Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 179 : Login 176:กระต่ายขาวในเงาจันทร์ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

Login 176:กระต่ายขาวในเงาจันทร์ 3

 

            ลูกกระสุนที่โดโกบาร์ยิงทำให้เครื่องทำสวนของแฟรนเซียมเกิดบาดแผล ผิวโลหะมันวาวยุบตัวลงไปบ้าง หลอมเหลวบ้าง ดูเหมือนผู้ตรวจการแห่งสวนศักดิ์สิทธิ์ต้องการจะทำลายเครื่องทำสวนไปพร้อมๆ กับแฟรนเซียมเลยกระมัง

            อิงศรยังคงดูเชิงกับออร์ทิเกสซาร์ จากการโจมตีในครั้งแรกที่พุ่งชนสีข้างของมันดูเหมือนจะยังมีผลหลงเหลืออยู่มันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจนัก ท่วงท่าที่เคยอาจหาร ความว่องไว ความวิปริตดูจะตกลงไปมาก แต่อิงศรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

            จากที่ผ่านมาออร์ทิเกสซาร์แสดงให้เห็นถึงเล่ห์เหลี่ยมที่มีมากกว่าเครื่องทำสวนอื่นๆ ที่มักจะข่มขู่วัชพืชด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่าเป็นอย่างมากแต่มันกลับเลือกจะเล่นสนุกกับถีบผู้อื่นให้จมลงสู่ความสิ้นหวังและเรียกตัวเองว่าเป็นตัวตลก ดังนั้นกับอีแค่ถูกเล่นงานโดยเครื่องทำสวนที่วัชพืชเป็นผู้บังคับจะถึงกับทำให้มันบาดเจ็บสาหัสเลยนั้นยังเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก

            นอกจากนี้สถานการณ์ของพวกพ้องที่อยู่ข้างล่างก็ไม่สู้ดีนัก ถูกมนุษย์ต่างดาวล้อมเอาไว้ทุกทางแล้วไหนยังจะ...

            อิงศรเหลือบสายตาเพียงเล็กน้อยให้เซ็นเซอร์ของเครื่องทำสวนจับภาพที่เบื้องล่าง

            “เจ้าสัตว์ประหลาดนั่น”

            เขาพูดเหมือนกับสบถยามที่เห็นร่างของพันโทกรกฏ ความแข็งแกร่งของชายคนนั้นเขาเองก็รู้จักดี

            พันโทกรกฎเป็นผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ให้พวกหน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงกับระดับสูงของกองทัพ ครั้งหนึ่งเคยมีการจัดงานประลองครั้งใหญ่ระหว่างทุกฝ่ายของกองทัพ แล้วพันโทกรกฎก็ได้เป็นแชมป์ของการต่อสู้ในครั้งนั้น เป็นชายที่ถ้าต่อสู้กันด้วยมือเปล่าแล้วไม่มีทางเอาชนะได้ ที่จริงต่อให้มีอาวุธครบมือก็อาจจะทำอะไรชายผู้นี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

            ทั้งอย่างนั้นแล้วคนที่เข้าไปสู้ด้วยกลับเป็นเมษาที่ใช้วิชาต่อสู้

            เข้าทางศัตรูไม่พอยังเสียเปรียบทั้งด้านประสบการณ์ ฝีมือ ความสามารถ และพลังก็เทียบกันไม่ติด

            ไม่รู้ทำไมคนอื่นๆ ถึงทิ้งให้เมษาเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดนั่นตัวต่อตัว เพียงแค่แวบเดียวที่มองไปก็เห็นเมษาถูกอัดจนย่ำแย่ ดูเหมือนจะสู้ไม่ได้เลย

            เครื่องทำสวนขนาดเท่าภูเขาทั้งลูกสี่เครื่องพากันมาอออยู่บนชายหาดแห่งนี้ราวกับจตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลกที่จะนำพาจุดจบมายังมนุษย์

             ประหนึ่งเรื่องเล่าที่เหมือนกับในไบเบิลนั่นกำลังจะเกิดขึ้นที่นี่อย่างไรอย่างนั้น

            “คืออามาเกดดอนตามชื่อแพทซ์เลยสินะ”

            อิงศรเปรยคำพูดไร้สาระออกมาเพื่อยืดการเหนี่ยวรั้งของจิตใจกับร่างกาย

            ตอนนั้นเองก็จับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน แรงนั่นนาจะมาจากการเคลื่อนไหวของเครื่องทำสวน

            ถึงไม่ต้องให้เครื่องทำสวนหันไปก็พอจะเดาได้จากทิศทางของเสียงที่ดังตามการสั่นสะเทือนมาซึ่งนั่นเป็นทิศที่เซ็ปทรูสตาร์ของแฟรนเซียมนอนแอ้งแม้งอยู่บนทะเลน้ำตื้น

            “พอได้แล้วอนันตาฉันไม่เป็นไรแล้ว”

            นั่นเป็นเสียงของแฟรนเซียม

            อิงศรเบี่ยงตัวให้เครื่องทำสวนค่อยๆ หันไปมองโดยไม่ละทิ้งการป้องกัน

            เครื่องทำสวนครึ่งคนครึ่งนกลุกขึ้นมาแล้วแต่ไมได้บินขึ้นไปเหมือนอย่างที่เคยมันเสียหายหนักเกินกว่าจะทำแบบนั้นได้แล้วปีกของมันถูกยิงจนพรุนแถมยังยืนโซซัดโซเซราวกับขาแบบนกนั้นไม่สามารถพยุงร่างกายได้ดีนัก

            จู่ๆ กระสุนที่โดโกบาร์กราดยิงใส่ก็หยุดลง พญานาคาจึงไม่ต้องเสียหัวทั้งหมดของมันและดำดินหนีลงไปตามคำสั่งแฟรนเซียม

            สาเหตุที่โดโกบาร์หยุดยิงนั้นพอจะเดาได้อยู่

            เมื่อมองไปที่เครื่องของแฟรนเซียมดวงตาของเครื่องนั่นเปล่งแสงอ่อนๆ ออกมาเป็นสัญญาณว่าจะยิงลำแสงทำลายและเป้านั้นก็เล็งมาที่พวกพ้องของเขาที่ถูกพวกมนุษย์ต่างดาวโอบล้อม

 

            ”ในที่สุดก็จะเริ่มซักทีสินะ”

            เสียงรูบิเดียมลอยมาจากทางด้านหลังของวงล้อมมนุษย์ต่างดาว หล่อนแทรกตัวผ่านพวกลูกน้องขึ้นมาอยู่ต่อหน้านรินทร์ที่ตอนนี้เป็นผู้ทำหน้าที่บัญชาการกลุ่ม

            “หมายความว่ายังไง”

            “ก็ที่ให้ต้อนพวกแกมารวมกันเป็นกระจุกอยู่ตรงนี้ไงล่ะ”

            นรินทร์เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น สรุปก็คือที่โอบล้อมพวกเขาแล้วแต่ยังไม่ฆ่าทิ้งทั้งที่พลังแตกต่างกันมากก็เพื่อเอาไว้ต่อรองกับอิงศรและมิ่งขวัญที่ตอนนี้ควบคุมเครื่องทำสวนอยู่

            ถ้าประเมินจากสถานการณ์แล้วหากโค่นเครื่องทำสวนที่อาละวาดและช่วยมีนาได้พวกเขาจะเป็นผู้ควบคุมสนามรบนี้ทันที

            ที่ถอยออกไปก่อนหน้านี้ก็เพราะจะทำแบบนี้สินะ”

            นรินทร์สบถให้กับความอ่อนหัดของตัวเองที่พลาดทิ้งโอกาสควบคุมสถานการณ์ไป

            เขาควรจะพาทุกคนที่นี่หนีไปก่อนตั้งแต่ตอนที่รูบิเดียมถอยไปคราวนั้น แต่กลับไปคิดว่ารูบิเดียมถอยเพราะกลัวจะถูกอิงศรที่เพิ่งขับเครื่องทำสวนขึ้นจากทะเลมาเล่นงาน

            ตัวเขายังอ่านอีกฝ่ายได้ไม่แตกฉานพอซึ่งจะว่าไปแล้วเมื่อวานนี้ก็ถูกกุมภาที่เป็นฉากหน้าของรูบิเดียมไล่ต้อนทีมอิงศรทั้งทีมอย่างไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน อีกฝ่ายก็เจ้าแผนการไม่ใช่น้อย

            แต่ทว่า

            คิดว่าทำแบบนั้นจะใช้กับข้าได้ผลรึ”

            โดโกบาร์ใช้เสียงของมิ่งขวัญพูด

            แฟรนเซียมพูด

            แต่กับคนที่อยู่ข้างในตัวของแกก็ดูจะได้ผลดีไม่ใช่รึไง”

            ถ้าอย่างนั้นสาเหตุที่โดโกบาร์หยุดการโจมตีก็คงจะเป็นมิ่งขวัญ ที่เห็นว่าพวกเขาตกเป็นเป้าโจมตี โดนใช้ตัวประกันต่อรองเอานั่นเอง

            โดโกบาร์ขยับร่างกายด้วยท่าทางแข็งทื่อราวกับควบคุมตัวเองไม่ได้

            ทำอะไรน่ะมิ่งขวัญเดี๋ยวการเชื่อมต่อกับข้าก็ได้ขาดกันพอดี”

            มิ่งขวัญที่อยู่ข้างในน่าจะพยายามยื้อไม่ให้โดโกบาร์ลงมือ

            แฟรนเซียมเริ่มเจรจากับอิงศรอีกครั้ง

            อิงศรมัวทำอะไรอยู่เห็นนี่แล้วยังไม่ยอมหยุดอีกรึไง”

            แฟรนเซียม แก…”

            ก็นึกอยู่แล้วว่านายต้องพูดแบบนั้น เลิกต่อต้านไร้สาระแล้วมาร่วมมือกับฉันซะ”

            ระหว่างที่เจรจากันอยู่นั้นอิงศรก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับการป้องกันตัวแล้ว ออร์ทิเกสซาร์มองเห็นช่องว่างนั้นจึงเข้าแทรกการสนทนาด้วยการจู่โจม พุ่งเข้าชนเครื่องทำสวนของอิงศร กดให้นอนลงจนขยับไม่ได้เหมือนสิงโตตะครุบเหยื่อ

            ให้ข้าช่วยไหมล่ะโดโกบาร์”

            ออร์ทิเกสซาร์ยื่นข้อเสนอพลางหัวเราะไปด้วย โดยที่ไม่คิดจะฟังคำตอบจากโดโกบาร์มันก็เริ่มพูดจายุแยงมิ่งขวัญ

            ถึงเจ้าวัชพืชที่อยู่ข้างในนั่นน่ะคิดดีแล้วเหรอที่จะช่วยเจ้าพวกนี้ไว้ พวกมันคือเมตไตรยที่หลอกใช้พี่ชายของเจ้านะไม่มีความจำเป็นต้องเห็นใจพวกมันแค่เพราะเป็นพวกพ้องของพี่ชายเจ้าเลยนี่”

            เนื้อหาของคำพูดนั้นนรินทร์คาดเดาไม่ได้เลยว่ามันกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

            มันบอกว่าพวกเขาเป็นพวกที่หลอกใช้อิงศร…หรือว่าก่อนหน้านี้ที่มิ่งขวัญเคยบุกมาที่ค่ายกรุงเทพจะเป็นเพราะถูกพวกมนุษย์ต่างดาวหลอกว่าเมตไตรยจับตัวอิงศรไว้กันนะ… นรินทร์พยายามเค้นสมองหาความเป็นไปได้ที่เข้าเค้าที่สุดจนกระทั่งสรุปมันออกมาได้ว่าออร์ทิเกสซาร์จงใจยั่วยุให้มิ่งขวัญเกิดความลังเลด้วยเรื่องที่น่าจะมีแต่พลเอกสิงห์ที่รู้เพราะเขาเป็นคนเก็บอิงศรมาและด้วยเบื้องหลังที่เป็นราขาของพวกมนุษย์ต่างดาวก็สามารถจัดฉากให้มิ่งขวัญเข้าใจไปแบบนั้นได้ด้วย แต่…

            ทำไมมันถึงรู้เรื่องนั้นกันล่ะ”

            คนที่อยู่ข้างในออร์ทิเกสซาร์คือมีนา ไม่มีทางที่มีนาจะรู้เรื่องพวกนั้นถ้าอย่างนั้นแล้วสิ่งที่มันพูดก็มาจากตัวออร์ทิเกสซาร์เองแต่เป็นไปไม่ได้ที่เครื่องทำสวนจะมารับรู้สิ่งที่พลเอกสิงห์ทำเอาไว้ไม่อย่างนั้นมันก็มีพลังหยั่งรู้ความนึกคิดเหมือนกับซีลอร์ดอย่างนั้นหรือ

            นรินทร์คิดว่าตัวเองคิดมากเกินไปแล้ว แต่ลางสังหรณ์ก็ชวนให้ฉุกคิดความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา บางอย่างที่ทำให้เขาตัดสินใจใช้เมลคีเซเด็คตรวจสอบออร์ทิเกสซาร์อีกครั้ง

            แล้วก็พบร่องรอยเข้าจนได้

            ร่องรอยของพลังงานที่ตกค้างอยู่ด้านในห้องควบคุมที่มีนาอยู่ ร่องรอยพลังของปีศาจที่มีความคล้ายคลึงกับตัวที่รู้จัก

            หรือว่าเจ้านี่จะเป็น…นรสิงห์ของพลเอกงั้นเหรอ”

            หืม รู้แล้วงั้นรึหัวเสดีนี่วัชพืช”

            เครื่องทำสวนตอบรับทันทีที่เขาหลุดปากออกไป

            ก็ตามนั้นล่ะข้าเคยเป็นปีศาจในแอพพลิเคชั่นที่คอยรับใช้สิงห์มาก่อนแล้วนั่นก็เป็นข้อแลกเปลี่ยนมันยอมตกลงด้วยตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังในตอนนี้ยังไงล่ะดังนั้นสิ่งที่ข้าพูดไปมันก็คือความจริงทั้งนั้นเนอะมิ่งขวัญ”

            ออร์ทิเกสซาร์ยิ้มเยาะอย่างบิดเบี้ยวราวกับมันกำลังสนุกที่ได้ยุแยงสถานการณ์อันน่าตึงเครียดนี้ด้วยมุขตลกของมัน

            อิงศร กวินท์ นรินทร์ เมษา มีนา ข้าสามารถพูดชื่อของวัชพืชไร้ค่าอย่างพวกเจ้าได้ขนาดนี้คงเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้วสินะ”

            ขวัญอย่าไปฟังมันนะ!”

            อิงศรส่งเสียงออกมาเพื่อเตือนน้องชาย แต่ก็ไม่รู้ว่าระหว่างคำพูดของพี่ชายกับคำพูดของตัวตลกอย่างไหนกันที่เข้าถึงจิตใจของมิ่งขวัญกันแน่

            ทั้งอย่างนั้นแล้วแฟรนเซียมกลับพูดขึ้นมาว่า

            ไร้สาระน่ะ คำพูดหลอกเด็กพรรค์นั้นใครมันจะไปเชื่อ”

            ออร์ทิเกสซาร์โต้ตอบทันควัน

            แล้วคนที่อยู่ในนั้นไม่ใช่เด็กรึยังไง แล้วใครกันล่ะที่เสี้ยมสอนเด็กมันให้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับองค์กรที่เป็นฉากหน้าปาหี่ของเจ้ากันล่ะสิงห์เอ๋ย แต่งเองลืมบทเองเนี่ยไม่ดีเลยน้า~”

            แล้วมันก็หันไปยุแยงมิ่งขวัญต่อ

            เอ้ามัวรีรออะไรอยู่ล่ะคนสำคัญของเจ้าก็มีแต่พี่ชายคนเดียวที่อยู่ใต้อุ้งเท้าของข้าไม่ใช่รึปกป้องแค่คนเดียวก็พอแล้วคนนอกมีไปก็เท่านั้นรีบๆ สอยเจ้าคนไม่ได้ความนั่นให้มันจบๆ ไปเสียที”

            ถ้ายิงมาล่ะก็ฉันจะเผาเจ้าพวกนั้นไปพร้อมกับพี่ชายของแก”

            แฟรนเซียมเองก็ข่มขู่ด้วยแล้วเร่งพลังจนแสงจากดวงตาของเซ็ปทรูสตาร์ยิ่งเจิดจ้าจนแทบจะเหมือนคบไฟ

            ถึงอย่างนั้นแล้วก็ยังไม่มีคำตอบจากโดโกบาร์หรือมิ่งขวัญ

            “…”

            มิ่งขวัญน่าจะสับสนเป็นอย่างมากจนไม่สามารถให้คำตอบได้ทันที

            ต้องทำอะไรซักอย่าง…นรินทร์คิดเช่นนั้น

            แต่จะทำอะไรได้ล่ะ ขนาดอิงศรเองจนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้โต้แย้งคำพูดของเจ้าพวกนั้นเลยไม่แน่ว่ากำลังสับสนอยู่เหมือนกัน

            จู่ๆ กวินทร์ก็พูดขึ้นมา

            ขวัญเราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม”

            รุ่นน้องไม่ได้หันไปแล้วก็ไม่ได้ตะโกนด้วยแต่เสียงกลับดังก้องสนามรบ

            กระป๋องสเปรย์ขยายเสียงที่อยู่ในมือคงจะเป็นสาเหตุ ถ้าจำไม่ผิดมันคืออันเดียวกับที่เคยใช้ขยายเสียงฮาร์โมนิก้าหยุดอิงศรตอนที่อาละวาดด้วยดีเซมแมร์

            แต่มิ่งขวัญก็ไม่ได้ตอบโต้คำพูดของกวินทร์

            “…”

            อย่างไรก็ตามแววตาของรุ่นน้องที่ไม่ได้หันไปให้มิ่งขวัญจึงมีแต่เขาที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่มองเห็นก็เป็นแววตาที่เชื่อมั่นในอะไรบางอย่าง

            ถ้างั้นก็ไม่ต้องลังเลแล้วจัดการตามที่นายอยากเลย ที่นี่พวกเราเอาตัวรอดกันได้อยู่แล้ว”

            กวินทร์หันหลังกลับพร้อมตวัดดาบเหมือนเป็นคำสั่ง

            คำสั่งที่มอบให้กับมือยักษ์ที่เกิดจากปีศาจเหวี่ยงดาบเครื่องทำสวนออกไป ดาบลอยไปหาแฟรนเซียม

            นี่แก…”

            แฟรนเซียมสบถแล้วลำแสงก็เปล่งจากดวงตาของเครื่องทำสวน แต่ดาบของกวินทร์เข้าถึงตัวก่อนทำให้โดนกระแทกจนเสียหลัก ลำแสงจึงเบี่ยงวิถีไปที่ทะเลแทน

            วินาทีแห่งความหวังที่กวินทร์สร้างขึ้นมานั้น มิ่งขวัญตอบรับมันโดยการทุ่มพลังทั้งหมดส่งให้กับโดโกบาร์

            เอาเลย!

            มิ่งขวัญตัดทิ้งซึ่งความลังเลทั้งหมดแล้วปล่อยให้โดโกบาร์ทำตามใจชอบ เด็กหนุ่มเลือกที่จะเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์มากกว่าอดีตที่เหนี่ยวรั้งตัวเองเอาไว้ นั่นก็นับตั้งแต่ตอนที่กลายร่างด้วยโกลด์กาแลนต์ครั้งแรก คือความตั้งใจที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าของเขา

            พลังที่ส่งให้นั้นเกินกว่าที่โดโกบาร์จะคาดคิด

            นี่คือพลังของผู้ถือครองฟันเฟืองอย่างนั้นรึ ถ้ามีพลังขนาดนี้ล่ะก็...

            กระบอกปืนใหญ่ทั้งสองข้างหันเล็งไปที่เซ็ปทรูสตาร์ พลังงานมหาศาลจากฟันเฟือง พลังความตั้งใจ พลังของความนึกคิดไหลไปรวมกันที่นั่น ปากกระบอกเปล่งประกายแสงสว่างยิ่งกว่าครั้งใดๆ

            พลังงานที่หลั่งไหลนั้นยังไปรวมกันที่ปากด้วย เพียงเสี้ยววินาทีก็ได้พลังงานพอที่จะยิงเผด็จศึก

            มหาโซเดียราโอ!”

            ลำแสงมฤตยูสีแดงชาดพวยพุ่งจากปากและกระบอกปืนทั้งหมด ลำแสงหมุนวนเข้าหากันรวมเป็นเส้นๆ เดียว โถมใส่เซ็ปทรูสตาร์

            เครื่องทำสวนไม่ได้หลอมละลายหรือระเบิดหายไปแต่ทยอยหลุดเป็นชิ้นๆ

            แฟรนเซียมที่อยู่ข้างในสละยานออกมาก่อนที่เครื่องทำสวนจะแยกเป็นชิ้น ด้วยพลังของราชครูมนุษย์ต่างดาวทำให้ลงพื้นจากความสูงเกินสิบเมตรได้โดยไม่บาดเจ็บ

            เมื่อกี้เจ้ากวินทร์งั้นเรอะ

            แฟรนเซียมคำรามด้วยความเจ็บใจ สิ่งที่กวินทร์ทำลงไปสร้างความขุ่นเคืองถึงขนาดนึกชื่อจากรายชื่อนายทหารชั้นยอดที่น่าจะเทียบความสามารถในการตัดสินใจเมื่อครู่นั่นไม่ได้เลยซักคนเดียว

            ยอดเลยกวินทร์

            นรินทร์ที่ยืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มเอ่ยปากชม ปกติแล้วกวินทร์จะคอยตามคนอื่นอยู่เสมอถึงจะมีบางครั้งที่แสดงความคิดเห็นออกมาแต่ก็ไม่เคยถึงกับออกหน้าแก้ไขสถานการณ์ด้วยตัวเองโดยไม่ถามไถ่ซะก่อน        กวินทร์เติบโตขึ้นถึงขนาดนั้นหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่อารย-สนธยามาได้

            ถึงกับทำลายพี่น้องกันได้ลงคอเลยเรอะโดโกบาร์ดูเหมือนแกจะเริ่มบ้าหนักข้อกว่าข้าซะอีกนะ

            ออร์ทิเกสซาร์กล่าว

            ถ้าจะต้องกลายเป็นเครื่องมือของวัชพืชสู้โดนทำลายทิ้งไปซะยังจะดีกว่า

            งั้นแกที่ต้องพึ่งพาวัชพืชเพื่อทำการแห่งความถูกต้องนั่นล่ะจะถือมั่นในคำพูดนั่นได้เรอะ

            “…”

            โดโกบาร์ไม่ได้ตอบโต้อีกหลังจากคำถามนั้น อย่างไรก็ตามช่วงที่พวกมันสนทนากันอยู่นี่เองอิงศรก็ฉวยโอกาสดิ้นจนหลุดจากอุ้งเท้าของออร์ทิเกสซาร์มาได้ครึ่งตัวแล้วสะบัดหัวฟาดใบดูลงไปที่ต้นขาของมัน

            ใบหูของจูลลับบิตต้าเป็นคมดาบที่มีความคมสูงสามารถตัดได้กระทั่งเครื่องทำสวนด้วยกัน นั่นเป็นข้อมูลที่อิงศรรับรู้จากากรขึ้นมาขับ แต่ออร์ทิเกสซาร์ก็ไหวตัวก่อน มันกระโดดถอยหลังหลบไปอย่างคล่องแคล่วเสียจนบาดแผลกับอาการบาดเจ็บที่เห็นอยู่เนืองๆ ของมันกลายเป็นเรื่องตลกไป

            เห็นเดินกะเพลกๆ แต่โดดคล่องว่องเป็นแมวเลยนะ

            อิงศรยันเครื่องลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้ทันทีที่เป็นอิสระ ตอนนี้เขาเริ่มจะเข้าใจวิธีการสู้ของจูลลับบิตต้าที่ขับขึ้นมาหน่อยแล้ว

            ออร์ทิเกสซาร์พูด

            เฮ้ๆ โดโกบาร์ไม่จัดการเจ้านี่ด้วยเหรอวัชพืชกำลังชักบังเหียนพี่น้องของพวกเราอยู่นา

            แต่โดโกบาร์ไม่ตอบโต้คำพูดเลยแม้แต่น้อยแล้วคืนสภาพกลับไปอยู่ในก้อนอุกกาบาต มิ่งขวัญถูกขับออกมาพร้อมกับร่างมนุษย์ของโดโกบาร์ ทั้งสองลงมายืนบนหาดแล้วอุกกาบาตก็หายวับไปอย่างน่าอัศจรรย์

            ขอข้าตรวจดูก่อนก็แล้วกันโดยเฉพาะการกระทำของเจ้ามันน่าสงสัยออร์ทิเกสซาร์ทำไมถึงเคยไปอยู่กับวัชพืชกันล่ะถ้าเจ้าจะช่วยตอบข้อสงสัยเรื่องนี้ข้าก็จะพิจารณาว่าสิ่งที่อิงศรผู้ถูกฟันเฟืองเลือกทำนั้นผิด

            หัวหมอเหลือเกินนะอยู่กับพวกวัชพืชมากเกินไปจนสมองขึ้นสนิมแบบเจ้าซีลอร์ดมันแล้วรึไง

            ก็ไม่รู้สิ

            โดโกบาร์ตอบอย่างไม่แยแส

            งั้นแปลว่าฉันจะจัดการเจ้านี่ก็ไม่ว่ากันสินะ

            อิงศรพูดแทรกการสนทนานั่น

            ออร์ทิเกสซาร์จ้องมองมาที่เขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

            หืม นี่คิดจริงๆ เรอะว่าอย่างเจ้าจะทำลายข้าได้น่ะ มุกตลกแห่งปีเลยนะ

            โทนเสียงของมีนาที่มันใช้ยิ่งทำให้เป็นคำพูดที่ชวนหงุดหงิดขึ้นมา แต่ว่า...

            งั้นก็เตรียมเป็นดาวดับได้เลยเจ้าตัวตลกมุกแห่งปีนี่จะทำให้แกขำจนขาดใจตายเลย!”

            อิงศรกล่าวตัดบทแล้วบังคับเครื่องทำสวนพุ่งเข้าใส่ราชสีห์อย่างไม่ลังเล

 

***ช่วงสิ้นปีเป็นปกติของไรท์ที่งานออฟฟิชจะเยอะมากเพราต้องปิดโปรเจคปลายปีทำให้มีเวลาปั่นต้นฉบับน้อยลง ดังนั้นจนกว่าจะผ่านพ้นไปได้ไรท์คงได้แค่พยายามปั่นตอนละไม่กี่คืบแบบนี้ต้องขออภัยจริงๆ ครับเนื้อหาสู้กันแค่ไม่กี่ตอนแต่ต้องยืดมาซะยาวเลย TwT แอ่ววเดี๋ยยวต้องกลับทำงานราชต่อแล้วไว้เจอกันใหม่วันจันทร์หน้าเน่อ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น