Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 170 : Login 167: ความสมบูรณ์แบบที่มากเกินพอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 พ.ย. 60

Login 167: ความสมบูรณ์แบบที่มากเกินพอ

 

            “เมื่อซัลฟูลเรี่ยนหนึ่งตัวถูกทำลายข้าจะได้รับพลังงานจากพวกมันทำให้ยิงโซเดียแมททีเรียลเกย์เซอร์ได้หนึ่งครั้ง ห้าตัวก็ห้าครั้งปกติแล้วมันกินพลังงานเยอะล่ะนะแต่สำหรับการยิงด้วยวิธีนี้ไม่สิ้นเปลืองพลังงานเลยแม้แต่หยดเดียวนี่แหละโซเดียแมททีเรียลเกย์เซอร์โอเวอร์ไดรฟ์

            ออร์ทิเกสซาร์พูดหลังจากที่เพิ่งเผาแผ่นดินและทะเลจนเดือดไปด้วยเพลิงโลกันตร์

            กองหนุนของมนุษย์ต่างดาวรวมถึงยานแกรนครุยเซอร์ตอนนี้ก็จมลงไปในทะเลเป็นที่เรียบร้อย

            พินาศหมดแล้ว... สิงห์ซึ่งมองสถานการณ์จากภายในค๊อกพิทของเซปทรูสตาร์ขบกรามแน่นด้วยความโกรธ

            “ทำแบบนี้แกเตรียมใจจะพังไว้แล้วสินะ

            เสียงของเขาดังออกไปจากเครื่องทำสวน

            ออร์ทิเกสซาร์ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะชอบใจ

            “ฮะฮะฮะ ยังจะทำปากเก่งได้อีกเหรอเจ้าเนี่ยทำให้ข้าสนุกได้เสมอเลยนะ โซเดียมิราจ

            แล้วคำราม เสียงคำรามของมันทำให้อนุภาคทองคำที่ล่องลอยอยู่รอบๆ กลั่นตัวกลายเป็นสัตว์เทวะ ซัลฟูลเรี่ยนห้าตัวคืนชีพกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง

            “เอ้า ทำลายพวกมันอีกสิสวนของเจ้าจะได้ล่มสลายเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

            สิ้นคำ สัตว์เทวะทั้งหมดก็พุ่งเข้าจู่โจมเซปทรูสตาร์ของแฟรนเซียม

            “หมายความว่าแค่โจมตีแกอย่างเดียวก็พอสินะ

            แฟรนเซียมพูดพร้อมกับบังคับให้เครื่องบินหลบและฟาดปีกใส่ตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามากระเด็นตกทะเลไป

            ซัลฟูลเรี่ยนตัวนั้นลงไปคลุกน้ำทะเลก็ยังไม่เป็นอะไรอยู่ดีแม้ว่าร่างกายของมันจะเป็นก๊าซก็ตาม ยังคงพุ่งทะยานกลับขึ้นมาบนฝั่งแล้วร่วมกับฝูงจู่โจมเซปทรูสตาร์ต่อ

            แฟรนเซียมเห็นดังนั้นก็ตะโกนเรียกกำลังเสริมที่น่าจะซุ่มรออยู่ในทะเลที่กำลังเดือดไปด้วยเพลิงโลกันตร์

            “หลาม โจมตีพร้อมกับฉัน!

            ตอนนั้นเองที่ทะเล ผิวน้ำพูนตัวสูงขึ้น

            หัวจำนวนหนึ่งของพญาอสรพิษในตำนาน อนันตนาคราชก็โผล่พ้นออกมาจากผิวน้ำที่พูนตัวนั่น

            บนหัวข้างหนึ่ง ข้าวหลามยืนอยู่บนนั้นด้วยร่างที่หุ้มไปด้วยเกล็ดและใบหน้าที่ยื่นยาวคล้ายงูในมือกระชับปืนไรเฟิลที่เป็นเทคนิคัลเวพ่อนซึ่งประกอบจาหปืนสั้นสองกระบอกเล็งไปยังออร์ทิเกสซาร์

            เครื่องทำสวนลอยอยู่ในกล้องเล็งเป้าปืนของเขามาซักพักแล้วเหลือก็แค่รอคำสั่งยิงจากสิงห์ หรือ แฟรนเซียม

            “คนเขาแอบอยู่ใต้น้ำแต่มันเล่นเผาทะเลซะเหี้ยน เจอแบบนี้นี่เล่นเอาสั่นไปถึงกระดูกเลยนะเนี่ย

            “มันจะมาแล้วนะตักษกะ

            น้ำเสียงแหบห้าวเรียกชื่อของปีศาจที่ฝังพันธุกรรมอยู่ในร่างของข้าวหลาม อนันตาได้เตือนถึงภัยจากพวกซัลฟูลเรี่ยนที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้

            เพราะออร์ทิเกสซาร์สังเกตเห็นพวกเขาจากบนฝั่งแล้วถึงได้สั่งให้พวกมันมาเล่นงาน

            แต่ข้าวหลามก็ตอบอนันตาไปว่า

            “ไม่เป็นไรตั้งสมาธิกับการเชือดเจ้าสิงโตนั่นก็พอ อ้อหมายถึงสิงโตจริงๆ นะ ไม่ใช่สิงห์

            “หมายถึงอาวุธของพระเจ้าที่ยืนอยู่บนพื้นพิภพนั่นสินะ

            “เออ นั่นแหละๆ

            พอข้าวหลามตอบไปแบบนั้น พญาอสรพิษก็อ้าปากทั้งหมดรวบรวมลมหายใจไปสร้างพิษเอาไว้ในลำคอ มองเห็นพิษที่กำลังกลั่นตัวจากอากาศที่ไหลเข้าไปเป็นแสงสว่างสุกสกาวเปล่งประกายออกมาจากปากนับสิบ

            ตอนนั้นเองเซปทรูสตาร์ที่อยู่บนฝั่งก็ปล่อยลำแสงจากร่างอาบใส่สัตว์เทวะเหล่านั้นสาปพวกมันกลายเป็นหินจนร่วงตกทะเลไป

            เมื่อล็อกเป้าไปที่หัวของออร์ทิเกสซาร์ได้แล้วข้าวหลามก็เปิดหน้าจอไอเทมดึงเอายันต์อาคมออกมาหลายสิบใบ

            “ทางนั้นมีน้ำพุเพลิง งั้นเราก็เอาน้ำพุฉลามดับหัวร้อนๆของเจ้านั่นกันดีกว่า ชาร์คเกย์เซอร์ !

            พอลั่นไกแล้วยันต์ก็เผาไหม้ตัวเอง ข้าวหลามลั่นไกต่อเนื่องไม่หยุดเท่ากับจำนวนของยันต์ที่ใช้เพราะมันเป้นสกิลที่กำหนดให้ยิงซ้ำๆ กันได้ตามจำนวนยันต์อาคมที่มี

            เขายิงออกไปสิบสองครั้งด้วยกัน คลื่นน้ำรูปฉลามพุ่งออกจากปากกระบอกปืนไปเป็นสายต่อเนื่อง กันเหมือนน้ำพุมันเป็นสกิลที่พัฒนาขึ้นมาจากชาร์คชู้ตอีกขั้นนั่นเอง

            พร้อมกันนั้นอนันตาก็ปล่อยลำแสงจากทั้งสิบหัวไล่ตามน้ำพุฉลามไป ขณะเดียวกันแฟรนเซียมที่อยู่บนฝั่งก็ยื้อให้ออร์ทิเกสซาร์อยู่กับที่และกะจังหวะให้การโจมตีของพวกเขาไปถึงจึงโจมตีเสริมเข้าไปด้วยลำแสงสีแดงที่ยิงจากดวงตาของเครื่องทำสวนเซปทรูสตาร์

            การโจมตีเข้าเป้าทั้งหมด ถึงจะเห็นไปแวบหนึ่งก่อนที่การโจมตีจะเข้าปะทะออร์ทิเกสซาร์ได้กางแผงคอสร้างบาเรียเอาไว้

            “แต่ยังไงมันก็ต้องเจ็บบ้างล่ะน่า

            ข้าวหลามพูดแล้วลดกล้องไรเฟิลลง ทว่า...

            ทันทีที่ไอควันซึ่งเกิดจากกระสุนน้ำของเขาปะทะพร้อมกับลำแสงของสิงห์จางหายไปร่างที่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนของออร์ทิเกสซาร์ก็เปล่งประกายเงางามให้เห็น

            “บ้าน่า!

            ข้าวหลามสบถ

            ออร์ทิเกสซาร์ที่อยู่บนฝั่งเหมือนจะได้ยินหรือไม่ก็อ่านสีหน้าได้จากระยะนั้น แน่นอนว่าต้องอ่านทะลุผิวเกล็ดที่ปกคลุมร่างกายไปด้วยซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่า

            “ชิ เจ้านั่นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ

            ข้าวหลามเดาะลิ้นด้วยความเจ็บใจแต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อกี้เป็นการโจมตีสุดกำลังเท่าที่จะทำได้จากระยะขนาดนี้แล้วต่อให้เข้าไปใกล้กว่านี้เพื่อโจมตีให้หนักหน่วงขึ้นก็อาจจะเจาะทะลุการป้องกันอันสมบูรณ์แบบนั่นไม่ได้

            ตอนนั้นเองแฟรนเซียมก็พูดดังมาจากฝั่งว่า

            “งั้นโจมตีแกจากด้านหลังที่ไม่มีแผงคอนั่นคอยขวางก็คงได้สินะ

            “…”

            ไม่เข้าใจ...ข้าวหลามรู้สึกแบบนั้น รู้สึกสับสนว่าทำไมสิงห์ถึงได้บอกกลยุทธ์สุดท้ายที่อาจจะได้ผลกับศัตรูออกไป ถ้าเป็นปกติแล้วคงแอบส่งสัญญาณให้เขากับอนันตาโจมตีไปอีกครั้งแล้วเจ้าตัวก็จะดึงเครื่องทำสวนนั่นให้หันหลังให้พวกเขา หรือไม่ก็วิธีที่ว่านี่อาจจะไม่ได้ผลเหมือนกัน

            บางทีสิงห์คงรู้ผลลัพธ์อยู่แล้วหรืออาจจะคาดเดาได้เลยจงใจพูดออกไป

            เจ้าเครื่องทำสวนพอได้ยินแบบนั้นก็หันหลังให้อย่างง่ายดายพร้อมกับพูดมาว่า

            “ถ้ายังมีซัลฟูลเรี่ยนอยู่บาเรียของข้าจะไร้เทียมทานครอบคลุมทั้งร่างนั่นแหละมีแต่ต้องทำลายพวกมันทิ้งก่อน

            แต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะยิงไอ้ของที่ทำให้ทะเลเดือดได้นั่นมาอีกน่ะสิ ขืนมันยิงมาอีกคราวนี้ทั้งสิงห์ ทั้งเขากับอนันตาคงได้ตายจริงๆ แน่

            “บัดซบ!

            ข้าวหลามสบถแล้วเหลือบสายตามองไปยังกลุ่มสัตว์เทวะที่กลายเป็นหินแช่อยู่ในทะเล พลางคิดหาวิธี

            หากเขาทำลายพวกมันแล้วให้อนันตากับสิงห์โจมตีพร้อมกันก็พอจะเป็นไปได้อยู่แต่พลังโจมตีที่ลดลงก็ไม่แน่ว่าจะเจาะทะลุบาเรียของมันได้รึเปล่า หรือต่อให้สิงห์ช่วยจับมันหันหลังให้พลังโจมตีก็จะลดลงไปอีก

            แค่พลังของอนันตาอย่างเดียวไม่พอแน่

            ออร์ทิเกสซาร์ยังคงพูดท้าทายมาอีก

            “ ความสิ้นหวังกำลังรอเจ้าอยู่นะจงรีบใช้ความหวังกรุยทางที่ซัลฟูลเรี่ยนพวกนั้นยืนขวางแล้วเข้ามารับความสิ้นหวังไปจากข้าสิ

            แล้วหัวเราะอย่างน่าหมันไส้

            “ทำอะไรมันไม่ได้เลยงั้นเรอะ

            ข้าวหลามได้แต่จ้องมองมันสลับกับสัตว์เทวะอย่างสิ้นหวัง แต่แล้วหน้าจอสื่อสารก็กระเด้งตัวเปิดขึ้นมา ใบหน้าของรูบิเดียมฉายอยู่บนนั้น ตอนนี้หล่อนกำลังยืนอยู่บนหาดทราย พอมองไปที่ฝั่งก็เห็นเงากลุ่มคนลางๆ อยู่กระจุกหนึ่งกำลังขึ้นจากทะเลไปที่หาดซึ่งห่างจากจุดปะทะระหว่างเครื่องทำสวนประมาณหนึ่ง คงเป็นตรงนั้น

            ด้านหลังหล่อนมองเห็นกลุ่มมนุษย์ต่างดาวอีกหลายนายแล้วก็ กรกฎ ธุวดารกะ ที่มีบาดแผลถูกอะไรแฉลบเข้าให้บนไหล่ซ้ายหมอนั่นเอามือกดแผลนั่นห้ามเลือดที่กำลังไหลออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมยเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับมันทั้งที่เป็นแผลค่อนข้างใหญ่ มีเลือดไหลออกมาเยอะจนเสื้อเครื่องแบบที่สวมอยู่ชุ่มเป็นสีแดงจางๆ ในบริเวณนั้น

            “รอดจากไอ้นั่นมาได้ด้วยเรอะ

            ข้าวหลามถาม ที่จริงแอบคิดไปแล้วด้วยซ้ำว่าทุกคนในยานลำนั้นน่าจะจมน้ำตายกันหมด แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้โลกกลายเป็นเกมจึงสามารถหายใจใต้น้ำได้

            รูบิเดียมที่อยู่อีกฟากของหน้าจอชักสีหน้านิดหน่อย

            “กรกฏ ช่วยเอาไว้น่ะแล้วก็มีคนอื่นรอดกันมาอีกราวยี่สิบตนได้ชั้นครูกันทั้งหมด

            ยี่สิบคน... ถือเป็นจำนวนที่เยอะราวกับเกิดปาฏิหาริย์ ที่รอดจากการโจมตีกวาดล้างขนาดนั้นมาได้ถึงจะมีจำนวนแค่หนึ่งในสามสิบบนยานนั่นก็ตาม

            รูบิเดียมชักอาวุธที่หน้าตาเหมือนผลึกทรงหลายเหลี่ยมออกมาแล้วพูดว่า

            “เดี๋ยวทางฉันจะช่วยสนับสนุนเรื่องโจมตีเองทางนั้นน่าจะมีแผนแล้วใช่ไหม

            “…”

            ข้าวหลามไม่ค่อยแน่ใจนักว่าควรจะบอกสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดเอาเองว่าสิงห์ก็น่าจะคิดแบบเดียวกันด้วยออกไปดีหรือเปล่า

            มีเสียงดังปิ๊บสั้นๆ แล้วหน้าจอสื่อสารก็เปิดขึ้นอีกหน้าหนึ่ง เป็นสายจากสิงห์

            “ฉันจะดึงความสนใจเอาไว้ให้พวกรูบิเดียมกับอนันตาโจมตีมันจากข้างหลังฝากนายไปจัดการพวกสัตว์เทวะที่จมทะเลนั่นที

            เหมือนที่คิดเอาไว้เป๊ะ...ข้าวหลามหรี่ดวงตาลงเล็กน้อย

            “เออ กำลังคิดเหมือนกันเลย

            แล้วหันไปทางจอของรูบิเดียม แต่พอจะอ้าปากพูดทางนั้นก็ตอบกลับมาเสียก่อนเหมือนรู้ว่าจะพูดอะไร

            “ได้ยินแล้วอีกเดี๋ยวจะอ้อมหาดไปราวสองร้อยเมตรช่วยดึงอย่าให้มันหันหน้าไปทางนั้นด้วยล่ะ

            เพียงแค่นั้นการสื่อสารจากทางสองช่องทางก็ปิดตัวลง

            ข้าวหลามถอนหายใจเล็กน้อยแล้วมองไปยังจุดที่สัตว์เทวะจมอยู่ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

            “โดนใช้ทำงานยากๆ อีกแล้วแฮะ

            ถึงจะบอกว่าแค่ทำลายรูปปั้นที่กระดุกกระดิกไม่ได้ห้าตัวก็ตาม แต่ต้องกะจังหวะให้พอดีกับตอนที่ทุกหน่วยประจำที่เตรียมพร้อมแล้ว

            “อนันตาแกไปทางนั้นเดี๋ยวทางนี้ฉันมีธุระต้องจัดการไปช่วยสนับสนุนพวกมนุษย์ต่างดาวที

            ข้าวหลามพูดพร้อมกับชี้ไปทางเดียวกับที่พวกรูบิเดียมกำลังอ้อมหาดไป ตรงนั้นมี่อ่าวเล็กๆ อยู่ถ้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหน่อยอานุภาพพลังโจมตีของอนันตาน่าจะทำอะไรเครื่องทำสวนได้บ้าง

            จากนั้นจึงกระโดดลงจากหัวของพญาอสรพิษลงไปในในน้ำเอาปืนพาดไว้บนไหล่ข้างหนึ่งแล้วดำผุดดำว่ายไป

            ตอนที่อนันนตาเริ่มเคลื่อนตัวออกไปก็สัมผัสได้ถึงคลื่นที่ลอยมากระแทกหลัง

            เขาถูกคลื่นซัดไปหยุดอยู่หน้ากองเพลิงที่ตกค้างอยู่บนผิวน้ำที่มาจากการโจมตีของอร์ทิเกสซาร์

            ไฟนั่นร้อนขนาดทำให้อุณหภูมิน้ำรอบๆ อุ่นขึ้นมาได้แถมยังลุกไหม้ทั้งที่ไม่มีเชื้อเพลิงอย่างน่าอัศจรรย์

            ข้าวหลามว่ายอ้อมไฟนั่นไปจนถึงจุดที่สัตว์เทวะพวกนั้นจมอยู่

            ใต้เท้าของเขามีสัตว์เทวะขนาดใหญ่ที่แข็งเป็นรูปปั้นหินนอนแยกเขี้ยวจ้องจับเขากิน แค่คิดแบบนั้นก็ชวนให้ขนลุกขนพองแล้ว ไม่รู้ว่าพวกมันจะแหกพันธนาการของออกมาได้เมื่อไหร่ หากหน่วยปฏิบัติการบนบกไม่รีบก่อนจะเป็นแบบนั้นเขาอาจจะกลายเป็นของขบเคี้ยวของเจ้าพวกนี้ไป

            “เกลียดงานยากชะมัดเลย

            ข้าวหลามพูดสบถก่อนจะดำลงไปข้างล่าง แยกปืนไรเฟิลกลับเป็นปืนสั้นสองกระบอกเพื่อให้แยกกันจัดการกับพวกมันทั้งห้าตัวพร้อมๆ กันได้ โดยที่รอสัญญาณจากสิงห์ผ่านทางหน้าจอ

            สิบวินาทีผ่านไป

            สามสิบห้าวินาที

            หนึ่งนาที...

            ‘ตอนนี้เลย!

            แฟรนเซียมตะโกนผ่านมาจากหน้าจอที่กระเด้งตัวเปิดออกพร้อมกันนั้นข้าวหลามก็ลั่นไกปืนอย่างต่อเนื่อง กระสุนทุกนัดแหวกผ่านกระแสน้ำทะลวงศีรษะของพวกมันพรุนในครั้งเดียว

            “…”

            เกิดระเบิดขึ้น ร่างหินของพวกมันแตกกระจุยเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดคว้านเอาทรายบนพื้นขึ้นมาจนน้ำขุ่น ทัศนวิสัยดำมืดไปหมด

            ต้องรีบขึ้นไปบนผิวน้ำเขาบอกกับตัวเองอย่างนั้นแล้วตะเกียกตะกายขึ้นไปบนผิวน้ำ

@

@

@

 

            พวกเจ้ากำลังต่อสู้ด้วยความหวังที่ยิ่งใหญ่สินะ

            ออร์ทิเกสซาร์พูดขณะที่เหยียบอยู่บนปีกของเซปทรูสตาร์

            แฟรนเซียมเสียท่าให้ในจังหวะที่กำลังดึงความสนใจด้วยการบินอ้อมไปข้างลำตัวของออร์ทิเกสซาร์โดยหวังโจมตีจากด้านข้างที่ไม่มีบาเรียเสริมจากแผงคอถึงแม้อีกฝ่ายจะบอกมาแล้วว่าตราบใดที่ซัลฟูลเรี่ยนยังไม่ถูกทำลายการโจมตีใดๆ ก็ไร้ผลก็ตาม

            แต่เจ้านั่นก็ยังมีปฏิกิริยาตอบโต้กับการทำแบบนั้น ดูเหมือนเรื่องพูดจะแค่บลัฟกันเท่านั้น

            ใช่ แค่บลัฟกันกระทั่งท่าทีตอบโต้กับการเคลื่อนไหวที่แสดงเป็นนกต่อของเขาก็ด้วย พริบตาที่เริ่มแสดงความคาดหวังว่าด้านข้างจะเป็นจุดอ่อนของมัน

            วินาทีนั้นเองออร์ทิเกสซาร์ก็เก็บแผงคอแล้วสำแดงพลังฝีเท้าออกมา

            มันพุ่งตัวออกจากจุดเดิมที่มันย่ำอยู่มาซักพักแล้ว กระโจนทีเดียวข้ามหัวเครื่องทำสวนของเขาแล้วจับลากลงมาบนพื้นด้วยคมเขี้ยวที่ฟังลงบนคอของเซปทรูสตาร์

            ความเสียหายจากเครื่องทำสวนส่งผลมายังร่างกายด้วย คอของแฟรนเซียมจึกเป็นแผลเหมือนถูกกัด โลหิตไหลเป็นสายอาบชโลมพื้นค๊อกพิทที่เป็นกระจกใสจนแดงฉาน

            จากนั้นออร์ทิเกสซาร์ก็ขึ้นมายืนคร่อมตัวเครื่องของแฟรนเซียมแล้วก็มาอยู่ในสภาพปัจจุบัน

            แต่ความสิ้นหวังเองก็เช่นกันดูเหมอนว่าที่ปะทะกันเมื่อกี้เจ้าจะสั่งให้บริวารไปทำลายซัลฟูลเรี่ยนแล้วสินะ

            ใช่ เขาเพิ่งสั่งให้ข้าวหลามทำลายพวกสัตว์เทวะนั่นตอนที่โดนลากลงมาจนถึงตอนที่โดนจึ้นมาคร่อมตัวอยู่แบบนี้ พวกรูบิเดียมก็ไปเตรียมตัวอยู่ที่จุดนัดหมายแล้ว ซึ่งมันกำลังหันหลังให้พอดี

แต่แล้ว

            เอ้าต่อสู้เข้าไปอีกสิมีความหวังให้มากกว่านี้ ความสิ้นหวังจะกัดกินสวนของเจ้ามากขึ้นไปเช่นกัน

มันกลับพูดอย่างนั้นโดยไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

            ตอนที่พวกรูบิเดียมเริ่มการโจมตีตามแผนนั่นเอง แผงคอของออร์ทิเกสซาร์ก็กางออกแล้วปล่อยวงแหวนแสงออกมาห้าวง

            วงแหวนที่ปลดปล่อยคลื่นพลังซึ่งเผาแผ่นดินและทะเลจนเดือดพล่านนั่น

            โซเดียแมททีเรียลเกย์เซอร์โอเวอร์ไดร์ฟ น่ะจะยิงไปทางไหนก็ได้

            สิ้นคำคลื่นบ่วงเพลิงก็ยิงตรงไปที่หาดด้านหลัง

            อนันตาที่อยู่ในบริเวณนั้นถูกไฟแผดเผา ส่งเสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั้งหาดก่อนจะไหม้เป็นเถ้าธุลี

            ฆ่าปีศาจระดับนั้นได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เครื่องทำสวนทุกตัวทำแบบนั้นได้หรือว่ามีแค่ออร์ทิเกสซาร์กันนะ

            แฟรนเซียมประเมินพลังของอีกฝ่ายเทียบกับตัวเองแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าพลังมันต่างชั้นกันเกินไป

บางทีอาจจะเป็นอย่างที่มันว่า

            มนุษย์ที่ควบคุมเครื่องทำสวนกับเครื่องทำสวนที่เคลื่อนไหวด้วยอัตตาของตัวเองทำให้ช่วงของพลังห่างชั้นกันมาก

            สาเหตุนั่นเป็นเพราะตัวจำกัดพลังที่ใส่เอาไว้ในโปรแกรมควบคุมฟันเฟืองซึ่งไม่มีในตัวมีนาที่ขับเคลื่อนออร์ทิเกสซาร์อยู่ ดังนั้นถ้ามันยังอาละวาดต่อไปแบบนี้มีนาที่อยู่ในนั้นก็จะทนรับพลังที่ฟันเฟืองส่งออกมาไม่ไหวและตาย ถึงตอนนั้นมันก็จะขยับไม่ได้อีก

            ผลตัดสินศึกนี้ขึ้นอยู่กับเวลามาตั้งแต่แรก

            ทว่า ออร์ทิเกสซาร์ก็ทำได้ดี มันต้อนพวกเขาจนมุมอย่างง่ายดายและเจ้าเล่ห์อย่างที่สุด

            “…”

            ไม่รู้ตอนนี้พวกรูบิเดียมเป็นยังไงกันบ้าง ไม่มีใครติดต่อเข้ามาเลย

            ออร์ทิเกสซาร์กล่าว

            เจ้าเป็นคนรอบคอบเสมอสิงห์ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในแผนของเจ้าดังนั้นจึงวางแผนรับมือไม่ได้

            มันเอาหน้าเข้ามาใกล้จนกระแทกถูกส่วนใบหน้าของเครื่องทำสวน ทำเอาภายในค๊อกพิทสั่นสะเทือน

            ข้ารู้เรื่องนั้นดีแล้วก็ลุ้นให้เจ้ารู้เรื่องที่จ้าจะหักหลังด้วยเช่นกัน น่าเสียดายนะเจ้าสอบตกเพราะเชื่อมั่นมากเกินไป เชื่อสิ่งที่เหนือหัวบอกมากจนเกินไปกระทั่งเลือดต้องคำสาปนั่นเจ้าก็ยังรับมาโดยไม่คิดสงสัยใดๆ

            สงสัยไปแล้วต่างหาก

            หา?”

            แกเองนั่นแหละที่ไม่นึกสงสัยเลยรึไงว่าฉันอาจจะแอบวางยาเอาไว้ในฟันเฟืองที่กำลังขับเคลื่อนแกอยู่ก็ได้

            นั่นเป็นเพียงคำพูดบลัฟกันเท่านั้น ถึงจะมีการวางยาเอาไว้จริงๆ ก็เถอะแต่กว่าจะส่งผลออกมาพวกเขาคงเสร็จมันก่อน แต่ว่า

            ว่ายังไงนะนี่เจ้าทำอะไรกับตัวข้ากันแน่

            บลัฟนั่นกลับได้ผลเสียอย่างนั้น ออร์ทิเกสซาร์ทำท่าตื่นตูม

            “…”

            แต่มันมากเกินไป ออกอาการมากเกินไปจนเชื่อไม่ลง

            ซะเมื่อไหร่ล่ะ

            เครื่องทำสวนคำรามแล้วยกอุ้งเท้ากระแทกลงมาบนเครื่องทำสวนของเขาจนสะเทือนไปทั้งร่าง

            “ข้าเป็นคนช่วยเจ้าสร้างของพวกนี้ขึ้นมาทำไมจะไม่รู้ เรื่องที่ไม่มีตัวจำกัดพลังอยู่ในเฟืองจะทำให้เจ้าของร่างฟันเฟืองตายได้น่ะแต่ดูเหมือนเจ้าจะลืมเรื่องสำคัญไปนะสิงห์ผู้ถูกฟันเฟืองเลือกไม่มีวันตายแม้จะเป็นของที่สร้างขึ้นมาก็ตามเพราะว่าเจ้าทำได้สมบูรณ์แบบเกินไปยังไงล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น