Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 199 : Login 196: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (โหมโรงรัตติกาล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

Login 196: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (โหมโรงรัตติกาล)

 

            เมื่อคลานมาถึงตัวเน็กส์ นรินทร์ก็ช้อนหัวของเด็กชายขึ้นมาจากน้ำก่อน แล้วจับให้นอนลงบนตักพลางมองหาบาดแผลบนร่างกายของเด็กชายทันที

            บาดแผลที่ทำให้เจ้าตัวแน่นิ่งไปหลังจากใช้ท่าไม้ตายใหม่นั่น

            “…”

            แต่ไม่มีบาดแผลสาหัสขนาดนั้นอยู่บนร่างกาย

            เด็กชายมีแค่แผลถลอกนิดหน่อยตอนที่ตกลงมาจากข้างบนกับแผลฟกช้ำที่แขนซึ่งน่าจะมาจากตอนที่ล้มหลังจากใช้ท่าไม้ตาย

            งั้นอะไรที่คือสาเหตุที่ทำให้เน็กส์เป็นแบบนี้กันล่ะ

            นรินทร์ที่ครุ่นคิดอย่างหนักแล้วก็เห็นพ้องได้เพียงคำตอบเดียว

            “ท่านั่นยังไม่สมบูรณ์สินะฮะ

            เน็กส์ลืมตาขึ้นมาหลังจากพูดแบบนั้น

             “ทำใจดีๆ ไว้นะ

            นรินทร์ยิ้มออกเมื่อเห็นว่าเด็กชายได้สติแล้ว

            คำพูดที่บอกว่าท่ายังไม่สมบูรณ์นั่นช่วยยืนยันความคิดเรื่องสาเหตุที่เน็กส์ล้มพับลงไป แต่ว่ามันน่าจะมีอย่างอื่นอีก

            นรินทร์พูดสิ่งที่เน็กส์ไม่ได้พูดออกมาและตนคาดเดาได้

            “เมื่อกี้ฝืนจนปล่อยออกไปได้สินะ แรงสะท้อนที่เหวี่ยงไปรอบๆ จะบีบเข้าหาศูนย์กลางเพราะงั้น…”

            นรินทร์จับแขนเด็กชายข้างที่ปล่อยพลังเวทไปเมื่อครู่ขึ้นมาแล้วออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย แค่เล็กน้อยจริงๆ

            “โอ้ยย!!

            เพียงแค่นั้นเน็กส์ก็ร้องครางอย่างทรมานแล้ว

            แขนที่เขาจับอยู่นั้นถ้าปล่อยมือออกมันก็แทบจะหักงอทันที

            กระดูกของเน็กส์น่าจะร้าวจนเกือบหักหรือไม่ก็มีบางส่วนแหลกละเอียดไปแล้ว

            “ก่อนหน้านี้พี่ได้ยินจากอิงศรมาแล้วล่ะว่าเน็กส์ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ เรื่องที่ว่าจะปรึกษาคือเรื่องนี้สินะ

            เน็กส์พยักหน้าหงึกๆ ให้ทั้งน้ำตา

            ตอนที่โดนบีบแขนน้ำตาก็เล็ดออกมานิดหน่อยมันคงจะเจ็บจริงๆ นั่นแหละ แรงสะท้อนจากสกิลระดับนั้นเทียบเท่าเครื่องยิงจรวดหรืออาจจะมากกว่านั้น แรงระดับที่ผู้ใหญ่ยังกระเด็นแล้วแรงที่ว่าก็อัดใส่ร่างเล็กๆ ของเน็กส์ตอนที่หมุนอยู่กลางอากาศ

            ใจของนรินทร์นั้นอยากจะห้ามไม่ให้ใช้สกิลนี้อีก ทั้งในฐานะแพทย์และในฐานะของพี่ชายที่คอยดูแลพวกเด็กกำพร้ามา

            อย่าใช้มันอีกเลยนะ...เขาพูดมันออกไปไม่ได้เพราะแววตาอันมุ่งมั่นที่เฉิดฉายอยู่ภายใต้เม็ดน้ำตานั่น

            ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนคำพูดนิดหน่อย

            “แต่ฝืนแบบนี้มันเจ็บตัวเกินไปรึเปล่า

            แต่เด็กชายก็ส่ายหน้าและยืดอกพูดอย่างกล้าหาญว่า

            “ไม่เป็นไรฮะ ผมอยากจะเก่งขึ้นจะได้ช่วยพวกพี่ๆ ได้

            “แหม ก็ไม่เห็นต้องพยายามจนเจ็บตัวขนาดนี้ก็ได้นี่พวกอิงศรเขาเก่งๆ กันอยู่แล้วด้วยเพราะงั้นเน็กส์ค่อยๆ เก่งขึ้น...

            “ไม่ได้หรอกฮะ

            แต่เน็กส์กลับปฏิเสธ

            “…“

            เป็นครั้งแรกที่เด็กเรียบร้อยอย่างเน็กส์พูดต่อต้าน

            เด็กชายพูดต่อด้วยใบหน้าเปี่ยมความมุ่งมั่น

            “ถึงผมจะยังเด็กแต่พอเข้าใจนะฮะว่าพวกพี่อิงศรแล้วก็พี่คนอื่นๆ กำลังมุ่งหน้าไปในทางเดินที่มันยาก ถึงผมจะรู้ว่าพี่ๆ เก่งกันมากแต่ก็เพราะแบบนั้นแหละผมถึงไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงแล้วก็อยากจะติดตามไปด้วยจนถึงที่สุดนิวเองก็คิดแบบนั้นช่วงนี้เราถึงได้ช่วยกันฝึกช่วยกันคิดวิธีต่อสู้ของตัวเองขึ้นมาฮะ

            คำพูดกับใบหน้านั้นสมกับเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง

            “ตัวผมที่เป็นสายผู้ใช้เวทมนต์โจมตีจากระยะไกลปกติก็ต้องให้เพื่อนมาคอยช่วยคุ้มครองอยู่แล้วเพราะงั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะกลบจุดอ่อนตรงนั้นไปฮะ มหาวาโยราโอเน็กสเตจที่โจมตีได้รอบทิศทางนั่นเป็นไม้เด็ดที่ยังไงก็ต้องมี

            คำพูดที่ว่าจะลดทอนจุดอ่อนของสายอาชีพเป็นแนวคิดสำคัญที่ควรมีในตัวนักสู้ทุกคน ดูเหมือนว่าเน็กส์จะเติบโตขึ้นและได้อิทธิพลมาจากพวกพ้องที่ต่อสู้ร่วมกันมา

            เด็กชายมีความพยายามที่จะพัฒนาให้ตัวเองมีความสามารถพอจะออกต่อสู้ในแนวหน้าร่วมไปกับพวกอิงศรนั่นเอง

            ความมุ่งมั่นนั่นทำให้ยากที่จะปฏิเสธ

            “เข้าใจแล้วงั้นไว้กลับออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่พี่จะช่วยปรับปรุงการใช้สกิลนั่นแล้วก็ต้องขยันฝึกร่างกายด้วยนะเพราะแนวหน้ามันโหดมากขอบอกไว้ก่อน

            “ครับ!

            เน็กส์ตอบรับอย่างยินดีจนไม่น่าเชื่อว่าเป้นคนที่บาดเจ็บจนแขนหัก

            แต่เพราะดีใจจนขยับตัวมากเกินไปก็เลย

            “โอ้ย โอ้ย โอ้ย

            “ว้า ยังไม่ทันได้รักษาเลยอย่าเพิ่งขยับสิ

            นรินทร์วางแขนข้างที่หักของน้องลงแล้วร่ายสกิลรักษาใส่

            ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างสมบรูณ์และแขนที่หักให้หายดี

 

เน็กส์ Lv.83 [/////9100:9100/////]

 

            พวกเขาออกสำรวจทั่วห้องลับเพื่อหาทางออก

            เน็กส์ก้าวออกมาจากช่องว่างของกำแพงที่โดนพวกหนูยักษ์ทะลวงออกมา หลังจากสำรวจภายในแล้วจึงบอกกับนรินทร์ที่คลำหาทางออกอยู่ที่ห้องเดิม

            “ไม่ไหวฮะพี่รินข้างหลังกำแพงที่พวกหนูแห่กันออกมาก็เป็นห้องตันเหมือนกัน

            “ห้องนี้ก็ไม่มีทางออกอื่นเลยด้วยสิ

            “พวกเราจะออกไปได้รึเปล่าฮะ

            เน็กส์ทำเสียงเหมือนสิ้นหวังขึ้นมา พอหันไปมองก็เห็นว่าเด็กชายกำลังมองไปที่กองกระดูกที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในน้ำขังบนพื้นห้อง

            ความมืดและที่แคบรวมถึงกลิ่นอายความตายจากโครงกระดูก สภาพแวดล้อมพวกนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะกำลังใจเป็นลบ จนความฮึกเหิมที่แสดงให้เห็นก่อนหน้านี้เหมือนเป็นเรื่องโกหกไปเลย

            คงต้องพูดดึงสติกันซักหน่อย...นรินทร์คิดอย่างนั้นจึงกล่าวออกไปว่า

            “เอาน่ายังไงเราก็เรียกพวกอิงศรมาทางแชทได้อยู่แล้วนี่

            “งั้นทำไมพี่รินไม่เรียกซะเลยล่ะฮะ อย่างน้อยตอนนี่พวกพี่เขาคงเป็นห่วงเรากันแย่แล้วด้วย

            “จะว่าไปก็จริงแฮะ

            ก่อนหน้านี้ไม่ทันฉุกคิดเพราะเจอเรื่องยุ่งเข้ามาตลอด แต่ก็ติดต่อไว้น่าจะดีกว่า

            นรินทร์เปิดหน้าจอสื่อสาร

            “เอ๊ะ อ้าว อะไรเนี่ย

            แต่บนหน้าจอกลับว่างเปล่า ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีรายการหรือปุ่มอะไรให้กดในหน้าจอสื่อสาร ทั้งที่หน้าจออื่นๆ ทำงานได้ตามปกติ

            เน็กส์ยื่นหน้าเข้ามาดูแล้วพูด

            “จริงด้วยสิเห็นพี่ศรบอกว่ามีการวางเขตป้องกันรอบเกาะเพื่อกันไม่ให้คนหาพวกเราเจอน่ะฮะ

            ได้ยินดังนั้นนรินทร์ก็แหงนหน้าขึ้นมองไปบนเพดาน เพดานอยู่ห่างออกไปมาก ห้องนี้คับแคบก็จริงแต่กลับมีความสูงมากกว่าความกว้างหลายเท่าตัว

            “เราคงตกลงมาลึกเกินไปจนเลยเขตป้องกันล่ะมั้ง

            พวกเขาน่าจะยังอยู่ใต้อาคารพักอาศัย ถ้าอย่างนั้นแล้วทางเดียวที่จะติดต่อพวกอิงศรได้ก็ต้องขึ้นไปสูงอีกหน่อยเพื่อให้เข้าไปอยู่ในเขตป้องกันที่จะไม่โดนผลกระทบ

            แต่ไม่มีช่องทางให้ขึ้นไปได้เลย ผนังรอบด้านลื่นเพราะมีตะไคร้น้ำเกาะและถึงจะมีน้ำไหลลงมาจากข้างบนเรื่อยๆ แต่น้ำก็ถูกระบายลงไปที่ท่อตรงกลางห้อง หมดสิทธิ์ที่จะรอให้น้ำท่วมแล้วดันพวกเขาขึ้นไปอยู่ดี

            นรินทร์ก้มหน้าลง เบนสายตาไปที่ท่อระบายน้ำที่เขาเจอในตอนแรกที่ตกลงมา

            “ดูเหมือนจะมีแต่ท่อระบายน้ำนี่เท่านั้นแหละ

            เน็กส์พูดด้วยท่าทางกระอักกระอวนทันที

            “จะมุดท่อจริงๆ เหรอฮะ ถ้าข้างล่างเป็นน้ำ...

            “ยังไงก็หายใจใต้น้ำได้อยู่แล้วนี่ เราอยู่นานกว่านี้ไม่ได้ด้วยถ้าพวกสัตว์เทวะเกิดใหม่ขึ้นมาอีกจะลำบากเอา

            “…”

            “ข้างล่างนี่อาจจะเชื่อมกับทะเลก็ได้ถ้าออกไปแล้วจะได้ว่ายกลับขึ้นฝั่ง

            เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นพวกเขาจึงตัดสินมุดลงท่อ โดยให้เน็กส์ใช้ดาบเวทจากสกิล มหาวาโย ตัดตะแกรงที่ขวางทางลงไป

 

            @@@

 

            ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง...

            พวกอิงศรเริ่มออกตามหาเน็กส์ กับ นรินทร์ ที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงโพล้เพล้จนกระทั่งตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว

            ความมืดเข้าปกคลุมเกาะทั้งเกาะ

            พายุฝนที่โหมพัดมาตั้งแต่เมื่อเช้าเริ่มอ่อนกำลังลงไปบ้างแต่ก็ยังตกหนักเกินกว่าจะออกไปเดินได้

            หากออกจากอาคารที่พักอาศัยในตอนนี้ก็จะเจอแต่ความมืดมิดและพายุฝน

            การออกไปเดินข้างนอกในเวลาแบบนี้มีแต่คนโง่เท่านั้น

            ไม่แน่ว่าต่อให้เป็นมนุษย์ต่างดาวก็อาจจะสู้กับสภาพแบบนี้ไม่ไหวด้วยซ้ำ

            ทั้งที่มันเป็นแบบนั้นแต่ก็ยังหานรินทร์หรือเน็กส์ที่น่าจะอยู่ภายในอาคารไม่พบ

            ทั้งที่ทุกคนช่วยกันออกไปตามหาขนาดนี้

 

            อิงศรเดินลงบันไดเข้าสู่ล็อบบี้ที่ชั้นหนึ่ง ที่นั่น มีนา เมษา กวินทร์ ฟู มิกซ์ พลอย นิว ทุกคนที่ช่วยกันตามหานรินทร์กับเน็กส์กลับมากันแล้ว

            อิงศรถาม

            “เป็นไงบ้าง

            เมษาส่ายหน้าพลางยักไหล่

            “ไม่เจอเลย

            “แล้วคนอื่นๆ ล่ะ

            ทุกคนต่างบอกกันเป็นเสียงเดียว ไม่มีใครหาตัวสองคนนั่นพบ

            อิงศรเรียกหน้าจอจัดการปาร์ตี้ขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขาลองติดต่อไปหาทั้งสองคนดูแล้วแต่ว่าไม่มีใครรับสายเลย

            เขาเปิดไปที่หน้าแจ้งตำแหน่งของทุกคน ตำแหน่งของนรินทร์กับเน็กส์ระบุว่าทั้งสองคนยังอยู่ภายในอาคารจนถึงเมื่อครู่แต่ตอนนี้เริ่มเคลื่อนที่ออกไปด้านนอกแล้ว

            ทำไมถึงเพิ่งจะมาเคลื่อนไหวเอาตอนนี้กันล่ะแถมยังออกจากอาคารอีก

            “สองคนนั้นกำลังจะออกไปข้างนอกเหรอคะ

            ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีนาอ้อมมาอยู่ข้างหลังแล้วชะเง้อมองหน้าจอจากทางด้านหลัง

            “ยังออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ถ้ารีบตามไปล่ะก็…”

            “ออกไปตอนนี้เนี่ยนะคะ มืดๆ แบบนี้แถมฝนตกอีกที่สำคัญกว่านั้นสองคนนั่นออกไปตอนไหนทำไมฉันกับคุณพลอยที่รออยู่ที่ล็อบบี้ถึงไม่เห็นเลยล่ะ ทางออกจากอาคารทันมีแค่ที่นี่นะคะ

            ที่มีนาพูดมานั้นชวนให้สงสัยจริงๆ นั่นแหละแต่ก็พอคาดเดาได้ว่า...

            “อาจจะปีนออกไปทางหน้าต่างที่ไหนก็ได้ ตอนนี้สองคนนั่นกำลังมุ่งไปทางทะเล ที่ชายหาดตอนพายุเข้าน่ะมันเลวร้ายมากต้องรีบไปตามกลับมา

            “ก็บอกไปแล้วไงคะว่ามันอันตราย

            “งั้นฉันจะไปดูลาดเลาเอง ถ้าแค่ฉันคนเดียวจะป่าหรือทะเลก็สบายอยู่แล้วเมื่อก่อนสิงห์ก็เคยให้ฝึกโหดกว่านั้นด้วยซ้ำ

            อิงศรกล่าวตัดบทอย่างรีบร้อนแล้วตั้งท่าจะจ้ำเท้าไปที่ประตูทางออกแต่ก็ถูกมีนาดึงไว้ซะก่อน

            “ก็เข้าใจว่าคุณอิงศรเก่งอยู่หรอกค่ะแต่ว่า…”

            อิงศรไม่คิดจะฟังคำทัดทานของหล่อนอีก อันที่จริงเด็กหนุ่มก็รู้ตัวดีว่าตอนนี้ตนกำลังร้อนรนและสุญเสียความเยือกเย็นไปเพราะในบรรดาคนที่หายตัวไปด้วยนั้นมีเน็กส์น้องเล็กของกลุ่มรวมอยู่ด้วย

            แล้วตอนนั้นเอง...

            “กระผมว่าเชื่อที่เธอคนนั้นพูดจะดีกว่านะซุงอิงเธอในตอนนี้น่ะหัวร้อนไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ

            โพแทสเซียมแทรกเข้ามา

            “หมายความว่ายังไง

            อะฮะ สูญเสียความเยือกเย็นไปแบบนั้นขืนปล่อยให้เข้าป่าไปตอนนี้ได้หลงหายไปอีกคนแหงสถานการณ์ตอนนี้ถ้าเป็นเธอยามปกติคงจะเคลื่อนไหวได้อย่างแยบยลกว่านี้แน่ตอนนี้เราไม่รู้เลยนะว่าบนเกาะนี้มีอะไรอยู่นอกจากพวกเราแต่เซนส์ของกระผมบอกว่ามันมีอยู่แน่ๆ ล่ะเจ้าตัวที่ซุ่มจ้องจะเล่นงานพวกเราตอนที่แยกออกไปอยู่ตัวคนเดียวน่ะ

            พอได้ฟังแบบนั้นอิงศรก็รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า แต่มันก็ทำให้เขาได้สติกลับมาเช่นกัน

            ออกไปตอนนี้มันเสี่ยงอย่างที่เจ้านี่พูดจริงๆ นั่นแหละ

            เมษาพูด

            ยังไงนั่นก็นรินทร์ทั้งคนนะหมอนั่นเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เด็กอีกคนก็อยู่กับหมอนั่นคงไม่เป็นไรหรอกไว้ข้างนอกสว่างกว่านี้ค่อยออกไปก็ยังไม่สายไม่แน่ สองคนนั่นอาจจะกลับมาก่อนที่เราจะออกไปตามหาซะอีก

            “….”

            ไม่ใช่แค่เขาที่จ้องเมษาเหมือนกับเห็นผี คนอื่นๆ ก็ทำไม่ต่างกัน

            “อะไร...จ้องกันทำไมเล่า

            “….”

            ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเขาจะถูกคนอย่างเมษาสั่งสอนเรื่องระดับสามัญสำนึกเอาได้แต่สิ่งที่พูดมานั้นก็ถูกต้องจริงๆ

            เมษาพูดถูกต้องถ้างั้นก็ต้องเชื่อตามนั้น เชื่อมั่นในตัวนรินทร์กับเน็กส์ สองคนนั้นต้องไม่เป็นอะไร

            พูดมากหนวกหูเมษาหุบปากไปหนึ่งเดือนซะ

            “หา!? ทามมายอ้ะ ฉันทำอะไรผิดฟระ

            แต่อิงศรเมินคำโต้แย้งนั่น

            “งั้นก็แยกย้ายกันไปนอนเถอะพรุ่งนี้ถ้าพวกนั้นยังไม่กลับมาจะได้มีแรงออกไปตามหา

            แล้วเขาก็เริ่มเป็นห่วงขวัญขึ้นมาด้วย

            ทุกคนเองก็เห็นพ้องกันและเตรียมจะแยกย้ายแต่มีนาก็โพล่งขึ้นมาซะก่อน

            ถ้างั้นเรามากำหนดรหัสลับกันหน่อยดีกว่าค่ะ

            “ทำไมต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย

            อิงศรถาม

            ฉันสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่เรื่องศาลเมื่อวานกับการหายตัวไปของทั้งสองคนน่ะค่ะมันเคยมีเรื่องเล่าอยู่น่ะคะว่าตอนกลางดึกถ้ามีใครมาเคาะประตูห้องห้ามเปิดประตูให้เด็ดขาดวิญญาณร้ายจะเลียนแบบเสียงของคนรู้จักแล้วลักพาตัวไปโลกหน้าค่ะ แฮ่!!”

            มีนาตอบพร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าขู่แบบหลอกเด็ก

            ไร้สาระ

            อิงศรจ้องมองหล่อนด้วยสายตาเอือมระอา แต่โพแทสเซียมกลับชี้แจงอย่างจริงจัง

            เอ แต่กระผมว่ามีไว้ก็ดีนะครับเพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็มีคนหายไปจริงๆ แล้วเอาไว้ป้องกันไม่ให้โดนลักพาตัวน่าจะดีกว่าของพวกผมสามคนเอาเป็นสามเกลอธาตุหมู่หนึ่งก็แล้วกัน

            แล้วโพแทสเซียมก็หัวเราะเสียงดังอยู่คนเดียว

            โพแทสเซียม ลิเธียม ซีเซียม ทั้งสามมีชื่อมาจากาตุหมู่ที่หนึ่งในตารางธาตุนั่นคือสาเหตุที่ตั้งรหัสลับไว้แบบนั้นสินะ

            นี่ เสียงดังแบบนั้นมันก็ไม่ลับแล้วน่ะสิ

            อ๊ะ แปลว่า ซุงอิงเห็นด้วยแล้วสินะ

            อิงศรพยักหน้า

            จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันกำหนดรหัสลับของแต่ละกลุ่มแบ่งเป็น ทีมอิงศรที่นับรวมมิ่งขวัญเข้าไปอีกคน กลุ่มเด็กกำพร้า แล้วก็พวกราชครู

            เมื่อกำหนดรหัสลับกันเรียบร้อยทุกคนก็แยกย้ายกันกลับห้องตัวเอง

 

            @@@

 

            ระหว่างที่เดินไปตามระเบียงที่ทอดสู่ห้องพักอิงศรก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องพบเจอในค่ำคืนนี้

            คืนนี้ก็อาจจะเจอแบบนั้นอีกสินะ

            เขาพูดแล้วเปิดหน้าจอคลังหยิบเอาคันธนูออกมา เปิดหน้าต่างรายละเอียดของอาวุธแล้วจัดให้เอลิกอร์ขึ้นมาเป็นแอพพลิเคชั่นหลัก

            ถึงจะไม่เชื่อใจเอลิกอร์ซักเท่าไหร่แต่มีนาบอกว่ามันเข้ากันได้กับเขามากที่สุดแล้วในบรรดาแอพพลิเคขั่นปีศาจที่ถือครองชิ้นอื่นๆ อย่างโอดินก็คงไม่ยอมทำตามคำสั่ง สเลปเนียร์เองก็ดูพึ่งพาไม่ได้ ส่วนเมอร์คาบาห์นั้นไม่ได้เป็นแอพพลิเคชั่นเหมือนตัวอื่นแต่จะเรียกออกมาได้จากอาคานาร์เท่านั้น ถ้าเขาไม่มีสติในช่วงที่ถูกจู่โจมแบบเมื่อคืนอีกก็จะเรียกออกมาไม่ได้

            ช่วยไม่ได้แหะ แกเคยบอกว่าจะยอมฟังที่ฉันพูดแล้วสินะ

            พอพูดไปแบบนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนหัวเราะในลำคอ

            หึหึหึ

            “…”

            ดูเหมือนเขาจะหวังมากไป

 

***คุยท้ายตอน***

ไรท์: เมษาหยุดงานหนึ่งเดือนงั้นก็ไม่ต้องมีบทไปเดือนหนึ่งนะอุ๋ง

เมษา: เฮ้ยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น