Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 185 : Login 182: Armageddon Epilogue 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ธ.ค. 60

Login 182: Armageddon Epilogue 4

 

            เมษาล้มลงอีกครั้งหลังจากยืนขึ้นมาได้เพราะมองเห็นความหวัง

            ความหวังที่อิงศรช่วยมีนาพี่สาวฝาแฝดของตนออกมาจากเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว

            แต่เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลก โชคชะตาอาจจะเป็นแฟนคลับของออร์ทิเกสซาร์ เข้าเครื่องทำสวนวิปริตที่ชอบผลักผู้คนให้จมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังโดยทำทีเป็นมอบความหวังให้ก่อน หรือไม่ก็สถานการณ์ตอนนี้ก็อยู่ในการคาดเดาของเจ้านั่น

            สถานการณ์ที่สิงห์ไปดักรออยู่ตรงนั้นแล้วสร้างอาณาเขตสีดำมืดด้วยดาบแปลกๆ ที่พากันโผล่ออกมาจากโพรงมิติที่ไม่รู้จักโอบล้อมอิงศร มีนา มิ่งขวัญ

            ทั้งสามคนหายเข้าไปในความมืดมิด

            ”มีนาทุกคน

            เมษาเปรยอย่างสิ้นหวัง

            ทั้งสิ้นหวัง ทั้งอ่อนแรง ตัวเองในตอนนี้รู้สึกเหมือนโลกมืดสนิทขึ้นมาทันใด

            มีใครบางคนแตะที่ไหล่อย่างแผ่วเบา

            “…”

            ฟูนั่นเอง เด็กหนุ่มกลายร่างกลับจากร่างมนุษย์หมาป่าแล้ว

            “พี่ศรกับเจ้าขวัญก็อยู่ด้วยต้องไม่เป็นไรแน่

            พูดออกมาอย่างมั่นใจทั้งที่ไม่มีหลักประกันอะไรในคำพูดนั่นเลย

            “…”

            เมษาพยักหน้าให้คำพูดที่ว่าอย่างไม่ลังเล

            ถึงจะไม่มีหลักประกันในคำพูดของฟูแต่ว่าเขาเชื่อใจอิงศร

            ‘เชื่อมั่นในพวกพ้องถึงจะเป็นคำพูดที่หวานเลี่ยนเกินไปหน่อยแต่ตอนนี้จำเป็นต้องทำแบบนั้น

            เมษาเรียกหน้าจอจัดการแอพพลิเคชั่นปีศาจขึ้นมา ตอนแรกตั้งใจว่าจะเก็บพลังเอาไว้สำหรับปล่อยหมัดพิฆาตทีเดียวแต่จากสถานการณ์ตอนนี้แล้วฝืนกั๊กพลังต่อไปคบไม่ทันเอามาใช้ดังนั้นจึงให้แอพพลิเคชั่นของปีศาจทั้งสองตัว มาหากาฬ กับ ซาโอก็อนเก็น ส่งพลังสนับสนุนพลังกายพื้นฐานมาให้

            การฟื้นฟูก็ถูกเร่งให้เร็วขึ้นด้วยพลังของปีศาจเช่นกัน

 

เมษา Lv. 69

[/....3500:10030.....]

 

            พลังชีวิตทยอยฟื้นฟูเรื่อยๆ พอกำลังเริ่มจะกลับคืนมาเมษาก็ยันตัวเองขึ้นจากพื้น

            เนื้อตัวมีแต่ทรายกับเลือดผสมปนเปกันจนเละไปหมด ในปากมีรรสทรายผสมอยู่นิดหน่อยด้วยจึงถ่มน้ำลายทิ้งไปขากหนึ่ง

            น้ำลายเป็นสีแดงเพราะมีเลือดผสมจากปากที่แตกแล้วทอดสายตาไปยังตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาปากแตก

            กรกฏ ที่น่าจะตายไปแล้วเพราะโดนลิเธียมผ่าร่างขาดครึ่งท่อนแต่กลับมายืนลอยชายในสภาพครบสามสิบสองแถมยังพลังชีวิตเต็มแถบทั้งที่เคยโดนหมัดของเขาชกจนลดลงไปบ้างแล้วแท้ๆ

            เมษาพอจะเดาสาเหตุได้ว่าทำไมกรกฏถึงได้ไม่ตาย ตอนนั้นเองรูบิเดียมก็พูดแทรกขึ้นมา

            “เพราะมีนิสัยชอบดูถูกชาวโลกนั่นแหละนายถึงได้เสียท่าง่ายๆ แบบนี้ลิเธียม

            “หมายความว่ายังไง

            ลิเธียมที่โดนหล่อนเสียบดาบทะลุจากหลังถึงอกพูดโดยที่มีเลือดไหลจากปาก

            “หมอนั่นน่ะที่จริงแล้วเป็นเดโมนอยด์ที่ทดสอบฝังซีรี่ย์ฮีโร่ลงไปในตัวโดยใช้ยีนส์ของเฮอคิวลิส วีระบุรุษในตำนานเลยมีพลังต้านทานพิษของไฮดร้าที่เป็นเดม่อนแอพยังไงล่ะ

            พอได้ยินที่รูบิเดียมพูด เมษาก็เข้าใจทุกอย่าง

            “ใช่ไฮดร้าจริงๆ ด้วย

            “รู้จักเหรอ?”

            ฟูถาม

            “เคยได้ยินมีนาพูดให้ฟังมาน่ะ เรื่องที่ว่ามีเดม่อนแอพที่ทำให้คืนชีพได้เก้าครั้งเหมือนมีสต็อกชีวิตเพิ่มแต่เขาว่าของมันแรง เพราะพิษจากตัวปีศาจทำให้คนใช้ตายครบเก้าชีวิตทันทีที่ใช้งานเลย

            แล้ววีระบุรุษเฮอร์คิวลิสก็คือวีระชนในตำนานกรีกที่เป็นผู้สังหารไฮดร้า บางทีคงใช้หลักการแบบนั้นมาประยุกต์จนสามารถควบคุมเดม่อนแอพต้องสาปพรรค์นั้นได้

            รูบิเดียมพูด

            “สำหรับคนที่มีความสามารถหลากหลายอย่างกรกฏถึงจะได้เดม่อนแอพอะไรไปก็ทำให้ความสามารถเด่นขึ้นด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าเป็นไฮดร้าที่ทำให้มีถึงเก้าชีวิตก็จะทำให้ดึงพลังทั้งหมดของเจ้าตัวออกมาสูงที่สุดยังไงล่ะ

            “นี่เราสู้กับสัตว์ประหลาดแบบนั้นมาตลอดเลยเหรอ

            เมษาเข้าใจขึ้นมาว่าที่สู้ไม่ได้เพราะทางนั้นเป็นครึ่งปีศาจมาตั้งแต่แรก

            แต่ถึงจะรับรู้เรื่องแบบนั้นเพิ่มก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น อย่างไรซะพวกเขาก็จนแต้มไปแล้ว

            พวกราชครูฝ่ายเดียวกันเสร็จรูบิเดียมไปเรียบร้อย

            พวกนรินทร์ก็โดนฝูงมนุษย์ต่างดาวล้อมอยู่อีกฟาก

            เขากับฟูเทียบกรกฏที่เป็นเดโมนอยด์ไม่ติด

            กำลังรบแพ้กันทุกทางมาตั้งแต่แรก เพียงเพราะมีเครื่องทำสวนอย่างออร์ทิเกสซาร์อาละวาดอยู่ทำให้กำลังรบระหว่างสองฝ่ายไม่ได้เข้าปะทะกันตรงๆ แต่พอกลายเป็นแบบนั้นเข้าพวกเขาก็หมดทางสู้

            ความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็ดันโดนกลืนหายเข้าในพายุดาบสีดำที่สิงห์สร้างขึ้น

            อิงศรที่อยู่ข้างในนั้นจะมีวิธีช่วยเหลือไหมนะ

            เมษาเหม่อมองไปที่พายุสีดำที่พวกอิงศรหายเข้าไป จ้องมองด้วยความคาดหวัง

            แล้วก็ได้รับการตอบสนอง

            “…”

            มีบางอย่างลอยอยู่เหนือพายุสีดำ

            ปีศาจของอิงศร เมอร์คาบาห์นั่นเอง

            เมอร์คาบาห์รวมพลังแล้วเหวี่ยงใบดาบทุ่มลงไปในพายุ

            ดาบแหวกผ่านดาบดำที่ก่อตัวเป็นพายุเหล่านั้นเหมือนแสงแหวกผ่านความมืด

            ทิวทัศน์ภายใต้ความมืดเปิดออก อิงศร มีนา มิ่งขวัญ ทั้งสามคนยังมีชีวิตอยู่

            แถมดาบของเมอร์คาบาห์ก็กำลังพุ่งตรงไปหาสิงห์

            เป็นดาบตัดสินอย่างนั้นสินะ

 

            @@@

 

            “จบกันแค่นี้แหละ!

            อิงศรประกาศอย่างมั่นใจ

            ในตอนที่ดาบของเมอร์คาบาห์เคลื่อนตัวเข้าใกล้แฟรนเซียมไปทุกขณะ

            แฟรนเซียมแหงนหน้าเหม่อมองดาบที่จะเข้ามาปลิดชีพตัวเอง

            “สูบเลือดไปให้มากกว่านี้แล้วตื่นขึ้นมาขั้นสุดท้ายของดาบเทวะ!

            เลือดของราชามนุษย์ต่างดาวไหลเข้าไปในดาบดำมากขึ้น ดาบขยับตัวขึ้นลงเหมือนลำคอกำลังสูบเอาเลือดเข้าไป พองตัวและปูดขยายเหมือนก้อนเนื้อกำลังเต้นตุบตับชวนสะอิดสะเอียน

            ขณะเดียวกันอิงศรก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของแฟรนเซียมเหมือนจะเปล่งแสงออกมาแวบหนึ่ง เพียงแค่แวบเดียวจริงๆ ที่มองเห็นประกายแสงรูปดาบฉายอยู่ในแววตาอันเย็นชานั่น

            “ซอร์ดไดรฟ์ อสูรมังกรเทวะแห่งจุดจบ อาซี-ดาฮากา-ดาเอวา !

            สิ้นคำดาบที่กลายเป็นก้อนเนื้อก็เปลี่ยนสภาพไปอย่างมาก ก้อนเนื้อขยุกขยิกเปลี่ยนเป็นเกล็ดสีดำมันวาว กลายเป็นมังกรแล้วเลื้อยคลาน ชอนไช ไปมาระหว่างโพรงมิติบนอากาศ

            มังกรพวกนั้นเข้าไปกันเป็นโล่ให้แฟรนเซียม ดูเหมือนเจ้าตัวจะมั่นใจในพลังป้องกันของมังกรจนไม่ยอมขยับเท้าหลบ

            แต่ทว่า

            “อะไร...

            เสียงอุทานของอีกฝ่ายดังขึ้นตอนที่ดาบสะบั้นหัวของมังกรที่เข้ามาขวางตัวแล้วตัวเล่า เสียงตัดเนื้อดัง ปึดระรัว เกล็ดขาด เนื้อเยื่อขาด สะบั้นเอ็นเนื้อขาด คอของมังกรดำที่ขาดกระเด็นก็แตกตัวเป็นหยดเลือดสีดำแล้วโปรยปรายดั่งฝน

            แฟรนเซียมจำใจต้องยอมกลืนศักดิ์ศรีแล้วกระโดดถอยหลังไป ดาบของเมอร์คาบาห์จึงพลาดตกใส่พื้นแล้วทำให้เกิดระเบิดคว้านเอาฝุ่นทรายลอยคละคลุ้ง

            ดาบลอยกลับไปหาเมอร์คาบาห์แล้วจึงลงมายืนขวางหน้าอิงศร กับมิ่งขวัญ กับมีนา

            เพราะการปะทะกันเมื่อครู่ทำให้จำนวนของมังกรที่ทับถมอากาศบริเวณรอบๆ หายไปพอสมควร โพรงมิติของตัวที่โดนตัดคอเองก็หายไปด้วย ดูเหมือนเมอร์คาบาห์จะเป็นตัวแก้ทางอาวุธของอีกฝ่าย

            อิงศรยืนยันเรื่องนั้นกับสีหน้าของแฟรนเซียมที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากแช่อยู่แบบเดิมมานาน

            แฟรนเซียมจ้องมองมาทางนี้ แต่มองไปที่เมอร์คาบาห์ คงกำลังประเมินผลอีกกระมัง

            ตอนที่เป็นสิงห์ ธุวดารกะ ก็เป็นคนที่เคลื่อนไหวด้วยเหตุหลและคุณค่าของการประเมินที่ตนเองคิดอยู่แล้ว พอเห็นเมอร์คาบาห์ทำเรื่องเกินความคาดหมายก็เลยให้ความสนใจสินะ

            แฟรนเซียมพูด

            “นึกไม่ถึงเลยว่าเมอร์คาบาห์จะมีพลังขนาดตัด อาซี-ดาฮากา-ดาเอวา ได้ ไม่สิตอนนี้มันเป็นปีศาจที่นายพัฒนาขึ้นมาเมอร์คาบาห์ฮันเซลัชช่านี่นะ

            “…”

            “แล้วมันมีขีดจำกัดขนาดไหนกัน

            ถูกถามมาแบบนั้น แต่อิงศรไม่คิดจะตอบอยู่แล้วอีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมอร์คาบาห์เก็บซ่อนพลังเอาไว้ขนาดไหน

            อิงศรวางร่างของมีนาลงข้างๆ มิ่งขวัญที่ตอนนี้นั่งทรุดเข่าอยู่กับพื้นเพราะอาการบาดเจ็บที่ได้รับตอนที่แฟรนเซียมโจมตีเข้ามาด้วยพายุดาบ แล้วก้าวออกไปยืนข้างหน้าแทน

            เปลี่ยนหน้าไม้กลับเป็นคันศรพร้อมกับชักดาบออกมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้แบบประชิดตัว

            แฟรนเซียมฉีกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาชักดาบออกมา

            “คิดว่าจะชนะได้รึไง

            “เออสิ

            อิงศรตอบกลับไป แต่ในใจรู้ดีว่าไม่มีทางชนะแน่เพราะคนที่สอนดาบให้เขาก็คือชายตรงหน้า

            แต่จะให้หนีก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี ต้องแบกทั้งมีนา แถมมิ่งขวัญยังมาบาดเจ็บ

            แล้วข้างหลังพวกเขาก็คือฝูงมนุษย์ต่างดาวที่ล้อมกลุ่มของนรินทร์อยู่รวมถึงมีข้าวหลามกับวิเชียรมาศในร่างปีศาจงูเตรียมพร้อมจะขย้ำพวกเขาทันที ถัดไปอีกก็เป็นรูบิเดียมที่ดูเหมือนจะไล่ต้อนพวกราชครูจนมุมไปเรียบร้อย

            หมดหนทางจะถอยโดยสมบูรณ์

            แม้จะมีหนทางให้ยอมก้มหัวให้แฟรนเซียมแลกกับการไว้ชีวิตพวกเขาทุกคนเพราะอีกฝ่ายยังต้องการเมอร์คาบาห์ด้วย

            ...แต่ก็ไว้ใจแฟรนเซียมไม่ได้อยู่ดีแล้วตอนนี้ถึงเจรจาต่อรองไปก็ไม่เป็นผลแน่           

            ‘งั้นก็มีแต่ต้องโค่นแฟรนเซียมลงให้ได้แล้วหาทางไปต่ออิงศรสรุปทางเลือกเช่นนั้น

            “…”

            “…”

            เวลาผ่านไปโดยที่ยังไม่มีใครขยับตัว

            แม้แต่การสู้รบของคนอื่นก็ยังหยุดไปด้วย ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขากับแฟรนเซียมราวกับเป็นการดวลตัดสิน ทั้งที่ต่อให้เขาโค่นแหรนเซียมได้จริงก็คงไม่เหลือกำลังจะไปต่อสู้กับศัตรูทั้งหมดที่นี่ได้

            “เขมือบมันซะอาซี-ดาฮากา-ดาเอวา กินแค่แขนกับขาก็พออย่าเพิ่งฆ่ามันซะล่ะ

            แฟรนเซียมพูดจบก็สะบัดดาบเหมือนสะบัดแส้ให้ม้าออกวิ่ง

            แล้วก็เป็นม้าจำนวนหลายสิบหลายร้อยตัวซะด้วย... มังกรดำเหล่านั้นพุ่งออกจากโพรงมิติราวกับม้าแข่งที่พุ่งออกจากจุดสตาร์ท

            “โทษทีนะแต่ผมคงปล่อยให้เธอฆ่าอิงศรไม่ได้

            จู่ก็มีเสียงดังขึ้นมาแบบนั้น พริบตาถัดมาก็มีแส้ใบมีดผุดทะยานขึ้นมาจากใต้พื้นทราย แส้เรียงตัวเป็นแนวลูกกรงหยุดฝูงมังกรไว้เพียงแค่ตรงนั้น

            “นี่แก

            แฟรนเซียมขบกรามพูด สายตาอันเกรี้ยวกราดจับจ้องยังสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซึ่งยืนขวางอิงศรอยู่อีกทอด

            “ซีลอร์ด!

            อิงศรกล่าวด้วยความตกใจ ซีลอร์ดที่แยกตัวไปก่อนจะมาที่นี่บัดนี้กลับมายืนหยัดเคียงข้าง

            “มันกำลังจะเริ่มแล้วสินะ

            ซีลอร์ดกล่าวขณะทอดสายตามองสนามรบ

            สนามรบอันยุ่งเหยิงที่มีมนุษย์กับมนุษย์ต่างดาวเข้าห้ำหั่นกันจนเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์พังไปถึงสามเครื่องบางทีหมอนี่อาจจะมาเพราะเรื่องนั้นมากกว่าที่จะมาช่วยพวกตนก็ได้

            ความรู้สึกบอกอิงศรเช่นนั้น ความรู้สึกที่จับได้จากบรรยากาศที่ซ๊ลอร์ดปล่อยออกมา

            ทันใดนั้นเอง...

            “เอ้าๆ หลบหน่อยพระเอกมาแล้ว!!

            ก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นตรงฟากที่พวกราชครูกระจุกกันอยู่

            ซีเซียมนั่นเอง ราชครูที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเขา หมอนั่นก็ตามซีลอร์ดไปตอนที่พวกเราแยกกันมา

            ไปทำอะไรซักอย่างที่ไม่ได้บอกพวกเขาแต่เป็นการเตรียมการเพื่อทางเลือกที่พวกเขาเลือกเดิน

            ทางเลือกซึ่งอิงศรได้ให้คำตอบไป

            เพราะซีเซียมเป็นราชครูลำดับที่สองซึ่งเป็นรองแค่แฟรนเซียมจึงขับไล่รูบิเดียมและปลดปล่อยราชครูทั้งสองออกมาอย่างง่ายดาย

            จากตรงนั้นเองสถานการณ์พลิกกลับไปอย่างมาก การปรากฏตัวของซีเซียมทำให้พวกมนุษย์ต่างดาวสับสนกันน่าดู

            “เดี๋ยวก่อนสินั่นมันท่านซีเซียมไม่ใช่เหรอ

            “แต่ว่าท่านรูบิเดียมบอกว่าท่านตายไปแล้วนี่ แล้วทำไมถึง

            มีเสียงถกเถียงกันมากมายดังขึ้นในหมู่มนุษย์ต่างดาว

            ท่าทางว่าสิทธิ์ในการชักเชิดมนุษย์ต่างดาวทั้งหมดอาจจะไม่ได้ขึ้นกับรูบิเดียมและแฟรนเซียมเท่านั้น

            ซีเซียมเริ่มพูดกับพวกมนุษย์ต่างดาวที่สับสนกันอยู่

            “ตาสว่างกันได้แล้วคนทรยศก็คือรูบิเดียมกับแฟรนเซียม ถ้าพวกแกยังคิดอยากจะขึ้นตรงกับไฮโดรเจนอยู่ล่ะนะ

            พวกมนุษย์ต่างดาวมองหน้ากันเลิ่กลักแล้วก็หันไปมองรูบิเดียมบ้าง ซีเซียมบ้าง เหมือนตัดสินใจกันไม่ถูก

            แล้วรูบิเดียมเองก็พูดแก้ต่างขึ้นมา

            “อย่าไปฟังนะนั่นมันตัวปลอม

            “เฮอะ ตัวปลอมเรอะใช่ซี้ก็แกเป็นคนสร้างพวกเราขึ้นมาทั้งหมดเลยนี่รูบิเดียม!

            “...”

            รูบิเดียมอ้าปากแล้วก็หุบลงเหมือนนึกคำพูดโต้แย้งไม่ออก เกิดสับสนขึ้นมาว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์เช่นนี้

            “สร้างขึ้นมา หมายความว่ายังไงกันน่ะ

            “ท่านกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่หรือครับท่านลำดับที่สอง

            พวกมนุษย์ต่างดาวเริ่มตั้งคำถาม

            “ฟังไว้ให้ดีล่ะพวกแก พวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ มนุษย์ต่างดาวทั้งหมดเป็นโคลนนิ่งที่รูบิเดียมสร้างขึ้น

            คำพูดนั่นสร้างความตื่นตระหนกให้กับฝูงมนุษย์ต่างดาวไม่น้อย มีชั้นครูตนหนึ่งถามขึ้นมา

            “หมายความว่าเหมือนกับพวกชั้นศิษย์น่ะเหรอครับ

            ซีเซียมพยักหน้าให้คำถามของชั้นครูตนนั้น

            “ใช่ ตัวต้นแบบของพวกเราน่าจะตายไปแล้วด้วยน้ำมือของเจ้านั่น

            แล้วชี้ไปทางที่แฟรนเซียมยืนอยู่

            “ตัวจริงของแฟรนเซียมก็คือชาวโลกรูบิเดียมก็ด้วยเป็นชาวโลกที่ควบคุมองค์กรที่เรียกว่า เมตไตรยที่พวกเรากำลังต่อสู้อยู่ไงล่ะ เรื่องนี้น่ะไฮโดรเจนยืนยันได้

            พวกมนุษย์ต่างดาวหันไปทางที่ซีเซียมชี้ พอเห็นซีลอร์ดที่ยืนประจันหน้ากับแฟรนเซียมก็เริ่มถกเถียงกันเองอีก

            แล้วพวกนั้นก็มองไปที่รูบิเดียมจนแทบจะเป็นสายตาเดียวกัน

            “เรื่องจริงหรือคะท่านลำดับที่สาม

            ดูเหมือนทุกตนจะให้น้ำหนักกับซีเซียมที่มาพร้อมกับซีลอร์ดมากกว่า

            “…”

            รูบิเดียมมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด หล่อนค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปสมทบกับข้าวหลามและวิเชียรมาศที่ล้อมหลังพวกอิงศรอยู่อีกที

            รูบิเดียมเปิดหน้าจอสื่อสารขึ้นแต่แอบซุกไว้ในมือแล้วเอาไปไขว้หลังพลางพูดกึ่งกระซิบให้มีเสียงพอเข้าไปที่หน้าจอได้

            “ชักไม่ดีแล้วนะแฟรนเซียมถ้าเกิดต่อต้านขึ้นมาล่ะก็พวกเรา...

            แต่ทว่า

            “ฮะฮะฮะ

            แฟรนเซียมกลับลั่นหัวเราะเสียงดัง ดังก้องไปทั้งหาด

            ทุกอย่างตกอยู่ในความสงบทันทีที่เสียงหัวเราะเงียบลง ทุกคนต่างก็สงสัยกับท่าทีของราชามนุษย์ต่างดาว

            “เอาแบบนี้เลยสินะเจ้าสุนัขรับใช้พระเจ้าแฟรนเซียมหยุดคำพูดแล้วเปลี่ยนน้ำเสียง

            งั้นก็ฟังให้ดีล่ะทุกคนที่อยู่ที่นี่!

            แล้วหันมาทางอิงศรเหมือนอยากจะให้เขาเป็นคนฟังมากที่สุด

            “อิงศรฉันจะบอกความจริงที่เจ้านี่มันไม่ได้บอกแก

            “อย่านะสิงห์...แบบนั้นมัน

            พอได้ยินแบบนั้นซีลอร์ดก็ออกตัวคัดค้านขึ้นมาทันทีราวกับไม่อยากให้แฟรนเซียมพูดออกมา

            เป็นเรื่องที่เขาไม่ควรจะรู้อย่างนั้นหรือ?

            ที่พอจะรู้ตอนนี้ก็คือซีลอร์ดยังเก็บงำความลับอะไรไว้อีก แล้วความลับนั่นก็อาจทำให้ซีลอร์ดเชื่อใจไม่ได้อย่างนั้นหรือเปล่า?

            อิงศรคาดเดาได้แค่นั้น บอกตามตรงว่าตอนนี้แทบจะตามสถานการณ์ไม่ทัน

            แล้วแฟรนเซียมที่ไม่ฟังคำทัดท้านของซีลอร์ดก็พูดออกมา

            “อิงศรนายคิดสินะว่าฉันที่เป็นคนปกครองพวกมนุษย์ต่างดาวเป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่างแต่มันกลับกันต่างหาก

 

***อาทิตย์นี้ต้องขออภัยที่ลงข้ามวันมากๆ ครับ เนื่องจากงานของไรท์เร่งเข้ามามากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทำให้ไรท์ต้องโต้รุ่งทำงานจนไม่มีเวลาปลีกมาเขียนเลย ดังนั้นอาทิตย์นี้จะขอเลื่อนวันลงเป็น อังคาร พฤหัส เสาร์ ไว้อาทิตย์หนึ่งนะครับ อุ๋ง****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น