Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 181 : Login 178: มังกรเทวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

Login 178: มังกรเทวะ

 

            ทั้งที่พลังแตกต่างกันมาก…

            พลังระหว่างเครื่องทำสวนที่ตนเป็นผู้ขับเคลื่อนกับเครื่องทำสวนที่ขยับด้วยความนึกคิดของตัวเอง

            แต่ก็ก้าวข้ามความต่างนั้นมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากกวินทร์

            อิงศรยังไม่ค่อยเชื่อความจริงที่เกิดขึ้นในตอนนี้

            ถึงแม้เครื่องทำสวนของเขาจะกลายเป็นดาบ จะเสียบทะลุลำตัวของออร์ทิเกสซาร์ที่แสนร้ายกาจนั่นไปแล้ว

            ชนะแล้ว’ ความจริงในเรื่องนั้นอิงศรไม่สามารถกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้

            ตอนที่เผด็จศึกเขารู้สึกเหมือนตัวเองฝันไปพริบตาหนึ่ง แต่เครื่องของเขาก็ขยับตัวไม่ได้อีกเหมือนกันเพราะเสียบปักอยู่กลางลำตัวของออร์ทิเกสซาร์

            พี่ศร!”

            เสียงของกวินทร์ดังลอดจากข้างนอกเข้ามาทำให้อิงศรได้สติ

            เด็กหนุ่มคิดถึงเรื่องที่ต้องทำต่อจากนี้

            ต้องช่วยมีนา”

            ตามแผนแล้วพอหยุดการเคลื่อนไหวของออร์ทิเกสซาร์ได้ก็จะใช้พลังของฟันเฟืองแทรกซึมตัวเองเข้าไปข้างในห้องบังคับที่มีนาอยู่ แต่ปัญหาก็คือ…

            ต้องทำยังไงกันล่ะ”

            เขาไม่รู้วิธีควบคุมพลังของฟันเฟือง แม้แต่ตอนที่เข้ามาที่ห้องบังคับของจูลลับบิตต้าก็เพราะได้ความช่วยเหลือจากเมอร์คาบาห์

            เมอร์คาบาห์ช่วยทีสิ บอกหน่อยต้องทำยังไงถึงจะไปหามีนาได้”

            แทบไม่ต้องรอให้มีการตอบกลับร่างกายของเขาก็เริ่มแตกตัว

            ร่างกายแตกตัวกลายเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอร์แล้วลอยออกจากห้องไป

            รู้สึกตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในห้องบังคับที่หน้าตาเหมือนเดิมแต่มีสิ่งที่แตกต่างออกไป

            ห้องนี้อยู่ในสภาพเสียหาย แสงสว่างจากผนังกระจกไม่ส่องสว่างเหมือนห้องที่จากมาทัศนวิสัยจึงมืดสลัว ผนังบางส่วนมีรอยแตกร้าวแล้วก็…

            อิงศรที่มองสำรวจไปรอบๆ ห้องรู้สึกว่าเท้าถูกอะไรบางอย่างดันอยู่จึงก้มหน้า

            มีนา!”

            เขาก้มตัวลงจับร่างของเด็กสาวที่นอนฟุบหน้ากับพื้นพลิกตัวหล่อนขึ้นมา

            แคร่ก เสียงเหมือนเปลือกไม้กะเทาะตัวแตกดังขึ้น บนผนังกระจกที่อยู่เบื้องหน้าเป็นฝั่งที่มีช่องสำหรับใส่ฟันเฟือง

            ฟันเฟืองสีขาวซีดเหมือนกระดูกที่เติมเต็มช่องว่างนั่นตอนนี้กำลังปริร้าวและแตกหลุดเป็นชิ้นๆ

            บนหลังของมีนามีร่องรอยของบาดแผลที่เพิ่งจะปิดสนิทและรอยขาดของเสื้อที่เหมือนกับมีอะไรแทงทะลุออกมา

            นั่นคงจะเป็นฟันเฟือง บางทีคงจะหลุดออกมาตอนที่ออร์ทิเกสซาร์เสียท่าให้เขา

            ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็คือภายในห้องบังคับของออร์ทิเกสซาร์

            มีนา ทำใจดีๆ ไว้ ได้ยินฉันรึเปล่ามีนา”

            อิงศรจับเด็กสาววางหนุนหัวบนหน้าตักแล้วเขย่าร่างให้รู้สึกตัว

            “…”

            แต่ไม่ได้ผล หล่อนไม่มีปฏิกิริยาเลย เขามองสำรวจตัวของเด็กสาวแต่ไม่พบบาดแผลอื่น ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่ฟื้นกันล่ะ

            สิ่งที่ยังช่วยให้เขาสงบใจได้อยู่จนถึงตอนนี้ก็คือมีนายังหายใจอยู่ บางทีหล่อนคงจะหมดสติเพราะผลข้างเคียงจากการเป็นฟันเฟืองให้กับออร์ทิเกสซาร์ อิงศรพยายามคิดแบบนั้น

            คิดเข้าข้างตัวเองให้ถึงที่สุดเพราะเขาจะต้องช่วยเธอแล้วพวกพ้องทั้งหมดกลับไปอย่างปลอดภัยให้ได้ แล้วเงยหน้าขึ้น ตะโกนบอกกับปีศาจให้มอบความช่วยเหลือ

            เมอร์คาบาห์เอาฉันกับมีนาออกไปข้างนอกที”

            วินาทีถัดมาหลังจากส่งเสียงออกไปแบบนั้น ร่างกายของพวกเขาก็แตกเป็นชิ้นและลอยทะลุผนังห้องออกไปสู่ด้านนอก

 

            @@@

 

            บนชายหาด

            ห่างไปจากจุดที่เครื่องทำสวนต่อสู้กันจนหยุดไปทั้งคู่เพียงเล็กน้อย

            สำเร็จแล้วครับพี่ศรเจ้านั่นมันไม่ขยับแล้ว”

            กวินทร์ตะโกนบอกด้วยความยินดีอยู่เบื้องหน้าเครื่องทำสวนที่ไม่ขยับราวกับเป็นแค่เพียงกองโลหะก้อนมหึมา

            ตอนนี้อิงศรคงจะหาทางทำอะไรซักอย่างเพื่อเข้าไปช่วยมีนา

            ต้องรีบไปบอกทุกคน…

            พอคิดแบบนั้นเด็กหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าที่ตนออกมาช่วยอิงศรต่อสู้กับออร์ทิเกสซาร์ได้ก็เพราะนรินทร์กับคนอื่นๆ ช่วยดึงความสนใจพวกมนุษย์ต่างดาวให้

            ดังนั้นกวินทร์ที่คิดขึ้นมาว่าควรจะต้องรีบกลับไปช่วยสนับสนุนก็ร้อนรนจะหันกลับไป

            แต่ทว่า…

            กวินทร์ วชิระ กล้ามากเลยนะที่มาทำลายตัวหมากของฉันน่ะ”

            ดาบตวัดลงมาที่ต้นคอพร้อมกับเสียงเกรี้ยวกราด กวินทร์ยกดาบของตัวเองไปขัดมันไว้แต่กลับสู้แรงปะทะไม่ได้

            อึก หนักอะไรแบบนี้เนี่ย”

            เด็กหนุ่มโดนดันกลับจนกระเด็นไปพร้อมกับดาบ ร่างกายลอยเคว้งอยู่นานเป็นหลักฐานว่าโดนฟาดมาแรงมากหากเป็นตามปกติแขนที่จับดาบคงจะหักไปแล้วแต่เพราะพลังของเวพ่อนไนซ์ทำให้ค่าสมรรถนะของร่างกายสูงขึ้นจนทนรับมันได้

            กวินทร์ถีบเท้าลงไปที่พื้นเพื่อชะลอความเร็วและหยุดลงตอนที่กระเด็นถอยห่างมาจากจุดเดิมร่วมสิบเมตรได้

            กระเด็นกลับมาอยู่กลางวงพวกพ้องพอดี

            กวินทร์เป็นอะไรรึเปล่า”

            นรินทร์ส่งเสียงมาจากทางด้านหลัง แต่กวินทร์ไม่ตอบรับซึ่งเป็นเรื่องยากที่เขาจะทำเมินรุ่นพี่ถึงขนาดนั้น

            ตัวเองควรจะต้องตอบกลับไปทันทีว่า ‘ไม่เป็นอะไรครับ’ แต่เสียงก็หายไปหมดแล้วเพราะได้เห็นตัวการที่ฟาดตนเองกระเด็นข้ามฝั่งมาถึงที่นี่

            ท่านพลเอก”

            ดวงตาของกวินทร์จับจ้องไปยังชายที่ฟาดดาบใส่เมื่อครู่

            ครั้งหนึ่งเคยเป็นความหวังและความแข็งแกร่งที่น่าชื่นชมและน่าเกรงขามสำหรับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเขาแล้วก็พวกรุ่นพี่เองคงคิดเหมือนกัน

            ถ้าอยู่ฝ่ายเดียวกันก็รู้สึกชื่นใจขึ้นเป็นกองแต่ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นศัตรูกัน แรงกดดันมหาศาลจึงก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ แรงกดดันที่มีชื่อว่าความกลัวเพราะรับรู้ถึงพลังของอีกฝ่ายกำลังกัดกิดจิตใจต่อสู้

            สิงห์ ธุรวดารกะ ตอนนี้คือแฟรนเซียมราชาของมนุษย์ต่างดาว ใบหน้ากับเรือนผมอันคุ้นเคยที่ตอนนี้เส้นผมเปลี่ยนเป็นสีเงินแบบเผ่าพันธุ์ต่างดาวไปแล้วกำลังจับจ้องสายตามาที่พวกเขา แล้วจึงหันไปมองเครื่องทำสวนที่กองกันอยู่ด้านหลัง

            เสียท่าเข้าจนได้นะออร์ทิเกสซาร์”

            แฟรนเซียมพูดน้ำเสียงนิ่งไม่มีอารมณ์เจือปนออกมาแต่สายตานั้นจับจ้องราวกับจะเย้ยหยันราชสีห์ที่ถูกกระต่ายจับตัว

            ผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า ผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่า

            แล้วตอนนี้พวกตนเป็นอย่างไหนกันแน่ ผู้ล่าที่ไล่ตามแฟรนเซียมมาเพื่อจะหยุดยั้งแผนการสร้างโลกในอุดมคติหรือผู้ถูกล่าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการร้ายนั่นกัน

            ตอนนี้พวกมนุษย์ต่างดาวรอบๆ ยังไม่โจมตีเข้ามา คงจะเกรงใจระดับราชครูที่ยืนรวมกลุ่มกับพวกเขาอยู่หรือไม่ก็แฟรนเซียมหรือรูบิเดียมเป็นคนสั่งเอาไว้

            แบบนี้ชักไม่ดีแล้วนะมีแผนสำรองไหมซุงรินริน”

            โพแทสเซียมเอ่ยถามนรินทร์

            แผนสำรองน่ะไม่มีหรอกตอนนี้คงต้องสู้ยื้อจนกว่าอิงศรจะกลับออกมานั่นแหละ”

            พอนรินทร์พูดทุกคนก็พากันกระชับอาวุธในมือ

            ตอนนั้นเองแฟรนเซียมก็เหมือนจะให้สัญญาณมือมา พวกมนุษย์ต่างดาวที่ล้อมพวกเขาเป็นสัญญาณดังกล่าวก็พากันกรูเข้ามา

            การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือดโดยมีระดับราชครูฝ่ายพวกตนสองตนเป็นแกนนำในการต้านพวกชั้นครูซึ่งทำให้ได้เปรียบพอสมควร แต่พอรูบิเดียมที่ระดับสูงกว่าสองคนนั่นเข้ามาร่วมวงด้วยทิศทางการต่อสู้ก็เปลี่ยนไป

            ราชครูทั้งสองต่างก็ตึงมือกับรูบิเดียม พวกเขาจึงต้องต่อสู้กับชั้นครูตามลำพัง

            ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังถือไพ่เหนือกว่าได้เล็กน้อยเพราะถือครองพลังของปีศาจ พลังที่ชนะทางพวกมนุษย์ต่างดาวที่เป็นบุตรแห่งแสง

            ฟูกับมิกซ์กลายร่างปีศาจเข้าต่อสู้กับพวกชั้นครูที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาด้วยความประมาท

ฟูหวดค้อนใส่ชั้นครูที่กำหอกพุ่งเข้ามาหมายจะแทงนรินทร์จนต้องเบี่ยงหอกมาต้านรับค้อนเอาไว้

            พลังของมนุษย์หมาป่าที่ฟูปลดปล่อยออกมาสามารถยันกับชั้นครูเลเวล 100 ได้พอดี จากนั้นมิกซ์ที่กลายเป็นแวมไพร์ก็กางปีกค้างคาวบินขึ้นไปยิงกระสุนทะลุกลางศีรษะอีกฝ่าย มนุษย์ต่างดาวตนนั้นร่างกายแหลกเหลวเป็นปรอทไปในทันที

            ถึงจะฆ่าไปได้ตนหนึ่งแล้วแต่ยังมีเหลืออีกเป็นสิบๆ ตนเจ้าพวกนั้นยุกเข้ามาจากทุกทิศทางแม้แต่ใช้สกิลจู่โจมเข้ามาก็มี

            นาวาแองเคอร์!”

            กลุ่มของมนุษย์ต่างดาวเจ็ดตนสร้างกระแสน้ำโอบอุ้มหอกแล้วเหวี่ยงขว้างมาโดยมีกระแสน้ำยึดหอกกับแขนเอาไว้เหมือนฉมวกยิงปลา

 

[Naval Anchor Lv(3/3)

Element: Water

Attribute: Physical Attack

ห่อหุ้มอาวุธด้วยสายน้ำแล้วขว้างออกไปจู่โจมเหมือนสมอฉมวก]

 

            ฉมวกน้ำพุ่งตรงมาที่นรินทร์ เขาตั้งใจจะหลบมันแต่ก่อนหน้านั้นเอง

            มหาวาโย

            คมดาบเวทย์สีเขียวสดจำนวนหลายสิบเล่มก็แผ่พุ่งมาพร้อมกับลมพายุ พัดโถมใส่ฉมวกเหล่านั้นกระดอนออกไป

            เน็กส์เป็นคนร่ายสกิลช่วยเขาเอาไว้และช่วยสร้างจังหวะที่เกิดจากการคลื่นดาบเวทย์ส่วนที่เหลือจากการปะทะพุ่งเข้าไปหามนุษย์ต่างดาวพวกนั้น นรินทร์กำไม้เท้าในมือซ้ายแน่นพลางหลับตาตั้งสมาธิ พร้อมกับยื่นมือขวาออกไป

            เมื่อได้ยินเสียงแตรแว่วมาโลกจักถึงคราล่มสลาย ฤดูหนาวจะโหมกระหน่ำถึงสามปีหายนะจะกลืนกินโลกทั้งใบ

            แล้วร่ายสกิล

            กิอัลลาร์ฮอร์นฟิมบูลวินเทอร์!”

            ลมพายุอันหนาวเหน็บพัดจากฝ่ามือของนรินทร์ จากผงหิมะไปจนถึงเกล็ดหิมะ แผ่พุ่งออกมาพร้อมกับสายลมโถมใส่ศัตรูแล้วแช่แข็งทั้งเจ็ดตนนั่น

            สภาวะแช่แข็งนี้คือ แรคนาร็อค สภาวะพิเศษที่จะทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเท่าตัวแล้วก็มีคนที่รู้เรื่องนั้นดีจึงรีบจู่โจมทันทีที่สกิลสำเร็จผล

            เอลิเชี่ยนฟินาเล่!!”

            ลำแสงลอยข้ามหัวนรินทร์ไป

            พุ่งลงไปที่กลุ่มของมนุษย์ต่างดาวดาวแช่แข็งแล้วบดขยี้ทุกอย่าง

            ทั้งร่างน้ำแข็งกับแถบพลังชีวิตเหือดหายไปในพริบตากระทั่งปรอทเหลวจากการตายของมนาย์ต่างดาวก็ยังเดือดจนแทบจะระเบิดได้

            มิ่งขวัญผู้ที่กระโดดขึ้นไปยิงสกิลด้วยโล่จากทางด้านบนก็หล่นลงมายืนเคียงข้างกวินทร์

            รุ่นน้องทั้งสองตีสีหน้าจริงจังแล้วตวัดดาบออกไป

            แต่ตวัดใส่อะไรล่ะ?

            ช่วงที่คิดอยู่นั้นก็เกิดเสียงโลหะแหลมสูงดัง เคร้งแล้วทั้งกวินทร์ทั้งมิ่งขวัญก็ตัวลอยกระเด็นผ่านเขาไปหล่นตุบห่างประมาณสองก้าวเท้า ตอนนี้เองสายตาของนักเวทย์ที่ไม่สามารถตามสัมผัสอันเฉียบคมของพวกสายนักสู้ได้ถึงมองเห็นร่างของพลเอกผู้เป็นราชามนุษย์ต่างดาวที่โผล่มาอยู่เบื้องหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

            ดาบในมือของแฟรนเซียมยังมีควันลอยฉุยออกมา ควันร้อนจากการเสียดสีอย่างรุนแรงตอนที่ดาบปะทะกันด้วยแรงเหวี่ยงอันรวดเร็วจนแทบจะแหวกอากาศเลยกระมัง

            ดาบยาวรูปทรงคล้ายดาบญี่ปุ่นแต่ด้ามจับยาวเกือบครึ่งเล่ม เป็นดาบไทยแบบที่พวกขุนนางพกกันแล้วก็มีปีศาจสิงอยู่ในนั้นถึงสี่ตน

            มังกรฟ้า หงส์แดง พยัคฆ์ขาว เต่าดำ สี่สัตว์พิทักษ์ที่ได้จากการใช้ค่ายกรุงเทพเป็นเครื่องสังเวยและยังเพิ่มพลังโดยการรวมทั้งสี่ตนเป็นราชันย์มังกรทองคำ โควริว เป็นพลังสูงสุดที่มนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งจะไขว่คว้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเทวทูตหรือตัวตนเหนือธรรมชาติอื่นใด

            ถ้านับเรื่องเครื่องทำสวนคราวนี้ด้วยและนับในฐานะมนุษย์คนหนึ่งพลเอกสิงห์ได้ใช้เครื่องสังเวยไปมากมายเพื่อให้ได้พลังอันยิ่งใหญ่มาครอบครอง ถึงจะโดนพวกเขาขัดขวางและทำลายลงได้แต่ก็เหมือนจะไม่ได้เป็นแบบนั้น

            สัมผัสความลังเลจากอีกฝ่ายไม่ได้เลย จนถึงตอนนี้พลเอกสิงห์ก็ยังตีหน้าตายได้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            มันจะเก่งเกินไปแล้วนะหมอนี่น่ะ

            มิ่งขวัญคำรามมาจากทางด้านหลัง พอนรินทร์เหลือบตามองไปก็เห็นกวินทร์กำลังช่วยพยุงมิ่งขวัญขึ้นมา รุ่นน้องต่างก็ยืนกันโซเซน่าดูผลกระทบจากการปะทะเมื่อครู่คงไม่ใช้น้อยๆ

            แต่ไม่มีเวลารอให้ตั้งลำกันใหม่แล้ว ดาบของแฟรนเซียมเงื้อขึ้นเป็นสัญญาณว่าการบุกระลอกต่อไปกำลังจะมา

            ขณะเดียวกันทางฝั่งราชครูโพแทสเซียมกับลิเธียมที่ไปต้านรูบิเดียมไว้ก็...

            เช็คเมท!”

            ราชครูสาวประกาศเสียงกร้าว สั่งการตัวหมากผลึกรูปม้าสองตัวกระโจนใส่คนทรยศทั้งสองจนล้มกลิ้ง

            อึก...แบบนี้ไม่ดีแน่ครับท่านลำดับสี่

            ลิเธียมพูดด้วยความลำบากใจขณะปักดาบลงกับพื้นยันร่างกายให้ลุกขึ้น

            แต่โพแทสเซียมกลับหัวเราะ

            ฮะฮะฮะ เสียใจเหรอที่เลือกข้างอยู่ผิดน่ะ

            แล้วดีดตัวกระดอนขึ้นมายืนอย่างสบายๆ

            ลิเธียมลังเลที่จะตอบจึงให้คำตอบได้ช้าแต่ไม่ใช่ว่าเพราะเขาคิดว่าตัวเองเลือกผิดฝั่งอย่างที่ว่า เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่าคำถามของราชครูผู้รอยยิ้มเปื้อนหน้าตลอดเวลานั้นอยากจะสื่อถึงอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ลิเธียมพยายามจะวิเคราะห์เพิ่มเติมแต่ก็ไม่รู้อยู่ดี

            ไม่ครับ แล้วท่านล่ะ

            ผมเหรอ อืม~ นั่นสินะก็คิดว่าเลือกผิดสุดๆ เลยล่ะแต่ก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกซะด้วยสิ

            สรุปว่าตกกระไดพลอยโจนงั้นสินะครับ

            โอ๊ะๆๆ เดี๋ยวนี้รู้จักใช้สุภาษิตของพวกชาวโลกด้วยเหรอ

            ก็จำๆ มาจากที่ท่านพูดให้ฟังบ่อยๆ

            นั่นสิน้า~ เพราะซุงลี่ชอบลากให้ผมตกกระไดอยู่เรื่อยเลยนี่นา

            ลิเธียม เหม่อมองอีกฝ่ายที่กล่าวโทษเขาได้หน้าตาเฉย

            นั่นมันคำพูดของผมหรือเปล่าครับ

            อะฮะ เรื่องล้อเล่นพอแค่นี้ก่อนดีกว่าไม่รีบหลบเดี๋ยวแบนเป็นกล้วยทับเอานะ

            สิ้นคำตัวหมากม้าก็หล่นตุบลงมาทับจุดที่พวกเขายืน เพียงแต่ทั้งคู่ต่างก็กระโดดถอยหลังหลบไปได้แบบฉิวเฉียด

            เร้ดโซล!”

            ลิเธียมสะบัดดาบพลางร่ายสกิล ออร่าสีแดงฉานปกคลุมร่างกายแล้วทำให้ความว่องไวเพิ่มขึ้นรวมถึงพลังโจมตี เขาตวัดดาบฟันตัวหมากม้าขาดเป็นสองท่อนในครั้งเดียว

            “เร้ดวอริเออร์!”

            ลิเธียม ร่ายสกิลพัฒนาการเสริมพลังขึ้นไปอีกขั้น ความเร็วกับพลังโจมตีจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุดเพียงแค่ก้าวเท้าร่างกายของราชครูหนุ่มก็อันตรธานกลายเป้นแสงสีแดงชาดพุ่งออกไปราวกับดาวหาง

            แต่ทั้งหมดนั่นเทียบกับพลังของราชครูลำดับที่สามไม่ได้ ถึงมันจะเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วที่สุดในหมู่ราชครูทั้งหมดก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการเปรียบเทียบในระยะยาวหากเป็นการแข่งขันวิ่งระยะไกลกันลิเธียม คงจะชนะขาดลอย ทว่านี่เป็นการพุ่งเข้าหาเพื่อโจมตี

            คิงฟอร์ม

            รูบิเดียมเปลี่ยนผลึกในมือให้กลายเป็นดาบแล้วฟันใส่ลำแสงที่พุ่งเข้ามา

            เสียงน่ารังเกียจดัง ฉัวะ!

            แขนของลิเธียมที่กำดาบไว้ลอยเคว้งกลางอากาศส่วนเจ้าตัวก็ไถลพื้นเลยผ่านรูบิเดียมไปไกลพอสมควร

            โลหิตต่างดาวสีแดงสดพวยพุ่งออกมาจากรอยที่แขนถูกตัดราวกับน้ำพุ ลิเธียมทรุดเข่าลงกับพื้นเขาใช้มืออีกข้างกดบาดแผลเพื่อห้ามเลือด

            อยู่เฉยๆ ไปอย่างนั้นแล้วเพราะอีกเดี๋ยวมันก็จบแล้ว

            รูบิเดียมกล่าว

            ด้วยความสงสัยลิเธียมจึงกัดฟันกลืนความเจ็บปวดแล้วถาม

            อึก...หมายความว่ายังไง

            ตอนนั้นเองสายตาของเขาก็พลันไปสะดุดเข้ากับน้ำพุเลือดที่พวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ

            โลหิตสีดำทะมึนราวกับน้ำหมึกกำลังก่อรูปร่างเป็นดาบ

            ดาบอันชั่วร้ายที่มีชื่อว่า ดาบมังกรเทวะอาซีซาฮาค ปรากฏขึ้นที่กลางกลุ่มพวกชาวโลกที่เป็นพวกเดียวกัน

 

            @@@

 

            อิงศรออกมาจากออร์ทิเกสซาร์ได้สำเร็จ

            โดยที่อุ้มมีนามาด้วย

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น

            เด็กหนุ่มสบถเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เชือกหรืออะไรบางอย่างที่ยืดยาวได้ราวกับไม่มีขีดจำกัด มันแหวกอากาศเป็นโพรงและปรากฏขึ้นที่อีกโพรงหนึ่งซึ่งมันสร้างขึ้นมา สายใยทั้งหมดนั่นนำไปที่มนุษย์ต่างดาวตนหนึ่ง

            แฟรนเซียมถือดาบสีดำที่มีพลังประหลาดต่อสู้กับพวกพ้องของเขา

            นรินทร์ พลอย เน็กส์ นิว ทั้งสี่คนที่เป็นแนวหลังสะบักสะบอมกันน่าดูชมทั้งสี่คนนั้นนั่งบนเข่าของตัวเองโดยที่ลุกไม่ขึ้นและไม่น่าจะลุกไหวอีก โดยมีฟูกับมิกซ์ช่วยกันต้านดาบสีดำที่พุ่งเข้าจู่โจมจากทุกทิศทาง ทั้งสองคนมีบาดแผลจากดาบที่ปัดป้องออกไปไม่พ้นอยู่ตามตัวทั่วไปหมดสภาพร่อแร่เต็มทีแล้ว

            คนที่ยังต่อสู้กับแฟรนเซียมมีแค่กวินทร์กับมิ่งขวัญเท่านั้น

            ดาบมังกรเทวะแห่งจุดจบอาซีดาฮากา

            แฟรนเซียมกล่าวเช่นนั้นตอนที่ตวัดดาบในมือ โพรงอากาศปรากฏขึ้นห้อมล้อมกวินทร์กับมิ่งขวัญดาบสีดำสนิทพุ่งออกมาจากโพรงเหล่านั้นราวกับงูฉก

            เคร้ง เคร้ง เคร้ง เสียงดาบกระทบกันดังไม่หยุด ทั้งสองคนต่างตวัดดาบปัดป้องเป็นพัลวัน

            ตอนนั้นเองแฟรนเซียมก็กล่าวออกมา

            ไทเทเนียมเป็นยังไงบ้างล่ะ

            หา?”

            พอกวินทร์มีปฏิกิริยาตอบกลับ ราชาหน้าตายก็เหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย เพียงแค่เล็กน้อยจริงๆ

            “ต้องบอกว่าฟ้ากมลสินะยัยนั่นเป็นหมากที่ใช้ประโยชน์ได้จนถึงวินาทีสุดท้ายแม้แต่ตอนนี้ก็ด้วย

            แฟรนเซียมชะงักคำพูดไปครู่หนึ่งเพื่อดูปฏิกิริยาของกวินทร์ แต่เด็กหนุ่มทำเมินเฉยแล้วแกว่งดาบปัดป้องดาบมังกรเทวะต่อไป

            คนที่สอนดาบให้ไทเทเนียมก็คือฉันเองรวมถึงที่ส่งไปอารย-สนธยาก็เพื่อให้ฆ่าพวกนายที่อยู่ที่นั่น เพื่อกระตุ้นให้อิงศรปลุกเมอร์คาบาห์สำเร็จแต่กลับทำให้ผู้ถือครองฟันเฟืองคนสุดท้ายปรากฏตัวออกมาถือเป็นหมากที่คุ้มค่ามาก

            ราวกับมีเสียงบางอย่างขาดดังผึง ดาบที่กวัดแกว่งเพื่อปกป้องหันคมเข้าจู่โจมแฟรนเซียมทันทีที่พูดจบ

            หนอย แก!!”

            แค่เสี้ยววินาทีที่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ กวินทร์ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนของการตัดสินใจนั้นด้วยแขนกับขาอย่างละข้าง

            ดาบดำสะบั้นใส่แขนซ้ายกับขาขวาของกวินทร์สะบั้นออกอย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น