Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 211 : Login 208: ยมทูตกลับหัว 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 มี.ค. 61

Login 208: ยมทูตกลับหัว 2

 

            อิงศรโยกตัวหลบหมัดน้องชาย การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วสมกับเป็นพลังของมนุษย์ต่างดาวเลเวลร้อยไม่ได้เชื่องช้าลงเพราะร่างกายอ่อนแอจนถึงกับโดนอสูรคบคุมเลย ถ้าอย่างนั้นการที่เขาหลบหมัดที่รวดเร็วเท่ากระสุนปืนได้ก็เพราะตัวเองมีความเร็วไล่เลี่ยกัน เพราะเลเวลไม่ค่อยห่างกันมากนัก

 

อิงศร Lv.93 [/////12500:12500/////]

มิ่งขวัญ Lv.102 [/////25000:25000/////]

 

            ถ้าว่ากันตามระบบของเกมโลกาวินาศแล้วเมื่อเลเวลสูงมากเท่าไหร่ช่วงห่างของระดับพลังต่อเลเวลยิ่งแตกต่างกันมากที่เลเวล 90 ขึ้นไปห่างกันเลเวลเดียวก้เหมือนห่างกัน 10 เลเวลไปแล้ว ไหนยังจะเรื่องของเผ่าพันธุ์อีก

            ถ้าอย่างนั้นการที่เขาหลบหมัดของมิ่งขวัญได้ง่ายๆ น่าจะมีปัจจัยอื่นด้วย

            หืม ขัดขืนได้ด้วยเหรอเป็นคนที่ปลกจริงๆ นั่นแหละนะหรือต้องบอกว่ามีพรสวรรค์มากกว่าคนพี่ดีล่ะ

            กฤษณะพูดมาอย่างนั้น

            ตีความได้ว่าที่เขาหลบหมัดของมิ่งขวัญได้น่าจะเป็นเพราะทางฝั่งมิ่งขวัญเองก็กำลังขัดขืนอสูรอย่างสุดกำลังเหมือนกัน

            มิ่งขวัญเอาแต่ไล่ต่อยอิงศรอยู่คนเดียว แบบนั้นทำให้เรื่องง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

            ช่วงที่ล่อขวัญเอาไว้คนอื่นๆ ก็ดำเนินฟอร์เมชั่นตีกรอบล้อมกฤษณะไปด้วย

            เมษา กับ กวินทร์ อ้อมไปอยู่ด้านข้างศัตรูจากนั้นฟูก็วิ่งขึ้นมาจากด้านหลังของกลุ่มพวกเขาไปยืนขวางหน้ากฤษณะ เป็นอันว่าตั้งวงล้อมสามเหลี่ยมได้สำเร็จ

            ไทรแองเกิลฟอร์เมชั่นเป็นรูปแบบการตั้งค่ายกลที่ยืดหยุ่นที่สุดของพวกเขาโดยมีหัวใจหลักคือทำย่างไรก็ได้ให้คนสามไปยืนล้อมกรอบศัตรูหนึ่งคนเป็นแนวสามเหลี่ยมแล้วลงมือกับศัตรูที่โดนล้อม เรียกว่า สามเหลี่ยมสังหารวิธีนี้ถึงจะเป็นการสู้แบบตะลุมบอนที่ฝั่งเรามีจำนวนน้อยกว่าก็สามารถทำได้โดยจะสร้าง สามเหลี่ยมกี่วงก็ได้ขอให้เงื่อนไขตรงแล้วจัดการห้เด็ดขาดรวดเร็วที่สุดก็พอ

            กวินทร์ เมษา ฟู กระโจนใส่กฤษณะพร้อมกัน ศาสตราวุธและกำปั้นทุบใส่พื้นที่กฤษณะเคยยืน

            เจ้านั่นหายตัวไปแล้ว หลบออกจากสามเหลี่ยมสังหารไปโดยที่เขามองไม่ทันด้วยซ้ำ

            ระหว่างนี้เองอิงศรก็ต้องหนีวนไปรอบๆ เพื่อดึงมิ่งขวัญไว้ ถ้าวิ่งตรงๆ เลยจะโดนไล่ทันจึงต้องอาศัยกะจังหวะหลบสวนไปอีกทางในตอนที่มิ่งขวัญเงื้อหมัดซัดเข้ามา เขาก็จะก้มตัวมุดลอดใต้รักแร้ไปโผล่ที่ด้านหลังเสมอ ทั้งหมดอาศัยความว่องไวกับประสาทสัมผัสเป็นอย่างมากและคงจะประวิงเวลาไว้นานมากไม่ได้

            ฝากเรื่องจัดการกับกฤษณะเอาไว้กับพวกพ้องที่เหลือ ชีวิตของเขากับน้องชายต้องพึ่งพาเจ้าพวกนั้นแล้ว

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดมาว่า

            ถ้าคิดจะเอาแต่หนีแบบนั้นมันก็น่าเบื่อน่ะสิ

            กฤษณะนั่นเอง

            หมอนั่นโผล่ออกมาจากมุมมืดในเงาของต้นไม้ทางฝั่งป่าใกล้กับจุดที่พวกผู้หญิงยืนอยู่แล้วจับคนหนึ่งเป็นตัวประกัน เพราะความมืดเลยทำให้ไม่เห็นว่าจับใครไว้แล้วเขายังต้องคอยหลบมิ่งขวัญอีก

            มีนา!

            เสียงของเมษาทำให้รู้ว่ามีนานั่นเองที่โดนจับเป็นตัวประกัน กฤษณะเรียกร้องโดยใช้ตัวประกันนั่นบอกให้เขาลงมือกับน้องชาย

            ชกหน้าน้องสิ ถ้าไม่รีบทำคอของเธอคนนี้จะหลุดจากบ่านะ

            เสียงหัวเราะของเทพบุตรดังอย่างสะใจ

            ชิ

            อิงศรเดาะลิ้น ถ้ารอให้พวกเมษาเข้าไปช่วยคงไม่ทันการณ์ ตอนที่เจ้านั่นพูดมาว่าจะตัดคอมีนาสายตาก็เหลือบไปเห็นมีนาถูกมันจับกอดคอไว้

            ไม่ใช่ความบังเอิญแน่เจ้านั่นจงใจปรากฏตัวในมุมที่เขาจะมองเห็นเพื่อให้ข่มขู่ได้ผล

            เอ้า เร็วสิคอของหล่อนบางมากข้าอาจจะเผลอใส่แรงมากไปจนหักก่อนจะได้ทันตัดมันออกนะ

            โธ่เว้ย!

            อิงศรสบถใส่น้องชายที่พุ่งเข้ามาอย่างทื่อๆ เขาหลบหมัดแล้วกำหมัดของตัวเองซัดใส่มิ่งขวัญ

            เสียงอัดดังเปรี้ยง แบบไม่มีการออมมือ ถ้าออมมือจะโดนดูออกทันทีเพราะขวัญไม่ได้อยู่ในสภาพที่มีสติสัมปชัญญะพอจะให้ความร่วมมือกับการชกหลอกๆ ได้

            โทษนะขวัญ

            อิงศรมองน้องชายที่เดินเซถลาไปข้างทางเพราะโดนชก ด้วยความรู้สึกผิดบาป

            เขาทำร้ายสิ่งที่พยายามปกป้องมาตลอด มันเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก

            สีหน้าแบบนั้นแหละที่อยากเห็นล่ะ ลำบากใจให้มากๆ ขึ้นไปอีกล่ะ

            กฤษณะพูดแล้วปล่อยตัวมีนาก่อนจะหายวับไปจากตรงนั้น

            ทีนี้ต่อไปขอดูหมัดเสยคางสวยๆ หน่อยสิเอาให้หน้าหงายไปเลยนะ หรือไม่ไอ้ที่จะหงายคงเป็นคอของเธอคนนี้

            เหมือนกับก่อนหน้านี้กฤษณะจับตัวประกันแล้วโผล่ออกมาในมุมที่อิงศรสามารถมองเห็นได้ก่อนใคร

            คราวนี้โผล่มายืนกลางวงที่ เมษา กวินทร์ และฟูจับกลุ่มกันอยู่

            คนที่โดนจับเป็นตัวประกันคือพลอย

            ในขณะที่ความอดทนของพวกเขาแทบจะไม่เหลือกันแล้วเจ้านั่นยังกล้าไปโผล่ในที่ๆ ไม่ควรไปราวกับจะเยาะเย้ย เพราะรู้ว่าถึงตกอยู่ในวงล้อมก็ยังไม่เป็นอะไร เหตุผลก็

            พวกเขาไม่เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าถ้ายังมีตัวประกันอยู่

            พลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน

            แค่สองอย่างนั่นพวกเขาก็กลายเป็นของเล่นให้ศัตรูไปแล้ว

            แต่ความอดทนของพวกเขามาถึงที่สุดแล้วจริงๆ อิงศรรู้สึกได้ว่ามือข้างที่กำหน้ากำลังสั่น

            เขาอยากยิงหมอนั่นให้ร่วงเดี๋ยวนี้เลย

            แต่คนที่หลุดระเบิดโทสะออกมาก่อนกลับกลายเป็นกวินทร์

            ถอยออกไปห่างๆ เลยนะแก!

            เด็กหนุ่มตวาดแล้วเงื้อดาบคู่พุ่งเข้าหากฤษณะจากทางด้านหลัง

            กฤษณะแสยะยิ้ม เห็นรอยฟันสีขาวพาดขึ้นมาบนใบหน้าที่มืดเพราะโดนบังด้วยเงาจากปีกหมวกที่สวมอยู่ พริบตาหนึ่งที่เหลือบไปเห็นก็สบตากับดวงตาสีแดงก่ำเหมือนกับจะสะท้อนเป็นแสงท่ามกลางความมืด

            กฤษณะเบี่ยงตัวใช้พลอยเป็นโล่ กวินทร์หยุดดาบแทบไม่ทันจนสูญเสียการทรงตัว แล้วจึงปาตัวพลอยไปชนกวินทร์จนล้มไปทั้งคู่

            อัสนีราโอ

            ปลายนิ้วของกฤษณะเปล่งประกายด้วยแสงสว่าง สายฟ้ากำลังก่อตัวอยู่ที่นั่นให้สัญญาณเมื่อไหร่ลำแสงสายฟ้าก็พร้อมจะเผาร่างของกวินทร์กับพลอยได้ในทันที

 

กวินทร์ Lv.75 [/////10200:10200/////]

พลอย Lv.76 [/////8300:8300/////]

 

            ถึงพลังชีวิตจะเต็มแต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าพลังของกฤษณะจะทำดาเมจแบบทีเดียวตายไม่ได้

            แต่กฤษณะยังหน่วงสายฟ้าไว้ไม่ได้ปล่อยออกไปทันทีแล้วพูดเร่งเร้ามาว่า

            เสยคางสวยๆ หรือสองคนนี้จะกลายเป็นจุลนับถึงสามนะ เอ้า หนึ่ง

            ถ้าใช้โล่อาคมที่เรียกมาจากอาคานาร์ เดอะ เดธ เข้าไปขวางไว้ก็ปกป้องสองคนนั่นได้..

            ไม่ ไม่ทันการณ์แน่ กฤษณะอยู่ใกล้ทั้งสองคนเกินไป เวลามีไม่พอด้วย

            ขณะเดียวกันมิ่งขวัญก็เงื้อหมัดซ้ายชกมาทื่อๆ

            บัดซบเอ้ย!

            อิงศรสบถใส่หมัดนั่นแล้วเบี่ยงตัวหลบ หมัดถากแก้มไปนิดหน่อย แต่จังหวะก็พอดีกันเป๊ะราวกับจงใจ การ์ดขวาของมิ่งขวัญว่างจนสามารถปล่อยหมัดเสยคางจากมุมนี้ได้โดยง่าย

            ขวัญนี่นายกำลังช่วยฉันอยู่อย่างนั้นเรอะ

            อิงศรคิดได้แต่เหตุผลแบบนั้น

            ถ้ามีสติถึงขนาดนั้นก็รีบตื่นซะทีเถอะ

            อิงศรใส่คำภาวนาลงในหมัดแล้วเหวี่ยงออกไป หมัดเสยโดนคาง มิ่งขวัญหงายหลังล้มลงไปทั้งท่ายืน

            รู้สึกได้ว่าบริเวณรอบๆ มืดลง คงเพราะกฤษณะยกเลิกการโจมตีไปแล้วสายฟ้าที่สะสมอยู่จึงหายไปและทำให้ป่ามืดลง

            แต่เจ้านั่นก็ไม่ได้หยุดปั่นหัวพวกเขา มันเริ่มหาเหยื่อรายใหม่ ดูจากที่ผ่านมาเหยื่อที่ถูกเลือกมักจะเป็นผู้หญิงอยู่เสมอน่ากลัวว่ารายต่อไปจะเป็นนิว

            แล้วถ้าเป็นแบบนั้นแผนก็จะล้มเหลว....

            มิกซ์อยู่ตรงนั้นใช่ไหมคุ้มครองนิวที!

            ทันทีที่อิงศรสั่ง เสียงของมิกซ์ก็ดังขึ้นมา ไม่ใช่เสียงตอบรับคำสั่งของเขาแต่เป็นเสียงครางด้วยความเจ็บปวด

            โอ้ย!!

            มองเห็นร่างของมิกซ์ลอยข้ามฝั่งไปกลิ้งอยู่ต่อหน้าพวกเมษาแล้วนิวก็โดนจับตัวไว้

            กำลังรออยู่เลยสินะช่วงเวลาที่มิ่งขวัญล้มลงในระยะที่เหมาะสมก็จะใช้สกิลพับเพ็ทแดนซ์ที่สามารถเชิดเพื่อนในปาร์ตี้ตัวเองได้ที่อิงศรแกล้งทำร้ายมิ่งขวัญตามที่ข้าสั่งก็เพราะเล็งแบบนี้ไว้ข้าน่ะดูออกตั้งนานแล้วล่ะ

            แผนแตกแล้วจริงๆ นั่นแหละ ไทรแองเกิลฟอร์เมชั่นเป็นเพียงตัวล่อเท่านั้นเป้าหมายที่แท้จริงคือให้นิวใช้สกิลแย่งชิงการควบคุมมิ่งขวัญมา จากนั้นพวกเขาก็จะหลบหนีกัน

            ตอนที่รู้ข้อมูลมาจากนรินทร์พวกเขาก็เตรียมแผนสำรองไว้ตั้งแต่ตอนนั้น คุยกันไว้ว่าถ้าไม่สามารถหยุดมิ่งขวัญได้ก็ให้ควบคุมแทน แต่วิธีนี้จะต้องให้นิวเข้าไปใกล้มิ่งขวัญให้มากที่สุดซึ่งมีโอกาสจะถูกมิ่งขวัญทำร้ายเอาได้ก่อนหน้านี้จึงใช้การจับแช่แข็งแทนจะได้ไม่ต้องทำร้ายมิ่งขวัญแบบตอนนี้

            แต่แผนสำรองก็พังไปเรียบร้อย อีกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลของพวกเขามาเป็นอย่างดีไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางอ่านแผนการนี้ออก...

            ทว่า กฤษณะได้กล่าวต่อจากที่ค้างไว้

            “...ก็สู้ร่วมกันมาตั้งเท่าไหร่แล้วเรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ล่ะเนอะ

            สู้ร่วมกันมา? หมายความว่ายังไงกัน หรือจะเป็นแค่คำพูดลวงให้ไขว้เขวเท่านั้น

            มือของกฤษณะจับคอเล็กๆ ของเด็กสาวไว้เต็มฝ่ามือแค่ออกแรงนิดเดียวก็คงหักทิ้งได้อย่างง่ายดาย

            เอาล่ะ อุ่นเครื่องกันมาพอแล้วทีนี้ก็เอาจริงกันซักที

            คำสั่งใหม่กำลังจะมาแล้ว คำสั่งให้ทำร้ายขวัญด้วยมือของเขาเอง

            เอาเป็นว่าช่วยฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งเลยก็แล้วกัน

            พอสั่งมาแบบนั้น มิ่งขวัญก็เริ่มเคลื่อนไหว เปิดหน้าจอคลังแล้วชักดาบกับโล่ออกมา ร่ายสกิล

            ไลท์ซอร์สเซเบอร์….ไลท์ซอร์สชิลด์

            แสงสว่างห้อมล้อมตัวดาบเรเปียกับโล่ เป็นรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ช่วงสองสามวันมานี่คงมีปรับเปลี่ยนชุดสกิลด้วยตัวเองโดยที่ไม่มาปรึกษา

            อิงศรพยายามนึกถึงรายละเอียดของสกิลเหล่านั้นซึ่งเคยเห็นจากตอนที่ช่วยกวินทร์จัดชุดสกิล เขาท่องจำสกิลทั้งหมดทุกครั้งที่มีโอกาสดังนั้นสกิลในสายอาชีพของพวกพ้องนั้นเขาผ่านตามาหมดแล้วทั้งนั้น

 

[Light Source Saber Lv(1/1)

Element: Light

Attribute: Buffs, Charge, Weapon, Saber

(Cast Cost) สวมใส่อาวุธที่มี Attribute Saber; ฉโลมดาบด้วยแสงสว่างแห่งต้นกำเนิด ทำให้การโจมตีด้วยดาบกลายเป็นธาตุแสง , สกิลติดตัว: Sacrifice(ทำงานเมื่อสถานะหายไป) เพิ่ม 2 Awakening Gold Unit]

 

[Light Source Shield Lv(1/1)

Element: Light

Attribute: Buffs, Charge, Item, Shield

(Cast Cost) สวมใส่ไอเทม  Shield; ห่อหุ้มโล่ด้วยแสงสว่างแห่งต้นกำเนิด เพิ่ม 1 Awakening Gold Unit , สกิลติดตัว: Sacrifice(ทำงานเมื่อสถานะหายไป) เพิ่ม 1 Awakening Gold Unit]

 

            ทั้งไลท์ซอร์สเซเบอร์และไลท์ซอร์สชิลด์ต่างก็เป็นสกิลสำหรับเร่งเพิ่มจำนวนยูนิทเพื่อเอามาใช้สกิลเทคนิคัลจำนวนของยูนิทที่รวมได้จากทั้งสองสกิลนี้เมื่อเล่นผสานกับสกิล เอนแชนท์รีชาร์จจะทำให้ได้ยูนิทสีทองถึง 6 ลูกด้วยกัน

            นี่คิดจะใช้เวพอนไนซ์แบบฟูลออฟชั่นเลยรึไง!

            อิงศรสบถใส่น้องชายที่ตอนนี้ร่ายสกิลทำลายการเสริมพลังของทั้งดาบและโล่

            เอนแชนท์รีชาร์จ

            แสงสว่างบนศาสตราวุธแตกตัวกลายเป็นยูนิทแสงสีทองหกลูกด้วยกัน

            ต้องหยุดขวัญไม่ให้ติดตั้งดีไวซ์ใส่ดาบกับโล่ครบ ถ้าเวพอนไนซ์ได้เมื่อไหร่ก็จบกัน

            อิงศรคิดแบบนั้นแล้วดีดตัวกระโจนเข้าใส่น้องชาย กอดรัดตรงช่วงเอวทำให้เสียการทรงตัวแล้วล้มกลิ้งไปด้วยกัน

            กฤษณะหัวเราะให้กับภาพนั้น

            ฮะฮะฮะ แบบนั้นแหละ สู้เอาชีวิตรอดกันแบบนั้นก็ทำได้น่าสนุกเหมือนกัน...

            ใบหน้าระรื่นด้วยความสุขเป็นอย่างมาก แต่แล้วใบหน้าดังกล่าวกลับบิดเบี้ยว ความสุขกลายเป็นความเจ็บปวดไปในทันที แก้มขวาโดนลูกถีบเบียดจนยุบตัว

            อย่ามายุ่งับนิวนะ!

            เน็กส์นั่นเอง ดูเหมือนจะเข้าใกล้กฤษณะด้วยสกิลเคลื่อนที่ในพริบตาที่เป็นท่าถนัดแล้วปล่อยถูกถีบโดยที่ตัวลอยกลางอากาศเพราะอีกฝ่ายตัวสูงกว่าเกือบสามเท่า

            แต่กฤษณะที่ว่องไวถึงขนาดนั้นกลับไม่รู้ตัวเลยว่าเน็กส์เข้ามาใกล้แล้วโดนถีบอัดจนเซถลาได้

            เพราะเข้ามาทีเผลอก็เลยถีบโดน

            เพราะจดจ่ออยู่กับโชว์ต่อสู้ระหว่างพี่น้องเลยไม่ทันระวังภัยที่วาร์ปเข้ามาใกล้ตัวได้ทันที

            จะอย่างไหนก็ตามมือของกฤษณะปล่อยจากคอของนิวแล้ว เน็กส์ยื่นมือไปหาเด็กสาว

            นิวจับไว้!

            ทั้งสองจับมือกันแล้วในเสี้ยววินาทีก่อนที่กฤษณะจะตั้งหลักได้

            สตอร์มวาร์ป!

            เน็กส์กับนิวหายวับไปจากตรงนั้นพร้อมกับมีลมพายุพัดโอบล้อมกฤษณะ ทั้งสองปรากฏตัวอีกครั้งห่างจากจุดเดิมไม่ไกลนัก

            ย้ากกก!!

            กฤษณะส่งเสียงคำรามแล้วทำลายลมพายุที่ห้อมล้อมตัวให้หายไปอย่างง่ายดาย

            เป็นลูกถีบที่เยี่ยมใช้ได้นี่

            กำลังยิ้ม แสยะยิ้มอย่างรื่นรมย์ทั้งที่เลือดกบปาก แต่ก็มีแต่คราบเลือดทั้งนั้นแผลบนริมฝีปากน่าจะหายไปแล้ว

            เน็กส์เอาตัวบังนิวไว้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ

            ไม่ยอมให้ทำร้ายนิวหรอกผมจะปกป้องเอง

            เป็นคำพูดที่ฟังดูทำเกินตัวไปหน่อย ทำเกินตัวไปจริงๆ นั่นแหละอีกฝ่ายเป็นเทพปีศาจที่ขนาดพวกพี่ชายที่มีฝีมือสูงส่งซึ่งเขานับถือตรงนี้รุมกันยังโค่นลงไม่ได้

            มีฝีมือถึงขนาดตอบโต้มนุษย์ต่างดาวราชครูที่แสดงให้เห็นที่เรือนไทยก่อนหน้านี้มาแล้ว

            แล้วตัวเขาที่เล็กกระจ้อยกลับประกาศว่าจะปกป้องเด็กสาวที่ถูกหมายตาจากเทพปีศาจตนนั้น

            กฤษณะปรบมือให้กลับความกล้าบ้าบิ่นนั่น

            ว้าว สมชายชาตรีมากเลยเน็กส์ งั้นศพแรกของทุ่งกุรุเกษตรนี่ให้เป็นพวกเจ้าก็แล้วกัน

            ไม่รู้ทำไมถึงเรียกเขาด้วยชื่อ อีกฝ่ายตรวจสอบเรื่องของพวกเขามาหมดแล้วดังนั้นจะรู้ชื่อก็ไม่แปลกแต่คำพูดคำจามันเพี้ยนไปจากก่อนหน้านี้ค่อนข้างชัดเจน

            ก่อนหน้านี้กฤษณะพูดจาสูงส่งและดูลึกลับเหมือนกับพวก ปีศาจในอารย-สนธยา แต่ตอนนี้กลับใช้คำพูดค่อนข้างเป็นกันเองผสมลงในคำพูดสูงส่งด้วยดูแล้วน่าสงสัย

            แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดจะปล่อยให้นิวถูกแย่งตัวไปหรอก

            แล้วก็จะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงพวกพี่ๆ ด้วย

            เน็กส์ปฏิญาณกับตัวเองแบบนั้นแล้วยื่นไม้เท้าออกไปข้างหน้า

            มหาวาโยราโอ!!

            ลำแสงเวทสีเขียวสดพุ่งออกจากไม้เท้าโดยไม่มีสัญญาณของการสะสมพลัง ที่จริงแล้วขั้นตอนการร่ายบริกรรมคาถาเองก็ถูกละเอาไว้แล้วปลดปล่อยออกมาอย่างผิดธรรมชาติ

            นั่นเพราะก่อนจะมาที่นี่เน็กส์ได้ใช้สกิลท่าไม้ตายที่ทำให้ปล่อยสกิลโดยไม่ต้องร่ายและยกเลิกการหน่วงการเคลื่อนไหวของสกิลเตรียมไว้ก่อนแล้ว เพราะแบบนั้นถึงใช้ วินด์วาร์ปเข้าไปใกล้อีกฝ่ายพร้อมกับปล่อยลูกถีบได้ทันที

            หนนี้ก็เช่นกัน การปล่อยการโจมตีชุดใหญ่ออกไปโดยที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงคือวิธีต่อสู้ที่คิดประยุกต์มาโดยตลอด สกิลเวทธาตุสายลมนั้นได้เปรียบเรื่องความเร็วในการโจมตีและมีรัศมีทำลายกว้างดังนั้นการโจมตีแบบทีเผลอจึงเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด

            แต่สำหรับกฤษณะนั้น

            หึ ช้าไป!

            สามารถเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย เพียงถีบพื้นกระดอนตัวหนีไปด้านข้างให้พ้นจากรัศมียิง แม้จะเป็นระยะทางที่ไกลถึงห้าเมตร กฤษณะก็เคลื่อนที่ไปถึงตรงนั้นได้ในพริบตาด้วยการกระดอนตัวแค่ครั้งเดียว แล้วยื่นนิ้วชี้ไปยังเด็กทั้งสอง ประจุไฟฟ้าเริ่มสะสมที่ปลายนิ้ว

            อัสนีรา...

            แต่ ทว่า...

            เน็กสเตจ!!

            เน็กส์ตะโกนแล้วกระโดดหมุนตัว

            ขณะเดียวกันนรินทร์ที่เพิ่งตามมาสมทบก็เห็นเข้าพอดีจึงตะโกนบอกทุกคน

            ทุกคน หมอบลงเร็วเข้า!

            ไม่มีใครไม่เชื่อคำพูดของนรินทร์ ทุกคนก้มหัวหมอบลงกับพื้นโดยพร้อมเพรียง ส่วนอิงศรกับมิ่งขวัญยังปล้ำกันอยู่บนพื้นอยู่แล้ว

            ลำแสงเวทเริ่มหมุนเหวี่ยงไปรอบๆ ตามการหมุนของเน็กส์

            กฤษณะเบ้หน้า

            อะไรกัน!

            โดนลำแสงเวทกับลมพายุที่พัดกรรโชกอยู่ในลำแสงเป่าจนร่างลอยกระเด็น

            สายลมไม่เพียงพัดใส่เท่านั้นแต่ยังมีความคมแฝงอยู่ด้วย สายลมทั้งฉีกกระชากและเชือดเฉือน

            อ๊ากกก!!

            เทพเจ้าถึงกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน

            ร่างลอยละลิ่วไปทางก่อไผ่ แล้วชนเข้ากับศาลเจ้าอย่างจัง ทั้งก่อไผ่ทั้งศาลเจ้าโดนถล่มด้วยพายุและลำแสงเวทจนพังพินาศ

            เมื่อการโจมตีจบลง เน็กส์ก็หล่นตุ้บลงบนพื้น เพราะยังกะจังหวะได้ไม่ดีนัก

            เน็กซ์!

            นรินทร์รู้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะว่าเห็นมาแล้ว

            ช่วงที่ชุนละมุนกันอยู่นี่เอง เมษาเพียงคนเดียวที่มองเข้าไปในก่อไผ่ซึ่งลำต้นถูกพัดจนหักโค่นไปหมดแล้ว

            มองเห็นแขนของกฤษณะที่โผล่พ้นก่อไผ่ที่หักยังเคลื่อนไหวอยู่

            ซาโอกองเก็น!

             เมษาตะโกนเรียกปีศาจที่สิงสู่อยู่ในสนับมือซึ่งเป็นอาวุธเทคนิคัลที่เปลี่ยนจากรอยสักบนตัวมาเป้นสนับมือ

            ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะปิดฉากให้เรียบร้อยแล้วซาโอกองเก็นที่ได้จากกุมภามาก็มีพลังที่จัดการศัตรูได้ในหมัดเดียวอยู่

            จัดการได้แน่

            เมษาบอกกับตัวเองอย่างนั้นแล้ว สั่งให้เทพมารซึ่งสถิตในศาสตราวุธขานรับความต้องการ

            คำสาปสีดำจึงพุ่งพล่านออกมาจากสนับมือ คำสาปคืบคลานไปทั่วร่าง ขยับขึ้นมาเคลื่อนไหวขยุกขยิกอยู่บนใบหน้า จนดูเหมือนกับรอยสัก

            สัมผัสได้ถึงพลังที่เอ่อล้นเหมือนกับจะระเบิดออกมา สนับมือเปล่งแสงแล้วปากก็เริ่มขยับไปเอง

             อาชูร่าคูห์ดะ!! (Ashura Khuda)”

            เมษาพุ่งตัวออกไปในวินาทีนั้น ซัดกำปั้นลงไปในก่อโดยไม่ดูสภาพข้างใน

            เกิดระเบิดเสียงดังกัมปนาท จนทุกคนหันมามองตาม

            จากตรงที่ซัดหมัดลงไปเกิดเป็นศูนย์กลางของคลื่นพลังกระจายตัวเป็นวงกลมพัดออกมา

            อวัยวะของกฤษณะถูกบิดมวนด้วยคลื่นและฉีกขาดจนเละเทะ สัมผัสที่ปลายหมัดบอก

            ทีนี้ก็ตายซะทีนะ

            ไม่รู้สิช่วยดูให้ข้าหน่อยได้ไหมล่ะว่าตายรึยัง

            เสียงของกฤษณะดังขึ้นพร้อมกับหมัดถูกดันออกมา เพียงแค่ผลักเบาๆ เมษาก็เซถอยหลังไป

            ร่างกายของกฤษณะไม่มีร่องรอยของบาดแผลหลงเหลือให้เห็น ทั้งที่น่าจะโดนคลื่นพลังบีบอัดจนร่างกายแหลกเหลว เพียงสิ่งเดียวที่หมัดนั่นทำไปคือพัดหมวกของกฤษณะปลิวหลุดไปเท่านั้น

            ใบหน้าซึ่งถูกปกปิดโดยเงาของปีกหมวกมาตลอดปรากฏโฉมให้เห็นเป็นครั้งแรก

            ทันทีที่เห็นใบหน้านั้น

            อะอะไรกันน่ะ

เมษาพูดแล้วเดินถอยหลังออกห่างโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของกฤษณะจึงเปิดเผยสู่สายตาของทุกคน

            เส้นผมสีเงินดั่งปรอทเหมือนกับมนุษย์ต่างดาว เป็นเด็กหนุ่มรูปงาม งดงามราวกับผู้หญิง

            เคยเห็นใบหน้าแบบนั้นมาก่อนเมษาคิดแบบนั้นแล้วหันไปข้างหลังตรงที่นรินทร์ยืนรวมอยู่กับทุกคนแล้วหันกลับไปมองกฤษณะเพื่อยืนยันสิ่งที่คิด

            ใบหน้าเหมือนกันมากจนเผลอพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว

            นรินทร์

            นรินทร์เองก็ตกใจเหมือนกัน ที่จริงก็ทุกคนนั่นแหละ

            ตอนนั้นเอง อิงศรก็พูดขึ้นมา

            นี่แก!…”

            จู่ๆ มิ่งขวัญที่ดิ้นขัดขืนมาตลอดก็หยุดนิ่งไปดื้อๆ ทำให้มีเวลาสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วสมมติฐานแรกที่เข้ามาในหัวว่าทำไมกฤษณะถึงคล้ายกับมนุษย์ต่างดาวและมีใบหน้าเหมือนนรินทร์

            เป็นมนุษย์ต่างดาวที่รับต้นแบบจากนรินทร์มาอย่างงั้นเรอะ

            แต่เป็นมนุษย์ต่างดาวหน้าเหมือนกันยังพอว่า แต่กฤษณะก็เป็นดิวินิแดดด้วย คนเดียวเป็นทั้งสองอย่างแบบนี้เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น