Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 209 : Login 206: เหตุแห่งอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ก.พ. 61

Login 206: เหตุแห่งอสูร

           

            ภายในป่า

            หลังจากพายุฝนกระหน่ำตกลงมาทั้งวันพื้นดินในป่าจึงกลายเป็นโคลน เพียงแค่ย่ำเท้าเดินก็ทำให้ขากางเกงชุ่มช่ำและเปลี่ยนสีได้ แต่ชุดของพวกเขากลับไม่เป็นแบบนั้น

            ไม่ว่าจะโคลนหรือน้ำก็ไม่เปื้อนลงบนชุดเลยแม้แต่น้อย ชุดที่ซีลอร์ดให้มามีคุณสมบัติป้องกันได้ถึงขนาดนั้น

            ชุดนี่มันทำจากยางรึไงนะ

            อิงศรลองดึงคอเสื้อดู สัมผัสนุ่มและเบาบางเหมือนเนื้อผ้าไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้

            “…”

            ตอนนี้รอบตัวมีแต่อสูร

            อสูรซึ่งมีกายเนื้อเป็นเงาดำมืดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ด้านหลังแมกไม้ของป่า

            พวกเขาจับกลุ่มกันเป็นฟอเมชั่นวงกลมตามที่คุยกันเอาไว้ เขา กวินทร์ เมษา ฟู ยืนล้อมพวกผู้หญิงไว้ตรงกลาง ที่จริงมิกซ์ควรจะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยแต่พอเริ่มจับกลุ่มเจ้าตัวกลับขอมายืนเป็นแนววงล้อมด้วยเหตุผลว่าไม่อยากถูกปกป้องเหมือนผู้หญิง

            ทั้งที่ถ้าคนครบทุกคนภายในวงล้อมจะมีมิกซ์ นรินทร์ เน็กส์ พลอย นิว มีนา สัดส่วนเป็นชายสามหญิงสามแท้ๆ

            แต่เพราะจิตสำนึกกับศักดิ์ศรีความเป็นชายเลยยอมอยู่ตรงกลางคนเดียวกับพวกผู้หญิงไม่ได้

            อย่างไรก็ตามมิกซ์เองก็เป็นเดโมนอยด์มีความแข็งแกร่งพอจะต่อสู้ประชิดตัวได้บ้างนิดหน่อยดังนั้นจะอนุโลมให้เพราะจำนวนคนป้องกันมันมีไม่พอจริงๆ นั่นแหละ

            อิงศรยังคงไม่ปล่อยมือจากคอเสื้อ

            “…”

            แล้วก็ไม่ได้กำลังต่อสู้เหมือนที่คนอื่นๆ กำลังจัดการพวกอสูรด้วย

            ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจากนรินทร์กับเน็กส์ที่หายตัวไปว่าเจอสาเหตุที่มิ่งขวัญทำตัวแปลกๆ ซึ่งสาเหตุก็เพราะถูกอสูรเข้าสิงแล้วอสูรพวกนั้นมิ่งขวัญก็เป็นคนปล่อยออกมาจากเรือนไทยที่ซ่อนอยู่บนเกาะนี้เอง

            ส่วนต้นเหตุที่ทำให้เป็นแบบนั้นก็กำลังก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่จนต้องแกล้งทำเป็นดึงคอเสื้อตัวเองเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายหยุดเสียที

            แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ

            “…”

            อิงศรเหม่อมองรุ่นน้อง

            กวินทร์พนมมือประสานกันไว้เหนือศีรษะกล่าวขอโทษพลางก้มปะหลกๆ  ไม่ยอมหยุด

            “ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ

            หลังจากนรินทร์รายงานข้อสันนิษฐานว่ามิ่งขวัญอาจจะเข้าไปที่เรือนหลังนั้นแล้วทำให้อสูรที่ถูกผนึกไว้ภายในตื่นขึ้นมา กวินทร์ก็ยอมรับสารภาพอย่างหมดเปลือก

            เห็นว่าตอนที่ไปหาเสบียงกันเมื่อวันก่อนก็ว่ายวนรอบเกาะจนไปเจออ่าวเล็กๆ ที่ดูลึกลับและมีสัตว์เทวะง่ายๆ ให้ล่า จากนั้นกวินทร์ที่ไปด้วยกันก็เหมือนจะท้าทายขวัญตามประสาวัยคึกคะนองชวนกันเข้าไปดูในบ้านร้างหลังที่ว่าโดยที่เห็นว่าขวัญทำท่ากลัวๆ ก็เลยกะจะแกล้งเล่นกันตามประสาเพื่อน

            สรุปก็คือนั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดบนเกาะนี้นั่นเอง

            กวินทร์ยังคงขอโทษอยู่

            “ถ้าตอนนั้นไม่ไปท้าขวัญเขาแบบนั้นก็คงไม่ต้อง...

            เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องไม่ยอมมองสัญญาณคอเสื้อเลย อิงศรจึงพูดแทรกไปว่า

            “เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังตอนนี้ตั้งใจสู้ก่อนดีกว่าไว้ช่วยขวัญได้แล้วค่อยคุยกัน

            เพราะกวินทร์ไม่ยอมหยุดซักทีกำลังสำหรับป้องกันจะมีไม่พอ ถึงแม้ระดับของพวกเขากับอสูรที่นี่จะแตกต่างกันมากก็ตาม พวกเขาหนึ่งคนสามารถจัดการกับอสูรได้มากกว่าหนึ่งตัวต่อคนอยู่แล้วแต่จำนวนที่มากกว่าอาจจะทำให้เสียท่าเมื่อไหร่ก็ได้

            กวินทร์ยอมหยุดขอโทษแล้วเงยหน้าขึ้น ใบหน้ายังเสียขวัญด้วยความตกใจหลังจากรู้ความจริงเรื่องต้นเหตุที่มิ่งขวัญโดนอสูรสิงเป็นเพราะตัวเองอยู่

            เท่าที่ดูแล้วคงสำนึกผิดแบบสุดๆ

            กวินทร์กลับไปสู้ต่อกวัดแกว่งดาบอย่างดุสังหารอสูรไปตนแล้วตนเล่า ความรู้สึกผิดไม่ได้ส่งผลกับการต่อสู้รู้จักแยกความรู้สึกตัวเองกับเรื่องที่ต้องทำแล้ว ถือว่าเติบโตขึ้นมาหน่อยล่ะมั้ง

            ทางเขาเองก็ต้องสู้เหมือนกัน

            อสูรสองตนรูปร่างเหมือนผู้ชายตนหนึ่งและผู้หญิงอีกตนหนึ่งอ้อมออกมาจากด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ ทั้งสองพุ่งตรงมาทางนี้ กางแขนเต็มที่หมายจะเข้ามาบีบคอ เป็นวิธีสู้เพียงวิธีเดียวที่พวกมันมี

            เท่าที่ฟังมาจากมีนา อสูรมีความสามารถด้านการสิงสู่เป็นหลัก ในอดีตองค์กรอาคมหรือวิทยาศาสตร์เวทมนต์มากมายพยายามใช้งานพวกมันเพื่อควบคุมผู้คนที่มีอำนาจแต่เพราะขีดจำกัดของวิทยาการจึงทำมห้อสูรสิงสู่ได้แค่ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอเนื่องจากมนุษย์มีภูมิคุ้มกันอสูรในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

            ขนาดระดับองค์กรอย่างเมตไตรยยังทำได้แค่นั้นพวกหมอผีเก๊หรือผู้มีวิชาอาคมคงได้คุณภาพที่ด้อยกว่านั้นอีก

            กระทั่งคนที่ทำสำเร็จอย่างเมตไตรยที่สร้างได้ถึงอสุราแต่อสูรก็ยังเป็นแค่ของผิดพลาด เมื่อโลกล่มสลายลงมนุษย์ก็แข็งแกร่งขึ้นเพราะไวรัสอมฤตที่ตกลงมาจากสวนสวรรค์พลังของอสูรก็ยิ่งไร้ความหมาย

            “…”

            อิงศรขึงสายธนูสร้างลูกดอกเพลิงขึ้นมาโดยใช้นิ้วสามนิ้วทำเป็นแง่งเพื่อให้ลูกดอกปรากฏขึ้นสองลูก วิธีนี้เพิ่งทำได้หลังจากติดตั้งสกิลใหม่เพิ่มเข้าไป ช่วงสองสามวันบนเกาะนี้เขาพัฒนาชุดสกิลกับฝึกปรือฝีมือเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อเตรียมพร้อมกับบททดสอบหลังจากนี้

            บททดสอบที่ซีลอร์ดพูดถึงนั่นคงหมายถึงว่าพวกเขาจะสามารถทำให้แอดมินิสเทรเตอร์ยอมรับการให้มนุษย์คงอยู่ต่อไปหรือไม่

            “…”

            ก็แค่คิดเอาเองแต่คงไม่ผิดไปจากนั้นหรอก อิงศรรอจนกระทั่งอสูรเข้ามาใกล้พอจึงแผลงลูกธนูใส่

อสูรโดนธนูเพลิงเสียบหน้าอกก็ดิ้นทุรนทุรายส่งเสียงกรีดร้อง ก่นด่าสาปแช่งก่อนจะมอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

แพทเทิลการตายของพวกมันไม่ละลายเป็นเลือดสีดำก็แหลกสลายเป็นฝุ่น

            ตรงจุดที่ละลายกลายเป็นของเหลวนั่นมีส่วนคล้ายกับพวกมนุษย์ต่างดาวที่กลายเป็นปรอทเมื่อตายอยู่เหมือนกัน หรือบางทีนี่อาจจะมีความเกี่ยงโยงกันอีก

            พอพูดถึงความเกี่ยวโยงนั่น นิทานตำนานเทวาสุรสงครามก็ลอยขึ้นมาในความคิด

            ทำไมพอซีลอร์ดฝากเรื่องตำนานเทวาสุรสงครามมาปุบพวกเขาก็เจอกับอสูรทันทีราวกับจงใจ

            หรือว่าเรื่องนี้หมอนั่นจะอยู่เบื้องหลังกันแน่

            ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงร้องผวาดังมา

            เสียงของพลอย

            มาแล้ว มาทางนี้แล้ว!

            มีอสูรตนหนึ่งหลุดจากแนวรบที่เมษารับผิดชอบ

            มีนาตะโกนต่อว่าน้องชาย

            เข้าลึกไปอีกแล้วนะเมษา!

            ก่อนหน้านี้หล่อนเพิ่งใช้เดม่อนแอพดึงตัวน้องชายที่ออกจากแนวตั้งรับเพราะไล่ตามอสูรที่ล่าถอยหลังจากเข้ามาโจมตีแล้ว ดูยังไงก็เป็นการหลอกล่ออย่างเห็นได้ชัดแต่เมษาก็ตกหลุมพรางที่ว่าเอาง่ายๆ

            เมษาที่รู้ตัวแล้วก็วิ่งกลับมาจับตัวอสูรขว้างออกไป

            โทษที โทษที

            แล้วกล่าวด้วยความสำนึกผิดแค่เล็กน้อย ทำให้มีนาถอนใจกับท่าทีไม่รู้สำนึกของน้องชายฝาแฝด

ก็อย่างที่เห็น เมษาเป็นคนใจร้อนและมีสมรรถนะทางร่างกายสูง พลังโจมตีก็สูงในตอนแรกที่คิดค้นฟอร์เมชั่นทีมสี่คนก็เลยจัดให้เป็นตัวโจมตีหลักคอยทำดาเมจศัตรู แล้วก็ให้กวินทร์ที่อ่านสถานการณ์พอเป็นบ้างและว่านอนสอนง่ายไปอยู่แนวหน้าเป็นตัวชนให้ทุกคน

            นั่นคือหลักการที่วางเอาไว้ตอนแรกแต่พอปฎิบัติจริงแล้วดันกลับกันอย่างสิ้นเชิง

            เพราะกวินทร์เวลาเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาเขาเองก็เอาไม่อยู่ยิ่งเห็นได้ชัดตอนที่เจอกับไทเทเนียมที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับกวินทร์ แล้วในทางกลับกันเมษาเวลาคับขันก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดทำให้แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีกว่าอย่างตอนที่เขารับการทดสอบกับซีลอร์ดจนเกือบจะถูกฆ่าตายเข้าจริงๆ หมอนี่ก็เป็นคนนำพวกพ้องให้ช่วยดึงความสนใจจนสามารถเอาชนะบททดสอบมาได้ที่เป็นแบบนั้นเพราะหมอนี่มีความมั่นใจตัวเองสูงจากความที่เป็นพวกเลือดร้อนใจร้อนนั่นเอง

            ดังนั้นตำแหน่งจึงสลับ

            ภายหลังมีมิ่งขวัญกับพวกฟูเข้ามาเสริมเลยเกิดฟอร์เมชั่น อิงศรเน็กส์ขึ้นมาระหว่างต่อสู้ที่อารย-สนธยา แต่ก็ไปไม่รอด

            เนื่องมาจากฟูที่จัดให้อยู่ตำแหน่งเดียวกับเมษานั้นสกิลตามบิลด์คลาสช้าเกินไปตอบสนองศัตรูไม่ทันจึงโดนทะลวงแนวป้องกันเอาง่ายๆ มิ่งขวัญตอนนั้นมาอยู่ในตำแหน่งของเมษาที่ไม่อยู่ก็เลยรับหน้าที่หนัก

            ตอนนี้เลยคิดว่าจะให้กวินทร์คอยตามขวัญเอาไว้

            สองคนนั่นดูเป็นพี่น้องกันมากกว่าตัวเองอีก กวินทร์เชื่อมั่นในตัวขวัญได้อย่างที่เขาทำไม่ได้ เขามักจะคอยโอ๋ขวัญโดยไม่รู้ตัวเสมอ

            คาอินกับอาเบลสนิทกันแล้วสินะ

            ซีลอร์ดเคยเปรยขึ้นมาลอยๆ ไว้แบบนั้น

            เท่าที่ลองไปค้นมา คาอินและอาเบลเป็นชื่อในตำนานของศาสนาคริสต์ เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับพี่น้องที่เป็นบุตรของอดัมกับอีฟ

            คาอินฆ่าอาเบลเพราะความริษยาที่พระเจ้ามอบความรักให้กับอาเบลที่เป็นน้องชายมากกว่าตน

อิงศรรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับน้องชายซ้อนทับกับเรื่องเล่านั่น

            ท่าทางไม่ว่าจะยุคสมัยไหนคนเป็นพี่ชายก็ต้องแบกรับชะตาที่จะริษยาน้องชายเอาไว้เรื่องความรักอยู่ดีสินะ

            ถ้าหากยังดำเนินชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่ก้าวเดินไปข้างหน้าอยู่อย่างนั้น ซักวันหนึ่งเขาจะฆ่าขวัญเพราะความริษยากดดันตัวเองรึเปล่า

            ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีผลลัพธ์แบบนั้นอยู่ในเส้นทางดังกล่าวหรือไม่แต่ตอนนี้สำคัญคือต้องไปช่วยมิ่งขวัญ

            ตัวเขาในตอนนี้รักน้องชายและไม่ได้เกลียดหรือริษยาเรื่องความรักจากพ่อแม่ที่ตัวเองได้น้อยกว่าแต่อย่างใด

            ในตอนนั้นเอง พวกเขาที่เคลื่อนที่ไปด้วยกำจัดอสูรที่โผล่ออกมาโจมตีไปด้วยตลอดการเดินทางลึกเข้าป่าก็มาถึงจุดหมาย

            ตรงก่อไผ่ที่มีศาลร้างตั้งอยู่นั่นเอง

            ทันทีที่เข้ามาถึงบริเวณนี้ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล

            กลิ่นเนื้อดิบที่เริ่มเน่า

            อิงศรถามมีนาที่อยู่ด้านหลังว่า

            ไอ้กลิ่นที่เธอบอกว่ามีแต่พวกใช้เวทเท่านั้นที่ได้กลิ่นน่ะคือแบบนี้เหรอ

            มีนาตอบกลับมาด้วยเสียงอู้อี้

            ไอ้อ่ะ แอ่อันนี้อันแองอ่าอาวอ่อนอีกอ่ะ (ใช่ค่ะแต่วันนี้มันแรงกว่าคราวก่อนอีกค่ะ)

            เพราะหล่อนบีบจมูกพูดเสียงเลยเป็นแบบนั้น

            อิงศรมองสำรวจบริเวณรอบๆ ไม่มีใครหรือตัวอะไรอยู่แถวนั้น ไม่มีแม้แต่อสูรที่ยังจู่โจมพวกเขาอยู่จนถึงเมื่อครู่

            พวกเขาขยับเข้าไปใกล้ศาลเพื่อตรวจสอบ ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่กลิ่นก็ยิ่งทวีความรุนแรง

            จนพวกผู้หญิงที่เป็นสายผู้ใช้เวท มีนา พลอย นิว ขอไม่เข้าใกล้ไปมากกว่านี้

            ดังนั้นผู้ชายที่เหลือจึงเดินเข้าไปแทน แต่เดินเข้าไปได้อีกแค่สามก้าวฟูที่จมูกดีเพราะเป็นเดโมนอยด์มนุษย์หมาป่าก็ยอมแพ้

            ม...ไม่ไหวแล้วแบบนี้ตะมูกพังก่อนพอดี

            อิงศรจึงบอกกับคนอื่นๆ ว่า

            พอแล้ว เดี่ยวฉันไปเองพวกนายแสตนด์บายอยู่ตรงนี้แหละ

            แล้ววิ่งออกไป

            เมื่อมาถึงก่อไผ่กลิ่นเหม็นก็รุนแรงจนแทบสลบถึงเอามือปิดจมูกไว้กลิ่นก็ยังทะลุเข้ามาถึงอยู่ดี

            อุบ ทำไมถึงได้เหม็นแบบนี้นะ

            ขืนอยู่นานกว่านี้ได้สลบเหมือดแน่ อิงศรกลั้นใจเอาไว้แล้วเพ่งสายตามองสำรวจรอบศาลเจ้า ตั้งใจหาให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้รีบออกไปก่อนจะขาดอากาศ

            บริเวณรอบๆ มืดสนิทไม่มีแสงส่องลงมามีแต่แสงจากหน้าจอระบบที่เปิดไว้ต่างไฟฉายส่องเข้าไปในก่อไผ่

            ศาลที่ตั้งอยู่ในก่อไผ่ภายในนั้นว่างเปล่าแต่ใต้ศาลกลับมีกลิ่นเหม็นรุนแรงส่งออกมาจากที่นั่น

            อิงศรลองดันต้นไผ่ที่บังออกก็พบเจอกับต้นตอของกลิ่นเหม็นนั่น

            กองก้อนสีดำยุ่ยเปื้อนไปด้วยดินโคลนนอนสุมอยู่ใต้ก่อไผ่ พอลองเอามือที่ใส่ถุงมืออยู่แล้วเกลี่ยลงไปบนกองที่ว่าก็รู้ว่ามันคือชิ้นเนื้อดิบที่เริ่มเน่านั่นเอง

            อิงศรขุดเอากองเนื้อเน่าพวกนั้นขึ้นมาแล้วเดินกลับที่ พอถึงก็ทิ้งกองเนื้อลงกับพื้น

            อื้อ~~ เหม็น

            เสียงของพวกพ้องผสานกันเป็นเสียงเดียว

            ดังนั้นก่อนที่จะหมดลมหายใจต้องกำจัดต้นตอกลิ่นทิ้งเสียก่อน อิงศรขึงลูกธนูเพลิงยิงเผากองเนื้อเน่าจนกลิ่นเหม็นหายไป

            รู้แล้วล่ะว่าเนื้อดิบคืนนั้นมันหายไปไหน…”

            อิงศรหยุดชะงักคำพูดไว้เพราะกลิ่นเหม็นเน่ายังไม่หายไป มันแค่เบาบางลงเท่านั้น ยังมีกลิ่นเน่าส่งออกมาจากทางศาลเจ้า

            ในตอนนั้นเองก็มีเสียงกิ่งไม้ส่ายดังระรัว มีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่บนต้นไม้รอบๆ ลานหน้าก่อไผ่แห่งนี้

            เงาของเจ้าสิ่งนั่นพุ่งลงมาขวางหน้าศาลเจ้า

            มิ่งขวัญนั่นเอง

            ขวัญ...

 

***อาทิตย์นี้มีเรื่องวุ่นวายเยอะไปหน่อยเลยลงเลทสุดๆ ต้องขออภัยด้วยครับสำหรับอาทิตย์หน้านี้ลงสองตอนจะลงในวัน พุธกับวันศุกร์นะครับและหลังจากนี้ไปจะยึดตารางสลับแบบนี้ไปเลยครับคือสัปดาห์สามตอนจะเป็นวัน อังคาร พฤหัส เสาร์(หรืออาจจะเลยไปวันอาทิตย์) ส่วนสัปดาห์สองตอนจะเป็นวันพุธ กับศุกร์ครับ เนื่องด้วยช่วงเวลาว่างของไรท์มันเปลี่ยนมาลงตัวในลักษณะนี้ไปซะแล้ว***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น