Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 18 : Login 16 : ในความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    25 ส.ค. 59

Login 16 : ในความฝัน

 

            ค่ำคืนหนึ่งก่อนที่รุ่งสางจะมาเยือน

            เมื่อเวลานั้นมาถึงการเเดินทางเพื่อฝึกฝนเก็บเลเวลให้เป็นหกสิบ ก่อนที่เรดบอสระดับห้าสิบจะเริ่มขึ้นที่ค่ายแห่งนี้ในอีกสิบสองวันของอิงศรก็จะเริ่มขึ้น

            ค่ำคืนนี้เขาถูกเชิญมายังห้องรับรองของผู้ถูกลืมเลือน


            ภายในรูนรูม

            ห้องพุงพังที่แสนคุ้นตาและภาพทิวทัศน์ยามค่ำคืนแบบเดิมๆ กับโซฟาเก่าๆ ตัวเดิม

            “ในที่สุดก็ยอมมาหาผมซักทีนะมนุษย์ผู้ถูกฟันเฟืองเลือก

            จ้าของห้องหน้าเดิมๆ เด็กหนุ่มผมสีขาวที่ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะอายุเท่ากัน มีเรือนผมสีขาวและดวงตาทอประกายคมกริบที่มาพร้อมกับรอยยิ้มน่าหมันไส้ การแต่งกายแบบเรียบๆ เสื้อวอร์มสีแดงกางเกงยีนส์และหูฟังแบบครอบฟองน้ำ ทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนไป

 

            “ดูเหมือนเธอจะเซ็งๆ อยู่นะ

            “…” คุณไม่ได้พูดอะไร

            “จะไม่พูดซักหน่อยเหรอ จริงสิ! เธอไม่สามารถจะพูดได้เมื่ออยู่ในที่แห่งนี้อยู่แล้วนี่นะ แต่ว่ากระทั่งความคิดก็จะไม่ยอมแสดงให้ผมรู้หน่อยเหรอ

            “...” คุณเลือกที่จะตอบกลับไปว่า ดูเหมือนถ้าชั้นหลอกตัวเองว่าไม่ได้คิดอะไรแกเองก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าชั้นคิดอะไรอยู่สินะ

             ผู้ถูกลืมเลือนยิ้มให้แล้วตอบกลับไปว่า

            “ก็ทำนองนั้นแหละ ว่าแต่ผมจำได้นะว่าไม่เคยบอกเรื่องที่ห้องนี้อ่านความคิดของแขกผู้มาเยือนได้กับเธอเลยนี่ หรือว่าวิเคราะห์ออกมาได้เองเหรอ

            “...” คุณเลือกที่จะตอบกลับไปว่า เฮอะ! ชั้นเนี่ยนะแขก...พึ่งจะรู้นะว่าคนเขาต้อนรับแขกกันด้วยการแฉความคิดแบบนี้น่ะ

            “งั้นเองเหรอ มันคงเสียมารยาทกับเธอสินะ

            “...” คุณเลือกที่จะตอบกลับไปว่า เลิกเล่นตลกกันแค่นี้แหละ ถ้าอยากจะคุยก็หัดให้ความเท่าเทียบกับคู่สนทนาด้วยไอ้เด็กหงอก

            “ใช้คำพูดรุนแรงจังเลยนะวันนี้แต่มันก็...

            ผู้ถูกลืมเลือนหยุดคำพูดแล้วดีดนิ้วมือจนเกิดเสียงดัง เปาะ!

            “เป็นอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ

 

            จากนั้นบรรยากาศของห้องก็เหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วเมื่ออิงศรดำเนินความคิดต่อไป

            “เมื่อกี้..ห๊ะ!

            เด็กหนุ่มหยุดคำพูดด้วยความตกใจเพราะเสียงของตนดังออกมา

            “ผมยกเลิกเงื่อนไขให้แล้วทีนี้โอเครึยังล่ะ

           ผู้ถูกลืมเลือนพูดแล้วยิ้มให้

            “อ...เออ          

            “แล้ว...มีเรื่องอะไรจะพูดกับผมงั้นเหรอ

            พอถูกถามขึ้นมากะทันหันอิงศรก็ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย

            “แต่นายเป็นคนที่เรียกชั้นมาเองไม่ใช่รึไง! เอาเถอะทางนี้ก็มีเรื่องจะถามเหมือนกัน

            “เรื่องที่จะถามเหรอ

            “ใช่ เพราะงั้นถึงได้ยอมมาพบไงเล่า เกี่ยวกับเรื่องเมลจากจีเอ็ม...

            อิงศรกำลังหมายถึงเมลที่ส่งมาเตือนเรื่องความตายของเพื่อนสนิทที่ชื่อ พิพัฒน์ ซึ่งกำลังสงสัยว่าผู้ที่ส่งมาจะเป็นผู้ถูกลืมเลือนเพราะในวันที่ได้พบกันเป็นครั้งแรกก็เป็นวันเดียวกับที่มีเมลตัวจับเวลาตายส่งมาให้

 

            “ไอ้นั่นน่ะนายเป็นคนส่งมาอย่างงั้นสินะ

            “อืม- ใช่แล้วล่ะผมเป็นคนส่งไปเอง

            ผู้ถูกลืมเลือนตอบคำถามโดยไม่มีความหวั่นไหวในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อยจนน่ากลัว

           ... น่ากลัวว่าหากถามคำถามแบบตรงไปตรงมาต่อไปอย่างนี้เขาอาจจะตกหลุมพรางอีกฝ่ายเอาได้

           หากลองใช้สมองคิดซักนิดก็จะได้ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งที่เข้าใกล้ความจริงที่สุด เป้าหมายของการส่งเมลตัวจับเวลาตายมาให้ หากว่านั่นไม่ใช่การข่มขู่หรือการเล่นสนุกแล้วล่ะก็ มันก็คือความหวังดีที่อยากจะช่วยเตือนถึงภัยที่กำลังจะมาถึงตัวคนรอบข้างนั่นเอง

          แล้วนั่นก็อาจจะเป็นหลุมพรางที่จงใจให้เขาเหยียบมันลงไปก็เป็นได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือการหยั่งเชิงอีกฝ่ายก่อน

 

            “แล้วส่งมาทำไม หรือว่านายกำลังหวังเอาชีวิตคนรอบตัวชั้นอยู่กันแน่

            เขาลองเสี่ยงถามคำถามที่อาจถูกจับโกหกได้ในทันที

            “มันแปลกๆ อยู่นะ

            “…”

            “มันน่าจะกลับกันไม่ใช่เหรออย่างเธอเองก็น่าจะรู้ได้ว่าผลลัพธ์ของการส่งเมลฉบับนั้นไปมันจะทำให้เธอระมัดระวังตัวมากกว่าเดิม ถ้าหากว่าผมเล็งชีวิตเพื่อนของเธอเอาไว้จริงทำไมจะต้องส่งของแบบนั้นไปด้วยล่ะ ผมทำเรื่องยุ่งยากขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ

            ดูเหมือนอีกฝ่ายก็คิดแบบเดียวกันในระดับของสามัญสำนึก พูดแบบง่ายๆ ก็คือ ไม่โง่พอจะหลงเชื่อคำโกหกที่ด้นขึ้นมาสดๆ อย่างที่พูดไปเมื่อกี้

            “นี่คงไม่ใช่ว่านายกำลังแอบอ่านความคิดของชั้น…”

            แต่ผู้ถูกลืมเลือนกลับพูดแทรกขึ้นมา

            “ก็เปล่านี่แค่พูดในเรื่องของสามัญสำนึกก็แค่นั้นเอง เธอน่ะคิดอะไรอยู่ผมไม่ได้รู้ด้วยหรอกก็ตอนนี้กติกามันกำหนดเอาไว้อย่างนั้นนี่นา

            ไม่อาจรู้ได้เลยว่าที่พูดออกมาคือความจริงหรือคำโกหกที่จะล่อให้เขาตายใจกันแน่ หรือบางทีเขาควรลดระดับการสนทนาของคนตรงหน้าลงจากระดับการสนทนาระดับเดียวกับสิงห์

            การสนทนาชิงไหวชิงพริบที่หากพลาดท่าก็จะถูกอีกฝ่ายชิงกุมจุดอ่อนในทันที

            แต่ว่าการพูดคุยกับผู้ถูกลืมเลือนมันไม่ใช่อะไรแบบนั้น แทบจะจับสัมผัสหรือบรรยากาศกดดันไม่ได้เลย

 

            “ถ้างั้นจะส่งของพรรค์นั้นมาทำไม

            “ก็เพื่อการทดสอบว่าเธอจะปฏิบัติอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาได้ หากรู้ว่าปลายทางข้างหน้ามีความสิ้นหวังแบบไหนรออยู่

            “ทดสอบเหรอ แล้วจะทดสอบไปทำไมกัน

            “เพื่อดูให้รู้ว่าชะตาของมนุษย์ถูกลิขิตเอาไว้แล้วหรือไม่

            สรุปแล้วก็ได้คำตอบออกมาว่าควรใช้ระดับการสนทนาแบบใดกับคนๆ นี้

            มันเป็นระดับที่ต่ำกว่าเอาไว้คุยกับกวินทร์ที่ซื่อจนเข้ามากระดิกหางใส่เขาเสียอีก ระดับที่เรียกว่าตำนานของความบ้าบอเลยก็ว่าได้

            ดังนั้นอิงศรจึงตอบโต้กลับแบบคนบ้าด้วย

            “คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไงถึงได้ว่างมาเที่ยวทดสอบคนอื่นเขาน่ะ

            พอได้ยินแบบนั้นผู้ถูกลืมเลือนก็หุบยิ้มลงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนแปลงไป

            “อยู่ที่ว่าเธอจะยอมรับมันยังไง

            พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเหมือนกับสายตาที่ใช้จ้องเขาในตอนนี้

            ท่าทางว่าการยุยงจะได้ผลอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาแบบที่ไม่เข้าใจออกมา

            “ตกลงว่านายโกรธที่ชั้นพูดแบบนั้นไปเหรอ โกรธที่ทำเหมือนกับนายเป็นคนบ้างั้นสิ

            อิงศรยังคงยั่วยุอีกฝ่ายต่อ

            แต่ดูเหมือนว่าผู้ถูกลืมเลือนจะไม่ได้ตอบสนองต่อการยั่วยุแล้ว

            “เปล่า ผมกำลังพูดถึงเธอต่างหากการถามตอบเรื่องเมลนั่นจบลงไปแล้วตอนนี้เรากำลังอยู่ที่ประเด็นของผลลัพธ์ว่าเธอจะทำยังไงกับความรู้สึกที่โทษใส่ตัวเองว่าปกป้องเพื่อนไม่ได้ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องพบกับชะตากรรมแบบใดต่างหาก

            “...”

            “ถ้าเป็นเธอในตอนนี้อาจจะกำลังคิดอยู่สินะว่าผมเป็นศัตรูหรือว่ามิตร... ให้เดาก็กำลังคิดจนสมองแทบจะระเบิดออกมาแล้ว ถ้าจะถามว่าทำไมถึงรู้ล่ะก็ขอบอกเอาไว้ก่อนนะว่าผมไม่ได้กำลังอ่านใจของเธอ เพียงแต่ร่างกายของเธอมันกำลังบอกให้ผมรู้ ไม่ว่าจะเป็นรอบการเต้นของหัวใจ เม็ดเหงื่อที่กำลังผุดขึ้นทั่วทั้งร่างรวมไปถึงรอบการวิ่งของคลื่นไฟฟ้าที่กำลังแล่นอยู่ในสมองของเธอด้วย เห็นรึยังล่ะถึงไม่ต้องทำอะไรมนุษย์ก็จะบอกสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดอยู่ดี

            ผู้ถูกลืมเลือนร่ายยาวเหยียดจนเกือบจะฟังไม่ทันแถมยังเปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหันแล้วยังพูดไล่ต้อนจนไตอบโต้ไม่ถูก

            เขาถูกอีกฝ่ายอ่านการเคลื่อนไหวออกหมดทะลุปรุโปร่งไปจนถึงขั้นของความนึกคิดเสียแล้ว

            ไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้กลับไปอย่างไรดี...

            ดังนั้นอิงศรจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรเลยเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ตามที่ว่าเอาไว้ ซึ่งความคิดนั้นก็คงจะโดนอ่านออกเช่นกัน 

           "..." 

          เมื่อไม่มีการตอบกลับจากเขาห้องก็เงียบสนิท เงียบจนน่าอึดอัด 


          ผู้ถูกลืมเลือนเริ่มพูด...

            “คราวนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนดีกว่าดูเหมือนว่าผมจะไล่ต้อนเธอมากเกินไปสินะลองไปคิดทบทวนดูซักหน่อยก็แล้วกันว่าเธอจะยอมรับมันยังไง

            สิ้นคำทั้งห้องก็ถูกหมอกปกคลุม หมอกเริ่มซ้อนตัวหนาขึ้นทุกขณะจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดในห้องอีก

            “ฮ..เฮ้เดี๋ยวก่อน!

            อิงศรส่งเสียงออกไป แต่มันสายไปเสียแล้ว

            สัมผัสของเขาบอกว่ารูนรูมกำลังไกลออกไป ท่ามกลางความมืดมิดของหมอก ทุกอย่างกำลังกลายเป็น ว่างเปล่ารวมถึงสติรับรู้ก็เริ่มที่จะเลือนลาง

            จนกระทั่งความฝันหยุดลงไปพร้อมกับสติที่หลุดลอย....

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #206 Bigboss_15 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 20:06
    อยากไห้พระเอกใช้ปืนนนนนนนนนน
    #206
    0
  2. #158 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 23:36
    พวกตัวตนที่เหนือกว่าคุยแบบคนธรรมดาไม่ได้สะที
    #158
    1
    • #158-1 R@ji(จากตอนที่ 18)
      6 กันยายน 2560 / 23:47
      ตอนคิดบทพูดฉากนี้กำลังดูอัลคอร์โม้ให้ฮิบิกิฟังเลยเขียนมึนๆอึนๆไปด้วย นาสพูดอะไรของน้ายยยถถถ
      #158-1