ์ุมาจากสัตว์เลี้ยงที่คนเลี้ยงไว้จึงมีเลเวลไม่สูงมาก ถ้าจะใช้ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยก็วามารถล่าสัตว์เทวะมาเป็นอาหารแล้วอยู่ได้อย่างสะดวกสบายแต่ที่นี่กลับไม่มีวี่แววว่าจะมีคนอยู่

            ถ้าไม่ใช่ว่าโดนสัตว์เทวะฆ่าตายหมดตั้งแต่วันแรกที่โลกล่มสลายก็คงจะอพยพออกไปหลังจากมีการ อัพเดทไม่ให้สัตว์เทวะดรอปไอเทม…ซึ่งคงจะเป็นอย่างหลังเพราะทันทีที่พวกเขาเดินพ้นหมู่บ้านไปก็เจอศพของชนพื้นเมืองนอนเกลื่อนอยู่

            พวกเขาคงออกไปจากหมู่บ้านเพื่อหาอาหารจากที่อื่นแต่ก็รู้เข้าในตอนสุดท้ายว่าไม่มีอาหารสำหรับวัชพืชบนสวนแห่งนี้อีกแล้ว ดังนั้นจึงตั้งใจจะกลับมาที่หมู่บ้านแต่ก็ อดตายไปเสียก่อน

            พวกเขาเดินผ่านซากศพเหล่านั้นไปโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไร ทุกคนต่างก็ชินชากับการเห็นคนตายมานักต่อนักแล้วนับตั้งแต่โลกล่มสลายลง

 

            @@@

 

            พอขึ้นมาถึงระดับความสูงใกล้ยอดเขาแล้วพายุหิมะก็เริ่มก่อตัวอย่างบางเบา ดังนั้นพวกเขาจึงยิ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้นเพื่อไปให้ถึงเมืองที่อยู่บนยอดเขาเพื่อไปหลบพายุกันที่นั่น

            ยิ่งเข้าใกล้เมืองแสงตะวันก็ยิ่งมอดดับ จนกระทั่งทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมพัดกล่อมอย่างวังเวง

            พวกเขาจับมือกันเพื่อไม่ให้ผลัดหลงไปจนกระทั่งเข้ามาในหมู่บ้านที่ยอดเขาได้ก็มุ่งหน้าไปยังอาคารที่เหมือนกับวิหารก่อขึ้นด้วยอิฐที่มีหิมะปกคลุมทั้งหลัง

            ข้างในอบอุ่นกว่าที่คิดแม้จะไม่มีไฟหรือเครื่องทำความร้อนก็ตามแต่ก็ดีกว่าอยู่ข้างนอกที่มีพายุหิมะพัดกระหน่ำ

            รูบิเดียมใช้เวลาพูดคุยกับพวกของเธอก่อนจะเดินเข้ามาแจ้งให้อิงศรทรายถึงกำหนดการต่อไป

            คืนนี้เราจะพักกันที่นี่”

            เหลือระยะทางอีกเท่าไหร่ถึงจะถึงบาเบลกันล่ะ”

            ไม่ไกลมากหรอกแต่ว่าจะไปที่นั่นต้องรอให้มีแสงก่อน เช้าวันพรุ่งนี้ก็คงจะเห็นเส้นทางแล้ว”

            รูบิเดียมกล่าวจบก็แยกตัวกลับไป

            ”…”

            อิงศรมองไปรอบๆ ก็คิดว่าจะรองสำรวจภายในวิหารดูเพราะตอนนี้ทุกคนยังเหนื่อยจากการเดินทางกันอยู่คิดว่าควรจะปล่อยให้พักกันไปก่อน

            ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ตบเท้าเดินลึกเข้าไปด้านของโถงวิหาร พลางคิดเรื่อยเปื่อยไปด้วย

            ตอนนี้เขาเลิกระแวงรูบิเดียมแล้ว ไม่ใช่เพราะหล่อนพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยการพาพวกเขามาถึงที่นี่แต่เพราะสงสัยไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วต่างหาก

            เวลามีไม่พอที่จะมานั่งหาทางที่ปลอดภัยที่สุดอีกแล้วมีแต่ต้องเชื่อว่ารูบิเดียมจะสนับสนุนอยู่ข้างพวกตนเท่านั้น

            แล้วเมื่อค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปก็จะเป็นวันที่ 7 นับตั้งแต่เริ่มอกเดินทางมากับรูบิเดียมเท่ากับเหลือเวลาอีกแค่ 13 วันก่อนโลกจะถูกลบหายไป

            ระหว่างที่คิดไปเรื่อยเปื่อยนั่นเองอิงศรก็เดินทะลุมาสู่อีกห้องหนึ่ง เขาเดินผ่านประตูจากห้องโถงเข้ามาสู่ทางแคบที่มืดสนิท จนกระทั่งฝั่งในห้องโถงเริ่มจุดไฟใส่กระถางไฟที่วางอยู่ตามเสาค้ำวิหารทำให้ห้องโถงสว่างไสวและมีแสงสว่างลอดเข้ามายังทางแคบนี้

            แสงทำให้เห็นลวดลายที่แกะสลักไว้บนผนัง

            น่าแปลก...3อิงศรคิดขณะที่จ้องมองลายแกะสลักเหล่านั้น พวกมันเหมือนมีพลังดึงดูดความสนใจเขาราวกับถูกเรียกโดยที่ไม่รู้ตัว บางทีการที่เขาเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงตรงทางแคบที่มีลายสลักพวกนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้

            ลายแกะสลักพวกนั้นบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง

            เรื่องราวที่มีมังกรเป็นตัวแสดงร่วม

            อาจจะเป็น อาซี ดาฮากา ที่อยู่ในนิทานที่ซีลอร์ดฝากโดโกบาร์มาก็ได้อย่างไรเสียที่นี่ก้อยู่ใกล้กับสถานที่ซึ่งมีบาเบลตั้งอยู่อาจจะมีรากวัฒนธรรมหรือโบราณสถานอะไรที่เกี่ยวกับโลกเบื้องบนอยู่บ้างก็ได้แล้วเจ้านี่ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น

            ภาพสลักของมังกรไม่ได้มีเพียงหนึ่งตัวแต่มีด้วยกันเก้าตัวรูปร่างแตกต่างกันไปถูกสลักห้อมล้อมเครื่องคล้ายหมายกากบาทที่เหมือนกับเอาตัว Z สองตัวมาไขว้กัน

            ดูแล้วเหมือนเครื่องหมาย สวัสติกะ แล้วพอสังเกตลึกลงไปถึงรายละเอียดของมังกรแต่ละตัวก็จะเห็นสัญลักษณ์สวัสติกะบนตัวพวกมังกรบ้างก็อยู่ตรงท้อง บ้างก็เป็นปีก หรือไม่ก็ถือจับคล้ายกับใช้เป็นอาวุธ

            ด้านตรงข้ามกับพวกมังกรมีลายแกะสลักที่ทำเอารู้สึกขนลุกขึ้นมายามที่ได้เห็น

            มันเป็นลายสลักที่แกะเป็นรูปสัตว์สิบสองชนิด ซึ่งมีชนิดตรงกับสิบสองนักษัตรมีส่วนที่แกะยื่นออกมาจากตัวสัตว์ต่างๆอย่างสุนัขที่มีสิ่งคล้ายคันชั่งโบราณยื่นออกมาซึ่งเหมือนกับร่างเครื่องทำสวนของโดโกบาร์ หนูที่มีสองตัวซึ่งอาจจะเป็นจูเนอร์มินาร์ แล้วก็ตัวอื่นๆ มีรายละเอียดคล้ายกันหรือเหมือนกับเครื่องทำสวนเครื่องอื่นๆ ทั้งสิ้น

            บางที...

            บางทีนี่อาจจะเป็นภาพสลักบอกเล่าถึงเทวาสุรสงครามที่แท้จริง

            ทำไม...

            อิงศรรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด ยามที่เขาเห็นภาพแกะสลักบนผนังทั้งหมดหัวใจก็เต้นระทึกขึ้นมา

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

***เบลอวันหยุดสงกรานต์ลงผิดวันเลยฮะ = =’ แอ่ววว เก๊าขอโต๊ด ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น