Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 210 : Login 207: ยมทูตกลับหัว 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 มี.ค. 61

Login 207: ยมทูตกลับหัว 1

 

            มิ่งขวัญเอาตัวขวางศาลเจ้าไว้ราวกับจะปกป้องมัน

            แววตาของน้องชายมัวหมองเหมือนไม่มีชีวิตท่ายืนก็กระโดกกระเดกไปมาอย่างกับคนละเมอ

            เมื่อทอดสายตามองข้ามไหล่ของมิ่งขวัญไปก็แลเห็นเงาดำทะมึนลอยอยู่ใกล้ๆ กัน เขาเพ่งสายตาจนมองเห็นรูปร่างของอสูรที่กำลังสิงสู่มิ่งขวัญ เป็นอสูรผู้หญิงที่แก่ชราใบหน้าเหี่ยวย่นทำหน้าตาหน้ากลัวใส่พวกเขา

            หรือควรจะบอกว่ากำลังทำหน้าหวาดกลัวพวกเขาอยู่ดีล่ะ?

            ถึงจะเป็นมิ่งขวัญที่มีพลังของมนุษย์ต่างดาวก็ตามแต่จำนวนคนขนาดนี้อสูรไม่มีทางชนะอยู่แล้ว             อีกอย่างจากข้อมูลที่นรินทร์ดักฟังจากดิวินิแดดที่ชื่อกฤษณะก็บอกว่าอสูรเข้าสิงได้แต่สิ่งที่อ่อนแอกว่าตัวเองเท่านั้น

            นั่นเท่ากับว่าขวัญในตอนนี้อยู่ในสภาพที่อ่อนแอการจะจับตัวเอาไว้คงไม่ใช่เรื่องยากนัก

            “ว้ากก!!

            จู่ๆ มิ่งขวัญก็คำรามแล้วพุ่งออกมาจากศาลเจ้า

            การตั้งท่านั้นเห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะวิ่งเข้ามาบีบคอเขาด้วยมือเปล่า แต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวเขา เมษาก็โผล่มาแล้วหยุดมิ่งขวัญโดยจับไหล่แล้วยันเอาไว้

            เท้าของเมษาถอยครูดมาข้างหลังเล็กน้อยแต่มิ่งขวัญก็หยุดคืบมาข้างหน้า

            “ศรหมอนี่แรงเยอะแหะอย่าโกรธกันเลยนะ

            สิ่งที่เมษาตั้งใจจะบอกนั้นเขาเข้าใจเป็นอย่างดี

            “เออ รู้อยู่แล้วล่ะเอาจริงได้เลยไม่งั้นก็ช่วยขวัญไม่ได้หรอก

            “โอเค

            เมษากล่าวแล้วเขยิบตัวเข้าคลุกวงในแล้วปล้ำกับขวัญจนค่อยๆ พาลากออกห่างไป

            เท่านี้ก็พอจะมีเวลาให้เตรียมตัวแล้ว

            แผนก็คือจะจับมิ่งขวัญแช่แข็งให้ขยับไม่ได้ก่อนแล้วค่อยขับไล่อสูรออกจากตัว

            อิงศรดึงแผ่นยันต์ออกมา

            “ชาร์คชู้ต

            ร่ายสกิลเปลี่ยนยันต์เป็นลูกธนูน้ำแล้วขึ้นลูกศรเล็งไปที่มิ่งขวัญกับเมษาที่กำลังปล้ำกันอยู่

            “เมษาหลบ!

            เขาให้สัญญาณ เมษาจึงปล่อยขวัญแล้วผละตัวออกห่างจากวิถียิง

            อิงศรยิงธนูน้ำออกไป มันระเบิดกลายเป็นฉลามน้ำพัดใส่ร่างน้องชายจนกระเด็นถอยหลัง

            จังหวะเดียวกันนั่นเอง กวินทร์ที่รออยู่ก่อนแล้วก็ร่ายสกิล

            “ขอหิมะจงแหลมคม สายลมจงหมุนวน ก่อเกิดพยุหะฝนน้ำแข็งทิ่มแทงถล่มปฐพีจนกว่าสรรพสิ่งจะราบพนาสูญ เอจออฟไดม่อนดัส!

            แล้วตวัดดาบที่ร่ายฟรอสเบลดทำน้ำแข็งเคลือบใบดาบไว้ก่อนแล้วออกไป

            เคลือบน้ำแข็งบนดาบกะเทาะตัวแตกแล้วพัดออกไปด้วยสายลมที่เกิดจากสกิลพร้อมกับขยายขนาดขึ้นจนกลายเป็นแท่งน้ำแข็งแหลมคม

            พอแท่งน้ำแข็งเหล่านั้นสัมผัสถูกสายน้ำที่พัดมิ่งขวัญอยู่ก็ทำให้น้ำแข็งตัวตั้งแต่ช่วงล่างของมิ่งขวัญขึ้นไปจนถึงคอถูกขังเอาไว้ใต้ก้อนน้ำแข็ง

            ขณะเดียวกันคนอื่นๆ ที่จับตาดูการผสานของพวกเขาสามคนนอกจากมีนาแล้วต่างก็แสดงอาการตกตะลึงออกมา

            มิกซ์พูด

            “นี่น่ะเหรออิงศรฟอร์เมชั่นแบบออริจินัล

            ฟูพูด

            “สุดยอดจนไม่รู้จะพูดยังไงเลยแหะขนาดเจ้าขวัญยังบ้อท่าซะขนาดนั้น

            แล้วคนอื่นๆ ก็คงจะเหมือนกัน

            ก่อนหน้านี้เคยเล่าเกี่ยวกับรูปแบบตั้งกระบวนทัพจับศัตรูด้วยการแช่แข็งโดยใช้แกนหลักของกระบวนทัพสี่คน เมษา กวินทร์ มีนา แล้วก็ตัวเอง แต่รูปแบบที่แสดงให้เห็นเมื่อครู่ก็ทำไปแค่ครึ่งเดียวจึงใช้แค่สามคนถ้าดำเนินขั้นต่อไปก็เขาจะยิง ดราโคเม็ทสกิลที่สร้างฝนดาวตกแล้วเมษาก็จะใช้สกิลดึงฝนดาวตกมารวมที่จุดๆ เดียวเพื่อเพิ่มพลังทำลายล้างตามด้วยให้มีนาพาเมษาหนีออกมา นี่คืออิงศรฟอร์เมชั่นแบบเก่าซึ่งพวกเด็กกำพร้าเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

            “ต่อต้านไม่ได้เลยเหรอ

            อิงศรได้ยินที่ฟูพูดเมื่อครู่ก็นึกย้อนกลับไป

            ในอดีตฟอร์เมชั่นนี้เคยใช้กับขวัญมาแล้ว แถมโดนขวัญทำลายลงได้ด้วย ในตอนที่กลับมาพบกันอีกครั้งในรอบสามปีตอนนั้นระหว่างทำเรดบอสที่ค่ายในกรุงเทพ ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าขวัญกลายเป็นมนุษย์ต่างดาวแล้วพวกเขาก็ลงมือจริงจังโดยที่คิดจะฆ่าอีกฝ่ายแต่ตอนนี้

            พวกเขารู้ว้าอีกฝ่ายคือขวัญ

            ถึงเมษาจะขอเอาจริงไปแล้วก็ตาม

            ถึงจะรู้เองอยู่แล้วว่าถ้าไม่เอาจริงก็ช่วยขวัญไม่ได้

            แต่อย่างไรเสียถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ศัตรูแต่เป็นพวกพ้องที่กำลังถูกศัตรูควบคุมก็ต้องมีออมมือบ้างโดยไม่ตั้งใจอยู่ดี

            ทั้งที่ใช้ฝีมือแบบไม่จริงจังแต่กลับจับขวัญได้แสดงว่าในตอนนี้น้องชายที่โดนอสูรเข้าสิงอ่อนแอลงถึงขนาดนั้นหรือว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนกันแน่

            “…”

            เอาเถอะตอนนี้ยังไงก็จับขวัญมาได้แล้วที่เหลือก็ให้มีนาช่วยหาวิธีขับไล่อสูรออกไปที่เหลือก็

            ตอนที่คิดถึงว่าจากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป

            คิดว่าจะตามไปสมทบกับนรินทร์หรือจะพาขวัญที่หายดีแบ้วกลับไปพักก่อนค่อยตามไปอีกที

            กำหนดการในหัวก็พังทลายในทันทีเพราะมีผู้มาเยือนคนใหม่

            ผู้มาเยือนตกลงมาจากด้านบนเหมือนกับว่ากระโดดลงมาจากภูเขาที่อยู่ด้านหลังศาลเจ้า

            ทันทีที่เท้าแตะพื้น เสียงกระแทกพื้นดังตึง ฝุ่นควันฟุ้งตลบรอบขาของชายคนนั้น

            ชายชุดสูทสีดำกับหมวกทรงแพนเค้กถือและขลุ่ยติดมือมา

            “เจ้านั่นมัน…”

            อิงศรรู้แล้วว่าอีกฝ่ายคือ กฤษณะ จากรูปพรรณที่นรินทร์แจ้งเอาไว้ในการติดต่อก่อนหน้านี้ การที่มันมาอยู่ที่นี่ได้มีความเป็นไปได้สองอย่าง คือพวกนรินทร์ปล่อยให้หนีมาหรือไม่ก็โดนจัดการไปแล้ว

            แต่ทางนั้นมีราชครูถึงสองตนคอยช่วยอยู่ต่อให้ศัตรูเป็นดิวินิแดดก็ไม่น่าจะรับมือคนเดียวไหว ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นอย่างแรก

            กฤษณะยืนอยู่หน้าศาลเจ้าถัดไปจากจุดที่มิ่งขวัญโดนจับแช่แข็ง หมอนั่นยืดตัวตรงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับพวกเขาพลางแสยะยิ้ม

            “สวัสดีทุกท่านคิดว่าคงได้ฟังเรื่องของข้ามาบ้างแล้วถ้าอย่างนั้นคงไม่ต้องโหมโรงกันใหม่สินะ

            แล้วยกมืออีกข้างที่ไม่ได้จับขลุ่ยแต่จับเงาของอสูรชูขึ้นมา

            ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อสูรหญิงแก่ถูก กฤษณะจับตัวไปแต่ตอนที่มิ่งขวัญบุกเข้ามาหญิงแก่ไม่ได้ตามมาด้วยคงจะอยู่แถวๆ ศาลเจ้าตรงก่อไผ่แล้วกฤษณะที่กระโดดลงมาตรงนั้นก็เลยจับตัวได้พอดี

            กฤษณะพูดต่อ

            “จะย้อมเกาะนี้ด้วยเลือดของพี่น้องให้เหมือนทุ่งกุรุเกษตรเลยคอยดูเถอะ

            คำพูดนั่นราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย ตำนาน มหากาพย์ อะไรเทือกนั้น พวกปีศาจที่ติดความเป็นเทพเจ้ามักเป็นแบบนี้เสมอ ทำตัวสูงส่ง ดูถูกมนุษย์ และพูดจาเหมือนหลุดมาจากหนังสือ

            อิงศรรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไรแต่เขาไม่ยอมให้เป็นไปตามที่พูดหรอก

            “เทคนิคัลเวพ่อน

            เขาเปลี่ยนคันธนูเป็นหน้าไม้แล้วลั่นไกยิงกฤษณะโดยที่ร่ายสกิลไปด้วย

            “วินด์ช็อค! มาร์สไตรค์!

            ยันต์แผ่นหนึ่งลอยออกมาจากแขนเสื้อเองแล้วลุกไหม้จากนั้นก็ทำให้ลูกศรเพลิงที่ยิงออกไประเบิดออก วงเวทปรากฏขึ้นแล้วปล่อยสายธารเพลิงรดใส่เทพบุตรชุดดำ

            เห็นแบบนั้นแล้วแต่กฤษณะก็ยังไม่หลบ ไม่มีทีท่าว่าจะขยับออกจากที่

            คงป้องกันได้สินะ ก็ไม่คิดอยู่แล้วว่าการโจมตีระดับแค่นี้จะสร้างบาดแผลได้หรอก

            สิ่งที่อิงศรเล็งอยู่คือยูนิทพลังงานที่ได้จากการใช้สกิล ถ้ารวบรวมจนครบสี่ก็ใช้บัลลิสต้าพันนิชเชอร์ปิดเกมได้หรือไม่ก็

            ตอนนั้นเองกฤษณะก็ยกขลุ่ยขึ้นเป่า เพลิงไฟถาโถมใส่ร่างนั้นจนกระทั่งดับมอดลง ตลอดช่วงเวลาที่ไฟลุกไหม้บนร่าง เทพเจ้าก็มิได้เอื้อนเอ่ยหรือกรีดร้องเลยซักคำจนคิดว่าไฟคงทำอันตรายร่างนั้นไม่ได้แต่ก็ผิดถนัด

            ร่างกายของกฤษณะแสดงแผลไฟลวกให้เห็น แต่ชุดสูทกลับไม่เป็นอะไรเลย

            วินาทีถัดมาแผลไฟลวกก็หายไป ดูเหมือนร่างกายจะฟื้นฟูตัวเองด้วยความเร็วสูง

            ถึงจะมีพลังกายที่โดดเด่นซักเพียงใดแต่ก็มีจุดอ่อนน่าหงุดหงิดที่เรียนรู้วิชาป้องกันตัวไม่ได้เลยนี่แหละโชคดีจริงที่อย่างน้อยก็เรียนรู้วิชารักษาตัวเองได้

            สิ่งที่กฤษณะพูดมานั่นฟังแล้วคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนกับอะไรซักอย่าง

            เรียนรู้การป้องกันไม่ได้แต่เรียนรู้การรักษาเป็นสิ่งทดแทน

            อะไรกันนะ

            กรอด

            อิงศรกัดฟันขบคิด แต่อีกฝ่ายก็พูดออกมาเอง

            คลาสฮอสปิทัลเลอร์เนี่ยลำบากเวลาสู้คนเดียวจริงๆ ด้วย

            ใช่แล้ว มันคือคำนิยามของบิลด์คลาสที่เป็นรายละเอียดอธิบายอยู่ในระบบของเกมนั่นเอง เดิมทีก็เป็นข้อความสรุปแนวทางของแต่ละบิลด์ที่เขียนเป็นบทให้เหมือนกับเกม

            อิงศรถาม

            นี่แกจะบอกว่าตัวเองมีบิลด์คลาสเหมือนมนุษย์ด้วยงั้นเรอะ

            ยังไงครึ่งหนึ่งของดิวินิแดดก็คือมนุษย์นี่ถ้าไม่เชื่อก็จะร่าย มหาอัสนีให้ดู

            กฤษณะพูดอย่างสนุกสนาน แล้วในคำพูดนั่นก็ร่ายชื่อสกิลแทรกมาด้วย สะบัดมือมาทางนี้ ปลดปล่อยสายฟ้าจำนวนมากเหมือนกับทอดแห

            จากระยะขนาดนั้นหลบทันอยู่แล้วแต่ว่า

            จะทิ้งน้องชายไว้แล้วหลบก็ได้นะเพราะใครก็ไม่รู้จับน้องตัวเองแช่เย็นแบบนี้เนอะ

            อย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ การโจมตีนั่นคิดคำนวนมาแล้วว่าสามารถทำให้พวกเขาบาดเจ็บได้ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ ถ้ามัวแต่สับสนไม่ยอมหนีเพราะห่วงขวัญก็จะโดนสายฟ้าเล่นงานแต่ถ้าทิ้งขวัญไว้แล้วหนีเอาตัวรอดก็จะรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งพวกพ้อง จะทางไหนพวกเขาก็เสียหายอยู่ดี

            อาคานาร์ฟอร์ซ!”

            ไพ่อาคานาร์ เดอะ เดธ ปรากฏขึ้นต่อหน้า เขากำมันจนแตกสลาย

            ยามะตะโนะโอโรจิ!”

            กำแพงใสทั้งแปดปรากฏขึ้นขวางทางสายฟ้า เท่านี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่กฤษณะหวังเอาไว้อย่างนั้นแล้วสิ

            ฝ่ายนั้นเคยเห็นพลังของอาคานาร์เดอะ เดธ ที่ใช้ช่วยนรินทร์ไปแล้วคงตั้งใจบีบให้เขาใช้มันด้วยจุดประสงค์บางอย่าง

            แบบนั้นแหละทีนี้ก็ไม่มีอะไรมาขัดขวางแบบก่อนหน้านี้แล้ว

            ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ว่ากฤษณะเขยิบเข้ามาชิดมิ่งขวัญที่โดนแช่แข็งโดยที่มือหิ้วหัวของอสูรหญิงแก่ติดมาด้วย ร่างของอสูรถูกทิ้งไว้หน้าศาลเจ้ากำลังละลายเป็นของเหลวพอดี

            กฤษณะยัดอสูรเข้าไปในตัวมิ่งขวัญ

            อย่า...

            อิงศรพยายามจะร้องห้ามแต่ไม่ทันการณ์ ตอนนี้อสูรเข้าไปอยู่ในร่างของน้องชายเรียบร้อย

            แล้วมิ่งขวัญก็กรีดร้อง

            อ๊ากกก!!!”

            กรีดร้องด้วยเสียงทรมานจนคอแทบแตก

            ขวัญ

            อิงศรอยากจะฆ่าชายที่ยัดอสูรใส่ตัวน้องชายทิ้ง ฆ่าเสียเดี๋ยวนี้

            มีเสียงพุดดังขึ้นในใจ บอกให้ฆ่า ฆ่า ฆ่ามันซะ ดูเหมือนปีศาจในหน้าไม้จะจับสัมผัสความโกรธเกรี้ยวที่กำลังเวียนว่ายอยู่ในอกได้ถึงเริ่มการล้างสมองขึ้นมา

            เอลิกอร์

            เจ้านั่นก่อปัญหาอีกแล้ว

            หยุดซะถ้าผลีผลามเข้าไปตอนนี้ก็เอาชนะไม่ได้

            แต่ปีศาจที่ตอนนี้เข้าครอบงำจิตใจไปทีละน้อยก็พูดตอบกลับมา

            ทั้งที่กำหน้าไม้จนมือแทบแตกแล้วเนี่ยนะ ต่อต้านไม่ได้หรอกน่าอิงศร

            ใช่ๆ ต่อต้านไม่ได้หรอก เอ้าปลดปล่อยปีศาจซะสิแล้วก็ฆ่ากันกับน้องชายเสียให้พอข้าจะนั่งดูอย่างเต็มตาเลย

            อิงศรเบิกตากว้างเล็กน้อย อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเขากับเอลิกอร์กำลังสนทนากันอยู่ภายในจิตใจ

            หรือว่าเจ้าหมอนี่ก็อ่านใจได้

            ทำหน้าแบบนั้นกำลังคิดสินะว่าโดนอ่านใจน่ะแต่ผิดถนัดเลยล่ะ

            กฤษณะปฏิเสธอย่างจริงจัง

            ก็แค่เดาเอาเพราะมันเกิดเรื่องแบบนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วพอพวกพ้องหรือน้องชายโดนเล่นงานก็ควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้วก็โดนปีศาจที่ครอบครองไว้ยั่วยุให้ปล่อยมันออกมาอาละวาดแล้วสุดท้ายก็บ้อท่าทำอะไรไม่ได้เลยทั้งนั้น

            พูดเรื่องอะไรของแกน่ะ

            ไม่รู้สิ

            กฤษณะยักไหล่พลางแสยะยิ้มสนุก

            อยากจะซักต่ออยู่เหมือนกันแต่มิ่งขวัญที่โดนยัดเยียด อสูรเข้าไปก็หยุดร้องแล้วงัดพลังจากไหนก็ไม่รู้พาตัวเองออกมาจากก้อนน้ำแข็ง

            เมษาที่ถอยกลับมาถาม

            เฮ้ย เอาไงต่อล่ะทีนี้

            ทุกคนต่างก็รอคำสั่งจากเขาอยู่เหมือนกัน จะต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว

            ไทรแองเกิลฟอร์เมชั่น!”

            อิงศรตะโกน พอทุกคนได้ยินก็เริ่มเคลื่อนไหวไปตามรูปแบบของฟอร์เมชั่นที่ต่างก็จำกันขึ้นใจแล้ว มันเป็นฟอร์เมชั่นง่ายๆ ที่ไม่ต้องฝึกซ้อมเพราะขึ้นกับสถานการณ์ว่าใครจะเป็นแกนของฟอร์เมชั่นนี้ ในสถานการณ์ที่ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกถือเป็นฟอร์เมชั่นที่มีความยืดหยุ่นที่สุด

            มิ่งขวัญที่โดนควบคุมโดยสมบูรณ์พุ่งเข้ามาพร้อมกับเงื้อหมัด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น