Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 194 : Login 191: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (ความผิดปกติ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

Login 191: พงศาวดารแห่งเทวาสุรสงคราม (ความผิดปกติ)

 

            วันถัดมาพายุยังคงโหมพัดใส่เกาะอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้า

            จนถึงตอนนี้ก็เลยช่วงเที่ยงวันมาแล้วแต่ทั้งลมกับฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

            บนเกาะจึงกลายเป็นสถานที่อันตรายที่จะออกไปเดินเพ่นพ่านดังนั้นทุกคนจึงตกลงกันว่าวันนี้จะเก็บตัวอยู่ภายในรีสอร์ท

            “…”

            ตั้งแต่เช้ามิ่งขวัญก็ยังไม่ยอมลุกออกจากเตียง

            ไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามากินข้าวกินปลาเอาแต่ขลุกอยู่ข้างในห้องจนอิงศรรู้สึกเป็นห่วง

            ดังนั้นนรินทร์จึงถูกตามตัวมาเพื่อดูอาการให้มิ่งขวัญ

            “ดูเหมือนจะมีไข้นิดหน่อยน่ะให้นอนพักเยอะๆ ก็พอ

            นรินทร์พูดสรุปอาการขณะแตะหลังมือบนหน้าผากมิ่งขวัญที่ยังนอนสะลึมสะลืออยู่บนเตียง

            ได้ยินดังนั้นอิงศรก็มีสีหน้าโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

            ถ้าหากไม่ได้อยู่ร่วมทีมกันมาซักระยะหนึ่งแล้วก็คงดูไม่ออก เพราะว่าอิงศรชอบเก็บสีหน้า เก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองตรงจุดนั้นทำให้รู้สึกคล้ายกับพลเอกสิงห์อยู่ไม่น้อย

            อิงศรพูดใส่น้องชายที่ยังครึ่งหลับครึ่งตื่น

            “ถ้างั้นก็ลุกขึ้นมากินข้าวซักหน่อยไหมจะได้หายไวๆ น่ะ

            ถึงคำพูดจะค่อนข้างรุนแรงไปซักหน่อยที่จะใช้กับคนป่วยแต่สำหรับคนเป็นพี่น้องกันก็คงจะใช้คำพูดประมาณนี้

            แต่มิ่งขวัญกลับ...

            “จะนอน

            ตอบห้วนๆ เพียงแค่นั้นแล้วปิดตาลงทันที

            “เป็นแบบนี้มาตั้งกะเช้าแล้วนะ

            อิงศรถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ท่าทางจะสุดทนแล้วจริงๆ นั่นแหละ เขาเคยเห็นอิงศรทำหน้าแบบนั้นแค่ตอนที่โดนมีนาแกล้งหยอกเท่านั้น

            แต่ก็ยังมีเรื่องน่าสงสัยอยู่

            “ยังไงก็เถอะมันน่าสงสัยนะ

            นรินทร์พูด

            “เรื่องอะไร

            อิงศรถาม

            “ก็สถานะ เป็นไข้น่ะมันก็มีใช่ไหมล่ะแต่ทำไมถึงไม่ขึ้นเป็นสถานะบนหน้าจอพลังชีวิตเลยล่ะ

 

มิ่งขวัญ Lv.102 [/////25000:25000/////]

 

            พวกเขาเหม่อมองหน้าจอแสดงพลังชีวิตของมิ่งขวัญ

            ทุกอย่างยังดูปกติดีทั้งที่ในเวลานี้บนโลกซึ่งล่มสลายและกลายเป็นเกม เรื่องปกติจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ

            “แต่เอาเถอะอาจจะแค่เหนื่อยเฉยๆ ก็ได้ตัวเกมคงจะมีระดับที่กำหนดเอาไว้ถึงจะแสดงเป็นสถานะผิดปกติแหละนะ

            นรินทร์สรุปอย่างนั้น เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงรึเปล่าแต่หลักสำคัญในฐานะเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ได้ศึกษามาแล้วไม่ควรสร้างความกังวลโดยไม่จำเป็นให้กับญาติผู้ป่วย

            “โกหกหน้านายมันบอกชัดๆ ว่าเมื่อกี้เดาส่งเดชน่ะ

            “เห นี่อิงศรได้สกิลอ่านใจมาจากคุณซีลอร์ดด้วยแล้วเหรอ

            อิงศรหัวเราะแห้งๆ เป็นการตอบรับว่ามุกที่เขาเล่นมันไม่ตลก

            “ฮะฮะฮะ ยังห่างชั้นหมอนั่นอีกเยอะ...ซะที่ไหนเล่าตกลงแล้วเจ้าขวัญจะไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม

            นรินทร์พยักหน้า

            “อืม เท่าที่ดูเนี่ยแค่ตัวร้อนนิดหน่อยแล้วก็มีอาการอ่อนเพลียเพราะใช้แรงไปเยอะเป็นอาการพื้นๆ น่ะยังบอกอะไรไมได้หรอกแล้วถึงจะใช้สกิลช่วยรักษาไปแต่ถ้าอาการยังไม่ออกมาเป็นสถานะผิดปกติที่แสดงบนพลังชีวิตก็ยังทำอะไรไม่ได้หรอกนะ

            “งั้นก็ยังทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะอาการหนักกว่านี้สินะ

            “แหมอิงศรล่ะก็ น้องชายตัวเองก็น่าจะใจดีด้วยหน่อยนะของแบบนี้มันต้องพูดว่าเดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นเองไม่ใช่เหรอ

            “แค่พูดแก้เคล็ดแหละน่า ถึกๆ อย่างขวัญน่ะเจอแค่นี้ไม่ตายง่ายๆ หรอก

            อิงศรหลบตาเล็กน้อยตอนที่พูด ดูเหมือนตั้งใจจะปกปิดใบหน้าที่แดงขึ้นเล็กน้อยเพราะกำลังเขินอายที่แสดงความเป็นห่วงน้องชาย

            “อิงศรเนี่ยรักน้องมากเลยสินะ

            “พูดมากน่า

            “แต่ว่านะผมว่าอิงศรไปอาบน้ำหน่อยก็ดีนะแล้วมาเช็ดตัวขวัญด้วยจะยิ่งดี

            นรินทร์พูดพลางยกมือบีบจมูกประกอบการพูด

            “ตั้งแต่เข้าห้องมานี่มีกลิ่นตุๆ ลอยอยู่จางๆ ด้วยนี่เมื่อคืนไม่ได้อาบน้ำก็เข้านอนเลยสินะ

            อิงศรที่ถูกติเรื่องกลิ่นตัวก็ตอบมาอย่างเกร็งๆ

            “รู้แล้วล่ะน่าก็เมื่อคืนมันเกิดเรื่องวุ่นๆ ก็เลยขี้เกียจแต่เดี๋ยวจะไปอาบแล้วจะขนน้ำกลับมาเช็ดตัวให้หมอนี่อีกที

            “แล้วก้อย่าลืมเปลี่ยนเสื้อให้ด้วยล่ะให้นอนทั้งที่ไม่ใสเสื้อแบบนี้อาการจะแย่หนักเอาถึงอากาศจะไมได้เย็นมากก็เถอะ

            เขาเพียงแนะนำไปตามสควรเท่านั้นแต่อาจจะเพราะพูดมากเกินไปอิงศรถึงได้ตอบมาอย่างประชดประชันว่า

            “คร้าบ คุณแม่

            นรินทร์หัวเราะ

            “ต้องรักน้องให้มากๆ นะลูกศร

            “เดี๋ยวก็อัดซะหรอก

            “ฮะฮะฮะ

            พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกพักหนึ่งแล้วจึงพากันออกจากห้อง

 

            ตึกพักสำหรับบริการแขกที่พวกเขาพักกันอยู่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงห้าชั้น ตรงกึ่งกลางถูกเว้นไว้สร้างเป็นสวนที่ตกแต่งอย่างอลังการทั้งลำธารจำลอง น้ำตกจำลองและพืชพันธุ์นานาชนิด แต่นั่นก็เป็นเพียงอดีตไปแล้ว

            ธารน้ำในปัจจุบันแห้งขอดและถูกเติมเต็มด้วยน้ำฝนแทน พวกต้นไม้ที่ไม่ได้รับการดูทำให้ล้มตายกลายเป็นซากไปและเหลือเพียงวัชพืชกับต้นไม้ที่แข็งแรงพอจะอยู่ในสภาวะที่ไม่ได้รับการดูแล

            บนระเบียงทางเดินชั้นสี่ ที่ด้านหน้าห้องพักนั่นเองนรินทร์กับอิงศรแยกกันที่นั่น

            อิงศรจะไปอาบน้ำส่วนเขาก็มีธุระที่ต้องไปจัดการเหมือนกัน ที่ห้องพักชั้นสามซึ่งนอนร่วมกับฟูและมิกซ์ เขาซึ่งได้รับฝากหน้าที่ให้ดูแลทุกคนที่มาจากสถานเด็กกำพร้าอารย-สนธยาด้วยเหตุผลที่คล้ายๆ กับอิงศรและอีกเหตุผลก็คือถูกฟูกับมิกซ์ขอร้องมาว่าอยากจะนอนด้วยกันเหมือนสมัยก่อน

            แม้ว่าพลอยกับนิวที่ต้องแยกไปนอนรวมกับมีนาที่แยกเป็นห้องผู้หญิงโดยเฉพาะจะงอแงอยากมานอนด้วยก็ตาม

            ชั้นห้าทั้งชั้นเป็นของพวกผู้หญิง ชั้นสี่ของอิงศรกับมิ่งขวัญและอีกห้องของกวินทร์กับเมษา แล้วที่ชั้นสามก็มีพวกมนุษย์ต่างดาวแยกกันพักอยู่คนละห้อง ชั้นสองเป็นห้องจัดงานให้เช่ากับทางเชื่อมไปชั้นลอยนอกตึกที่มีสระว่ายน้ำ ชั้นหนึ่งเป็นล็อบบี้

            สาเหตุที่ต้องกระจายกันอยู่ซะทุกชั้นที่เป็นโซนห้องพักขนาดนี้ก็เพราะไม่ใช่ทุกห้องที่จะใช้งานได้ บางห้องก็ชำรุดไปตามเวลา

            พอเดินไปถึงทางเลี้ยวที่จะนำไปยังบันไดนรินทร์ก็นึกขึ้นมาได้

            “จริงสิดูเหมือนจะไม่ได้ให้ดื่มน้ำเลยถ้าดื่มน้ำด้วยน่าจะช่วยลดไข้ได้

            กว่าอิงศรจะกลับมาจากอาบน้ำคงใช้เวลาซักพักพอคิดแบบนั้นแล้วจึงหันกลับตั้งใจจะเดินไปที่ห้องอิงศรอีกครั้ง

            แต่เพราะมีฝนสาดเข้ามาบนระเบียงทำให้พื้นลื่น

            “อะ เหวอ!

            นรินทร์ก้าวเท้าพลาดไปทำให้เสียหลักจะล้ม แต่ก็ยื่มมือไปยันผนังไว้ทัน

            แกร๊ก เสียงเหมือนกลไกอะไรบางอย่างทำงานดังขึ้นมา จากนั้นผนังที่เขายื่นมือไปยันก็จมลงไป

            “อุหวา~”

            ผนังที่ว่าแท้จริงเป็นบานประตูแบบพลิกบนกับล่าง นรินทร์ถูกบานประตูที่พลิกขึ้นมาช้อนร่างเทลงไปในช่องว่างเบื้องหลังผนังที่มืดมิดและมองไม่เห็นก้น

 

            สถานที่ซึ่งตกลงมานั้น ทั้งมืด ทั้งอับชื้น

            ไม่มีแสงสว่างส่องลงมาถึงข้างล่างจึงมองไม่เป็นอะไรซักอย่าง รู้เพียงแค่ว่าหลังจากถูกประตูลับกลืนลงมา เบื้องหลังประตูนั่นเป็นทางลาดชันที่พาให้ลื่นลงมาเป็นระยะทางที่สูงพอสมควร นรินทร์รุ้สึกว่าใช้เวลานานเกือบครึ่งนาทีกว่าจะหล่นลงมาถึงข้างล่าง

            พื้นที่ก้นลงจ้ำเบ้าไปนั้นมีน้ำขังอยู่ ทำให้เปียกและเย็น ได้ยินเสียงน้ำไหลลงมาจากทิศต่างๆ

            ที่ไหนกันเนี่ย

            นรินทร์ลองขยับตัว ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแข้งขาก็ไม่หักด้วยเพียงแต่รู้สึกระบมที่ก้นเท่านั้นเพราะเหมือนตอนที่ตกลงมาจะนั่งถับอะไรซักอย่างที่ค่อนข้างแข็งแต่เปราะบาง มันแตกเป็นเสี่ยงทันทีที่เขาตกลงมาทับมันแล้วลอยไปตามน้ำมาติดอยู่ที่มือ

            เมื่อลองลุกขึ้นยืนโดยพยายามระวังส่วนหัวเพราะไม่แน่ใจว่าเพดานสูงแค่ไหน จากากรที่ยืนจนสุดขารวมถึงยืดแขนและเขย่งเท้าดูแล้วยังจับไม่ถึงเพดานทำให้พอคาดเดาได้ว่าที่นี่น่าจะกว้างประมาณห้องๆ หนึ่งเลยทีเดียว

            “…”

            นรินทร์เลิกคาดเดา เขาพยายามนึกดูว่ามีอะไรที่พอจะให้แสงได้บ้าง

            ในคลังไม่ได้ติดไฟฉายมาด้วยถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่วิธีใช้สกิลที่มีผลพิเศษในการส่องแสง

            หลังจากนึกอยู่ซักพักว่าจะใช้สกิลอะไรที่ทำให้ส่องแสงได้นานๆ และไม่ใช่พวกที่ทำให้เกิดไฟซึ่งจะเผาไหม้ออกซิเจน เพราะเขาไม่รู้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ปิดหรือเปล่า

            แล้วนรินทร์ก็ตัดสินใจร่ายสกิล

            ไลท์โบลว์!!”

            นรินทร์กำมือแล้วชูขึ้นเหนือศีรษะ แสงสว่างเปล่งประกายออกมาจากกำปั้นของเขา ขับไล่ความมืดที่ห้อมล้อม เปิดเผยสิ่งที่เร้นกายอยู่ในความมืดมิดออกมา

 

[Light Blow Lv(2/2)

Element: Light

Attribute: Physical Attack , Special Attack , Holy

รวบรวมพลังแห่งแสงไว้ที่กำปั้น การโจมตีปกติครั้งถัดไปจะเป็นการซัดด้วยหมัดสร้างความเสียหายกายภาพและพิเศษโดยคิดจากพลังกายและพลังเวทรวมกัน]

 

            เดิมที ไลท์โบล์ว เป็นสกิลโจมตีสำหรับฮอทปิทัลเลอร์สายต่อสู้โดยตรงซึ่งเน้นไปที่การโจมตีด้วยความเสียหายสองแบบพร้อมกันทำให้เป็นสายต่อสู้ที่มีความสมดุล ส่วนตัวเขาเลือกสกิลนี้ใส่มาในชุดสกิลก็เพราะไม่รู้จะเพิ่มอะไรเข้ามาอีกนอกจากสกิลสนับสนุนที่มีมากเกินพอแล้ว พวกสกิลสายโจมตีอื่นๆ ก็มีแต่ของอาชีพพื้นฐานสเปลเลอร์ที่ต้องใช้เวลาในการร่ายค่อนข้างนานรวมถึงพลังเวทของเขาก็ไม่ได้มากพอจะใช้สกิลได้รุนแรง ดังนั้นสกิลนี้ซึ่งพลังสองแหล่งร่วมกันและไม่เสียเวลาในการร่ายจึงเป็นตัวเลือกที่น่าใช้สำหรับเอาไว้ป้องกันตัวและในตอนนี้มันก็ประยุกต์เอามาใช้แทนไฟฉายได้เหมือนกัน

            เมื่อได้แสงมาแล้วนรินทร์ก้ก้มหน้ามองกลับไปที่พื้นซึ่งเจิ่งนองไปด้วยน้ำ เพื่อมองหาสิ่งที่เขานั่งทับมันอยู่จนถึงเมื่อครู่

            สิ่งนั้นมีสีขาวขุ่นคล้ายกับพลาสติก เนื่องจากมันถูกทับจนแตกทำให้เหลือเป็นเศษจึงระบุไม่ได้ว่าคืออะไรนอกจจากจะหยิบมันขึ้นมา

            ทันทีที่หยิบจับสิ่งนั้นสัมผัสจากมือก็บอกให้รู้ในทันทีว่าสิ่งที่หยิบขึ้นมานั้นไม่ใช่พลาสติกอย่างที่ตาเห็น

            พื้นผิวของมันไม่ได้เรียบเสียทีเดียวแต่มีความหยาบและแข็งคล้ายกับองค์ประกอบของแคลเซียมอยู่มาก

            กระดูกงั้นเหรอ

            แถมยังเป็นกระดูกมนุษย์...ชิ้นที่เขาหยิบขึ้นมาดูเหมือนจะเป็นส่วนของกะโหลกศีรษะบริเวณเบ้าตาขวาด้วยรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างจะเฉพาะจึงทำให้รู้ในทันทีว่ามันเป็นกระดูกของมนุษย์

            นรินทร์สอดส่องแสงไปทั่วทั้งบริเวณเพื่อหาดูรอบๆ แล้วก็พบเข้าอย่างที่คิดเอาไว้

            มีกระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายลอยกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง

            จากจำนวนของหัวกะโหลกที่พบแล้วไม่ได้มีแค่คนเดียวแต่ดุเหมือนจะเคยเกิดการสังหารหมู่ขึ้นที่นี่หรือไม่ก็มีอุบัติเหตุอะไรซักอย่างทำให้คนมาตายรวมกันอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมาก

            ยังดีที่ว่าคนที่ตกลงมาที่นี่เป็นตนเอง...นรินทร์คิดแบบนั้น

            ตัวเขาซึ่งได้รับประสบการณ์จากการเป็นหน่วยแพทย์ทำให้ต้องพบเจอศพหรือกระดูกที่น่าสะอิดสะเอียนอยู่บ่อยครั้งจนรู้สึกชินชา หากคนที่อื่นที่ตกลงมาไม่ใช่เขาหรือคนที่จิตแข็งๆ หน่อนอย่างอิงศรหรือพวกมนุษย์ต่างดาวที่ไม่สนใจมนุษย์อยู่แล้วคงได้สติแตกเป็นแน่

            ที่ต้องทำในตอนที่ยังประคองสติเอาไว้ได้ก็คือสำรวจสถานที่ให้มากที่สุดและหาทางหลบหนีออกไป

            นรินทร์เริ่มเดินไปรอบๆ

            ทั่วทั้งสี่ทิศทางเป็นผนังปูนทั้งหมดและมีน้ำไหลซึมลงมาจากข้างบน คงจะเป้นน้ำฝนที่ซึมลงมายังชั้นใต้ดิน ทางเข้ามีเพียงท่อที่เขาตกลงมาจากประตูลับข้างบนซึ่งอยู่บนเพดานและสูงเกินกว่าจะกระโดดขึ้นไปถึงหรือต่อให้กระโดดถึงลักษณะของปล่องท่อก็สูงชันจนปีนไม่ไหวอยู่ดี

            สภาพคล้ายกับเป็นที่ทิ้งขยะอย่างไรอย่างนั้น

            หรือว่าที่นี่จะเป็นที่สำหรับทิ้งศพเพื่อปกปิดอำพรางคดีกันนะ

            นรินทร์เริ่มคิดไปถึงว่าที่รีสอร์ทแห่งนี้อาจจะเคยเกิดคดีฆ่าคนมาก่อนแล้วบางทีฆาตกรอาจจะยังอยู่ที่นี่

            ถ้าเป็นแบบนั้นตัวเขาหรือทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต

            “ก็อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอกแต่คงไม่เป็นไรมั้ง

            ข้างบนนั่นมีแต่คนเก่งอยู่เต็มไปหมดไม่มีคนธรรมดาอยู่เลยซักคนเดียว เพราะที่นี่คือโลกที่ล่มสลายโลกที่หากไม่แข็งแกร่งก็อยู่ไม่รอดแถมยังมีสามหัวหอกบนสุดของห่วงโซ่อาหารในโลกที่ล่มสลายนี้อย่างราชครูมนุษย์ต่างดาวอีกฝ่ายฆาตกรที่อาจจะยังมีตัวตนอยู่นั่นแหละที่จะต้องหวาดกลัวพวกเขา

            แต่ก่อนหน้านั้นคงต้องห่วงตัวเองก่อนแล้วล่ะ

            นรินทร์พึมพำเพื่อไม่ให้รู้สึกเงียบเกินไปเพราะตอนนี้ที่ขารู้สึกได้ว่าน้ำกำลังไหลไปที่ไหนซักแห่ง

            เขาส่องไฟลงไปที่พื้น

            กระดูกซี่โครง

            กะโหลกศีรษะ

            กระดูกข้อต่อ

            กระดูกแขน กระดูกขา

            มีแต่กระดูกลอยเท้งเต้งเต็มไปหมด แล้วกระดูกเหล่านั้นก็ลอยวนไปวนมาเหมือนเป็นน้ำวนอยู่ตรงกึ่งกลางห้อง

            “…”

            บางทีอาจจะมีท่อระบายน้ำหรือทางที่ให้น้ำไหลออกไปได้อยู่ตรงนั้น

            นรินทร์กำหมัดที่เปล่งแสงด้วยใจเต้นระทึกแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่ว่า

            เมื่อกวาดเอากองกระดูกที่ขวางทางออกไปน้ำทั้งห้องก็ไหลบ่าเข้ามาที่จุดนี้

            ไหลผ่านตะแกรงเหล็กที่อยู่ข้างล่างซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะให้ผู้ใหญ่สองคนลงไปพร้อมกันได้

            “…“

            นรินทร์ลองส่องไฟดูแต่ก็มองไปไม่ถึงก้นของด้านหลังตะแกรง

            มีความเป็นไปได้สองอยางสำหรับการหนีออกไปทางนี้คือมันจะไหลลงไปยังทะเลกับข้างล่างเป็นบ่อกักขยะก่อนจะระบายออกทะเลอีกที ถ้าเป็นอย่างหลังก็มีสิทธิ์จะติดอยู่ข้างล่างแล้วออกไปไมได้จนอดตายอยู่ในนั้น

            แต่ถึงไม่ต้องเลือกทางนี้เขาก็ยังมีอีกทางหนึ่งคือติดต่อไปหาใครซักคนแล้วให้ลงมาช่วยเขาขึ้นไป

            นั่นเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เรียกหน้าจอขึ้นมาจะติดต่อไปหาอิงศร

            แต่ทว่า

            กึง กึง กึง

            ก็มีเสียงกระแทกผนังดังขึ้นมาเสียงปะทะฟังดูรุนแรงเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบอยู่อีกฟากของผนัง

            ไม่นานนักผนังก็ปริร้าวและพังทลายลง

            เสียงกรีดร้อง

            เสียงคำราม

            เสียงมากมายดังระงมข้ามมายังฝั่งนี้

            นรินทร์ฉายไฟไปยังทิศที่ว่าเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            สัตว์เทวะ!”

            หนูท่อยักษ์ที่เคยเห็นป้วนเปี้ยนอยู่ตามเมืองเป็นสัตว์เทวะที่ไม่แข็งแกร่งนัก แต่ว่าพวกที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นกลับมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าเกือบสองเท่าแถมยังดุร้ายกว่าปกติดูเหมือนจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ของเกาะบวกกับห้องใต้ดินทำให้หนูท่อพวกนี้อยู่ดีกินดีจนกระทั่งกลายเป็นสัตว์เทวะพวกมันก็เลยดูแข็งแกร่งกว่าตัวปกติทั่วไปด้วย

            แล้วไหนยังจะจำนวนที่มีมากกว่าสิบตัวนั่นอีก

            นรินทร์แตะนิ้วค้างไว้ที่หน้าจอสื่อสารตั้งใจจะเรียกให้ใครซักคนช่วย

            ช่วย...

            เพราะความลนลานทำให้ยังไม่ได้เลือกคู่สื่อสารก็ดันร้องขอความช่วยเหลือเสียแล้ว แต่เสียงทั้งหมดก็ถูกเสียงกรีดร้องหรืออาจจะเป็นเสียงคำรามของหนูดัง จี๊ดๆ จนระงมไปทั้งห้องใต้ดินกลบไป


***เลทไปหน่อยเนื่องจากมเอวานไรท์แองค์งับ โหมงานดึกหลายวันพอได้นอนทีนอนยาวเบย TwT ตื่นมาพร้อมกับงานท่วมหัวคืนนี้ต้องดึกอีกแบ้ววว เอาเป้นว่าเจอกันอีกทีวันอังคารเน่อ ****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น