Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 197 : Login 194: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (ทางลับ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

Login 194: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (ทางลับ)

 

            ภายในห้องนอนของอิงศร

            มีนาที่เข้าห้องมาพร้อมกับเขาก็ตรงเข้ามานั่งที่ข้างเตียงของมิ่งขวัญแล้วเลิกผ่าห่มที่คลุมร่างน้องชายออกดู

            ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อให้ต้องบอกว่าโชคดีไปที่นรินทร์แนะนำให้ทำไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงเสียเวลากว่าจะแต่งตัวให้มิ่งขวัญเสร็จแล้วถึงเรียกมีนาเข้ามาได้

            อิงศรถาม

            “เป็นไงมั่ง”

            แต่มีนาส่ายหน้า

            “ไม่ไหวค่ะเท่าที่ดูนี่ก็เหมือนคนเป็นไข้ธรรมดาๆ ยังฟันธงไม่ได้ว่าโดนคำสาปรึเปล่าแต่ถ้าเอาตามเรื่องที่คุณอิงศรเล่ามาแล้วบางทีอาคมที่คนร้ายใช้เมื่อคืนอาจจะเป็นแบบที่มีพลังต่ำเลยมีผลกับคนที่ร่างกายอ่อนแอเพราะสภาพจิตใจจะอ่อนแอตามไปด้วยน่ะค่ะ”

            “แล้วไม่มีวิธีรับมือเลยเหรอ”

            “มีสิคะโดยเฉพาะพวกเราเนี่ยมีกันทุกคนเลยล่ะค่ะ”

            “หมายความว่ายังไง”

            “หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่งในเมื่ออีกฝ่ายใช้อาคมนอกรีตก็เท่ากับเป็นปีศาจถ้างั้นเราก็เอาปีศาจไปสู้ไงคะเดม่อนแอพที่พวกเราถือครองกันอยู่เนี่ยแหละมีฟังชันก์ปกป้องผู้ใช้งานอยู่ด้วย”

            นี่เป็นเรื่องที่เพิ่งจะรู้เป็นครั้งแรก

            “ถ้างั้นทำไมเมื่อคืนมันถึงไม่ปกป้องฉันล่ะ”

            ”ต้องถืออาวุธที่ติดตั้งปีศาจเอาไว้ด้วยสิคะ”

            “แปลว่าคืนนี้ต้องนอนกอดธนูงั้นสิแบบนี้เอาอาวุธให้ขวัญกอดด้วยก็....”

            แต่แอพพลิเคชั่นปีศาจของมิ่งขวัญได้กลายเป็นอาคานาร์ไปแล้วถ้าเจ้าตัวไม่เรียกออกมาก็ใช้งานไม่ได้

            ตอนนั้นเองมีนาก็...

            “แล้วก็เรื่องสำคัญที่สุดถ้าเป็นปีศาจที่มีความเข้ากันได้สูงก็จะช่วยคุ้มครองได้ดียิ่งขึ้นค่ะเพราะฉะนั้นเอลิกอร์...”

            พูดมาอย่างนั้น อิงศรจึงต้องพูดขัด

            “ไม่อยู่แล้วล่ะ....เจ้าเอลิกอร์นั่นน่ะ ฉันยังไม่ได้บอกสินะว่าโอดินที่เรียกออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้ที่จริงแล้วเป็นปีศาจที่ฉันเอาเอลิกอร์ไปรวมร่างกับสเลปเนียร์”

            “เอ๋...รวมร่างเหรอคะ”

            มีนาทำหน้าสงสัย

            อิงศรพยักหน้า

            “ใช่ ก่อนหน้านี้เคยบอกเรื่องอาคานาร์ไปแล้วสินะ มันคือพลังที่ได้รับมาเมื่อฉันสามารถต่อต้านคำทำนายที่จะเกิดขึ้นตามที่ระบุไว้ในเมล์ตัวจับเวลาความตายแต่ว่านั่นน่ะเป็นการคิดที่ผิด ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยบอกเรื่องที่คิดเอาไว้ให้ใครรู้เลยแม้แต่พวกพ้อง”

            แต่มีนาก็พูดขัดเขาบ้าง

            “ฉันเข้าใจดีค่ะว่าคุณอิงศรไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังหรอกแต่เพราะว่าพวกเราอยู่ในเมตไตรยอยู่ในความจับตาดูของพี่สิงห์แล้วก็ยังจะมีพี่กุมภาอีกก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะระแวงเพราะงั้นถ้าคุณอิงศรพร้อมแล้วฉันก็จะรับฟังค่ะทุกคนเขาก็คงคิดแบบเดียวกัน พวกเราน่ะรู้จักคุณดีกว่าที่คุณรู้จักพวกเราซะอีกนะคะ”

            คำพูดนั้นช่างน่าขัน มันเหมือนกำลังบอกว่าเขานั้นด้อยกว่าจนต้องเก็บงำไพ่ในมือเอาไว้ตลอด

            ....แต่ว่า

            “อืม ก็คงจะเป็นอย่างที่เธอว่าฉันน่ะก่อนหน้าจะได้ขวัญกลับคืนมาก็ไม่เคยสนใจอะไรเลยเพราะแบบนั้นถึงได้ไม่เข้าใจหลักการของอาคานาร์ กว่าจะรู้ว่ามันคืออะไรก็เกือบจะสายไปแล้วเกือบจะต้องสูญเสียทุกอย่างไป”

            “งั้นตอนนี้ก็จะบอกแล้วสินะคะ”

            “อืม”

            อิงศรคิดว่าตอนนี้มันสมควรแก่เวลาที่เขาจะเปิดเผยทุกอย่าง จากนี้ไปเมื่อบอกเรื่องนี้กับมีนาแล้วเขาจะไปเล่าให้คนอื่นฟังด้วยแล้วก็จะขอความเห็นกับหนทางที่จะเดินหน้ากันต่อแล้วก็เอาไปบอกซีเซียมแล้วขอความร่วมมือ

            ทั้งหมดนี่ก็เพื่อทางเลือกที่อยากจะก้าวเดินไป

            ทั้งหมดนี่ก็เพื่อความปรารถนาของตัวเอง

            “อาคานาร์คือสายสัมพันธ์กับผู้คนดังนั้นเมื่อฉันเข้าไปก้าวก่ายโชคชะตาตามที่เมล์ตัวจับเวลาตายบอกก็เท่ากับว่าฉันได้เข้าไปสร้างสายสัมพันธ์กับพวกเธอด้วยแล้วเธอ เมษา กวินทร์ นรินทร์ ทุกคนที่มีสายสัมพันธ์กับฉันก็จะสานสายสัมพันธ์ให้แผ่ขยายออกไปเพราะแบบนั้นทั้งฉัน ทั้งขวัญ แล้วก็กวินทร์ถึงได้ปลุกอาคานาร์ที่แท้จริงออกมาได้สิ่งนั้นก็คือมหาโชคชะตาที่ซีลอร์ดเคยพูดไว้”

            “แล้วก็ด้วยพลังนั่นพวกคุณอิงศรถึงรอดมาจากการต่อสู้ที่อารย-สนธยาได้เหมือนที่เล่าให้ฉันฟังเมื่อวานสินะคะ”

            “ตามนั้นเลยแล้วอาคานาร์แต่ละใบที่ฉันได้มาก็มีพลังแตกต่างกันไปอาคานาร์ที่ได้มาตอนช่วยกวินทร์จากสัตว์เทวะในเรดที่กรุงเทพคราวนั้นทำให้ฉันสามารถรวมร่างปีศาจที่ครอบครองได้เป็นเพราะฉันรู้สึกว่าเข้ากันกับเอลิกอร์ไม่ได้ซะทีเลยเอาหมอนั่นมาเป็นหนูลองยาน่ะ”

            “เพราะแบบนั้นถึงได้พยายามโดดตรวจสอบเดม่อนแอพเมื่ออาทิตย์ที่แล้วสินะคะ”

            มันก็เป็นอย่างที่หล่อนพูดแต่มันยังมีเรื่องมากกว่านั้นอีก

            “แต่ที่โดดไปน่ะเพราะอยากไปหาความจริงบางอย่าง”

            “ความจริงเรื่องอะไรล่ะคะ”

            อิงศรหยุดคิดไปพักหนึ่ง เขากำลังชั่งใจว่าเรื่องนี้ควรจะต้องพูดแล้วรึเปล่า

            เรื่องที่พ่อแม่ของเขาเป็นคนของอารย-สนธยามาตั้งแต่ก่อนโลกจะล่มสลาย ถึงก่อนหน้านี้คนอื่นในกลุ่มนอกจากมีนาจะพอรู้กันเลาๆ แล้วจากที่ซีลอร์ดปากโป้งพูดความลับของทุกคนออกมาที่วัดอารย-สนธยาก็ตาม

            ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บงำเอาไว้อีกสิ่งสำคัญสำหรับเวลานี้คือต้องกระจายข้อมูลที่หามาได้ทั้งหมดให้กับพวกพ้องทุกคน

            “พ่อกับแม่ของฉันเป็นนักวิจัยของอารย-สนธยาแล้วก็คิดจะใช้ฉันกับขวัญเป็นวัตถุดิบทำการทดลองเหมือนกับที่สิงห์ตั้งใจจะทำเพื่อให้ฉันหรือขวัญเป็นคนเรียกเมอร์คาบาห์ที่จะพาขึ้นไปพบแอดมินิสเทรเตอร์”

            เมื่อพูดจบเขาก็มองหน้าเด็กสาวโดยคาดล่วงหน้าว่าหล่อนจะทำหน้าเหวอแต่กลับไม่เป็นแบบนั้น

            มีนาพูดมาด้วยสีหน้ากับน้ำเสียงที่เป็นปกติ

            “แล้วยังไงต่อคะ”

            “ไม่คิดจะตกใจหน่อยรึไงนี่เธอตั้งใจฟังฉันอยู่รึเปล่าเนี่ย”

            “ก็ไม่เห็นจะต้องตกใจเลยนี่คะก็แค่คุณอิงศรกับน้องชายโชคร้ายมาเกิดในครอบครัวแบบนี้สำหรับฉันที่อยู่กับเมตไตรยก็คงไม่ต่างอะไร ที่สำคัญคือปัจจุบันตอนนี้พวกเราเป็นพวกเดียวกันและไม่ได้ขึ้นตรงกับฝ่ายไหนๆ แล้วนั่นแหละค่ะ”

            ดูเหมือนว่ามีนาจะยอมรับได้เกินกว่าที่คาดเอาไว้

            หล่อนมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าเมษาตอนที่รู้ความจริงเรื่องนี้เสียอีก

            มีนาพูด

            “เรื่องที่เหลือไว้ไปเล่าตอนช่วงอาหารเย็นคืนนี้ดีกว่าค่ะ ยังไงก็ตั้งใจจะบอกกับทุกคนอยู่นี่คะจะได้ไม่ต้องเล่าซ้อนหลายทีให้เมื่อยปากด้วย”

            อิงศรเห็นด้วยกับความคิดนั้น เขาเปิดหน้าจอคลัง

            “ถ้างั้นเรื่องคืนนี้ฉันก็ควรจะเอาปีศาจซักตัวมานอนกอดสินะ”

            แล้วดึงเอาคันธนูออกมา

            ถึงจะบอกว่ารวมร่างเอลิกอร์ไปแล้วแถมโอดินที่ได้มาก็ถูกใช้ผสมไปตอนที่เรียกเมอร์คาบาห์ด้วยแต่ว่า…

            เมื่อเรียกหน้าจอรายละเอียดของคันธนูขึ้นมาก็มีรายชื่อของปีศาจที่ติดตั้งเอาไว้เรียงกันลงมา

 

เอลิกอร์

โอดิน

สเลปเนียร์

 

            “…”

            แอพพลิเคชั่นทั้งสามยังถูกเก็บเอาไว้ในคันธนู

            มีนาชะเง้อหน้ามาดูแล้วพูด

            “ไหนบอกว่าเอาไปรวมร่างแล้วไงคะ”

            ก่อนหน้านี้ซีลอร์ดได้คืนทั้งหมดมาให้เพื่อต่อสู้ในบททดสอบที่จะฟื้นคืนชีพให้นรินทร์เรื่องนั้นยังไม่ได้เล่าให้มีนาฟังอย่างละเอียด

            “พอดีได้คืนมาจากคนที่ไม่อยู่ที่นี่น่ะ”

            หากเล่าทั้งหมดคงจะยาวเกินไปแล้วเจ้าหล่อนเองก็ไม่ได้เซ้าซี้จะถามแต่เปลี่ยนหัวข้อคุยไปเป็น…

            “ถ้าอย่างนั้นคุณอิงศรช่วยรวมร่างปีศาจให้ดูหน่อยได้ไหมคะ”

            มีนาจ้องมองเขาด้วยสายตาซุกซนเหมือนเด็กเห็นของเล่น

            “แล้วทำไมต้องกะทันหันแบบนี้เล่า”

            “ถ้าไม่เตรียมตัวก่อนจะทำไม่ได้เหรอคะงั้นไว้ให้พร้อมก่อนก็ได้ค่ะ”

            “…”

            ดูเหมือนหล่อนต้องการจะเห็นเขารวมร่างปีศาจเอามากๆ นั่นเป็นเพราะสัญชาตญาณของสายอาชีพซัมมอนเนอร์ของหล่อนรึเปล่านะ

            ”มีปีศาจที่อยากได้เป็นพิเศษรึไง”

            “ก็ทำนองนั้นแหละค่ะ”

            “แล้วเธอรู้เหรอว่าต้องรวมตัวอะไรกับตัวอะไรน่ะ”

            “ไม่รู้หรอกค่ะ”

            หล่อนตอบแบบนั้นแต่กลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะบอกว่าไม่รู้แต่ขอให้ทำ

            “…”

            “ที่จริงคือแค่เดาเอาค่ะมีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งที่มีคำอธิบายว่าเป็นซาลามันเดอร์สองหัวเพราะงั้นถ้าเอาซาลามันเดอร์ที่ฉันมีอยู่แล้วสองตัวมารวมร่างกันอาจจะได้มาก็ได้ค่ะมันแข็งแกร่งแล้วก็หายกว่าซาลามันเดอร์ปกติ”

            เมื่อพูดสิ่งที่อยากพูดเสร็จมีนาก็เปิดหน้าจอคลังแล้วหยิบเอาเคียวที่เป็นอาวุธประจำตัวออกมา เรียกหน้าจอรายละเอียดของมันแล้วพลิกหน้าจอนั้นให้ดู

            บนหน้าจอเขียนบอกรายชื่อของปีศาจที่ติดตั้งเอาไว้เรียงรายเป็นแถวมีอยู่ประมาณสิบรายการได้

            “นี่เธอมีเดม่อนแอพเยอะขนาดนี้เชียว”

            “นอกจากเวตาลที่ได้ตอนเข้ากองทัพแล้วที่เหลือก็ซื้อเอาหลังจากแพทซ์อัพเดททั้งนั้นแหละค่ะดูเหมือนว่าถ้าเป็นซัมมอนเนอร์แล้วจะมีปีศาจให้เลือกซื้อมากกว่าอาชีพอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกอ่อนแอที่ใข้ประโยชน์ไม่ค่อยได้เวลาสู้แต่ว่ามันถูกดีเลยกว้านซื้อมาเก็บไว้ค่ะ”

            พอเห็นแบบนั้นแล้วอิงศรก็เริ่มอยากจะรู้ว่าภายในร้านค้าของตัวเองมีปีศาจแบบไหนให้ซื้อขึ้นมาอีกบ้างรึเปล่า

            ครั้งล่าสุดที่ดูไปมันก็ประมาณอาทิตย์ที่แล้วดังนั้นอาจจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากก็ได้

            ในครั้งนั้นร้านค้าปีศาจของเขาไม่มีอะไรขายอยู่เลยและถ้าจำไม่ผิดของกวินทร์ก็มีแต่ปีศาจที่มีอยู่แล้วคือแจ็คฟรอส กับ แจ็คโอแลนเทิร์น มีนาเคยพูดไว้ว่ามันเป็นเพราะร้านจะจัดหาปีศาจที่เข้ากันได้กับคนๆ นั้นมาขายเท่านั้น

            ทั้งแบบนั้นแล้วเขาก็ไม่เคยเห็นเอลิกอร์วางขายอยู่ในร้านค้าทั้งที่มันถูกกำหนดให้เป็นปีศาจที่เข้ากับตัวเขาได้มากที่สุด

            …ถึงจะไม่คิดแบบนั้นก็เถอะ เว้นแต่ความเข้ากันได้ที่ว่าจะหมายรวมถึงความพยายามจะยึดครองร่างกายของเอลิกอร์ด้วย เพราะเข้ากันได้ดีปีศาจเลยมีพลังมากเกินไปจนควบคุมไม่ได้หรือไม่ก็…

            เขานี่แหละที่จิตใจแท้จริงแล้วอาจจะวิปริตเหมือนปีศาจ ที่ไหนซักแห่งในจิตใจอาจจะเหมือนกับเอลิกอร์ก็เป็นได้

            “…”

            อิงศรเปิดหน้าจอร้านค้าปีศาจของตัวเองบ้างแต่ภายในนั้นว่างเปล่าเหมือนเดิม

            มีนาซึ่งดูอยู่ก็พูดว่า

            ปีศาจที่มีขายมีแต่พวกชั้นกลางลงไปอย่างพวกภูตหรือไม่ก็วิญญาณธาตุทั้งนั้นแหละค่ะเอลิกอร์ที่เข้ากับคุณอิงศรนั้นถือเป็นปีศาจชั้นสูงระดับเจ็ดสิบสองขุนนางปีศาจแห่งโซโลม่อนคงไม่มีวางขายง่ายๆ อยู่แล้วบางทีคุณอิงศรอาจจะระดับสูงมากจนไม่มีปีศาจระดับกลางถึงต่ำที่เข้ากันได้เลยก็ได้ค่ะ ถ้าดูจากปีศาจที่ออกมาจากอาคานาร์ที่คุณอิงศรมีก็ล้วนแต่เป็นปีศาจชั้นสูงเทพเจ้าไม่ก็สัตว์มายาทั้งนั้นเลย”

            แล้วไอ้แบบนั้นควรจะดีใจรึเปล่าล่ะ”

            ก็พูดยากค่ะการที่สามารถใช้ปีศาจเก่งๆ ได้นับเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากแต่ถ้าพูดเรื่องประสิทธิภาพแล้วมันก็ทำให้ใช้งานยากไปด้วย”

            สรุปตามคำพูดของหล่อนแล้วก็คือควรภูมิใจแต่ไม่น่าดีใจอย่างนั้นสินะ

            งั้นเรื่องรวมร่างปีศาจน่ะออกไปข้างนอกกันเถอะเดี๋ยวขวัญมันตื่นเอา

            เขาเสนอโดยที่คิดว่าคงเลี่ยงไม่ทำให้มีนาไม่ได้ แล้วไหนๆ ก็ถือเป็นการทดลองเรื่องพลังของอาคานาร์ไปในตัวเลยก็ได้ยังมีเรื่องเกี่ยวกับอาคานาร์อีกมากที่ยังไม่รู้ได้โอกาสหาข้อมูลทั้งทีก็ควรจะคว้าไว้ก่อน

            มีนาเห็นด้วยกับข้อเสนอนั้น แล้วพวกเขาก็พากันออกไปจากห้อง

            การทดลองรวมร่างซาลามันเดอร์สองตัวผลที่คือความล้มเหลว มีนาเสียแอพพลิเคชั่นปีศาจไปเปล่าๆ สองอันแต่หล่อนก็มีสำรองอยู่อีกมาก

            พวกเขาจึงสรุปเรื่องการทดลองรวมร่างว่ามีโอกาสสำเร็จและล้มเหลวโดยถ้าล้มเหลวปีศาจวัตถุดิบจะหายไปเลย

 

            @@@

 

            ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้นเอง

            จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังคงโปรยปรายลงมา

            เน็กซ์ เด็กชายซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มออกตามหานรินทร์ซึ่งนัดกันไว้ว่าจะมาปรึกษาเรื่องสกิลกันแต่รอจนกระทั่งเย็นย่ำแล้วนรินทร์ก็ไม่มาหาที่ล็อบบี้เสียทีจึงเริ่มออกตามหา

            โดยอาศัยตัวระบุตำแหน่งจากระบบปาร์ตี้ พี่อิงศรจับทุกคนที่อยู่ที่นี่ใส่รายชื่อเข้ากลุ่มปาร์ตี้เอาไว้เพื่อให้สามารถติดตามกันได้นั่นรวมถึงพวกมนุษย์ต่างดาวด้วย

            แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่มันทำได้เพียงแค่ระบุตำแหน่งอย่างหยาบๆ เท่านั้นไม่สามารถรู้รูปพรรณของสถานที่ในบริเวณรอบๆ รวมไปถึงความสูงต่ำของพื้นที่ด้วยจึงไม่รู้ว่าตอนพี่นรินทร์อยู่ที่ไหน รู้เพียงแค่ว่ายังมีสัญญาณระบุว่าอยู่ภายในอาคารพักอาศัยหลังนี้

            เมื่อมีเบาะแสอยู่แค่นั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือไล่หาตั้งแต่ชั้นหนึ่งไปจนถึงชั้นบนสุด

            เน็กส์ตามหาไล่ขึ้นมาจนถึงชั้นที่สี่แล้วก็พบกับความแปลกประหลาดเข้า

            เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีที่มายืนอยู่ตรงจุดเดียวกันในแผนที่บนหน้าจอซึ่งระบุตำแหน่งของพี่นรินทร์ไว้

            “….”

            ตอนที่สำรวจไล่ขึ้นมาจากชั้นหนึ่งตรงจุดนี้มักจะเป็นเสาค้ำเพดานที่สร้างยื่นออกมาจากผนังเป็นอย่างนี้อยู่สามชั้นจนกระทั่งขึ้นมาถึงชั้นที่สี่ที่ตรงนี้กลับกลายเป็นพื้นที่ว่างอย่างจงใจ

            เน็กส์ลองขึ้นไปสำรวจที่ชั้นห้ามาแล้วและพบว่าในบริเวณเดียวกันที่ชั้นห้าเป็นระเบียงทางเดินโล่งๆ ที่ไม่มีอะไรเลยเหมือนจะเป็นจุดสำหรับเดินชมวิวเสียด้วยซ้ำ

            ถ้าอย่างนั้นเสาค้ำเพดานติดผนังที่สร้างยื่นออกมานั่นก็ดูจะจงใจเกินไปหน่อยลักษณะเหมือนสร้างขึ้นมาปกปิดอะไรบางอย่าง

            เน็กส์เคยอ่านเจออะไรแบบนี้ในนิยายแนวไขปริศนาสมัยที่ยังอยู่ในศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าของอารย-สนธยา ในนิยายเรื่องนั้นตัวเอกเจอทางเข้าไปสู่ห้องลับซึ่งถูกปกปิดด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติ

            เหตุการณ์ในตอนนี้ช่างละม้ายคล้ายกันจนเกิดความคิดแบบเด็กๆ ขึ้นมา...

            บางทีพี่นรินทร์อาจจะไปเจอห้องลับเข้าแล้วออกมาข้างนอกไม่ได้

            “…”

            เน็กส์ยืนจ้องมองผนังเปล่าๆ อยู่พักหนึ่งโดยที่ยังไม่สำรวจอะไรเพิ่ม

            ถ้าหากไปโดนอะไรที่ทำให้เส้นทางสู่ห้องลับปรากฏขึ้นมาก็อาจจะเข้าไปติดเหมือนพี่นรินทร์

            เด็กชายคิดอย่างนั้นเพราะมีตัวอย่างในหนังสือเหมือนกันที่ตัวประกอบหลงเข้าไปติดอยู่ในทางลับจนอดตายอยู่ในนั้น

            ในที่สุดเน็กส์ก็ตัดสินใจได้

            ไปเรียกพวกพี่อิงศรมาดีกว่าแหะ

            ยังไงพี่อิงศรก็หัวดีและเก่งน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าอีกอย่างข้างนอกก็เริ่มมืดแล้วป่านนี้พี่พลอยคงจะเริ่มเป็นห่วง

            ตอนที่หันหลังกลับไปนั่นเองก็พบว่ามีคนมายืนรออยู่ข้างหลัง

            น่าแปลกมาก

            ผิดปกติสุดๆ

            ผู้ที่ยืนรออยู่นั้นไม่มีกลิ่นอายที่ทำให้เขารู้สึกถึงตัวตนเลยแต่ก็เป็นแค่ผู้หญิงแก่หลังค่อมเส้นผมที่หงอกขาวตามวัยยาวปะบ่า ใส่เสื้อสีดำและนุ่งผ้าถุงหรืออาจจะเป็นกระโปรงที่ยาวปิดเท้ามิดชิด

            ถ้าเป็นในช่วงโลกก่อนจะล่มสลายหญิงแปลกหน้าคนนี้คงจะทำให้เขารู้สึกกลัวและต้องระวังเป้นอย่างมาก มีการสอนอยู่บ่อยภายในกลุ่มเด็กกำพร้าด้วยกันว่าให้ระวังคนแปลกหน้า แต่ที่นี่คือโลกหลังการล่มสลาย

            เน็กส์รู้จักปารป้องกันตัวและผ่านการฝึกฝนต่อสู้มาเหมือนกับพวกพี่ๆ เด็กกำพร้าที่ถูกจับกลับไปยังอารย-สนธยาโดยอวโลกิตะ

            ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงหญิงชราท่าทางอ่อนแอและไร้พิษสง

            น่ากลัว...

            เน็กส์รู้สึกแบบนั้น รู้สึกได้ว่าดวงตาของหญิงชรากำลังคุกคามเขาและแฝงไว้ด้วยความลึกลับที่บอกไม่ถูก

            แล้วยังมีจุดที่แปลกอยู่อีก จุดสำคัญที่ทำให้เน็กส์ระวังตัวแจขึ้นมาก็คือหญิงชราผู้นี้ไม่มีแถบพลังชีวิตลอยอยู่บนศีรษะ

            คุณยายเป็นใครกันปีศาจเหรอหรือว่าคนที่โดนทำให้เป็น NPC”

            เน็กส์ดึงเอาไม้เท้าออกมาจากพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมพลางทบทวนอาคมสกิลอยู่ภายในหัวให้สามารถร่ายได้ทันทีที่ต้องตอบโต้การจู่โจมของอีกฝ่าย

            หญิงชราผู้นั้นยิ้ม

            ฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหู แค่จ้องมองเฉยๆ ก็รู้สึกหวาดกลัวรู้สึกได้ว่าถูกคุกคาม

            อะ

            รู้สึกตัวอีกทีเขาก็ถูกหญิงชราที่เข้ามาประชิดตอนไหนไม่รู้ผลักมือใส่หน้าอกจนเซถอยไปชนกำแพง

            มีเสียงเหมือนสวิตซ์หรืออะไรบางถูกกดดังกริ๊กขึ้นมาแล้วผนังยุบตัวลง

            ก่อนที่จะตกลงไปด้านหลังผนังเน็กส์รวบรวมสมาธิทั้งหมดแล้วร่ายสกิล

            วินด์วาร์ป!!”

            สายลมพัดโหมโอบล้อมกายแล้วเน็กส์ก็หายตัวไปโผล่ข้างหลังหญิงแก่

            คุณยายเป็นใครกันถ้าไม่ตอบผมจะโจมตีแล้วนะ!”

            เน็กส์ข่มขู่ไปแต่สายตาก็จับจ้องไปยังจุดที่เป็นผนัง ที่ตรงนั้นยุบลงไปเป็นช่องทางลับอย่างที่คาดเดาเอาไว้และดูเหมือนจะเป็นหลุมลึกเลยทีเดียว

            ขณะเดียวกันยายแก่ก็หันกลับมา หันมาแต่หัวในแบบที่มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางทำได้

            มึงไม่ใช่คนเรอะไอ้หนู

            เหวอ!!”

            ด้วยความตกใจเน็กส์กระโจนตัวถอยหลังจนชนกับราวกั้นระเบียง

            ในหัวทั้งสบสนและหวาดกลัวจนนึกรวมสมาธิร่ายสกิลไม่ได้เลย

            ช่วย...

            สิ่งที่เน็กส์คิดได้คือร้องตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ทว่าเสียงกลับหายไป ไม่ว่าจะพยายามตะโกนมากเท่าไหร่เสียงก็ไม่เล็ดลอดออกมาจากปากเลย

            ช่วงที่ตื่นตระหนกอยู่นี้เขาก็ถูกหญิงแก่ยื่นมือมาจับที่หัวไหล่แล้วถูกโยนด้วยกำลังมหาศาลเข้าไปในช่องทางลับ

            เมื่อผนังที่ยุบลงไปพลิกกลับขึ้นมาแล้วหญิงชราก็หายตัวไปจากที่แห่งนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น