Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 212 : Login 209: ยมทูตกลับหัว 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

Login 209: ยมทูตกลับหัว 3

 

            มนุษย์ต่างดาวที่รับเอาต้นแบบมาจากนรินทร์เหรอ”

            กฤษณะทวนคำพูดของอิงศรแล้วเบนสายตาไปยังเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนกับตน

            เข้าใจอะไรได้ยุ่งยากเกินอธิบายซะจริงนะตัวข้าน่ะ…”

            อะ...”

            นรินทร์แสดงอาการตกใจเล็กน้อยที่เห็นคนหน้าเหมือนตัวเองกำลังจ้องมองตัวเองอยู่ ทำเอาเข้าใจความรู้สึกของอิงศรที่เจอหน้าซีเซียมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันขึ้นมาเลยทีเดียว

            อ้าวๆ ไหงซุงรินรินถึงไปแต่งคอสเพลย์แบบนั้นล่า~~~”

            เสียงของโพแทสเซียมดังแว่วมา

            โพแทสเซียมกับลิเธียมเพิ่งจะตามมาสมทบหลังจากนรินทร์กับเน็กส์ล่วงหน้ามาก่อน

            ขวัญ เฮ้ ขวัญตอบหน่อยสิ ขวัญ!”

            จู่ๆ อิงศรก็ส่งเสียงดังอย่างน่ากลัว คงจะมีอะไรเกิดขึ้นกับมิ่งขวัญ ซึ่งจะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ตอนที่มาถึงที่นี่ก็เห็นอิงศรกำลังต่อสู้กับมิ่งขวัญอยู่

            บางทีมิ่งขวัญคงโดนเจ้าคนที่หน้าเหมือนตนควบคุมหรือทำอะไรบางอย่างจนอิงศรต้องหยุดน้องชายด้วยกำลัง

            นรินทร์สันนิษฐานไว้แบบนั้น

            แต่ตอนนี้มิ่งขวัญกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย แน่นิ่งเหมือนคนตาย

            ขวัญ!”

            อิงศรยังคงเรียกน้องชายต่อไปโดยที่เขย่าร่างซึ่งแน่นิ่งนั่นอย่างร้อนรน

            แล้วในตอนนั้นเอง...

            ฮะ ฮะ ฮะ”

            กฤษณะก็หัวเราะแล้วบอกว่า

            ทำเรื่องน่าสนุกเข้าให้จนได้”

            ได้ยินแบบนั้นอิงศรก็หันเหสายตาอันโกรธเกรี้ยวไปยังกฤษณะ

            หมายความว่ายังไงแกทำอะไรกับขวัญกันแน่”

            ข้าเหรอ เปล่าสักหน่อยทั้งหมดนั่นมันฝีมือพวกเจ้าล้วนๆ เลยต่างหาก”

            หมายความว่ายังไง!”

            ก็ศาลที่พังไปคือต้นวิชาของอสูรที่สิงอยู่ในตัวมิ่งขวัญไงล่ะ แล้วรู้ไหมว่าถ้าขณะที่อสูรรวมวิญญาณเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเจ้าของร่างเกิดโดนทำลายต้นวิชาขึ้นมาจะเป็นยังไง”

            “…”

            คำตอบนั้นน่ากลัวว่าจะหมายถึง.... อิงศรหยุดคิดเพียงแค่นั้นเพราะร่างกายสั่งเอาไว้ เพราะรู้ว่าถ้าคำตอบออกมาเมื่อไหร่ร่างกายคงต้องแบกรับภาระจากความเครียดอันหนักอึ้ง

            กฤษณะพูดต่อไปว่า

            อสูรจะตายยังไงล่ะแล้วเจ้าของร่างก็รับชะตากรรมเดียวกันเพราะวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่”

            แล้วหัวเราะสะใจอย่างน่าหมันไส้

            คำตอบเป็นอย่างที่กังวลเอาไว้จริงๆ คนที่ทำให้มิ่งขวัญกำลังจะตายก็คือฝ่ายพวกเขาที่อัดกฤษณะปลิวไปชนศาลจนพังพินาศซะเอง

            ขอโทษครับ!”

            เน็กส์ส่งเสียงดัง น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด

            เด็กชายทรุดเข่าลงกับพื้นเหมือนหัวใจแตกสลาย ก็คงจะเป็นอย่างนั้นเพราะคนที่อัดกฤษณะจนปลิวแถมยังลามไปทำศาลไม้เก่าๆ ในก่อไผ่นั่นพังพินาศไปพร้อมกับก่อไผ่ด้วยคือเน็กส์นั่นเอง

            ไม่ใช่ความผิดของนาย!”

            อิงศรกัดฟันพูด เขารู้อยู่แล้วว่าเน็กส์ไม่ได้มีเจตนาแล้วพวกเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอสูรเลย

            แต่ถึงอย่างนั้น....ถึงอย่างนั้นก็ต้องช่วยขวัญไว้ให้ได้

            อิงศรบอกกับตัวเองเช่นนั้น

            มีนา นรินทร์ พลอย มาช่วยหน่อย!”

            เขาเรียกคนที่น่าจะพอทำอะไรได้ในสถานการณ์นี้ ทั้งสามมาหาในทันที

            ระหว่างที่สุมหัวกันหาทางช่วยชีวิตมิ่งขวัญนั่นเอง

            กวินทร์ก็วิ่งออกไป แบกดาบที่มีพลังงานธาตุทั้งสี่ไหลเวียนอยู่ไปด้วย

            ท่าฟันสี่ธาตุควอเท็ตสแลช !”

            กวินทร์ตวัดดาบอย่างเกรี้ยวกราด คลื่นพลังธาตุระเบิดใส่กฤษณะที่ยืนหัวเราะอยู่

            พื้นดินตรงนั้นถูกระเบิดคว้านกระจุยเป็นแอ่งในทันที แต่กฤษณะก็ชิงวิ่งอ้อมไปด้านข้างก่อนจะฟันโดน

            นี่แกน่ะ ทำให้ขวัญกลับเป็นเหมือนเดิมเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

            กวินทร์ตวาดแล้วดึงดาบที่ตอนนี้มีลูกไฟยูนิทสี่ธาตุห้อมล้อมขึ้นมาร่ายสกิล

            นี่คือพันธะสัญญาว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปสู่เส้นทางทำลายล้าง จงกู่ร้องดาบที่ใช้ปลดพันธนาการสวรรค์!!”

            ดาบกลืนยูนิททั้งหมดเข้าไป มิติเกิดการเปลี่ยนสภาพกลายเป็นห้วงอวกาศ

            ห้วงมิติท่าไม้ตายนั่นเอง สภาวะอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เมฆดำทะมึนปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าในบริเวณนี้ เมฆหมุนวนเข้าสู่ใจกลางแล้วเครื่องทำสวนกระต่ายก็ลอดผ่านหมู่เมฆาดำเหล่านั้นมา

            ทั้งที่ตอนนี้สกิลท่าไม้ตายไม่ได้หยุดเวลาอีกแล้ว แต่กฤษณะกลับไม่เคลื่อนไหว

            ได้ยินมาว่าสกิลท่าไม้ตายถูกแก้ให้ไม่มีการหยุดเวลาแต่ดูเหมือนสกิลประเภทเล็งเป้าหมายแล้วไม่ให้พลาดจะทำให้เฉพาะเป้าหมายหยุดนิ่งสินะ”

            มันเป็นอย่างนั้น พวกเขาที่กุลีกุจอช่วยกันรักษามิ่งขวัญยังคงทำต่อไป มีแต่กฤษณะกับกวินทร์ที่หยุดนิ่งในขณะที่ท่าไม้ตายดำเนินอยู่นี้

            แรคน่าบัสเตอร์!”

            ด้วยคำสั่งของกวินทร์ เครื่องทำสวนกระต่าย ‘จูลลับบิทต้า’ เปลี่ยนตัวเองเป็นรูปแบบดาบยักษ์แล้วพุ่งใส่กฤษณะที่เป็นเป้า

            กฤษณะเงยมองดาบยักษ์ที่พุ่งเข้าหาตัวเอง ทำได้เพียงแค่นั้นขยับได้แค่คอแต่ขยับเท้าหรือแขนไม่ได้ จึงพูดราวกับตัดพ้อ

            ให้ตายสิ ขืนรับไอ้นั่นไว้ร่างนี้แหลกแน่แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”

            ดาบฟาดลงบนพื้น เกิดระเบิดขึ้น ร่างของกฤษณะถูกบดขยี้อยู่ใต้ดาบนั่น

            ผ่านไปไม่กี่วินาทีดาบก็สลายไป กวินทร์ไม่ได้เรียกอาคานาร์ออกมาใช้ดาบจากท่าไม้ตายโจมตีซ้ำเพราะอีกฝ่ายแน่นิ่งไปแล้ว ไม่มีเค้าลางว่าจะมีชีวิตรอดจากพลังทำลายของท่าไม้ตายได้

            แต่ทว่า...

 

นรินท์ Lv. ?? […..0:0…..]

 

            อ..อะไรกันน่ะ”

            กวินทร์พูดหลังจากเห็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นเมื่อดาบหายไป

            กฤษณะยังคงยืนอยู่ตรงนั้นแต่ร่างกายไม่สมประกอบ ร่างกายหายไปครึ่งซีกแต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือมีแถบแสดงพลังชีวิตกับชื่อปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ แถมชื่อยังเขียนเอาไว้ว่า ‘นรินทร์’

            ฮะ ฮะ ฮะ เจ็บเอาเรื่องเหมือนกันนะ”

            กฤษณะพูดติดตลกขณะเดียวกันร่างกายที่หายไปครึ่งซีกก็เริ่มฟื้นฟูกลับคืนมา จนสมบรูณ์ในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีนั่นรวมถึงเสื้อผ้าด้วย

 

นรินท์ Lv. ?? [/////0:0/////]

 

            แถบพลังชีวิตที่ว่างเปล่าของกฤษณะก็ฟื้นฟูจนเต็มเช่นกันแต่ตัวเลขบอกจำนวนพลังชีวิตกลับยังเป็นเลขศูนย์อยู่แล้วพอแถบฟื้นฟูจนเต็มหน้าจอนั้นก็เลือนหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

            นี่มันหมายความว่ายังไงกัน แกเป็นใครกันแน่”

            กวินทร์ถามคำถามที่ทุกคนต่างก็ใคร่จะรู้มากที่สุด

            ขนาดที่ว่าอิงศรที่แม้จะเป็นห่วงอาการของมิ่งขวัญอยู่แต่ก็รู้สึกว่า กฤษณะจะมีปริศนามากเกินไปแล้ว

            แต่กฤษณะไม่ตอบ

            “…”

            เพราะการคงสถานะให้เป็นความลับเอาไว้แบบนั้นอาจจะทำให้ได้เปรียบหรือมีความหมายต่ออะไรบางอย่าง แค่นี้พวกเขาก็เป็นงงจะแย่แล้วสมมติฐานในข้อแรกคงจะเป็นความจริง มันสร้างความได้เปรียบเมื่อเผชิญหน้ากับพวกเขาที่มีจำนวนมากกว่าการมีความลับเก็บงำเอาไว้ทำให้พวกเขาคิดจะทำหรือเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่

 

            @@@

 

            ที่นี่คือสถานที่ซึ่งไม่มีอยู่ในความเป็นจริง

            โลกที่ไม่ได้ล่มสลาย....

            ทั้งการต่อสู้ ทั้งมนุษย์ต่างดาว ทั้งปีศาจ ทั้งสัตว์เทวะ

            ทั้งหมดเป็นเพียงแค่องค์ประกอบของเกม ‘อโพคาลิปส์ออนไลน์’ หรือที่ตัวเองมักจะเรียกแบบย่อว่า ‘อโพออนไลน์’

            มิ่งขวัญเล่นเกมนี้ร่วมกับพี่ชาย กับกวินทร์ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน รู้จักกับ ฟู มิกซ์ พลอย เน็กส์ นิว ผ่านทางเกมออนไลน์นี้

            สถานที่ในปัจจุบันตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวที่บ้าน หันหน้าเข้าหาคอมพิวเตอร์ สวมหมวกรูปทรงประหลาดที่ทำให้มองเห็นภาพเวอร์ชวลเรียลลิตี้ของเกม

            นี่มัน...”

            ประสบการณ์ในโลกที่ล่มสลายนั่นเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝัน เขาแคเก็บมันไปฝันอย่างยาวนาน

            เป็นเพียงความฝันเท่านั้น

            นี่ต่างหากโลกที่แท้จริง

            ไม่...”

            นี่คือโลกของเจ้า!

            ไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่ความเป็นจริง!”

            มิ่งขวัญตะโกนแล้วถอดหมวกเวอร์ชวลขว้างมันไปกระแทกผนังห้องจนแตกเป็นเสี่ยง

            แฮ่ก แฮ่ก..”

            มีใครบางคนพยายามทำให้เขาจมลงกับโลกจอมปลอมใบนี้

            ในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดออก

            อิงศรนั่นเอง พี่ชายเดินเข้ามาในห้อง

            เป็นอะไรไปน่ะขวัญแหกปากลั่นเชียว”

            เมื่ออิงศรหันไปเจอเศษหมวกที่แตกเป็นเสี่ยงหล่นเกลื่อนกลาดบนพื้นก็ชักสีหน้าแล้วพูดต่อว่า

            นี่นายหัวร้อนจนเผลอทำลายข้าวของอีกแล้วเหรอ”

            ไม่ใช่

            นายเนี่ยน้า เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็นเด็กๆ ซักที”

            ไม่ใช่

            ตรงหน้านี่ไม่ใช่ศร...ความรู้สึกบอกมาแบบนั้น สัมผัสของบรรยากาศมันไม่ใช่

            คิดสิ คิดเข้าไปสิ ก่อนหน้านี้เราทำอะไรอยู่ จนถึงตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            มิ่งขวัญย้ำกับตัวเองแบบนั้น พยายามนึกให้ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            แล้วสิ่งที่นึกออกมาได้ก็...

            พวกเขากำลังพักอยู่บนเกาะร้าง ในคืนที่จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับมีนาที่เพิ่งฟื้นจากอาการความจำเสื่อม

            ...ความทรงจำเริ่มเลือนรางเข้าไปทุกที

            นึกออกขึ้นมาได้อีกเล็กน้อย

            ตัวเองกับทุกคนเข้าไปสำรวจในป่าที่บอกว่าเห็นยายแก่ แล้วก็จำอะไรไม่ได้อีก

            ....

            ใช่แล้ว”

            มิ่งขวัญพูด

            นึกออกแล้ว เราถูกโจมตีโดยอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่แอบติดตามมาตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ออกไปหาเสบียงกับกวินทร์

            พวกเขาเข้าไปสำรวจในบ้านร้างตรงอ่าวด้านหลังเกาะที่บังเอิญไปเจอเข้าระหว่างหาเสบียง ตอนนั้นที่เปิดประจูบ้านร้างเข้าไปก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอยางถูกปลดปล่อยออกมา

            แล้วสิ่งนั้นก็ไล่ตามตัวเองมาโดยที่ซ่อนตัวอยู่ ทั้งที่รู้อยู่ตลอดว่าโดนสะกดรอยแต่ก็มองไม่เห็นมัน

            มันจับตาดูโดยที่ไม่ทำอะไรเลยราวกับรอเวลา

            รอจนกระทั่งท้องฟ้ามืด แล้วเข้าจู่โจมตอนที่จิตใจกำลังหวาดผวากับการสำรวจป่าร่วมกับทุกคน

            ตัวเองในตอนนั้นหวาดกลัวจิตใจเลยอ่อนแอจนเปิดช่องให้สิ่งที่แอบตามมาเข้าจู่โจม

            แล้วจากนั้นก็มาอยู่ที่นี่

            ที่โลกจอมปลอมซึ่งพยายามบอกเขาว่าเรื่องในโลกที่ล่มสลายเป็นเพียงความฝัน

            จู่ๆ อิงศรก็พูดว่า

            ถูกต้อง”

            หา?”

            ที่นี่ไม่ใช่ความเป็นจริง”

            อิงศรที่พูดแบบนั้นแล้วร่างกายก็ห้อมล้อมไปด้วยแสงสว่าง แสงเจิดจ้าจนต้องหลบสายตา

            ผู้ร่วมชะตาเดียวกับข้าเอ๋ยที่นี่ไม่ใช่ความเป็นจริงแต่ก็เป็นความเป็นไปได้หนึ่ง แล้วนี่ก็เช่นกัน เอ้าลืมตาขึ้นสิ”

            มิ่งขวัญเบิกตาขึ้นตามที่อิงศรบอก

            อิงศรไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วแต่กลายเป็น เฮเลล ปีศาจที่มีใบหน้าเหมือนกับตัวเองแล้วก็...

            ที่นี่....ที่ไหน”

            ตอนนี้มิ่งขวัญไม่ได้อยู่ภายในห้องของตัวเองที่บ้านแต่ยืนอยู่บนซากปรักหักพังที่น่าจะเคยเป็นตึกมาก่อน มันถูกถล่มจนเละ กลายเป็นแค่เศษหินเศษดินกองสูงอยู่อย่างนั้น

            ขวัญ”

            เสียงของอิงศรดังแว่วมา

            เมื่อมิ่งขวัญหันไป ก็เห็นคนอื่นที่ไม่ใช่อิงศรแต่เป็นชายท่าทางประหลาด

            ไม่สิ...

            ใบหน้าแบบนั้นมัน ศร ชัดๆ แต่ท่าทางที่ยืนด้วยทั้งแขนและขาเหมือนกับสัตว์สี่เท้าทำให้ความรู้สึกของตัวเองเกิดไม่แน่ใจขึ้นมา

            “…”

            ถึงจะเป็นอิงศรแต่ก็ดูโตกว่าอิงศรในปัจจุบัน อันที่จริงเขาเองก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าตัวเองก็มีอายุที่มากขึ้น ร่างกายในตอนนี้น่าจะเป็นเด็กหนุ่มอายุ 17 เท่ากับโตขึ้นมาอีกสองปี

            อิงศรที่ยืนอยู่บนถนนมีร่างกายที่ประหลาดจนดูเหมือนกับฝันร้ายเป็นร่างกายกึ่งจักรกลเหมือนพวกมนุษย์ไซบอร์กที่ข้อศอกก็มีใบมีดยื่นออกมา แถมยังสวมแว่นหน้ากากแปลกๆ มองมาทางนี้

            ยืนยันเป้าหมายที่ยังไม่ได้ถูกเทิร์นนิ่ง...จะทำการปนเปื้อนเป้าหมายเดี๋ยวนี้”

            อิงศรพูดด้วยน้ำเสียงแปล่งๆ เหมือนเป็นเสียงที่เครื่องจักรสังเคราะห์ขึ้นมา แล้วพอขยับร่างกายจะเดินมาทางนี้ก็มีเสียงเหมือนเครื่องจักรทำงานดัง เอี้ยดอ้าด

            พี่ชายคนนั้นเดิน....ให้ถูกต้องน่าจะเรียกว่าคลานมากกว่า อิงศรเคลื่อนไหวด้วยท่าทางแบบสัตว์สี่เท้าอย่างว่องไว

            จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้...

            อิงศรได้สูญเสียตัวตนไปแล้ว ขายวิญญาณให้กับ ‘สวรรค์อนธกาล’ จนกลายเป็นร่างน่าเกลียดแบบนั้น

            กลายเป็นหนึ่งในผู้รุกราน

            ข้อมูลที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนไหลเข้าสู่สมองไม่หยุด มิ่งขวัญเริ่มรู้จักโลกใบนี้มากขึ้น

            รู้ว่าตัวเองกับพี่ชายตอนนี้อยู่ในฐานะศัตรูที่จะยอมให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้อีก

            เขาจะต้อง....ฆ่าพี่ชาย...ฆ่าอิงศรเพื่อช่วยโลกใบนี้

            ว้ากก!!”

            มิ่งขวัญกู่ร้อง เขายกมือขึ้นทำท่าเหมือนกำลังจับอาวุธ

            อาวุธปรากฏขึ้นมาในมือ เป็นทวนแบบที่ใช้ในร่างโกลด์กาแลนต์ ตอนนี้เขาอยู่ในร่างสกิลท่าไม้ตาย

            ร่างแห่งอัศวินทองคำ

            มิ่งขวัญกระโจนลงจากซากปรักพุ่งเข้าห้ำหั่นกับอิงศรที่กลายเป็นสัตว์ประหลาด

            ไม่รู้ทำไมแต่ร่างกายขยับไปเองรู้สึกเหมือนถูกเชิดให้ทำแบบนั้น ราวกับถูกโลกใบนี้เชิดให้เต้นไปตามบทละครของมัน

            แต่ยังไม่ทันที่จะเข้าถึงตัวอิงศร

            “…”

            ขาว

            ทุกอย่างกลับกลายเป็นสีขาวโพลน

            สัมผัสต่อสิ่งต่างๆ เริ่มเลือนราง

            ในตอนนั้นเองสติก็หลุดลอยออกไป

 

            @@@

 

            ดำ

            ดำสนิท ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด จนกระทั่งมีเสียงเรียกดังลอกเข้ามา

            ขวัญ!”

            ขวัญทำใจดีๆ ไว้นะ”

            ลองใช้สกิลรักษาสภาพผิดปกติทุกอันแล้วแต่ไม่ดีขึ้นเลย”

            เสียงหลายเสียงตอบโต้กันไปมาแต่ส่วนใหญ่ก็จะพยายามเรียกเขาเหมือนอยากให้ได้สติหรืออะไรซักอย่าง

            มิ่งขวัญปรือตาขึ้น

            “…”

            พอทำอย่างนั้นแล้วความรู้สึกอ่อนล้าและความเจ็บปวดทรมานก็แทรกเข้ามา

            กำลังจะตายความรู้สึกของร่างกายบอกมาแบบนั้น

            ภาพที่มองเห็นก็พร่ามัวเสียเหลือเกินถึงอย่างนั้นก็ยังรับรู้ได้ถึงความเป้นห่วงของคนสามคนที่ปรากฏอยู่ในสายตาอันเลือนราง

            อิงศร

            พลอย

            นรินทร์

            ทั้งสามคนกำลังพยายามช่วยเขาอย่างสุดความสามารถ

            อา...เสียงหัวใจเต้นดังตึกตัก จังหวะค่อยๆ ช้าลงแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #199 raigeki (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 18:32
    ลองเปิดธีมของ Graves of the fireflies ฟังตอนอ่านเเล้วมันเข้าจริงๆเเฮะ
    #199
    1
    • #199-1 R@ji(จากตอนที่ 212)
      11 มีนาคม 2561 / 17:15
      เพิ่งเห็นข้อความแอ่ววว ไรท์ไม่ได้เลื่อนลงมาดูตรงนี้เบยเพราะวุ่นๆ อยู่ในช่วงนี้
      เรื่องที่ว่านี่ใช่เรื่องเกี่ยวกับพี่ชายน้องสาวในช่วงหลังญี่ปุ่นแพ้สงครามหรือเปล่างับ รู้สึกจะของสตูดิโอ gibli
      #199-1