Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 204 : Login 201: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (โหมโรมม่านสุดท้าย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 ก.พ. 61

Login 201: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (โหมโรมม่านสุดท้าย)

 

            หลังจากกระจายข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันให้กับ เมษา กวินทร์ ฟู มิกซ์ แล้ว

            รวมถึงยืนยันตำแหน่งของมิ่งขวัญจากหน้าจอติดตามของระบบปาร์ตี้ซึ่งเจ้าตัวกำลังมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าบนเกาะ เหมือนกับว่าสาเหตุของเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในคืนนี้และคืนก่อนๆ จะถูกระบุได้อย่างชัดเจนเป็นที่เรียบร้อย

            พวกเขายืนรวมกลุ่มล้อมเป็นวงกลมหันหน้าเข้าหากันบนระเบียงทางเดินอันมืดมิดของชั้นสาม

            แล้วมีนาก็พูดคำตอบที่วิเคราะห์ได้จากข้อมูลทั้งหมด

            “ถ้าคุณมิ่งขวัญที่ช่วยหญิงแก่ที่เราเจอในคืนวันนั้นมุ่งหน้าเข้าป่าไปแบบนี้ศาลเจ้าในป่านั่นจะต้องเป็นต้นเหตุแน่นอนเลยค่ะ

            ฟูพูด

            “เจ้าขวัญโดนควบคุมอีกแล้วสิเนี่ย

            มีนาทำหน้าไม่เข้าใจ

            “อีกแล้วเหรอคะ ?”

            อิงศรตอบข้อสงสัยนั่นให้

            “เจ้าขวัญก่อนหน้านี้ที่ไปบุกอารย-สนธยาก็โดนปีศาจที่ชื่อ อวโลกิตะเข้าสิงเอาน่ะตอนนั้นเล่นเอาแย่ไปเหมือนกัน

            ในตอนนั้นเขากับน้องชายเกือบจะต้องฆ่ากันเอง แต่ก็รอดมาได้เพราะขวัญปลุกให้อาคานาร์มหาโชคชะตา วีลออฟฟอร์จูน ตื่นขึ้นมาและขับไล่อวโลกิตะที่กลายเป็น อสุรา มิตรา ออกจากร่างไปได้

            “แล้วทำไมหมอนั่นถึงไม่ใช้ เฮเลลไล่อสูรที่สิงอยู่ออกไปกันนะ

            ปีศาจของมิ่งขวัญมีพลังในการยับยั้งพลังของปีศาจ ถ้าจะบอกว่าทำไม่ได้เพราะตัวตนที่สิงสู่ในตอนนี้เป็นอสูรแล้วล่ะก็ มิตราที่เคยขับไล่ออกไปได้ยังเป็นถึงอสุราที่เป็นร่างสมบูรณ์ของอสูรด้วยซ้ำ

            กวินทร์พูด

            “อาจจะเป็นเพราะในตัวพวกเราไม่มีเฟืองแล้วก็ได้นะครับผมเองก็รู้สึกว่าร่างกายมันโหวงๆ อยู่เหมือนกัน

            สมมติฐานของกวินทร์นั้นเข้าท่าอยู่เหมือนกัน

            ที่นายว่ามาก็อาจจะเป็นไปได้แต่อย่าลืมล่ะว่าปีศาจจากอาคานาร์น่ะถ้าไม่เรียกออกมาเองมันก็ทำงานไม่ได้ไม่เหมือนเดม่อนแอพที่ติดตั้งอยู่ตลอดเวลาบางทีขวัญอาจจะแค่ยังไม่ได้สติก็ได้

            มีนาพูดแทรกเข้ามาตัดบทว่า

            เอาเป็นว่าตอนนี้เราเข้าใจสถานการณ์กันแล้วงั้นก็ออกเดินทางกันเถอะค่ะ

            ทั้งที่ใจเขาตอนนี้ไปอยู่ในป่าแล้วแต่ก็พยายามดึงสติตัวเองอย่างที่มีนาช่วยดึงให้ก่อนหน้านี้แล้วพูดขัดไปว่า

            แต่ก่อนอื่นขอจัดฟอร์เมชั่นก่อนนะ

            เมษาพูด

            จะว่าไปไม่ไปเรียกพวกต่างดาวมาร่วมวงด้วยเหรอพวกนั้นมาน่าจะเดินลุยกันสบายๆ เลยเผลอๆ ไม่ต้องมานั่งกลุ้มเรื่องฟอร์เมชั่นด้วย

            อย่าดีกว่าถ้าเกิดต้องสู้กับขวัญแล้วเจ้าพวกนั้นจะไม่พลั้งมือฆ่าขวัญตายได้รึเปล่านายคิดว่าไงล่ะ

            จะว่าไปมันก็จริงแฮะ

            เมษาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับเหตุผลที่เขายกขึ้นมาอ้าง

            ถึงแม้ความจริงแล้วจะเป็นเพราะเอลิกอร์ที่ควบคุมร่างเขาไปทำเพดานถล่มใส่ซีเซียมก่อนจะมาที่นี่ ถ้าไปชวนตอนนี้กว่าจะสะสางกันเสร็จคงไม่ทันการณ์

            งั้นก็มาเริ่มกันเลยก่อนอื่นบนเกาะนี้เราเปิดฮาบิแททพอยซ์เอาไว้หมดแล้วพื้นที่คลุมเกือบทั้งเกาะรวมถึงป่าทั้งหมดเอาไว้ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องสัตว์เทวะก็จริงแต่คงไปถึงศาลเจ้านั่นไม่ได้ง่ายๆ เหมือนคราวก่อนที่ไปสำรวจหรอกตอนนี้ที่นั่นน่าจะเต็มไปด้วยฝูงอสูรดังนั้นเราจะใช้ฟอร์เมชั่นแบบล้อมเป็นวงกลม

            มันเป็นฟอร์เมชั่นตามชื่อ คือให้คนที่ป้องกันตัวเองไม่ได้เข้าไปอยู่ในวงกลมที่ล้อมด้วยคนที่แข็งแกร่ง

            เมษา กวินทร์ ฟู ทั้งสามคนทำท่าเหมือนจะรู้ว่าตัวเองต้องอยู่ในตำแหน่งวงนอกที่คอยคุ้มครองคนข้างใน

            แต่ว่าถ้าจัดแบบนั้นตอนนี้จะมีแค่เมษา กวินทร์ แล้วก็ฟูสามคนถ้าต้องมีใครคอยระวังสองทางเลยมันจะหนักไปเพราะงั้นคราวนี้ฉันจะอยู่วงนอกด้วย

            ทีนี้วงล้อมก็จะมีคนคอยกันให้ครบสี่ทิศ มิกซ์กับพวกผู้หญิงจะไปคอยสนับสนุนอยู่ตรงกลางวงล้อม

            แต่มีนาก็ขัดขึ้นมาว่า

            แต่ว่าคุณอิงศรมาอยู่กลางวงจะไม่ดีกว่าหรือคะ ตัวชั้นถึงจะเป็นซัมมอนเนอร์แต่อาวุธของฉันเป็นเคียวที่มีระยะโจมตีในระยะกลางถ้าให้ไปอยู่ข้างในแบบนั้นมันจะแกว่งลำบากให้ฉันไปอยูาวงนอกแทนก็ได้ค่ะ

            ตอนนี้ฉันเป็นแบทเทิลเรนเจอร์แล้วสามารถสู้ระยะใกล้ได้อีกอย่างในป่าน่ะมันมืดเพราะงั้นฉันจะเดินนำทางเองคงต้องไปอยู่ข้างหน้ากลุ่มอยู่ดี อีกอย่างเราต้องเข้าไปในถิ่นศัตรูโดนล้อมอยู่ตลอดเวลาพวกมันต้องหาทางดึงพวกเราให้แยกออกจากกลุ่มแน่เพราะงั้นเธอไปอยู่ตรงกลางคอยใช้เดม่อนแอพดึงคนที่ถูกลากออกจากกลุ่มกลับมาก็พอ

            เมื่ออธิบายเหตุผลไปมีนาจึงยอมเข้าใจ หล่อนเป็นคนฉลาดจึงไม่ต้องอธิบายมากนัก

            อิงศรถามทุกคน

            ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ

            ทุกคนพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีกแล้วพวกเขาก็ออกเดินทาง

           

            @@@

 

            ดูเหมือนว่าพวกซุงอิงจะออกไปกันแล้วนะ

            โพแทสเซียมใช้มือป้องหูไว้เพื่อฟังเสียงฝีเท้าจากห้องของตัวเองที่อยู่ชั้นสองฝั่งติดบันไดจึงได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกอิงศรวิ่งผ่านห้องตัวเองไป

            ห้องนี้เป็นห้องพิเศษสำหรับคู่รักที่ยอมจ่ายเงินมากเพื่อให้ได้มา เป็นห้องสวีทนั่นเองห้องจึงมีความกว้างมากกว่าห้องอื่นๆ สองเท่า เฟอร์นิเจอร์ภายในแตกต่างจากห้องอื่น ที่นี่ตกแต่งด้วยสีชมพูและโทนสีเกี่ยวกับความรักสีอื่นๆ

            เตียงคู่หลังใหญ่ตั้งชิดผนังอยู่ตรงกึ่งกลางห้อง

            เคาเตอร์บาร์เครื่องดื่มขนาดเล็กที่มีตู้เย็นใหญ่กว่าห้องอื่นซึ่งแช่แอลกอฮอล์หลากหลายชนิดเก็บเอาไว้ถึงตอนนี้มันจะไม่เย็นแล้วก็ตามแต่ของพวกนั้นก็ยังไม่เสีย

            ถึงจะเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่เพราะความสนใจในตัวของชาวโลกโพแทสเซียมจึงเคยดื่มของพวกนี้มาบ้างและติดใจในรสชาติของมันอยู่เหมือนกันดังนั้นอดีตราชครูลำดับสี่ผู้นี้จึงหยิบแอลกอฮอล์สามขวดจากตู้กับแก้วที่วางบนเคาเตอร์ออกมานั่งดื่มตรงโซฟาที่ตั้งอยู่ฟากตรงกันข้ามหน้าทีวีจอห้าสิบเก้านิ้ว

            นอกจากเขาแล้วก็ยังมีเพื่อนที่เรียกมานั่งดื่มด้วยกันนั่งอยู่ที่โซฟาอีกตัวที่หันหน้าเข้าหาตัวเอง

            ลิเธียมนั่นเอง

            แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดีล่ะ

            โพแทสเซียมรินน้ำจากขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เติมลงในแก้วที่ตนเพิ่งจะดื่มหมดไป

            ดูเหมือนแอลกอฮอล์จะทำอะไรมนุษย์ต่างดาวไม่ได้ เคยได้ยินจากไทเทเนียมมาว่าเวลาชาวโลกดื่มสิ่งนี้เข้าไปก็จะเกิดอาการเมาเพราะแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่ม

            เขาเองก็รินให้ลิเธียมด้วยแก้วหนึ่งแต่เจ้าตัวดูไม่สนใจจะแตะต้องเลยแม้แต่น้อย

            ถึงท่านซีเซียมจะพูดเองว่าจะให้ความร่วมมือกับชาวโลกแต่ซุงลี่ล่ะคิดยังไง

            ลิเธียมตอบคำถามนั้นด้วยท่าทีจริงจัง

            ถ้าเป็นปรกติก็ต้องทำตามที่ราชครูลำดับสูงกว่าปฏิบัติครับ

            แต่ว่าตอนนี้พวกเราไม่ใช่ราชครูแล้วนะ ไม่สิไม่ได้เป็นมาตั้งแต่แรกแล้วด้วยพวกเราเป็นแค่เครื่องมือที่ซุงลูลู่สร้างขึ้นมาเท่านั้นเอง ถ้าอย่างนั้นแล้วเราต้องทำตามที่เธอคนนั้นต้องการแทนรึเปล่าล่ะ

            “…”

            ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าไม่สินะ

            “…”

            เพราะลิเธียมไม่ยอมตอบเสียที เขาจึงเบนความสนใจไปให้กับแก้วเครื่องดื่มในมือ หมุนมันสองสามทีก่อนจะกระดกดื่มอย่างออกรส จนกระทั่งหมดแก้วจึงกล่าวว่า

            เอาเถอะไม่ต้องตอบตามใจกระผมก็ได้ยังไงซะจุดยืนของพวกเราตอนนี้ก็คงมีแค่เกาะพวกซุงอิงไปให้ถึงที่สุดอีกอย่างเธอน่ะถูกใจซุงมิ่งอยู่ใช่ไหมล่ะไม่งั้นคงไม่ประคบประหงมจนโตขนาดนี้หรอกเนอะ

            พอได้ยินแบบนั้นลิเธียมก็ปรายยิ้มแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็นขึ้นมา

            เป็นรอยยิ้มที่บอกว่ารู้แกวคำถามของเขาแล้วว่ากำลังหมายเล็งสิ่งใดจากคำตอบของเขา

            ลิเธียมกล่าว

            แบบนี้เองสินะครับท่านลำดับที่สี่

            อ๊ะๆๆ พวกเราไม่ใช่ราชครูแล้วนะ

            แต่ลิเธียมไม่สนใจคำโต้แย้งนั่นแล้วพูดต่อ

            เด็กคนนั้นพัฒนาการได้ไวมากผมอยากจะรู้ถึงขีดจำกัดของเขาว่าจะไปได้สูงแค่ไหนแล้วก็…”

            ก่อนที่ลิเธียมจะพูดใจความสำคัญของคำตอบเขาก็ชิงพูดมันเสียเองเพราะรู้อยู่แล้ว

            เพราะอยู่กับลิเธียมมานานพอจะเข้าใจในตัวชายคนนี้อย่างหมดเปลือก

            อยากจะลองฆ่าเองกับมือใช่ไหมล่ะ อยากสู้กับคนเก่งๆ แล้วเชือดด้วยมือตัวเอง เธอเนี่ยนะเป็นพวกบ้าการต่อสู้ที่น่ารังเกียจเป็นบ้าเลยจริงๆ แต่กระผมก็ชอบเธอตรงนั้นแหละนะ

            “…”

            งั้นมาเริ่มกันเลยไหม

            โพแทสเซียมกล่าวพลางวางแก้วสุราลงบนโต๊ะแล้วลุกจากที่นั่ง

            ในมือข้างซ้ายกำคันศรไว้แน่นมาตั้งแต่เริ่ม

            ถึงจะคุยกับลิเธียมอย่างสบายๆ ก็ตามแต่บรรยากาศในห้องสวีทไม่ได้เป็นแบบนั้น

            พื้นห้องที่ปูด้วยพรมสีอ่อนแท้จริงแล้วเป็นเพราะแสงไฟที่ปรับเป็นสีพิเศษก็เลยทำให้ของเหลวสีดำที่เจ่งนองอยู่บนพื้นเปลี่ยนสีจนดูไม่ออกแต่ว่า พื้นของห้องนั้นนองไปด้วยเลือดของอสูร

            เมื่อโพแทสเซียมก้าวเท้าเดินผืนน้ำเลือดก็กระเพื่อมเป็นหย่อม มันมีเลือดนองมากอยู่ถึงขนาดนั้น

            ลิเธียมที่ยังนั่งอยู่ก็เช่นกัน มือจับดาบที่ถอดจากฝักแล้วปักร่างของอสูรตนหนึ่งติดพื้น

            อสูรผู้ชายแต่งกายแบบโบราณ ไว้หนวดไว้เครา บนแผ่นหลังที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าปกปิดนั้นมีรอยสักอยู่มากมาย

            อสูรนั่นแน่นิ่งไปแล้วแต่ยังไม่สิ้นใจร่างกายของมันขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่รวยรินอยู่เต็มที

            เขาเรียกลิเธียม มาที่นี่เพื่อดื่มและพูดคุยเรื่องเป้าหมายแต่ก็ถูกพวกอสูรรบกวนซะก่อนจึงจัดการทั้งหมดแล้วเหลือไว้ตัวหนึ่ง

            โพแทสเซียมเดินไปเปิดประตูห้องทำให้เลือดอสูรไหลทะลักออกไปด้านนอก

            ถ้างั้นเราไปต้อนลูกแกะหลงฝูงกลับมากันเถอะ

            เมื่อพูดออกไปแบบนั้นลิเธียมที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ลุกขึ้นแล้วถอนดาบออกจากตัวของอสูร

            อสูรที่แน่นิ่งไปแล้วกลับลุกขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วราวกับรอจังหวะจะหนีมาแต่แรก มันวิ่งหนีไปที่ประตูทันที

            โพแทสเซียมปล่อยให้อสูรวิ่งผ่านออกไป

            เอ้า รีบตามไปกันเถอะ

            แล้วเขากับลิเธียมก็ไล่ตามอสูรไป

            ที่จงใจปล่อยให้อสูรหนีก็เพื่อใช้มันสาวไปยังต้นกำเนิด เพื่อหาที่มาของพวกมันให้เจอจึงเหลือไว้หนึ่งตัวเพื่อการนั้น ดูเหมือนอสูรจะไม่ค่อยฉลาดหรือไม่ก็มีแค่สัญชาตญาณเพราะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปหมดแล้วถึงได้วิ่งไปตามแผนของพวกเขาแบบนี้

            ข้างหน้านี้จะมีอะไรอยู่กันนะ

            โพแทสเซียมพูด แล้วตอนนั้นพวกเขาก็ไล่ตามอสูรขึ้นมาถึงชั้นห้าซึ่งเป็นชั้นบนสุด

            ทันทีที่วิ่งพ้นบันไดอสูรก็ทะลุหายเข้าไปในกำแพง แต่แค่นั้นไหยุดการไล่ตามของพวกเขาไม่ได้หรอก

            ลิเธียมตวัดดาบฟันกำแพงเพียงครั้งเดียว ผนังก็แตกกะเทาะเป็นโพรงให้เห็น

            เป็นโพรงที่ไม่ได้เกิดจากแค่แรงปะทะจากดาบของลิเธียมอย่างแน่นอนแต่เป็นของที่มีคนสร้างเอาไว้หรือที่เรียกว่า ทางลับ นั่นเอง

            ท่าทางเกาะนี้จะมีความลับซ่อนอยู่สินะครับ

            โพแทสเซียมกล่าวเช่นนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น