Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 220 : Login 217: เสาค้ำสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 มี.ค. 61

Login 217: เสาค้ำสวรรค์

 

            เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวว่า

            วัชพืชเอ๋ย วัชพืชที่รุกล้ำสวนอันศักดิ์สิทธิ์เอ๋ย จักต้องขุดรากถอนโคนให้สิ้น ข้าจะฉีกรากของเจ้าออกเป็นชิ้น

            ณ ที่ไหนซักแห่งบนแผ่นดินของโลกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

            โลกซึ่งโดนความว่างเปล่ากัดกินจะถือว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่อีก

            ทั้งตัวตน...

            ทั้งประวัติศาสตร์

            ทั้งความทรงจำ ความรู้สึก ทุกๆ อย่างจะหายไป

            กระบวนการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเครื่องทำสวนเริ่มทำงาน

            เมื่อพระเจ้าป่าวประกาศว่ามนุษย์มีความผิด มนุษย์ได้ก่อบาปและเป็นวัชพืช ความว่างเปล่าก็ได้รับอนุญาตให้มันกลืนกินทั้งสวนศักดิ์สิทธิ์

            เครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งโลกตื่นขึ้นพร้อมกันและไล่ล่าถอนวัชพืช

            ผู้ขุดค้นแห่งสวนศักดิ์สิทธ์ โนเวมโบอาร์ (Novemboar)

            เครื่องทำสวนรูปร่างหมูป่าแต่มีหางยาวเป็นปล้องตรงปลายติดเข็มพิษเหมือนแมงป่อง มีแขนสองข้างเป็นก้ามหนีบลักษณะเป็นปล้องๆ เชื่อมติดกับช่วงไหล่

            เครื่องทำสวนนี้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอยู่ใต้ทะเลสาบซึ่งแท้จริงแล้วเป็นหลุมที่เกิดขึ้นตอนที่มันตกลงมายังโลก

            ใกล้กับอ่างเก็บน้ำ

            พื้นดินที่มันตกลงมาไม่ค่อยแข็งแรงนักจึงจมลงลึกลงไปใต้ดิน ผลกระทบนั้นทำให้น้ำในอ่างไหลซึมลงหลุมจนกระทั่งเกิดเป็นทะเลสาบ มันหลับใหลอยู่อย่างนั้นมาตลอดสี่ปีจนกระทั่งไม่กี่วันก่อน โนเวมโบอาร์ ตื่นจากการหลับใหลแล้วขึ้นจากทะเลสาบเพื่อมาทำภารกิจของมัน

            ห่างไปไม่ไกลจากทะเลสาบที่มันตื่นขึ้นมามีชุมชนของ เพลเยอร์หรือก็คือมนุษย์ที่ไม่ได้ถูกมนุษย์ต่างดาวจับไปทำ ‘NPC’ อาศัยอยู่ พวกเขาเล็ดรอดจากการไล่ล่าของมนุษย์ต่างดาวมาได้เพราะอยู่นอกสายตาและมีคนมีฝีมือ อยู่พอประมาณจึงสามารถเอาชนะสัตว์เทวะจนอยู่มาได้ถึงปัจจุบัน และเพราะตัวชุมชนนั้นไม่ได้คราฟเมืองจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับเรดบอส

            การจับกลุ่มแบบหลวมๆ นี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไปหลังจากวันที่โลกล่มสลายลงเมื่อสี่ปีก่อน

            เลเวลเฉลี่ยของกลุ่มเพลเยอร์ในระดับนี้จะอยู่ที่ 60 ถึง 70 เป็นระดับพลังที่หากเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวชั้นศิษย์ยังนับว่าหืดขึ้นคอ และหากเจอชั้นครูขึ้นไปกลุ่มคงจะพังพินาศ

            พวกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกใบนี้

            ไม่รู้ถึงบททดสอบจากแอดมินิสเทรเตอร์

            ไม่รู้ว่าโลกกำลังจะถูกลบหายไป

            ไม่รู้จักเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์

            รู้จักแต่วิธีเอาตัวรอดให้ได้ในแต่ละวันเท่านั้น

            เพราะมีพลังเพียงน้อยนิดและไม่มีความรู้ในสถานการณ์ที่มากพอ ไม่มีแรงผลักดันในการก้าวไปข้างหน้า

            เมื่อเครื่องทำสวนตื่นขึ้นมาคนจำนวนมากก็ถูกลบหายไปอย่างง่ายดาย

            ตอนที่โนเวมโบอาร์ขึ้นมาจากทะเลสาบ พวกเขาก็ไม่ได้ฉุกใจคิดหรือหวาดระแวงว่ามันจะโจมตีมาจากระยะไกลถึงสิบกิโลเมตรได้ จากจุดที่พวกเขามองเห็นนั้นมองเห็น เครื่องทำสวนอยู่ไกลลิบ ในตอนแรกทุกคนจึงแค่สนทนาปรึกษากันแล้วก็ภาวนาอย่าให้มันมาที่นี่ มีบางคนที่คิดว่าควรอพยพเดี๋ยวนั้น บางคนที่คิดหาทางต่อสู้ บางคนที่คิดเข้าไปสำรวจจากระยะที่ใกล้กว่านี้

            ความคิดทั้งหมดนั้นไม่ทันที่จะตอบสนองเครื่องทำสวนก็ชิงปล่อยไอพิษสีแดงเข้มพุ่งมาที่ชุมชน

            ทันทีที่ไอพิษมาถึงมนุษย์ทุกคนสิ้นใจในทันทีร่างกายหลอมละลายเป็นของเหลวในพริบตา

            มีบางคนที่รอดมาได้เพราะหนีทันก่อนที่ไอพิษจะแพร่ถึงและหนีเข้าไปที่เมืองเพื่อจะหาที่หลบไอพิษ

            บางกลุ่มก็เลือกจะหนีออกไปให้ห่างที่สุดซึ่งพวกนี้เลือกถูก

            พวกที่ขังตัวเองไว้ในอาคารถูกความว่างเปล่าที่ไล่ตามเครื่องที่ทำสวนซึ่งมุ่งหน้าไล่ล่าคนที่หนีไปลบหายไปจนหมดสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้หนี

            จนถึงตอนนี้ก็เหลือคนเพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้นที่ยังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอยู่โดยที่

            ไอพิษ โนเวมโบอาร์ และ ความว่างเปล่า ไล่ตามหลังมา

            เหวอ มันจะไล่พวกเราทันแล้ว!

            ตายแน่ ตายแน่ๆ พวกเราต้องตายแน่ๆ

            หุบปากแล้วรีบวิ่งไปเหอะน่า!

            เสียงตะโกนดังอย่างโกลาหล ทุกคนต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

            ในตอนแรกไอพิษยังไม่เคลื่อนที่เร็วนักจึงมีเวลาพักเอาระหว่างทางบ้าง แต่เมื่อเครื่องทำสวนมองเห็นเหยื่อไอพิษก็เร่งความเร็วในการแพร่กระจาย จนในที่สุดพวกเขาก็ต้องวิ่งกันทั้งวันทั้งคืน

            ระหว่างทางก็มีสัตว์เทวะออกมาขัดขวาง พวกเขาฆ่าเท่าที่จำเป็นแล้วรีบหนี

            หนี หนี หนี

            เท้าต้องขยับตลอดไม่อย่างนั้นจะตาย

            ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนต่างวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต

            จนตอนนี้เมื่อเจอสัตว์เทวะก็ไม่มีใครเสียเวลายุ่งกับมันอีกแล้วพวกเขาวิ่งหนีมันไปเลย

            คนที่รวดเร็วคล่องแคล่วก็จะหนีพ้นส่วนคนที่หนีไม่ทันเพราะถูกสัตว์เทวะจับหรือขวางทางหนีก็จะถูกไอพิษหลอมละลายไปพร้อมกับสัตว์เทวะ

            พี่!

            หนี...ไป

            มีพี่ชายกับน้องสาวคู่หนึ่งที่หนีไม่ทัน

            คนที่เป็นพี่ชายต่อสู้กับสัตว์เทวะที่โผล่ออกมาขวางทางหนีแต่เพราะการต่อสู้ทำให้อาคารหลังหนึ่งถล่มลงมา เขาผลักน้องสาวออกไปได้ทันจึงมีแต่ตัวเองที่โดนซากอาคารทับร่างเอาไว้

            น้องสาวร้องไห้อย่างเสียขวัญและเอาแต่เรียกพี่ชาย เด็กสาวพยายามดึงแขนพี่ชายเพื่อจะลากออกมาจากใต้ซากหินแต่มันเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่ผลักซากที่ทับร่างไว้ออกไป

            เด็กสาวไม่ได้อ่อนแอ เธอมีเลเวลถึง 40 ดังนั้นแค่ผลักซากหินออกไปน่าจะทำได้ด้วยตัวคนเดียวแต่ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งเวลาที่ว่าในยามนี้มันเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ไอพิษกำลังคืบคลานเข้ามาหากไม่รีบหนีไปตอนนี้จะต้องตาย

            หนีไป...ไม่ต้องสนฉัน

            ไม่เอา พี่ต้องไปด้วยกันสิ!

            เวลาผ่านไป หนึ่งวินาที

            สองวินาที

            สามวินาที

            เข็มวินาทีเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าสำหรับเธอกับพี่ชายมันราวกับชั่วนิรันด์ เป็นเวลาสุดท้ายในชีวิตที่จะได้อยู่ด้วยกัน

            ไอพิษคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ

            สี่วินาที

            ห้าวินาที

            แล้วแฟรนเซียมก็เดินผ่านสองพี่น้องไป

            เขาเดินสวนทางผู้คนที่หนีตายกันอย่างอลหม่านมุ่งหน้าเข้าหาไอพิษ

            อะ..เฮ้ย นายน่ะ

            เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าซึ่งจมอยู่ใต้ซากปรักตะโกนเรียก

            เรียกมนุษย์ต่างดาวเช่นเขาอย่างมนุษย์ด้วยกัน คงเพราะมองไม่เห็นหน้าจอแสดงชื่อ เลเวล และพลังชีวิตของเขา

 

Francium Lv. 144

[/////100000:100000/////]

 

            ชื่อเป็นตัวอักษรอัลฟาเบทที่ไม่เหมือนคนทั่วไป สีของชื่อก็เป็นสีฟ้า

            พลังชีวิตกับเลเวลก็เป็นระดับที่เรียกได้ว่าไม่มีทางได้เห็นอีกแน่นอนเพราะทั้งโลกคนที่มีพลังขนาดนี้มีเพียงเขาคนเดียว

            แล้วคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกตอนนี้ก็ไม่สามารถช่วยใครบนโลกนี้ได้เลยด้วย

            “…”

            แต่เพราะแบบนั้นแหละเขาถึงมาที่นี่ มาเพื่อเผชิญหน้ากับเครื่องทำสวนหลังจากได้รับ ความสิ้นหวังมาจากตัวตนที่เรียกว่ามหาเทพ

            อย่าไปทางนั้น...ถึงตายเลยนะ...แล้วก็ช่วยพาน้องสาวฉัน..หนีไปที

            เด็กหนุ่มที่อยู่ใต้ซากปรักกล่าวอย่างยากลำบาก อ้อนวอนขอร้องให้แฟรนเซียมพาน้องสาวหนีไป

            แน่นอนว่าเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ซากปรักนั่นทำท่ากระวนกระวายแล้วก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม เธอร้องเรียกพี่ชายเสียงดังขึ้น

            แฟรนเซียมเมินเสียงเหล่านั้นแล้วมุ่งหน้าต่อ

            เฮ้!

            เสียงของพี่น้องคู่นั้นค่อยๆ ห่างออกไป เขาเดินมาจนกระทั่งไอพิษอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว

            กลิ่นอายความตายลอยฟุ้งอยู่ตรงหน้า สัมผัสของร่างกายสั่นสะท้านไปหมด

            สัญชาตญาณบอกว่าถ้าไปโดนเข้าจะตาย

            ต่อให้เป็นร่างนี้ก็จะละลายไปอย่างง่ายดาย

            อาคานาร์ฟอร์ซ

            แต่แฟรนเซียม หาได้หยี่ระต่อสถานการณ์ เขาหยิบเอาไพ่อาคานาร์ขึ้นมา

            อาคานาร์ปีศาจ เดอะ เดวิล

            โชคชะตาที่กลายเป็นชะตากรรมได้เรียกหา

            ซาตาน

            ปีศาจจากอาคานาร์ถูกเรียก ไพ่หายไปแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แฟรนเซียมเดินฝ่าเข้าไปในดงพิษอย่างไม่ลังเล

            ร้อน

            ร้อนมาก

            ร้อนระอุจนผิวหนังแทบจะเดือดปุดๆ

            ไอพิษกำลังกัดกร่อนร่างกายแต่มันทำอะไรตัวเขาที่ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับปีศาจไม่ได้

            พลังของเดม่อนแอพ ซาตานจากอาคานาร์เดอะ เดวิล ยกระดับพลังกายของราชามนุษย์ต่างดาวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันไม่ใช่การเพิ่มเป็นจำนวนตัวเลขแต่เป็นการเพิ่มขึ้นไปจนถึงจุดที่เรียกว่า เป็นอนันต์

            ร่างกายถูกกัดกร่อนแต่ก็ฟื้นฟูสภาพกลับมาด้วยพลังไร้ขีดจำกัด

            เพียงสิ่งเดียวจำกัดความสามารถของ ซาตาน เอาไว้ก็คือเวลา

            ดูเหมือนว่าราชาแห่งปีศาจก็ยังเอาชนะกฎของ กาล-อวกาศ ไม่ได้ ซาตานมีเวลาทำการเพียง 666 วินาที

            หรือก็คือมีเวลา 11 นาทีกว่าๆ ในการทำภารกิจ

            ภารกิจที่จะช่วยโลกด้วยวิธีที่ได้ผลที่สุด

            แฟรนเซียมเดินฝ่าไอพิษไปได้ซักพักเขาก็มายืนอยู่ตรงสี่แยกแห่งหนึ่ง

            ไอพิษบดบังทิวทัศน์โดยรอบ แต่ยังมองเห็นความว่างเปล่าสีดำที่กำลังกัดกินท้องฟ้าอยู่ลิบๆ

            เครื่องทำสวนไล่ตามมนุษย์มาก่อนสินะ

            ดูท่าจะกระตือรือร้นกับหน้าที่ถอนวัชพืชเป็นอย่างมาก

            โนเวมโบอาร์อยู่ไม่ห่างไปนัก มันจ้องมองมาที่เขาราวกับพิจารณาว่านี่คือสิ่งใด

            ดูเหมือนพิษจะฆ่าได้แต่สิ่งมีชีวิตเพราะสิ่งก่อสร้างรอบๆ ไม่ได้รับผลกระทบเลย

            ถ้าอย่างนั้นมันก็คงกำลังวิเคราะห์ว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตรึเปล่าล่ะมั้ง

            หึ

            แฟรนเซียนแค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูก

            ไม่รู้ว่าพวกมันรู้สึกอย่างไรในเวลาที่

            ทำลายมนุษย์ ทำลายการมีอยู่ ทำลายผืนแผ่นดิน

            หรือพวกมันอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะจิตใจเป็นดั่งเครื่องจักร

            ไม่รู้เลยจริงๆ แล้วก็ไม่คิดจะเข้าใจด้วย ต่อให้มันจะรู้สึกได้แบบมนุษย์รึเปล่าสิ่งที่จะทำก็แค่

            แฟรนเซียมยื่นแขนออกไป กรีดข้อมือ ทำให้เลือดที่ไหลออกมาจับตัวเป็นดาบมังกรเทวะ

            จงชโลมสวรรค์ให้มืดมิดอนธกาล มังกรสัมบูรณ์กาล อาซี-ดาฮากา...

            ถ้าเครื่องทำสวนจะถอนวัชพืช ถ้าอย่างนั้นเขาก็

            อหุราคา!!

            จะกลืนกินพวกมันดั่งอาหาร

            ดาบพุ่งออกไปจากมือแล้วระเบิดออก  แตกตัวเป็นเมือกสีดำแล้วขึ้นรูปร่างเป็นวัตถุสองชิ้นด้วยกัน แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่โตเทียบเท่ากับเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์

            ชิ้นหนึ่งเป็นรูปม้ามีเทียมรถเข็นมาด้วย อีกชิ้นเป็นวานรกำลังนั่งขัดสมาธิและพนมมืน บนไหล่มีคนโทน้ำลอยอยู่

            นี่มัน

            เครื่องทำสวนกล่าว แม้ว่าน้ำเสียงนั้นจะไม่มีโทนเสียงเพราะเสียงของมันสังเคราะห์ขึ้นมาด้วยกลไกแต่ก็รับรู้ได้ว่ามันกำลังตกใจ

            ตกใจที่เห็นพวกพ้องเครื่องทำสวนของมันออกมาจาก อหุราคา

            ดีเซมแมร์ เอพบูรอาร์ ต่อไปก็ตาแก โนเวมโบอาร์

            เมือกเครื่องทำสวนม้าปล่อยลำแสงสีแดงจากดวงตา

            เมือกเครื่องทำสวนลิงยิงกระแสน้ำจากคนโทบนไหล่

            การโจมตีของเมือกสร้างความบอบช้ำให้เครื่องทำสวนหมูป่าจนกระทั่งมันทรุดล้มโดยที่ตอบโต้ไม่ได้ โปรแกรมของมันคงจะยืนยันว่าเมือกทั้งสองคือเครื่องทำสวน เป้นพวกเดียวกันจึงไม่สามารถโจมตีใส่ได้

            โนเวมโบอาร์พูด

            ท...ทำไม

            แล้วดวงตาที่ส่องแสงเหมือนคบไฟของมันก็เบี่ยงหาแฟรนเซียมที่ยืนตัวกระจ้อยอยู่แทบเท้ากึ่งกลางเมือกทั้งสอง

            เจ้าพวกเครื่องถอนวัชพืชรู้สึกยังไงบ้างล่ะที่โดนวัชพืชเล่นงาน

            แฟรนเซียมกล่าว แล้วเมือกที่กระจายอยู่รอบเท้าก็คืบคลานไปเกาะบนตัวเครื่องทำสวนหมูป่า

            ก่อนที่เมือกจะกลืนกินมันเข้าไปทั้งตัว เครื่องทำสวนก้ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

            งั้นรึ...เจ้าก็เป็นวัชพืช...สินะ

            แล้วก็หายไปอีกหนึ่งเครื่อง

            เสาที่ค้ำจุนผืนฟ้าได้หายไป หนึ่งต้น สองต้น สามต้น..

            แล้วมันก็จะหายไปอีกจนกระทั่งครบทั้งสิบสองต้น

            ผืนฟ้าเอย สรวงสวรรค์เอย

            เจ้าจงลอยต่ำลงมา

            แล้วในตอนนั้นเองเสาที่มนุษย์สร้างขึ้น เสาที่มีชื่อว่า บาเบลก็จะค้ำจุนสรวงสวรรค์และกลายเป็นเส้นทางสู่ยุคสมัยที่ปรารถนา

            เมือกกลืนกินเครื่องทำสวนหมูป่าจนหมด จากนั้นทั้งหมดก็ไหลกลับเข้าไปในรอยกรีดที่ข้อมือ ผิวประสานติดกัน

            ทันทีที่เมือกไหลกลับเข้ามาก็รู้สึกได้เลยว่ามีของที่ไม่เคยมีอยู่เพิ่มขึ้นมา

            พลังเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว ยิ่งได้กลืนกินเครื่องทำสวนมากเท่าไหร่ก็จะมีพลังมากขึ้น

            เมื่อโนเวมโบอาร์ไม่อยู่แล้ว ไอพิษก็พลอยหายไปด้วย แต่สิ่งที่ยังคืบหน้าต่อไปก็คือความว่างเปล่า

            แฟรนเซียมเหม่อมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ หายไปกำลังใกล้เข้ามา

            “…”

            นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ยังไม่แตะต้องไม่ได้ ต่อให้มีพลังเป็นอนันต์ทุกอย่างก็จะสูญเปล่าเมื่อเผชิญหน้าความว่างเปล่า

            เขาหันหลังกลับแล้วออกเดินทางมุ่งหน้าไปหาเครื่องทำสวนรายถัดไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น