Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 177 : Login 174: กระต่ายขาวในเงาจันทร์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 พ.ย. 60

Login 174: กระต่ายขาวในเงาจันทร์ 1

 

            อิงศรประเมินสนามรบและกำลังที่ตัวกับพวกพ้องมี

            ตอนนี้แฟรนเซียมกับเครื่องทำสวน...รู้สึกจะชื่อเซ็ปทรูสตาร์ เหมือนจะเคยได้ยินโดโกบาร์พึมพำว่าอย่างนั้นก่อนจะลากมิ่งขวัญไปต่อสู้กับแฟรนเซียม นั่นทำให้ข้าวหลามที่ลอบเข้ามาปล่อยตัววิเชียรมาศต้องไปสาละวนอยู่กับฝูงสัตว์เทวะที่ออร์ทิเกสซาร์ส่งไปขัดขวางเพียงเพราะนึกสนุกอยากขัดขวางสองคนนั่นไม่ให้ไปช่วยแฟรนเซียม

            ฝั่งแฟรนเซียมเองหลังจากโดนโดโกบาร์ยิงจนตกก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหว ตอนนี้มีอนันตา จ้าวแห่งพญานาคที่ อารย-สนธยาอัญเชิญออกมาด้วยวิธีการที่ไม่ทราบแน่ชัดคอยผุดหัวที่มีจำนวนนับไม่ถ้วนจากใต้พื้นดินขึ้นมาเป็นโล่ป้องกันให้

            โดโกบาร์ใช้ปืนใหญ่ที่แนบอยู่ข้างลำตัวทั้งสองกระบอกระดมยิงกระสุนแสงเป็นปืนกล หัวของจ้าวแห่งพญานาคระเบิดโพละๆ เป็นชิ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

            ดังนั้นที่สู้อยู่กับพวกเขาเลยมีแต่พวกมนุษย์ต่างดาวเท่านั้นแต่นอกจากราชครูลำดับสามรูบิเดียมแล้วตนอื่นกลับไปยืนเตรียมพร้อมอยู่เสียไกลและไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาช่วยราชินีของพวกตนเลยซักนิด

            แต่แค่นั้นก็ลำบากพอแล้ว ฝั่งเขาที่มีราชครูลำดับสี่กับหกอย่างโพแทสเซียมกับลิเธียม รวมพลังกันยังทำได้แค่ยั้งดาบของหล่อนไม่ให้ตัดคอเขา ซึ่งก็ยื้อกันได้แค่ไม่กี่วินาทีก่อนจะโดนอัดกระเด็นจนถอยครูดมาด้วยกัน จากนั้นเขาก็ใช้จังหวะทีเผลอนี่เองจับรูบิเดียมตรึงไว้ด้วยโซ่อาคา มหาเขตแดนตรวนผนึกหมาป่าไกรนิลพ์

            ก่อนหน้านี้อิงศรได้ให้สัญญาณพวกพ้องของตนให้เตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนจึงยังไม่มีใครเคลื่อนไหว พวกเขาได้ตกลงรูปแบบการต่อสู้ขึ้นมาเพราะจำนวนคนในกลุ่มที่มีมากขึ้นจึงต้องแบ่งการสั่งการให้กับนรินทร์ให้คอยช่วยสั่งการทุกคนด้วยโดยคอยดูสัญญาณมือ ด้วยวิธีการนี้อิงศรสามารถประเมินสถานการณ์แล้วเสนอกระบวนทัพที่มีประสิทธิภาพที่สุดให้ได้ ซึ่งนรินทร์จะเป็นคนกระจายคำสั่งและคอยจัดตำแหน่งให้กับทุกคนอีกที

            ถึงจะมีแผนการที่เพียบพร้อมอยู่ในหัวเป็นสิบๆ แผนแต่ทั้งหมดนั้นล้วนไร้ความหมายเมื่อเจอกับพลังของรูบิเดียมที่พกอาวุธติดตั้งอสุรามาด้วย หล่อนสามารถใช้สกิลท่าไม้ตายได้ทุกท่าซึ่งนั่นรวมถึงกลุ่มท่าไม้ตายที่ขอยืมพลังจากเครื่องทำสวนซึ่งจะกางมิติยับยั้งกาลเวลาออกมา แต่เขาก็แก้ทางคืนไปด้วยเมอร์คาบาห์ที่มีคุณสมบัติต่อต้านสกิลท่าไม้ตายราวกับเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

            จากประสบการณ์ที่มีบวกกับสภาพของสนามรบอิงศรได้ลองประเมินมันแล้วก็พบว่าไม่มีหนทางใดที่จะสู้ด้วยได้เลย ต่อให้มิ่งขวัญไม่ได้พาพวกเขาลงมากลางวงต่อสู้แต่แรกก็ยังยากที่จะปฏิบัตภารกิจอันแสนสำคัญซึ่งเดิมพันด้วยชีวิตของมีนา

            ปัจจัยสำคัญที่เป็นเช่นนั้นก็คือเวลา...จากปากคำของแฟรนเซียม

            มีนาน่าจะเหลือเวลาอีกไม่มากนักก่อนจะโดนออร์ทิเกสซาร์ใช้เป็นแหล่งพลังงานจนตาย ก่อนที่จะเป็นแบบนั้นจะต้องหยุดเจ้าเครื่องทำสวนสุดวิปริตเครื่องนี้ให้ได้

            แล้วความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่จะทำแบบนั้นก็คือการหาเครื่องทำสวนซักเครื่อง ขึ้นขับมันแล้วจัดการให้ออร์ทิเกสซาร์ขยับไม่ได้ก่อนจะแหวกร่างของมันแล้วช่วยมีนาออกมา

            ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ทะเลใกล้ๆ นี่มีเครื่องทำสวนอีกเครื่องหลับใหลอยู่พอดี

            อิงศรคิดจะเดิมพันกับสิ่งนั้นซึ่งต้องจ่ายค่าชดเชยความล้มเหลวด้วยชีวิตของพวกพ้องทั้งหมด

            เวลาที่โซ่อาคมซึ่งมัดรูบิเดียมไว้ใกล้จะหมดลงทุกขณะ

            อิงศรสูดลมหายใจเข้า ปอดขยายขึ้น เต็มไปด้วยอากาศ เขาพ่นมันออกรวดเดียวแล้วตะโกนสุดเสียงไปที่ทะเล

            “เฮ้ย!!! เครื่องทำสวนแกน่ะจ้องฉันอยู่ใช่ไหม!!”

            มีสายตาจำนวนมากจับจ้องมาที่ตน อิงศรรู้สึกเช่นนั้น คงเป็นทั้งพวกพ้องและศัตรูนั่นแหละ

            เขาเมินสายตาเหล่านั้นไปแล้วตะโกนต่อว่า

            “งั้นจะมัวรออะไรยอยู่เล่ารีบเอาฉันเข้าไปเลยเซ่!”

            อันดับแรกจะต้องหาทางเข้าไปให้ได้เสียก่อน ซึ่งอิงศรเองก็ไม่รู้ว่าว่าจะทำได้อย่างไร

            ถึงจะพอจะมีประสบการณ์ในการขึ้นขับเครื่องทำสวนดีเซมแมร์มาก่อนแต่ตอนนั้นก็เป็นเพราะฟันเฟืองทำงานของมันเอง

            มีเสียงดังขึ้นในสมอง อิงศรรู้สึกได้ว่ามันไม่ผ่านหูของเขาเลย

            ‘อยากจะขึ้นขับอาวุธของพระเจ้าเหรอ’

            “เมอร์คาบาห์...”

            อิงศรช้อนสายตามองปีศาจประจำตัวที่ลอยอยู่เหนือตนเอง

            ‘ถ้าต้องการก็พอจะบอกวิธีให้ได้อยู่’

            “บอกมาทีเถอะ ต้องทำอย่างไงบ้าง”

            ‘ถ้าเป็นปกติก็ต้องตายก่อนครั้งหนึ่งล่ะนะแต่ตอนนี้เธอที่ควบคุมอาคานาร์ฟอร์ซได้อย่างสมบูรณ์แล้วคงจะเรียกฟันเฟืองออกมาในโหมดขึ้นบังคับได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องร้องขอต่ออาวุธของพระเจ้าแค่เพียงตั้งสมาธินึกภาพของศิลาที่ผนึกอาวุธไว้ นึกภาพสถานที่ของมันขึ้นมาในหัวแล้วคิดว่าอยากจะเข้าไปในนั้น’

            อิงศรคิดจะทำตามที่เสียงบอกทันทีแต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าถ้าเขาไม่อยู่ตรงนี้แล้วพวกพ้องที่อยู่ข้างหลังจะทำอย่างไรจึงแอบส่งสัญญาณมือให้นรินทร์ไป

            จากนั้นอิงศรก็หลับตาลง

            ตั้งจิตนึกภาพของก้อนอุกกาบาตที่จมอยู่ก้นทะเลซึ่งเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว....แต่ถึงจะบอกว่านาน

            ที่จริงมันก็แค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น มันเกิดเรื่องขึ้นมากมายภายในเวลาสั้นๆ จนราวกับว่าผ่านมานานเป็นเดือน

            มโนภาพเด่นชัดขึ้นในสมองแล้วพออิงศรเริ่มคิดถึงข้างในของก้อนอุกกาบาต

            ฟุ่บ

            ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมา จากนั้นสติก็เหมือนจะหลุดลอยออกไป

            เขาส่ายหัวแรงๆ เพื่อให้รู้สึกตัวแล้วลืมตา

            “…”

            ตอนนี้อิงศรเข้ามาอยู่ข้างในห้องแคบๆ ที่ผนังและเพดานรวมถึงพื้นโปร่งใสเหมือนกระจก มองเห็นฟันเฟืองทองคำเรียงรายล้อมอยู่รอบห้อง เขาพอจะจำมันได้จากความทรงจำอันน้อยนิดเมื่อครั้งที่ขึ้นขับดีเซมแมร์ จากสติสัมปชัญญะที่ยังพอมีเหลืออยู่ในตอนนั้น ที่นี่คือห้องควบคุมภายในเครื่องทำสวน

            “เราเข้ามาข้างในแล้วงั้นเหรอ”

            ทันทีที่พูดจบอิงศรก็รู้สึกคันที่บริเวณกลางหลัง เสื้อในบริเวณนั้นจู่ๆ ก็แหวกออกเป็นช่องกว้าง

            “อึก”

            ผิวหนังบนกระดูกสันหลังปูดขึ้นมาจนแทบปริ ผิวหนังถูกดันจนทะลุสิ่งที่ผุดออกมาคือของเหลวสีขาวขุ่นที่ต่อมาจับตัวเป็นฟันเฟือง ดูราวกับเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ที่งอกออกมา

            อิงศรหอบหายใจแรง การออกมาของฟันเฟืองใช้พลังกายไปมากโข แต่ว่า

            “แค่เอาเจ้านี่ใส่เข้าไปสินะ”

            อิงศรพูดขณะที่เหลียวหลังไปมองช่องบนผนัง ช่องถูกเจาะสลักเป็นร่องขนาดเท่ากับฟันเฟืองบนหลังพอดิบพอดี

            เขาสวมเฟืองเข้าไปข้างใน เมื่อมันเริ่มหมุนก็รู้สึกจั้กจี๋เล็กน้อย

            เฟืองที่หลังหมุน เฟืองรอบๆ ห้องก็หมุนด้วย

            เสียงฟันเฟืองเสียดสีกัน เสียงเครื่องยนต์ทำงานคำรามกระหึ่ม

            มีเสียงลอดเข้ามาในหัว

            “วัชพืชสินะ”

            อิงศรพูดสิ่งที่ได้ยินด้วยวาจาประชดประชัน เสียงที่พูดกรอกหูแทบจะตลอดในเวลานี้บอกเล่าว่า วัชพืชที่รุกล้ำสวนของแอดมินิสเทรเตอร์นั้นน่ารังเกียจเพียงใดและเสนอวิธีถินรากถอนโคนด้วยพลังของเครื่องทำสวนเครื่องนี้ วิธีต่อสู้ พลัง อาวุธ ทุกๆ อย่างของเครื่องทำสวนกำลังไหลเข้าสู่สมองโดยตรง

            มันพยายามจะติดตั้งโปรแกรมลงในตัวเขา อิงศรต้องพยายามเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้จิตใจหลุดลอยออกไปขณะที่รับข้อมูลการใช้งานจากมันไม่อย่างนั้นเขาจะกลายเป็นเพียงไขลานที่ทำให้ของเล่นชิ้นยักษ์อาละวาดไป

            การเชื่อมต่อกับเครื่องทำสวนเริ่มขึ้น ภาพของท้องทะเลที่มืดมิดถูกส่งเข้ามาแทนที่ภาพจากดวงตา

            “เชื่อมต่อได้แล้ว”

            อิงศรคิดจะลองขยับตัวดู เขารับรู้ได้ว่าการขยับตัวจะทำให้เครื่องทำสวนขยับไปด้วย ทั้งที่ไม่น่าจะรู้แต่ความรู้ทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดเข้ามาเรื่อยๆ

 

            @@@

 

            อิงศรให้สัญญาณมือเอาไว้ก่อนที่ร่างกายจะแตกเป็นชิ้นๆ ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนสี่เหลี่ยมคล้ายจิ๊กซอร์ลอยขึ้นไปแล้วดำดิ่งหายลงไปในทะเล

            สัญญาณมือที่อิงศรให้ไว้คือถ่วงเวลาศัตรู ให้ตรึงสถานการณ์เอาไว้

            นรินทร์เม้มริมฝีปากแล้วนึกถึงเรื่องที่เคยตกลงสัญญาณกับอิงศรก่อนจะมาที่นี่

            เดิมทีมันเป็นสัญญาณที่ใช้กันตั้งอยู่กับเมตไตรยแล้ว อิงศรกับเขาได้ร่วมกันกำหนดสัญญาณเอาไว้เพียงแค่สามรูปแบบคือ ตรึงกำลัง, ถอยทัพ, ห้ามตาย ทั้งหมดเป็นคำสั่งที่ใช้เพื่อปกป้องพวกเขา อิงศรไม่เคยคิดคำสั่งเผื่อไว้สำหรับขอความช่วยเหลือเลย พอถามไปว่า

            “มีแต่คำสั่งเห็นแก่ตัวนะแบบนี้เนี่ย”

            ก็ได้คำตอบกลับมาว่า

            “สำคัญที่สุดของคนเป็นหัวหน้าอย่างฉันคือพวกนายต้องไม่ตาย”

            “แล้วอิงศรล่ะ คิดจะไปตายอยู่คนเดียวเหรอ”

            “ถ้าตายได้จริงๆ ก็คงจะดีกว่าล่ะนะ”

            ตอนที่ตกลงกันเรื่องสัญญาณนั้นเป็นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เครื่องทำสวนอาละวาดที่ค่ายกรุงเทพ

            ความหมายที่อิงศรอยากจะบอกก็คือคนที่จะฆ่าพวกพ้องนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นอิงศรที่อาจจะคลั่งขึ้นมาเพราะฟันเฟืองต่างหาก

            ดังนั้นจึงสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของอิงศรได้

            แต่อิงศรไม่ได้เลือกที่จะตายถ้างั้นเราก็ต้องช่วยเท่าที่ช่วยได้

            นรินทร์ปฏิญาณกับตัวเองแล้วหันไปสั่งการทีม

            ทุกคน ฟังหน่อย!” เขาตะโกนต่อเพื่อสู้กับเสียงต่อสู้ในสนามรบ ฟู มิกซ์คอยคุ้มกันแถวสนับสนุนไว้ เมษากับกวินทร์ขึ้นมาข้างหน้าผมทีเราจะตั้งฟอร์เมชั่นกัน!”

            ทุกคนต่างก็ปฏิบัติตามนั้นและตั้งกระบวนทัพได้ทันก่อนที่รูบิเดียมจะหลุดจากโซ่อาคม

            อ้าว แล้วพวกผมล่ะ

            โพแทสเซียมถามมาพร้อมกับชี้เข้าหาตัวเอง

            นรินทร์ตอบไปว่า

            ช่วยถ่วงเวลารูบิเดียมไว้ให้ที!”

            โห พูดง่ายทำยากนะ...

            งั้นก็ตายไปซะเลยสิยะ!”

            แต่คำตัดพ้อของโพแทสเซียมก็ถูกขัดจังหวะ รูบิเดียมที่เป็นอิสระแล้วพุ่งเข้ามาแล้วตวัดดาบผลึก ดาบมุ่งไปที่คอของราชครูลำดับสี่แต่ชายคนนั้นกลับแสยะยิ้มระรื่นแล้วเอี้ยวตัวหลบสุดกำลัง

            ถึงจะยิ้มแต่นั่นก็จวนตัวแล้วจริงๆ โพแทสเซียมรู้ตัวก่อนแค่เสี้ยววินาทีทำให้ต้องหักหลบจนร่างกายเสียสมดุลและเกือบจะล้มทั้งยืน รูบิเดียมดึงดาบที่เหวี่ยงพลาดไปหวดกลับลงมาหวังสับโพแทสเซียมให้ขาดคาพื้น

            คับบาลาห์ เซฟิร่า เชเซต !”

            นรินทร์แกว่งไม้เท้า แสงแห่งเวทมนต์พุ่งออกไปอาบร่างของรูบิเดียมพอดีและทำให้มือที่กำลังจะดึงดาบกลับมานั้นหยุดชะงัก โพแทสเซียมจึงมีเวลาพอให้กลิ้งตัวหลังจากล้มจนหนีรอดจากความตายมาได้

            ลิเธียม กวินทร์ เมษา ทั้งสามบุกจู่โจมรูบิเดียมพร้อมกัน

            นรินทร์ใช้จังหวะที่รูบิเดียมสาละวนอยู่นั้นเรียกหน้าจอแอพพลิเคชั่นปีศาจจากไม้เท้าขึ้นมาแล้วเลือกมันทำงาน แอพพลิเคชั่นปีศาจที่เดิมคือ ลาพาสที่ตอนนี้พัฒนาไปอีกระดับหนึ่งกลายเป็นปีศาจตนใหม่ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์มากกว่าแต่ก่อนซึ่งเน็กส์ เด็กชายแห่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเครืออารย-สนธยาเป็นผู้รับฝากมาจากซากิริอีกและได้ส่งมอบคืนให้กับเขาพร้อมทั้งบอกกล่าวคำขอโทษของหล่อนที่อัพเกรดปีศาจให้โดยไม่บอกก่อน

            จงตรวจสอบพระเจ้าของเจ้าเมลคีเซเด็ค!”

            นรินทร์ประกาศนามของเทวทูตจักรกลที่ปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังเขา เทวทูตสวมแว่นตาจักรกลให้และไม่ได้หายไปอย่างตอนลาพาส ตัวตนของเทวทูตนั้นจะช่วยประมวลผลข้อมูลที่เซนเซอร์ของแว่นตาตรวจจับมาแล้วส่งเข้าสู่สมองโดยตรงจึงไม่ต้องเสียเวลาอ่านรายละเอียดอีกทั้งยังทำให้วิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่าเดิมถึงขนาดที่ว่าไม่ต้องรอให้เห็นก่อนครั้งหนึ่ง แค่เพียงมองไปที่เป้าหมายก็สามารถล่วงรู้ถึงประวัติ วิชา พลังต่อสู้ ได้แล้วรวมถึงเครื่องทำสวนที่ ลาพาสเคยวิเคราะห์ไม่ได้ แต่ตอนนี้เมื่อเขามองไปที่ออร์ทิเกสซาร์ รายละเอียดต่างๆ ก็ไหลเข้าสู่สมอง

            นั่นทำให้รู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาเลย พลังที่ประมวลได้ซึ่งถูกส่งมายังสมองนั้นเป็นค่าที่ทำการจำลองสถานการณ์ที่พวกเขาทั้งหมดต่อสู้กับมันด้วยสภาพพร้อมเต็มที่ก็ยังโค่นลงไม่ได้ถูกสรุปออกมาทุกรูปแบบและทุกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นต่างก็ให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันทั้งหมด

            แต่ตตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะต้องปะทะกับเครื่องทำสวน ศัตรูในตอนนี้คือราชครูมนุษย์ต่างดาว

            นรินทร์เบือนสายตาไปที่ราชินีเอเลี่ยนแล้วเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาจุดอ่อน ซึ่งข้อมูลพวกนั้นรวมถึงตัวอาวุธติดตั้งอาสุรา คริสตัลเอ็กซีดฮัลวาทาช ด้วย ผลการวิเคราะห์นั้น...

            กวินทร์เก็บยูนิทไว้ก่อนนะอย่าเพิ่งใช้ล่ะ

            เขาตะโกนบอกรุ่นน้องที่ตั้งท่าจะร่ายสกิลหลังจากสร้างยูนิทธาตุสี่สีกลับมาได้จากสกิล ท่าฟันสี่ธาตุควอเต็ตแสลช โดยที่ยังไม่ใช้เท็งกิมารุซึ่งสะสมเคาเตอร์กิริยาห้าอย่างครบแล้วแปลงร่างเพราะถูกอิงศรห้ามไว้เรื่องที่เครื่องทำสวนสามารถขยับในห้วงเวลาท่าไม้ตายซึ่งนั่นจะกลายเป็นภัยกับพวกตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเวลาที่แปลงร่างของสกิลตระกูลเวพ่อนไนซ์นั้นกินเวลานานกว่าท่าประเภทอื่น ดังนั้นกวินทร์จึงคิดจะใช้ท่าไม้ตายอีกท่าที่ออกท่าได้เร็วกว่า

            นรินทร์ทราบถึงความคิดของรุ่นน้องจึงได้รีบห้ามเอาไว้เสียก่อนนั่นก็เพราะ...

            นี่คือพันธสัญญาว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปสู่เส้นทางทำลายล้าง จงกู่ร้องดาบที่ใช้ปลดพันธนาการสวรรค์!!

            แทบจะทันทีที่นรินทร์บอกห้ามไป รูบิเดียมก็ชิงใช้สกิลท่าไม้ตายก่อน หล่อนยังมียูนิทเหลืออีกมากมายแล้วตอนนี้เพราะอิงศรไม่ได้อยู่ที่นี่เมอร์คาบาห์ที่จะขัดขวางหล่อนก็เลยไม่อยู่ไปด้วย

            กีก้าเสลฟแรคน่าบัสเตอร์!!”

            ห้วงอวกาศดำทะมึนแผ่ขยายจากดาบผลึกที่หล่อนเหวี่ยงขึ้นไปหลังจากร่ายสกิล ดาบผลึกขยายใหญ่กลายเป็นดาบจักรกลเตรียมจะพุ่งลงมา

            ตอนนี้แหละใช้สวนกลับไปเลยกวินทร์ !”

            “นี่คือพันธสัญญาว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปสู่เส้นทางทำลายล้าง จงกู่ร้องดาบที่ใช้ปลดพันธนาการสวรรค์

            รุ่นน้องตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างทันท่วงทีแม้จะไม่ได้พูดรายละเอียด แต่ด้วยสถานการณ์แล้วหากเป็นตัวกวินทร์เองจะต้องเข้าใจได้แน่ว่าให้ทำสิ่งใด เพราะสิ่งเดียวที่จะทำได้ในช่วงเวลาที่หยุดนิ่งนี้ก็คือการใช้ท่าไม้ตายที่มีความสามารถสวนกลับท่าไม้ตาย...

            กีก้าเสลฟแรคน่าบัสเตอร์!!

            นั่นเอง, เมฆดำทะมึนปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าของห้วงอวกาศ กระต่ายจักรกลพุ่งออกมาจากหมู่เมฆแล้วเปลี่ยนร่างเป็นดาบ

            ดาบมหึมาขนาดผ่าภูเขาทั้งลูกโน้มตัวลงใส่รูบิเดียมที่ตอนนี้ตกเป็นเป้านิ่งรวมถึงดาบผลึกของหล่อนด้วย

            ดาบของกวินทร์จะเข้าถึงตัวหล่อนก่อนจากนั้นดาบผลึกจะเคลื่อนไหวต่อ หากสังหารหล่อนไม่ได้ในดาบนี้พวกเขาก็จะโดนท่าไม้ตายที่มีพลังระดับราชินีมนุษย์ต่างดาวบดขยี้ทันที

            ดังนั้นที่กวินทร์เล็งจู่โจมจึงไม่ใช่ตัวรูบิเดียม

            ย้าก!!”

            เด็กหนุ่มร้องคำราม ฟันเฟืองสีขาวเจาะลำคอ ผุดงอกขึ้นมาล้อมรอบคอเอาไว้และเริ่มหมุนกวัดแกว่ง ไพ่อาคานาร์แห่งความยุติธรรม เดอะจัสติส ร่วงหล่นลงมาต่อหน้ากวินทร์

            แจ็คสปริคกินส์!”

            เขาพูดแล้วขยี้ไพ่อาคานาร์ด้วยมือจนมันแตกสลาย ปีศาจจากอาคานาร์ ผู้ที่ร่วมชะตาเดียวกันจึงมีรูปลักษณ์ที่ถอดแบบออกมาจากตัวกวินทร์ เป็นปีศาจหนุ่มที่แต่งตัวแบบชนชั้นแรงงานของอังกฤษในยุคกลาง สวมหน้ากากขาวเพียงครึ่งซีก มีปีกสีเขียวผุดจากกลางหลัง เขาตัวตนจากนิทาน เทพนิยาย ตำนาน เกี่ยวกับเด็กหนุ่มผู้สังหารยักษา

            แจ็คลอยขึ้นไปยังหมู่เมฆดำที่เครื่องทำสวนสร้างแล้วหมุนตัวควงสว่านจนกลายเป็นพายุดูดเอาเมฆเข้ามารวมกันกลายเป็นก้อนสีดำสนิทที่ต่อมาก็มีมือยักษ์ยืดออกมาคว้าด้ามดาบเครื่องทำสวนของกวินทร์เอาไว้ ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาทีและยังเป็นช่วงเวลาที่หยุดนิ่งจากท่าไม้ตายด้วย

            มือยักษ์หวดดาบเครื่องทำสวนปัดดาบผลึกของรูบิเดียมกระเด็นไปปักลงในทะเล เป็นการกระทำที่ผิดธรรมชาติของสกิล ด้วยพลังของอาคานาร์ฟอร์ซได้ทำการบิดเบี้ยวหลักเหตุผลของโลกหลังการล่มสลาย

            ช่วงเวลาแห่งการหยุดนิ่งสิ้นสุดลง

            พวกเขารอดจากวิกฤติมาได้อีกครั้งหนึ่ง นรินทร์ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้โดยไม่รู้ตัวออก

            เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจแต่ก็ไม่นานนัก รูบิเดียมยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเขากับพวกพ้องร่วมต่อสู้ ช่วงเวลาอันปลอดภัยยังมาไม่ถึง

 

***ไว้ต่อกันวันอังคารหน้ากับ Part 2 นะครับวันนี้ไรท์ติดงานเลยได้แค่แปดหน้าเอง TwT ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #191 raigeki (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 19:04
    กระต่ายขาวในเงาจันทร์...เพลิมอร์สินะ
    #191
    1
    • #191-1 R@ji(จากตอนที่ 177)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 21:24
      ซูพีเรียไรด์!!

      ม่ายช่ายล้าวววว 555+ ตอนที่คิดชื่อตอนรีบๆ คิดเพราะมัวแต่ปั่นงานแล้วคำมันลอยขึ้นมาในหัวเลยจับตั้งชื่อไปซะเลย จู่ๆกลายเป้นแวนการ์ดเฉย 555+
      #191-1