Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 188 : Login 185: เกาะแห่งการต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 ธ.ค. 60

Login 185: เกาะแห่งการต่อสู้


            อิงศรรู้สึกตัว

            เด็กหนุ่มปรือตาขึ้น มีแสงสว่างเจิดจ้าแยงเข้ามาจนต้องหลบหน้าหนี

            เมื่อสายตาปรับชินกับแสงสว่างแล้วสิ่งแรกที่มองเห็นก็คือทราย

            กลิ่นเค็มของน้ำทะเล

            เสียงคลื่นสาดกระทบฝั่ง

            ดูเหมือนว่าเขาจะยังอยู่ที่ชายหาดที่สนามรบ

            อิงศรชันตัวขึ้นนั่งแล้วเริ่มมองสำรวจไปรอบๆ

            สิ่งที่เขาติดไว้ตอนแรกผิดไปถนัด ที่นี่ไม่ใช่ชายหาดที่เคยมีฐานทัพของเมตไตรยตั้งอยู่แต่เป็นชายหาดบนเกาะโดดเดี่ยวที่มองเห็นแต่ทะเลสีฟ้าล้อมรอบ

            อิงศรกวาดตามองบริเวณรอบตัว มองหาว่ามีใครบ้างที่อยู่ที่นี่ซึ่งพอจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นหรือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่

            โดยที่พยายามนึกเรื่องเท่าที่จำได้ในหัว

            จำได้ว่า ก่อนจะหมดสติไปนั้นตนกับพวกพ้องกำลังต่อสู้กับแฟรนเซียมแล้วลูนาริส แอดมินิสเทรเตอร์ผู้เปรียบเป็นดั่งพระเจ้าที่สร้างโลกนี้ก็มาปรากฏตัว

            ในตอนสุดท้ายพระเจ้าได้ตัดริบเอาฟันเฟืองไปจากเขารวมถึงจากทุกคนที่มีมันแล้วทำลายทิ้งพรอ้มกับมอบคำพิพากษาให้แล้วหายไปพร้อมกับทิ้งลำแสงที่เปลี่ยนทุกสรรพสิ่งให้เป็นขี้เถ้าลงมา

            ถึงตรงนี้ก็เริ่มจะนึกไม่ออกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

            “เราได้ยินเสียงเจ้าซีเซียมในตอนนั้นด้วยนี่นะ

            อิงศรรำพึงกับตัวเอง อย่างสุดท้ายในความทรงจำเท่าที่เค้นมาได้ก็คือซีเซียมทำอะไรบางอย่าง

            นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่

            แล้วทุกคนไปไหนกันหมด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวยิ่งทำให้อิงศรรู้สึกร้อนรนจนทนนั่งอยู่เฉยไม่ได้

            เมื่อทบทวนความคิดของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยจึงลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆ หาด

            ทันทีที่เริ่มเดินไปได้เพียงสองก้าวเขาก็พบพวกพ้องคนหนึ่ง

            “มีนา

            อิงศรมองร่างของเด็กสาวที่นอนสลบไม่ได้สติจมอยู่ในกองทรายไปครึ่งตัว นั่นทำให้เขามองไม่เห็นเธอในตอนที่ตัวเองยังนั่งอยู่

            เขาวิ่งเข้าไปหาทันที ลงมือขุดทรายรอบๆ แล้วดึงตัวมีนาขึ้นมา

            “มีนา มีนา

            ลองเรียกชื่อของเด็กสาวดูแต่หล่อนก็ยังไม่มีปฏิกิริยา

            เขาลองเขย่าร่างเด็กสาวเบาๆ

            “เฮ้ ได้ยินรึเปล่าตื่นหน่อยสิ

            แต่ดูเหมือนคนที่ต้องตื่นควรจะเป็นตัวเองมากกว่า

            อิงศรเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเข้าไปช่วยหล่อนออกมาจากเครื่องทำสวน มีนาก็หมดสติไม่ตื่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

            ด้วยความกังวลอิงศรจึงสำรวจหาสัญญาณชีพทันที

            “พลังชีวิตก็มีอยู่ ส่วนลมหายใจ…”

            เขาคิดจะลองแนบหูกับหน้าอกหล่อนเพื่อฟังเสียงหัวใจแต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง

            “แบบนั้นคงไม่งาม

            แถมถ้าเมษารู้เข้าคงได้มีเรื่องยาวแน่

            อิงศรคิดได้ดังนั้นก็จับมีนา นอนลงกับพื้นแล้ววางมือแนบหน้าท้องเหลื่อมขึ้นไปเกือบจะถึงหน้าอกเพื่อจะวัดการยุบตัวของกระบังลม ซึ่งผลออกมาคือหล่อนยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมตื่น

            “การขับเคลื่อนเครื่องทำสวนคงใช้พลังมากล่ะมั้ง

            ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ตัวเขาที่ขึ้นขับดีเซมแมร์พอลงมาแล้วก็หลับไปร่วมอาทิตย์ มีนาเป็นคนรายงานให้เขาฟังเอง

            แต่ตอนนี้ตัวเขาที่เพิ่งจะขึ้นขับจูลลับบิตต้ามาก็ไม่ได้มีอาการอ่อนเพลียหรืออะไรทำนองนั้น

            ถ้าจะบอกว่าเพราะเป็นครั้งแรกเลยยังไม่ชินก็ไม่น่าจะใช้อธิบายมิ่งขวัญที่ขึ้นขับโดโกบาร์เป็นครั้งแรกแต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรแสดงให้เห็น

            “งั้นก็เป็นที่ความสามารถของแต่ละคน

            ข้อนี้ก็ยากจะยอมรับเช่นกัน มิ่งขวัญนั้นถึงจะเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางร่างกายสูงแค่ไหนก็ไม่น่าจะถึงกับมีผลต่อการขึ้นขับเครื่องทำสวน

            อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องพวกนั้น ในเมื่อมีนายังปลอดภัยดีสิ่งต่อไปที่สมควรจะทำก็คือติดต่อหาพรรคพวกแล้วรีบรวมตัวกันอีกครั้ง

            คงไม่ใช่แค่เขากับมีนาหรอกที่กระเด็นมาที่นี่ ถ้าหากว่านี่เป็นฝีมือของซีเซียมคนอื่นๆ ก็น่าจะอยู่ด้วย

            อิงศรเปิดหน้าจอสื่อสารแล้วเปิดไปยังหน้ากลุ่มซึ่งมีรายชื่อของทุกคนในทีมใส่เอาไว้ การติดต่อผ่านช่องทางนี้ทุกคนจะได้ยินกันหมด ช่วยประหยัดเวลาได้มากที่สุดแล้ว

            “ฮัลโหลนี่ฉันเองนะทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง

            คนที่ตอบกลับมาเป็นคนแรกคือนรินทร์

            ‘อิงศรเหรอ ตอนนี้พวกผมกำลังรวมตัวกันอยู่ทางชายหาดฟากตรงข้ามกับอิงศรน่ะ ที่มาแล้วมีผม ฟู มิกซ์ พลอย เน็กส์กับนิวก็อยู่เหมือนกัน

            เท่ากับตอนนี้กลุ่มเด็กกำพร้าอยู่กับนรินทร์ครบทุกคน

            “ว่าแต่ทำไมถึงรู้ว่าทางฉันอยู่ตรงไหนได้ล่ะ

            ‘ใช้พลังของเมลคีเซเด็คผูกกับระบบติดตามน่ะเลยได้เครื่องแกะรอยแบบพอใช้ได้มา มีนาก็อยู่กับอิงศรใช่ไหม

            “อืม

            พอตอบไปแบบนั้นก็มีเสียงอีกคนแทรกเข้ามา

            ‘เฮ้ มีนาเป็นอะไรรึเปล่าขอคุยด้วยหน่อยสิ

            เมษานั่นเอง

            “เมษาเหรอ ตอนนี้ยัยมีนายังไม่ได้สติเลยว่าแต่พวกนายอยู่กันตรงไหนแล้ว

            แต่ผู้ที่ตอบคำถามมากลับเป็นนรินทร์

            ‘ดูเหมือนจะอยู่ในป่าบนภูเขาน่ะแล้วใกล้ๆ นั่นก็มีกวินทร์กับมิ่งขวัญอยู่ด้วย

            ‘สองคนนั่นอยู่แถวนี้เหรอ ไม่ยักเห็นแฮะตรงนี้มีฉันคนเดียว...

            แต่แล้วก็มีเสียงแทรกขึ้นมาอีก

            ‘เจอพี่เมษาแล้ว!

            เสียงแว่วเหมือนดังมาจากฝั่งเมษาเหมือนมีใครพูดแทรกมา

            เมษาพูด

            ‘ตอนนี้เจอกวินทร์กับน้องนายแล้วล่ะศร

            นรินทร์พูด

            ‘งั้นตอนนี้ก็ยืนยันคนในกลุ่มได้ครบทุกคนแล้วนะ

            อย่างที่นรินทร์กล่าวมา ตอนนี้พวกเขาแยกกันเป็นสามกลุ่ม เมษาอยู่กับมิ่งขวัญและกวินทร์ ส่วนนรินทร์กับพวกเด็กกำพร้าอยู่อีกกลุ่ม รวมเขากับมีนาก็ครบทุกคนแล้วแต่ว่า...

            “แล้วมีใครเห็นซีลอร์ดกับซีเซียมไหม โดโกบาร์ด้วย

            นรินทร์พูด

            ‘จริงด้วยสิยังไม่เห็นสามคนนั้นเลยนี่

            กวินทร์พูดเข้ามาในสายเช่นกัน

            ‘ทางนี้ก็ไม่เจอนะครับพี่ศร

            เมษาพูด

            ‘ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ

            นรินทร์พูด

            ‘เรื่องนั้นคงต้องถามสามคนนั่นเท่านั้นแหละ

            เขาเองก็สงสัยเรื่องนั้นเหมือนกันแต่ตอนนี้

            “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนตอนนี้พวกนายช่วยมารวมตัวกับฉันที่ฟากนี้ทีได้ไหม ทางนี้มีมีนาอยู่ด้วยน่ะ

            ถึงจะดูเห็นแก่ตัวอยู่บ้างแต่พวกเขาไม่รู้สถานการณ์บนเกาะแห่งนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรอยู่บ้าง แต่การแบกคนป่วยไปเดินทางไปบนสถานที่ที่ไม่รู้จักนั้นเสี่ยงเกินไป

            นรินทร์ตอบรับทันที

            ‘งั้นเอาตามนั้นเลยเดี๋ยวพวกผมจะรีบไปรวมกันที่นั่น พวกเมษามองขึ้นท้องฟ้าแล้วเดินไปตรงข้ามกับจุดที่พระอาทิตย์จะตกนะ

            แต่ก็มีเสียงไม่พอใจมาจากเมษา

            ‘ก็บอกว่าเดินไปทางทิศตะวันออกซะสิฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นซักหน่อย

            ทว่า

            ‘แล้วทางไหนเป็นทิศตะวันตกเหรอครับ

            กวินทร์กลับพูดแบบนั้น

            ‘…’

            หากนรินทร์ไม่บอกมาก่อนว่าให้มองดวงอาทิตย์ก่อนแล้วค่อยเดิน คำถามของกวินทร์คงพอฟังขึ้นบ้าง

            เมษาพูด

            ‘โอเค อย่างน้อยก็มีคนไม่รู้แหละนะ

            ‘อะไรน่ะครับพี่เมษาทำหน้าแบบนั้นจะบอกว่าผมโง่เหรอ

            ‘เปล่านี่ยังไม่ได้พูดเลยซักหน่อย

            ‘โธ่! พี่เมษาอ่ะ

            บทสนทนานั่นทำให้อิงศรแหงนหน้ามองท้องฟ้า ขณะที่คุยกันอยู่นี้เป็นช่วงคล้อยบ่ายแล้ว แสงแดดเริ่มจะเบาบางลงไปบ้าง

            หากเจ้าพวกนั้นยังมัวแต่คุยหยอกกันเล่นอยู่แบบนี้พระอาทิตย์คงตกดินก่อน

            “รีบๆ หน่อยเหอะเดี๋ยวก็มืดค่ำกันพอดีในทะเลตอนกลางคืนมันมืดสนิทเลยนะ

            ‘โอเค

            ‘งั้นเดี๋ยวเจอกัน

            หลังจากคำพูดนั้นอิงศรตั้งใจว่าจะตัดสาย

            แต่ทว่า...

            กลับได้ยินเสียง ซ่าแปลกๆ เหมือนมีอะไรแทรกตัวผ่านเม็ดทรายดังแว่วมา แถมไม่ได้มีแค่เสียงเดียวแต่ดังแว่วมาจากทุกทิศทาง

            อิงศรไหวตัวต่อเสียงนั้นจึงเปิดหน้าจอคัลแงล้วชักคันธนูมาเตรียม

            ‘มีอะไรรึเปล่าอิงศร

            นรินทร์ถาม ท่าทางจะได้ยินเสียงขึงสายลูกธนู

            “ที่นี่เหมือนจะมีตัวอะไรอยู่ด้วย น่าจะสัตว์เทวะน่ะ

            อิงศรสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ แต่ยังไม่เห็นตัวอะไร อย่างไรก็ตามสัญชาตญาณกับประสบการณ์บอกเขาว่ามีศัตรูซุ่มรออยู่อย่างแน่นอน

            ‘เก่งมากรึเปล่า

            “ไม่รู้สิแต่ฟังเสียงแล้วน่าจะมากันเยอะน่ะ

            ‘เข้าใจละเดี๋ยวจะรีบไป

            เมื่อนรินทร์พูดจบ อิงศรก็พักสายไปแล้วตั้งสมาธิเพื่อค้นหาศัตรูต่อ

            เสียงแหวกเม็ดทรายดังขึ้นเรื่อยๆ เขาหันไปยังทิศที่เสียงน่าจะดังมา

            “ฉลามทรายสินะ

            อิงศรมองไปยังพื้นทราย ชื่อกับแถบพลังชีวิตลอยอยู่เหนือพื้นไม่มากนักเมื่อรวมกับแสงสะท้อนจากแดดทำให้มองจากที่ไกลๆ ไม่เห็น แต่มีครีบปลานับสิบแหวกผ่านกำลังมุ่งตรงมาที่นี่ ครีบเหล่านั้นเหมือนจะเป็นโลหะมีความคมเหมือนใบมีดเพราะมันสะท้อนแสงแดดแล้วดูมันวาว

            พวกสัตว์เทวะตีแถวเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลมปิดล้อมเข้ามา

           

Blade Fin Zodiac Lv. 86

[/////12580:12580/////]

 

            สัตว์เทวะเคลื่อนไหวโดยแหวกว่ายอยู่ใต้พื้นแล้วโผล่ครีบขึ้นมาเหมือนกับพวกฉลามในห้างที่เคยสู้ด้วยตอนเขายังเป็นเด็ก

            แต่ขนาดตัวกับเลเวลนั้นเทียบกันไม่ติด สัตว์เทวะที่อยู่ตรงหน้านี่มีขนาดของครีบที่โผล่ขึ้นมาสูงแทบจะท่วมหัวเขาซึ่งสูงถึง 180 เซนติเมตรแทบไม่อยากจะคิดถึงตัวของมันที่จมอยู่ใต้ทรายเลยว่าจะใหญ่ มโหฬารได้ขนาดไหน

            เปิดก่อนได้เปรียบ...อิงศรย้ำกับตัวเองที่กำลังหวั่นวิตกเรื่องขนาดตัวของสัตว์เทวะ

            “ฟาสช็อต!

            หลังจากร่ายสกิลซึ่งทำให้ยิงได้พร้อมกันสามนัดในครั้งเดียว อิงศรแผลงศรออกไปโดยกระจายเป้าหมายโจมตีใส่สามตัวที่ว่ายเหลื่อมขึ้นมาข้างหน้ามากที่สุด

            ลูกธนูเพลิงตกกระทบพื้นทรายแล้วระเบิด น้ำพุทรายพวยพุ่ง สัตว์เทวะกระโจนตัวพ้นขึ้นมาจากทราย ขนาดตัวของพวกมันใหญ่เท่ากับรถบรรทุกทั้งคันได้ ใหญ่เสียจนเงาของพวกมันกลมแสงแดดที่ส่องลงที่นี่ให้มิดได้ราวกับเกิดสุริยุปราคา

            การโจมตีเมื่อครู่ทำให้พลังชีวิตลดลงไปไม่ได้มากนัก แต่อิงศรก็ทำเพียงแค่เพื่อจะยืนยันกำลังรบของอีกฝ่ายแล้วตอนนี้เขาก็เห็นชัดเจนแล้วว่าควรจะถอยก่อน

            อีกฝ่ายมีขนาดตัวที่ใหญ่ระดับเลเวลก็สูงใกล้เคียงกับเลเวลของตน

 

อิงศร Lv.93

[/////12500:12500/////]

 

            แถมเขายังมีมีนาที่ต้องดูแลการเข้าปะทะกันตรงๆ ไม่เกิดผลดีแน่

            อิงศรสอดแขนเข้าในสายธนูเพื่อสะพายมันแล้วหันกลับไปอุ้มมีนาแล้วออกวิ่ง มุ่งหน้าตรงไปที่ป่าด้านหลัง

            มุ่งเป้าไปที่การวิ่งออกนอกเขตของสัตว์เทวะจะช่วยให้รอดพ้นจาการไล่ตามของพวกมันได้หรือถ้าหากขอบเขตกินอาณาบริเวณป่าเข้าไปด้วยก็ยังอาศัยปีนหนีขึ้นไปบนต้นไม้ได้ นอกจากนี้ในป่ายังมีที่ให้ซ่อนตัวหรือซุ่มยิงอีกมากมายสำหรับคนที่เคยฝึกฝนคลาสฮันเตอร์มาก่อน ป่าก็เหมือนเป็นสวนหลังบ้าน

            แม้ว่าน้ำหนักของเด็กสาวจะเบากว่าที่คิด แต่ถึงอย่างนั้นการวิ่งโดยมีสัมภาระก็ทำให้ความเร็วกับความคล่องตัวลดลงแล้วพื้นที่วิ่งก็ยังเป็นทราย

            อิงศรเร่งความเร็วเพิ่มไม่ได้จึงต้องเปลี่ยนท่าอุ้มเป็นแบกหล่อนพาดไว้บนบ่าแล้วดึงคันธนูอออกมา

            “เทคนิคัลเวพ่อน

            เปลี่ยนมันเป็นหน้าไม้เล็งยิงไปที่ตัวหนึ่งซึ่งว่ายเข้ามาใกล้มากที่สุด

            “วินด์ช็อก มาร์สไตรค์ !

            ลูกดอกที่ยิงไประเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงแผดเผาพื้นที่ครีบโผล่ขึ้นมา

 

Blade Fin Zodiac Lv. 86

[.....0:12580.....]

 

            แค่ทีเดียวฉลามเทวะนั่นก็ถูกย่างสดและกระดอนขึ้นมานอนดิ้นอยู่บนพื้นสองสามทีก่อนจะสลายไป หลงเหลือเพียงไอเทมจำนวนหนึ่งกองอยู่บนพื้น

            แต่อิงศรไม่มีเวลาจะหันไปเก็บหรือสนใจกับไอเทมพวกนั้นเขายังมีตัวที่ต้องจัดการอีกเก้าตัว

            ตัวเมื่อกี้เป็นตัวที่เขายิงด้วยฟาสช็อตไปก่อนแล้วหนหนึ่ง ถึงจะต้องโจมตีร่วมกันถึงสองสกิลแต่ดูเหมือนพลังของเขาจะเพิ่มสูงกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมากจากการไปที่วัดอารย-สนธยา

            น่าจะสู้ไหว

            อิงศรบอกกับตัวแบบนั้นแล้วหยุดเท้าที่กำลังจะวิ่งตรงไปที่ป่าที่อยู่ห่างไปอีกสิบก้าว

            ไม่ใช่ว่าเพราะต้องการต่อสู้แต่เพราะฉลามเทวะส่วนหนึ่งว่ายนำไปดักรออยู่ก่อนแล้ว ถ้าหากยังวิ่งตรงไปแบบนี้จะโดนเล่นงานประชิดตัวเอาได้

            อิงศรเล็งหน้าไม้ไปยังตัวหนึ่งที่ว่ายอ้อมาดักด้านหน้า

            “วินด์ช็อค จูปิเตอร์สไตรค์

            ลูกดอกสายฟ้าระเบิดพื้นคว้านเอาทรายพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับสัตว์เทวะ

            เนื้อของมันถูกสายฟ้าย่างสดจนส่งกลิ่นไหม้หอมๆ เหมือนปลาย่างโชยมา

            อิงศรไล่ยิงพวกมันที่ว่ายอ้อมมาดักไปอีกสองตัวทำให้ตอนนี้เขามีลูกไฟยูนิทสะสมจากสกิลครบสี่ลูกแล้ว

            ตอนนี้พวกที่มาดักข้างหน้าถูกกำจัดไปหมดทุกตัว แต่ยังเหลือที่ไล่ตามอยู่ข้างหลังอีกห้าตัว

            มียูนิทสำหรับใช้ท่าไม้ตายเพียงพอแล้วถึงจะยิงได้แค่เป้าเดียวแต่การหยุดเวลาของเครื่องทำสวนที่ออกมาคงช่วยสร้างจังหวะให้ในตอนสำคัญได้

            อิงศรหันหลังกลับแต่ก็ก้าวถอยเข้าไปหาป่าด้วยเช่นกัน

            อย่างไรก็ตามพวกฉลามเทวะกลับไม่ได้ไล่ตามมา

            ถอดใจไปแล้วเรอะ

            ถึงจะพูดแบบนั้นแต่อิงศรก็เข้าใจดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ สัตว์เทวะเคลื่อนไหวแบบกึ่งมอนสเตอร์ในเกม RPG ดังนั้นถ้ายังไม่ออกไปจากอาณาเขตพวกมันก็จะไม่หยุดไล่ตาม

            หมายความว่ามีอะไรบางอย่างทำให้พวกมันเลิกไล่ตามแถมยังพากันหายหัวไปหมด

            เงียบ

            ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม

            ไม่มีวี่แววของสัตว์เทวะหลงเหลืออยู่

            การเกิดขึ้นอันกะทันหันเช่นนี้

            ไอ้นี่มันหรือว่า...

            อิงศรรู้สึกคุ้นชินกับบรรยากาศดังกล่าวมาก่อน ความรู้สึกบอกเขาว่าเจ้านั่นกำลังจะมาที่นี่

            ทันใดนั้นเอง พื้นทรายเบื้องหน้าก็พูนตัวสูง พุ่งทะยานขึ้นไปสูงเสียดฟ้าและตกลงมา

            สิ่งที่โผล่ขึ้นมาหลังจากฝนทรายโปรยปรายคือสัตว์เทวะ

            จ่าฝูงงั้นเรอะ

            อิงศรพูด รู้สึกเหมือนไม่ได้เจออะไรแบบนี้มาซักพักแล้ว

 

Heraldic Beast Deity: Zodiac Dragon Scissor Lv. 100

[/////32000:32000/////]

 

            ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอิงศรคือสัตว์เทวะคล้ายกุ้งมังกรเพียงแต่มีลำตัวยาวดั่งงูและขนาดตัวเหมือนหลุดออกมาจากหนังสัตว์ประหลาด

            อิงศรเดาะลิ้น

            ชิ ต้องมาเจอตัวแบบนี้อีกจะซวยไปถึงไหนกันฟระ

            อิงศรเล็งหน้าไม้ไปที่สัตว์เทวะ ยังไงโจมตีก่อนก็ได้เปรียบ แล้วตอนนี้ก็มียูนิทพร้อมให้ใช้สกิลท่าไม้ตายแล้วด้วย

            จ่ายสี่ยูนิทจงตื่นขึ้นศรแห่งดวงดาวที่ทะยานผ่านฟากฟ้า บัลลิสต้าพันนิชเชอร์

            อิงศรเหนี่ยวไกหน้าไม้ แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ทำไมล่ะ ทำไมถึงไม่ออกมา

            ระหว่างที่ตกใจกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี่เองสัตว์เทวะก็จู่โจมเข้ามา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น