Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 219 : Login 216: มหาเทพแห่งแสงสว่างและความมืด 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

Login 216: มหาเทพแห่งแสงสว่างและความมืด 3

 

            จงอาบย้อมสวรรค์ให้มืดมิด อนธกาล มังกรสัมบูรณ์กาล อาซี-ดาฮาคา-อหุราคา

            เมื่อชายผิวสีกล่าว ดาบมังกรเทวะที่ลอยขึ้นไปเพราะเขาโยนมันก็ระเบิดออก

            ดาบกลายเป็นของเหลวสีดำมะเมื่อม คล้ายเมือกหรืออะไรซักอย่างขยายตัวอย่างรวดเร็ว

            เพียงแค่อึดใจเดียวก็บดบังท้องฟ้าในอาณาบริเวณนี้จนมืดมิด มีเพียงแสงจากดวงอาทิตย์สะท้อนเข้ามาอ่อนๆ ทำให้พอจะมองเห็นทิวทัศน์อันวิจิตรศิลป์ที่มันสร้างขึ้นมา

            ทิวทัศน์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคา ทิวทัศน์สองอย่างซึ่งแตกต่างกันมากถูกผนวกรวมกันด้วยพลังของดาบมังกรเทวะที่เปลี่ยนรูปร่างไป

            ดูเหมือนจะมีชื่อเรียกที่บ่งบอกถึงทิวทัศน์ที่เกิดขึ้นหลังจากสำแดงพลัง

            ทิวทัศน์ซึ่งเกิดจาก คราสอสูร

            อหุราคาช่วงเวลาซึ่งอสุราปกครองสวรรค์ ดั่งเช่นคราสทมิฬที่บดบังท้องฟ้าจากแสงตะวัน

            ไม่เพียงเท่านั้น แต่เมื่อ อหุราคา ปรากฏขึ้นมาเหล่าเครื่องทำสวนก็ออกอาการอ่อนแรงกันทันที พวกมันเคลื่อนไหวช้าลงๆ จนกระทั่งหยุดนิ่ง

            เมือกสีดำที่กางปกคลุมท้องฟ้าไหลย้อยตกใส่เครื่องทำสวน มันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต แผ่ขยายปกคลุมเครื่องทำสวนเหมือนอสรพิษกลืนกินเหยื่อ

            ทันทีที่เครื่องทำสวนถูกปกคลุมจนมิดก็ไอร้อนลอยขึ้นมาพร้อมกับส่งเสียงดัง ฉู่ฉ่า ดูเหมือนเครื่องทำสวนที่อยู่ข้างในกำลังหลอมละลาย ขนาดอันใหญ่โตถูกกัดกร่อนและหดเล็กลงจนกระทั่ง สสารที่อยู่ใต้เมือกดำหายไปสิ้น

            จากนั้นเมือกดำก็ไหลย้อนกลับ มันหดตัวจนกลับไปมีขนาดเท่าเดิมและคืนสภาพเป็นดาบมังกรเทวะ

            ชายผิวเข้มยื่นมืออกไปแล้วดาบก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือราวกับสุนัขวิ่งหาเจ้าของ

            แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ แฟรนเซียม

            อีกฝ่ายหันมาพร้อมกับถามคำถามที่ไม่เข้าใจว่าหมายถึงเรื่องใด

            ...

            งั้นเหรอ กำลังกลัวสินะว่าข้าจะลงโทษที่ทำเรื่องไว้มากมาย

            โดนล่วงรู้สิ่งที่กำลังคิดอยู่ในหัวได้ อีกฝ่ายคงจะมีความสามารถในการอ่านใจได้เหมือนกับซีลอร์ด

            แกเป็นใครกันแน่

            พอถามไปอีกฝ่ายก็ตอบนอกเรื่อง

            อะไรกัน อะไรกัน ไม่ต้องร้อนรนขนาดนั้นก็ได้ความคิดในหัวเจ้ามันตีกันมั่วไปหมดแล้วนะจะหวาดกลัวไปทำไมข้าส่งเจ้ามาที่นี่ก็ไม่ได้กำหนดไว้ซักหน่อยว่าจะต้องทำอะไรและไม่ทำอะไร...

            แฟรนเซียมจึงตะคอกแทรกตัดบทพูดอันยาวเหยียดที่ทำเป็นไม่สนใจนั่น

            ตอบคำถามฉันมาเดี๋ยวนี้!”

            ชายผิวเข้มชะงักฝีปากไปแล้วควงดาบมังกรเทวะไปมาราวกับเป็นของเล่น

            เดิมทีมันก็เป็นของของหมอนั่นอยู่แล้ว บางทีอาจจะจบที่นี่จริงๆ

            ถูกฆ่าแน่...

            ไม่ฆ่าหรอก

            โดนอ่านใจอีก..

            ไม่ต้องอ่านก็รู้อยู่ดีจะความนึกคิดของเจ้าหรือจะระบบความคิดของจักรวาลนี้ก็ล้วนมาจากข้าทั้งสิ้น

            “…”

            งั้นจะตอบคำถามเมื่อกี้ให้ก็ได้ข้าเป็นใครน่ะหรือ ที่โลกใบนี้ประมาณหลายพันปีก่อนมนาย์เรียกข้าว่า อหุระมาซดะ

            นั่นมันชื่อของพระเจ้าสูงสุดในโซโรอัสเตอร์...

            ข้าเป็นผู้ก่อตั้งมันขึ้นมาเอง จะบงการมนุษย์จำนวนมาก จำเป็นต้องมีเครื่องมือแล้วเครื่องมือที่ว่าก็ต้องสร้างความปั่นป่วนและสับสนได้ด้วย มนุษย์รบราฆ่าฟันกันด้วยระบบที่ว่าทั้งหมดก็เพื่อกระตุ้นให้เจ้าพวกที่เอาแต่ชะโงกหน้ามองลงมาจากข้างบนให้รู้จักตื่นตัวกันเสียบ้าง

            แปลว่าแกเล็งเป้าไปที่แอดมินิสเทรเตอร์แต่แรกแล้วงั้นสิ

            ก็นะ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของแผนแน่นอนว่ารวมไปถึงการที่มนุษย์จะก่อตั้งอาณาจักรพันปีขึ้นมาก็ด้วย ข้าลองแหย่เจ้าพวกนั้นดูแล้วแจ็คพ็อตก็แตกพวกปีศาจที่แกเรียกกันว่าเทวทูตตกลงมาที่นี่ทำให้ความปั่นป่วนยิ่งแผ่ขยายแล้วมนุษย์ที่น่ารักของข้าก็ช่วยแพร่กระจายมันออกไป

            ชายผิวเข้มกล่าวแล้วเดินเข้ามาใกล้

            ไม่รู้ทำไม ทั้งที่คิดว่าควรจะหนีแต่ขากลับก้าวไม่ออก

            แฟรนเซียมได้แต่ยืนรออยู่อย่างนั้นจนชายดังกล่าวมาหยุดยืนที่ตรงหน้าแล้วปักดาบมังกรเทวะลงกับพื้นก่อนจะปล่อยมือจากมัน

            เอาล่ะมาทบทวนเรื่องเมื่อสิบสองปีกันอีกครั้งดีกว่า สิงห์ ธุวดารกะ ตัวตนที่ข้าตระเตรียมไว้ให้เจ้าได้ตายลงแล้วก็เอาเจ้ามาแทนที่ ข้าได้มอบอาซีดาฮากาและวิญญาณของออร์ทิเกสซาร์ไว้กับเจ้าแล้วก็คอยจับตาดูว่าเจ้าจะเคลื่อนไหวอย่างไร จะใช้เหล่าตัวหมากที่ข้าตระเตรียมไว้ได้ถึงขนาดไหน ขอประเมินเลยนะว่าเจ้าทำได้อย่างน่าพึงพอใจเอามากๆ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังเข้าไปแทนที่ตัวแปรทั้งสี่ไม่ได้สินะ

            ตัวแปรทั้งสี่ที่ว่าก็คือ อิงศร มิ่งขวัญ แล้วก็รูบิเดียม และอีกคนที่เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าเป็น กวินทร์

            ทั้งสี่คนนี้คือเป้าหมายที่ฟันเฟืองเลือกมาอยู่ด้วย แน่นอนว่าของรูบิเดียมนั้นเขาชิงตัดหน้าเอามาเองก่อนที่หล่อนจะรู้เรื่องทำให้ถูกคิดไปว่าเขาเป็นผู้ถูกเลือก

            สี่คนนี้ผูกมัดกับเมอร์คาบาห์ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้โลกแต่ละใบเคลื่อนไหวไปตามสภาพของเมอร์คาบาห์ ก่อนหน้านี้ตอนที่เจอกับอิงศรหมอนั่นทำให้เมอร์คาบาห์กลายเป็นร่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่เหมือนกับในโลกบ้านเกิดของตัวเอง

            เมอร์คาบาห์ฮันเซลลัชช่า คงจะมีความหมายบางอย่างเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางที่โลกใบนี้จะก้าวไป

            แต่สรุปแล้วตัวต้นเหตุที่ทำให้ฟันเฟืองแยกเป็นสี่ส่วนคือหมอนี่ ซึ่งมีพลังขนาดแทรกแซงบททดสอบของแอดมินิสเทรเตอร์ได้

            มหาเทพราหู ราหูราลิส พลังของเจ้านี่น่าจะเทียบขั้นได้กับแอดมินิสเทรเตอร์

            แกมีเป้าหมายอะไรกันแน่

            แฟรนเซียมถาม เขาไม่ได้คาดหวังคำตอบเพราะถึงรู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ที่ถามก็เพราะอีกฝ่ายเหมือนจะปูทางให้เขาถามคำถามนี้มาตั้งนานแล้ว

            ชายผิวเข้มยิ้ม

            “…”

            นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าความคิดของเขาถูก

            เป้าหมายเหรอ

            อีกฝ่ายเปรยขึ้นพร้อมกับดึงผ้ากันเปื้อนขึ้น

            นี่ก็แค่เกมฆ่าเวลาเท่านั้นเองเพราะมันนานน่ะกว่าจะถึงช่วงเริ่มแผนการ เพราะยังไงซะมันจะต้องมาถึงอย่างแน่นอนโปรแกรมได้ถูกตั้งเอาไว้แบบนั้น ยังไงซะมนุษย์จะดำเนินมันไปจนถึงช่วงเวลานั้นเองข้าแค่รออย่างเดียวมันก็น่าเบื่อ จริงสิมาลองเดิมพันกันหน่อยไหม

            แล้วหยิบเอาบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าด้านหลังผ้ากันเปื้อนขึ้นมาแสดงต่อหน้าเขา

            บางสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นระทึก

            บางสิ่งที่มีอำนาจขนาดเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์อันน่าอดสูในตอนนี้ให้พลิกกลับได้

            อิงศรโอบกอดความหวังแล้วมุ่งหน้าสู่ความสิ้นหวัง

            สิ่งนั้นคือไพ่...

            ไพ่ที่อิงศรเรียกว่าอาคานาร์...แม้แต่พลังลึกลับของหมอนั่นก็ยังมีเจ้านี่เป็นผู้บงการชักใยอย่างนั้นหรือ

            ส่วนเจ้าโอบกอดความสิ้นหวังมุ่งหน้าสู่ความหวังอย่างนั้นสินะ

            สำหรับแกจะความหวังหรือความสิ้นหวังมันก็แค่คนละด้านของไพ่ใบเดียวกันไม่ใช่รึไง

            แฟรนเซียมกล่าวอย่างเข้าใจในตัวอีกฝ่าย

            เข้าใจดีว่าเทพมารตรงหน้ามีสันดานอย่างไรจากสิ่งที่มันทำกับ สวนแห่งที่หนึ่ง

            โลกในรอบที่แล้วซึ่งถูกมันทำลายลงในปลายทาง

            ชายผิวเข้ม..ไม่สิ มหาเทพกล่าวราวกับจะตอบรับความนึกคิดที่หวาดระแวงในตัวมันของแฟรนเซียม

            เมื่อดวงสุริยันต์และจันทรา ร่วงหล่นจากสวรรค์

            ความมืดมน อนธกาลจึงอาบย้อม

            คราสดำทะมึนจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

            เจ้าไม่เคยลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นเลย เพราะงั้นถึงได้เลือกคนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายอย่างเจ้าแล้วส่งมาที่โลกนี้ไงล่ะ

            มหาเทพกล่าวแล้วยื่นไพ่อาคานาร์มา

            อาคานาร์ปีศาจ เดอะ เดวิล (The Devil)

            อยากจะฝากคนเข้าใจง่ายอย่างแกเอาสิ่งนี้ไปให้ผู้ถูกเลือกทีสิ คงเข้าใจนะว่าจะฝากไปยังไง

            แฟรนเซียมมองไพ่ในมืออีกฝ่าย ตอนนี้ชีวิตของตัวเองก็เหมือนกับไพ่ใบนั้น

            ได้แต่เต้นไปบนฝ่ามือของมหาเทพ

            หากไม่รับเงื่อนไขนี้ก็จะถูกกำจัดทันทีแต่ถ้ารับไว้ก็จะได้รับโอกาส

            แน่นอนว่ามันคือโอกาสสุดท้ายสำหรับแก้ไขทุกอย่าง

            แฟรนเซียมเข้าใจในเรื่องนั้น

            เมื่อได้เห็น เดวิลอาคานาร์ มันก็บ่งบอกบทสรุปของตัวเองออกมาแล้ว

            ถ้าจะส่งสิ่งนี้ให้อิงศรได้ก็ต่อเมื่อตัวเองพ่ายแพ้และโดนหมอนั่นฆ่าการรับอาคานาร์นี้มีความหมายแบบนั้น

            หากรับอาคานาร์นี้ไว้จะต้องฆ่าฟันกับหมอนั่นแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน นั่นคือเรื่องที่ชายตรงหน้าพยายามจะบอก

            อิงศร...

            หมอนั่นจะเป็นแสงสว่างที่มุ่งไปยังอนาคต

            ดังนั้นเขาก็จะต้องเป็นความมืดที่มุ่งหน้าไปยังอนาคตด้วยเช่นกัน

            ที่ปลายทางนั้นคนที่ไปถึงจะได้เป็นผู้กำหนดทุกอย่าง

            ก็เอาสิ

            แฟรนเซียมกล่าวรับเดิมพันนั้นแล้วคว้าอาคานาร์มา

            คว้าเอาโชคชะตาที่จะกลายเป็นชะตากรรมผูกมัดตนเองมาด้วยมือที่แปดเปื้อนนั่น



***ที่จริงคิดว่าไม่ต้องแจ้งอาจจะเดากันได้อยู่แล้วว่าทำไมในสัปดาห์สามตอนบางตอนมันสั้นจัง คือเมื่อก่อนประมาณตอนที่ 1-20 ไรท์เขียนโดยใช้เวลาตอนละสองสัปดาห์ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นระบบลงต่อเนื่อง ทีนี้เพื่อให้มีตอนที่ลงอย่างต่อเนื่องก็เลยหั่นตอนหนึ่งเป็นแต่ละส่วนของทั้งสัปดาห์นั้นๆ ครับ ในช่วงภาคแรกกับภาคสองจะเห็นว่าคงความยาวกับบทได้ดีนั่นเพราะไรด์เขียนดองไว้ก่อนแล้วเป็นเนมสั้นๆ เลยเอามาเขียนได้ไว ยกเว้นช่วงศึกกับ ยฮวฮ อันนั้นเขียนลำดับพล็อตผิดเลยต้องเขียนแก้กันยาวเลยแต่ก็ลากกลับเข้าเส้นเรื่องได้ในที่สุดนั่นเอง แต่มาภาคสามนี่ไรท์มีเวลาเตรียมตัวน้อยมากบวกกับเวลาว่างมันลดลงทำให้คุณภาพกับความยาวมันลดลงไปบ้าง เรื่องเวลาในการลงพยายามทำให้ตรงเวลาอยู่ฮะแต่ในส่วนของตอนที่อัพในวันเสาร์-อาทิตย์คิดว่ามันต้องคลาดเคลื่อนหน่อยเพราะกะจังหวะไม่ได้จริงๆ เนื่องจากวันหยุดสุดสัปดาห์ไรท์ต้องช่วยงานทางบ้านด้วย อาทิตย์หน้าสัปดาห์ลงสองตอนก็จะปิด Act เทวาสุรสงครามกันซะที จากนั้นว่าจะหยุดอาทิตย์หนึ่งครับเพื่อเตรียมเนื้อเรื่องส่วนสุดท้ายให้พร้อมสำหรับบทสรุปของเรื่องนี้ สำหรับทุกท่านที่ติดตามมาจนถึงตรงนี้ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างมากครับ***


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #203 kameil11 (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 15:33
    ไรท์เราแต่งงานกันเถอะ อยากอ่านอีกกก
    #203
    0