Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 223 : Login 220: The Potential of Human

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 เม.ย. 61

Login 220: The Potential of Human

 

            ...5 วันถัดมาหลังออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง

            โลกเหลือเวลาอีก 15 วันก่อนจะถูกลบหายไป....

 

            เสียง หึ่งของเครื่องจักรกำลังทำงาน ดังกระหึ่มอยู่ที่ข้างหู

            อิงศรยังคงหลับตาอยู่เพราะความรู้สึกง่วงยังไม่ยอมปล่อยเขาไป

            อา...ทำไมถึงมานอนอยู่ที่นี่ นึกเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ค่อยออกเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนจะถูกวางยาความรู้สึกวิงเวียนยังคงหลงเหลืออยู่

            ผ่านไปอีกพักใหญ่ ความรู้สึกง่วงก็เจือจางลง ความทรงจำเริ่มชัดเจนขึ้น สมองเป็นอิสระจากยาสลบแล้ว เขาจึงปรือตาขึ้น

            สิ่งแรกที่เห็นผนังโค้งเว้าทำจากกระจกคล้ายกับเป็นฝาครอบที่คลุมเตียงรูปทรงวงรีที่เขานอนอยู่

            หลังฝาครอบแก้วนั่นมองเห็นเพดานบุด้วยวัสดุคล้ายโลหะ ทิวทัศน์ของห้องทดลองที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทันสมัย

            สัมผัสจากผิวหนังเย็นเฉียบ เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวแถมถูกขังอยู่ในโลงแก้วประหลาด

            สาเหตุที่กลายมาเป็นแบบนี้แจ่มชัดขึ้นในสมองที่เริ่มได้สติและความทรงจำคืนมา

            จู่ เสียงเครื่องจักรก็หยุดลง ฝาครอบเลื่อนตัวเปิดออก

             รอบสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่ากับว่างานของฉันจบลงแค่นี้แหละนะ

            เสียงของรูบิเดียมดังแว่วมาจากทางด้านหลัง กะเอาจากความดังของเสียงแล้วอยู่ห่างออกไปพอสมควร น่าจะเว้นระยะเพื่อให้พ้นสายตาจากร่างที่เปลือยเปล่าของเขา

            อิงศรยกมือตัวเองมามอง มันยังคงเป็นเหมือนเดิม มองสำรวจกล้ามเนื้อแล้วลองขยับแขนและขาไปมา แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

            เส้นผมก็ยังคงเป็นสีดำเข้มเหมือนเดิม แต่เลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 144...

 

อิงศร Lv.144

[/////48000:48000/////]

 

            สาเหตุที่เขามานอนอยู่ในโลงแก้วก็เพื่อรับการผ่าตัดดัดแปลงยกระดับขีดจำกัดค่าสมรรถนะของเกมให้ขึ้นไปสูงสุดเทียบเท่าราชครูมนุษย์ต่างดาว ถึงกระนั้นแล้วร่างกายก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง...

            ยกเว้นภายใน

            ตอนนี้ภายในร่างกายมีพลังที่บอกได้ว่ามหาศาลมากกว่าแต่ก่อนไหลเวียนอยู่

            ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแต่พวกพ้องทุกคนก็เข้ารับการผ่าตัดนี้เพื่อทำให้เลเวลตัน

            แน่นอนว่าตอนแรกเขายังลังเลและคิดด้วยซ้ำว่าถ้าจะทำเพื่อให้มีพลังไว้เผชิญหน้าแอดมินิสเทรเตอร์แล้วล่ะก็จะขอแบกรับเองคนเดียว

            แต่เพราะการอัพเดทล่าสุดที่เพิ่งเข้ามา

            บททดสอบที่พระเจ้ามอบให้แก่มนุษย์เป็นบททดสอบอันโหดร้ายเหลือจะกล่าว

            การตัดเสบียงอาหารทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าแอดมินิสเทรเตอร์มองมนุษย์เป็นสิ่งที่ต้องกำจัดถ้าอย่างนั้นการพูดคุยอาจจะต้องลืมไปได้เลย

            “…”

            คิดอะไรอยู่เหรอ

            รูบิเดียมทักแล้วโยนเสื้อผ้าเครื่องแบบมาให้ หล่อนยังคงรออยู่ห่างๆ รอให้เขาแต่งตัวให้เรียบร้อย

            อิงศรหยิบชุดขึ้นมาสวมแล้วพูด

            แค่คิดว่าลงท้ายแล้วฉันก็ต้องทำเหมือนกับสิงห์อยู่ดี

            เขาตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองนัก

            ฉันยอมเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนพวกพ้องที่เป็นมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ต่างดาวแล้วก็คิดจะทำสงครามกับพระเจ้าแบบนี้มันก็เหมือนกันไม่มีผิดเลยไม่ใช่เหรอ

            ก็ยังมีที่ต่างกันอยู่บ้างตรงที่พวกนายไม่ได้เป็นมนุษย์ต่างดาวซะทีเดียวแค่มีพลังทัดเทียมกันเท่านั้นเพราะฉันไม่ได้ถ่ายทอดดีเอ็นเอของตัวเองให้ไปด้วย

            เรื่องนั้นรูบิเดียมได้อธิบายไว้ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดแล้ว

            ความจริงที่ว่าหล่อนถ่ายสารพันธุกรรมใส่มิ่งขวัญไว้ไม่ใช่เพื่อทำให้แข็งแกร่งขึ้นเพียงอย่างเดียวแต่ทำเพื่อให้มิ่งขวัญไม่สามารถต่อกรกับเธอได้เหมือนเป็นเครื่องจำกัดพลัง เมื่อมิ่งขวัญคิดต่อต้าน ในส่วนของการปลดขีดจำกัดเลเวลแล้วเป็นคนละเรื่องกัน

            ซึ่งเขากับคนอื่นๆ เป็นพวกหลัง แค่ทำการปลดขีดจำกัดเท่านั้นและเพิ่มเติมคือเร่งเลเวลที่มีอยู่ให้ตันในทันที ถ้าเทียบกันแล้วก็ยังมีพลังที่ห่างชั้นกับมนุษย์ต่างดาวแท้ๆ อยู่นิดหน่อยเป็นข้อจำกัดของเผ่าพันธุ์แต่การที่ยังคงความเป็นมนุษย์ไว้จะเป็นเรื่องดีกว่า เพราะในการเผชิญหน้ากับพระเจ้ามีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ให้ผลในการทำศึกดีที่สุด มิ่งขวัญเองก็ยังมีครึ่งหนึ่งที่หลงเหลือความเป็นมนุษย์ไว้

            มนุษย์ต่างดาวหรือบุตรแห่งแสงเผชิญหน้ากับผู้สร้างโดยตรงไม่ได้

            ปีศาจก็ถูก ลูนาริสที่ควบคุมจัดการปีศาจทั้งหมดจำกัดการใช้งาน

            มีแต่มนุษย์ที่ไม่ได้ถูกลิดรอนสิทธิ์ในพลังของตัวเองดังนั้นจึงต้องคงมันเอาไว้เพื่อให้มีแต้มต่อเป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นกรณีในแผนของสิงห์ ธุวดารกะ คงตั้งใจจะละทิ้งการคงความเป็นมนุษย์เพื่อไปให้ถึงขีดสุดของพลังแล้วใช้เครื่องทำสวนอุดจุดอ่อนที่ว่าแทน

            รูบิเดียมพูดต่อจากที่ค้างไว้

            แล้วก็ตรงที่ไม่ได้เตรียมตัวจะทำสงครามจริงจังเอาไว้เลย ตอนนี้ฉันบอกไม่ได้จริงๆ ว่านอกจากความเป็นไปได้ที่เมอร์คาบาห์ของเธอเก็บซ่อนไว้แล้วจะมีทางอื่นเอาชนะแอดมินิสเทรเตอร์ได้

            “…”

            อิงศรไม่ได้ตอบโต้คำพูดกึ่งดูแคลนนั่นกลับไป เพราะมันเป็นความจริง ถ้าลองตรองดูแล้วตั้งแต่ตอนที่เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

            ถูกลากเข้าไปในสงครามกับอารย-สนธยา

            ถูกซีลอร์ดทดสอบแล้วบีบบังคับให้ตัดสินใจเดี๋ยวนั้นโดยที่ไม่ได้เตรียมการอะไรเอาไว้สำหรับคำตอบนั่นเลย

            ถ้าไม่ได้รูบิเดียมมาช่วยตอนนี้พวกเขาคงยังเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าและอาจไม่ทันเวลา ดีไม่ดีจะอดตายกันก่อนเพราะการอัพเดทตัดเสบียงนั่นด้วย เขาถูกชักจูงมาโดยตลอด ชักจูงจนกระทั่งมาอยู่ในจุดนี้ จุดเดียวกับที่ สิงห์ ธุวดารกะ เคยยืน

            จุดยืนที่ต้องแบกรับชะตากรรมของโลกทั้งใบ แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างที่ทำให้เขาเทียบกับ สิงห์ ไม่ติด

            หมอนั่นมายืนในจุดนี้ด้วยตัวเองส่วนเขาโดนชักจูงมาทั้งจากสถานการณ์หรืออาจจะเป็นแผนของใครที่ว่างไว้อีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

            พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก อิงศรแต่งตัวจนเสร็จแล้วลุกจากโลงแก้ว เดินไปที่ประตู

            พอเปิดประตูออกก็เจอบานหน้าต่างที่ฉายภาพก้อนเมฆมากมายอยู่ข้างล่างนั่น

            ตอนนี้พวกเขาโดยสารอยู่บนยานบินของมนุษย์ต่างดาวเป็นยานที่มีขนาดใหญ่เกือบสองเท่าของเครื่องบินจัมโบ้เจ็ท

            มีเสียงเรียกเขาดังมา

            ศร

            พอหันไปตามเสียงเรียกนั่นก็เห็นมิ่งขวัญ น้องชายกำลังมองมาที่นี่ด้วยใบหน้าเป็นห่วง

            มิ่งขวัญเอาแต่ทำหน้ากลัดกลุ้มแบบนั้นทุกครั้งที่พวกพ้องแต่ละคนหายเข้าไปหลังบานประตูที่เขาเพิ่งจะออกมา คงจะเป็นกังวลว่ารูบิเดียมจะทำอะไรแอบแฝงไว้รึเปล่า หมอนี่เป็นคนแรกที่คัดค้านข้อเสนอผ่าตัดดัดแปลง แต่เพราะอยากจะมีแต้มต่อเอาไว้ซักหน่อยลงท้ายทุกคนก็เห็นพ้องกันว่า

            จำเป็นต้องได้พลังมาครอบครอง

            จำเป็นจะต้องแข็งแกร่งขึ้น

            เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคำพูดของพวกเราที่นี่ซึ่งจะตัดสินยุคสมัยใหม่นั้นจะกลายเป็นแค่ลมปากของคนเพ้อเจ้อเท่านั้น

            เขาเองก็คิดอย่างกลัดกลุ้มไม่ต่างจากน้องชายยามที่มองตัวเลขเลเวลบนหัวของพวกพ้องทุกคนที่ยืนอยู่หลังหมอนั่นกลายเป็นเลขเดียวกันหมด

 

มิ่งขวัญ Lv.144 [/////74500:84500/////]

กวินทร์ Lv.144 [/////72200:82200/////]

มีนา Lv. 144 [/////29050:29050/////]

เมษา Lv. 144 [/////77000:77000/////]

นรินท์ Lv. 144 [/////38000:38000/////]

ฟู Lv.144 [/////76800:76800/////]

มิกซ์ Lv.144 [/////39400:39400/////]

พลอย Lv.144 [/////38000:38000/////]

เน็กส์ Lv.144 [/////35000:35000/////]

นิว Lv.144 [/////28700:28700/////]

 

            ถึงรูบิเดียมจะบอกว่านี่ยังห่างชั้นจากการกลายเป็นมนุษย์ต่างดาวอีกมาก แต่สภาพที่พัฒนามาถึงขั้นนี้แล้วยังจะเรียกว่ามนุษย์ได้อีกรึเปล่านะ

            อิงศรได้แต่ปั้นหน้าว่าสบายดีให้พวกพ้องที่กำลังมองมาทางนี้ โดยที่เก็บซ่อนความกังวลเอาไว้

            “…”

            บางทีการมีความยึดติดกับการเป็นมนุษย์เองก็เป็นจุดอ่อน แล้วมนุษย์ก็จำเป็นต้องมีมัน จำเป็นต้องหลงเหลือความอ่อนแอเอาไว้เพื่อให้คงความเป็นมนุษย์ไว้ได้

            “…”

            แล้วอิงศรก็คิดขึ้นมา.....มนุษย์ต่างดาวคืออะไรกันแน่

            เขาเคยรู้ว่าพวกมนุษย์ต่างดาวมาจากอีกโลกต่างมิติ

            โลกที่เรียกว่าสวนแห่งที่หนึ่งหรือ อีเด็น

            แต่ต่อมาความจริงกลับกลายเป็นว่าพวกมนุษย์ต่างดาวมาจากโลกต่างมิติที่เป็นโลกในอีกความเป็นไปได้หนึ่งเป็นโลกในอนาคตของช่วงเวลานี้

            เหมือนกับโกหกแต่ว่าทฤษฎีแบบนั้นเท่ากับหักล้างกฏของกาลเวลาอย่างร้ายแรง

            แล้วดีเอ็นเอของคนจากอนาคตคือตัวแปรที่ทำให้แข็งแกร่งและเป็นบุตรแห่งแสง

            “…”

            เป็นเรื่องที่ยากจะทำความเจ้าใจว่าทำได้อย่างไร ปัญหานี้มาจากการมีตัวตนของฟาวเดชั่นอี

แต่รูบิเดียมบอกว่าถ้าคลี่คลายปัญหาเรื่องแอดมินิสเทรเตอร์ได้ทุกปัญหาก็จะกระจ่างไปเอง

            เพราะเป้าหมายสุดท้ายของพวกเขาคือการย้อนเวลากลับไปโดยลบปมปัญหาที่ไม่เป็นธรรมชาติออกจากโลก

            ทั้งการมีอยู่ของทูตสวรรค์ที่ชักใยรัฐบาล

            ตัวตนของอารย-สนธยาที่จะยื่นมือเข้าหาปีศาจ

            ถ้าลบปัจจัยพวกนั้นไปแล้วเมตไตรยเองก็จะหายไปด้วยเช่นกัน

            ดูเหมือนซีลอร์ดที่ยอมรับความเห็นนี้จะยืนยันถึงความเป็นไปได้ให้แล้วว่าสามารถแก้ไขความเป็นจริงบางอย่างได้ในขั้นตอนการย้อนกลับ

            ดังนั้นมีแต่ต้องทำให้พระเจ้าเข้าใจว่าทางเดินของพวกเขานั้นเป็นไปได้แล้วทำการแก้ไขให้ตามที่ขอหรือไม่ก็

            ต้องฆ่าพระเจ้าแล้วช่วงชิงบัลลังก์สวรรค์มาเขียนแก้ไขเองโดยให้ซีลอร์ดทำหน้าที่นั้น

            “…”

            อิงศรคิดแล้วกลืนน้ำลาย เขาคิดว่ามันบ้ามากที่ดันมีความคิดแบบนี้ขึ้นมา

เป็นความคิดแบบเดียวกับสิงห์ ดูเหมือนว่าการมายืนในจุดเดียวกับหมอนั่นจะทำให้ความคิดถูกกดดันเพราะน้ำหนักของภาระแห่งโชคชะตาที่ต้องแบกไว้บนบ่า

            อิงศรเดินเข้าไปรวมกับทุกคนที่รออยู่ตรงทางเดิน

            พวกนายรออยู่ตรงนี้ตลอดตั้งแต่ที่ฉันเข้าไปข้างในเลยเหรอ

            เมษาตอบเขาว่า

            มันก็แหงอยู่แล้วสิทีนายยังรอจนครบทุกคนเลยนี่ ไอ้พวกฉันน่ะนะลุ้นแทบตายว่าตอนออกมาจะผมดำหรือจะผมหงอกแบบพวกเอเลี่ยนออกมากันแน่

            ทำมาขนาดนี้แล้วยัยนั่นคงไม่เล่นพิเรนทร์กับฉันคนเดียวหรอกน่าไม่งั้นแผนก็ล่มหมดสิ

            แต่มีนาก็แทรกขึ้นมา

            แหมๆ แต่พี่กุมภาน่ะเขาพิเรนทร์กว่าฉันเยอะเลยนะคะคุณอิงศร

            อิงศรมองหน้าหล่อนแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อสองวันก่อนเขาโดนสารภาพรักแต่เพราะมีเรื่องการอัพเดทใหม่เข้ามาเลยไม่ได้คุยเรื่องนั้นต่ออีกเลย

            “…”

            ไม่รู้ทำไมแต่ตอนนี้รู้สู้หน้ามีนายากกว่าปกติ จึงหันออกไปนอกหน้าต่าง

            ในตอนนั้นเอง

            ก็มีบางอย่างบินผ่านไป...

            มังกร...

            มังกรที่เหมือนกับเครื่องทำสวนที่ปรากฏให้เห็นตอนที่มิ่งขวัญใช้โกลด์กาแลนต์ ลำตัวยาวและขนาดที่ใหญ่มหึมาของมันทำให้หลังจากเขาพูดไปแล้วทุกคนที่หันตามไปมองก็ยังคงเห็นหลังมันแบบเลาๆ

            การได้เห็นมันในระยะใกล้ผ่านบานหน้าต่างนี่ทำให้เห็นรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น เครื่องทำสวนมีหัวเป็นมังกรแต่มีเขาเหมือนเขาแพะมากกว่าและลำตัวช่วงหน้าก็เหมือนลำตัวแพะแต่แทนที่จะมีกีบเท้ากลับเป็นกรงเล็บคล้ายกับเหยี่ยวหรืออาจจะเรียกว่ากรงเล็บมังกร ลำตัวช่วงหลังไปจนถึงปลายหางก่อขึ้นมาจากของเหลวสีฟ้ามีลักษณะเป็นเกล็ดและมีครีบหางคล้ายปลานั่นคงเป็นการผนวกรูปลักษณ์ของ จักรราศีแพะทะเลกับนักษัตริย์ปีมะโรง

            นั่นคือ ผู้ที่วัชพืชหวาดหวั่น แจนนูวาร์มมาร์ (Januawyrmar) ’”

            เสียงพูดนั่นทำให้สายตาของพวกเขาละจากบานหน้าต่างหันไปยังทางเดินฝั่งด้านหลังอิงศร

            ที่นั่นโดโกบาร์กับเด็กสาวเครื่องทำสวนที่เป็นเพื่อนกันกำลังเดินมาทางนี้

            เด็กสาวเครื่องทำสวนจูเนอร์มินาร์ ดูจากชื่อแล้วคงเป็นการผนวกระหว่าง จักรราศีคนคู่กับนักษัตริย์ปีชวด

            จูเนอร์มินาร์พูด

            ท่าทางโกรธจัดเลยล่ะก็กำลังมุ่งหน้าไปหาตัวการที่ทำให้พวกเราหายไปนี่นะ

            ดูเหมือนตั้งใจจะจบอกว่ารู้สาเหตุที่เครื่องทำสวนหายไปอย่างลึกลับในช่วงหลายวันนี้แล้ว

            อิงศรจึงถามไปว่า

             แล้วแบบนั้นมันจะไม่เป็นไรเหรอ

            จูเนอร์มินาร์ยักไหล่พลางตอบน้ำเสียงหน่ายอย่างช่วยไม่ได้

            ตาลุงหัวดื้อนั่นน่ะพูดอะไรไปเขาก็ไม่ฟังหรอก

            เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่หล่อนพูดโดโกบาร์จึงช่วยอธิบาย

            แจนนูวาร์มาร์เป็นเหมือนผู้นำของเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์กลุ่มหกนักรบน่ะ ดังนั้นเขาจึงยอมไม่ได้ที่นักรบผู้พิฆาตวัชพืชทั้งปวงจะหายไปโดยไม่มีเหตุผลรับรอง

            หายไปโดยไม่มีเหตุผลรับรอง...การที่พูดมาแบบนั้น

            งั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้อีกเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องทำสวนเครื่องอื่นๆ น่ะ

            โดโกบาร์ส่ายหน้า

            ยังเลย แต่รู้ว่าหายไปจากที่ไหนเท่านั้นเองเพราะงั้นแจนนูวาร์มาร์ถึงได้รีบร้อนขนาดนั้นไง

            จะว่าไปเมื่อกี้เรียกแจนนูวาร์มาร์ว่าผู้ที่วัชพืชหวาดหวั่นใช่ไหม

            จู่ๆ อิงศรก็นึกสงสัยขึ้นมา ประจวบเหมาะกับตอนนี้มีคนที่น่าจะให้คำตอบได้

            เรื่องของเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์คิดว่ารู้เอาไว้ก็ไม่เสียหาย หากต้องเผชิญหน้ากับแอดมินิสเทรเตอร์แล้วการมีข้อมูลของฝ่ายนั้นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก้มีประโยชน์ทั้งนั้น

            อิงศรชี้ไปที่จูเนอร์มินาร์แล้วกล่าว

            แล้วจูเนอร์มินาร์ก็เรียกว่าผู้กัดแทะวัชพืช พวกเครื่องทำสวนเนี่ยจะต้องมีชื่อเรียกที่เกี่ยวกับการกำจัดวัชพืชทุกเครื่องเลยเหรอ

            โดโกบาร์ส่ายหน้าอีกครั้ง

            เปล่าหรอกมีแค่หกเครื่องที่มีหน้าที่จัดการวัชพืชโดยตรงเรียกว่ากลุ่มหกนักรบ เครื่องอื่นก็จะมีหน้าที่ต่างกันออกไปแยกเป็นกลุ่มอีก

            จากนั้นโดโกบาร์ก็เริ่มยกนิ้วขึ้นมานับไปตามลำดับของเครื่องทำสวนแต่ละเครื่อง

            อย่างกลุ่มหกนักรบก็มี

            ผู้ที่วัชพืชหวาดหวั่น แจนนูวาร์มมาร์

            ผู้เหยียบย่ำวัชพืช เมยอกซาร์

            ผู้กัดแทะวัชพืช จูเนอร์มินาร์

            ผู้ตัดสะบั้นวัชพืช จูลแลบบิทตาร์

            ผู้ยับยั้งวัชพืช เซ็ปทรูสตาร์

            ผู้เล็มกินวัชพืช ดีเซมแมร์

            ...แล้วก็สามผู้บำรุงสวนมี

            เอพบูรอาร์ ผู้รดน้ำ

            เวโนมาชาร์ ผู้ไหลเวียน

            เอกาพริลุสซาร์ ผู้ขับกล่อม

            ...และอีกสองผู้ชำนาญการพิเศษประกอบด้วย

            ออทิเกสซาร์ ผู้วิปลาส

            โนเวมโบอาร์ ผู้ขุดค้น

            แล้วก็ผู้ที่คอยคานอำนาจหรือผู้โต้แย้งคือข้า โดโกบาร์ ผู้ตรวจสอบ กับ ออร์ฟิอูคูมันนาร์ ผู้เฝ้ามอง

 

***เมื่อวานอากาศร้อนมากเขียนไม่ไหวเลยครับ TwT ตั้งใจว่าสงกรานต์นี้จะปั่นรัวๆ เลยแท้ๆ แต่แพ้อากาศร้อนแอ่ววว อาทิตย์หน้ามีสามตอนเริ่มวันอังคาร พฤหัสและวันเสาร์ เน่อ จะขึ้นไปฟาดกับแอดมินิสเทรเตอร์แล้ววว***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น