Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 165 : Login 162: สุนัขต้อนหมาป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 ต.ค. 60

Login 162:  สุนัขต้อนหมาป่า

 

            งั้นก็มาใช้อีกครั้งกันเถอะ อิงศรฟอร์เมชั่นนีโอน่ะ

            มนุษย์ต่างดาวที่หน้าเหมือนกับอิงศรพูดมาแบบนั้น ตอนที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มมนุษย์ต่างดาวหน้าเหมือนคนรู้จักอีกสี่คน เจ้าพวกนั้นเหมือนกับพวกอิงศรไม่มีผิด

            เมื่อเห็นดังนั้นข้าวหลามก็ตอบไปว่า

            นายสินะที่แฟรนเซียมฝากให้มาน่ะ

            ใช่ เพราะงั้นเลยต้องมาเตี้ยมแผนให้แกหนีไปแบบเนียนๆ ก่อนน่ะสิเพราะจะต้องหลอกเจ้าตัวที่หน้าเหมือนฉันอีกคนด้วย ว่าแต่ขอถามหน่อยเหอะทำไมแฟรนเซียมจะต้องลงทุนทำอะไรอ้อมค้อมขนาดนี้ด้วยอย่างแกพอจะรู้อะไรบ้างรึเปล่า

            มนุษย์ต่างดาวหน้าเหมือนอิงศรถามกลับมา ดูเหมือนอีกฝ่ายจะได้รับคำสั่งมาจริงๆ คำสั่งจากสิงห์ หรือตัวจริงก็คือแฟรนเซียมราชาของมนุษย์ต่างดาว

            ไม่รู้สิ หมอนั่นน่ะไม่เคยบอกอะไรฉันเลย บอกแค่ให้ตามมาเหมือนทุกทีนั่นแหละ

            เขาตอบไปตามความจริง

            หลังจากนั้นซีเซียมก็ให้เล่นละครหนังหลอกเด็กแกล้งทำเป็นว่าตัวเองกับอนันตาโดนจัดการแล้วหนีไปโดยใช้เส้นทางที่เตรียมไว้

            ข้าวหลามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่อยู่วัดอารย-สนธยาเมื่อราวหกชั่วโมงก่อน ตอนนี้ตัวเขานั่งทอดน่องอยู่บนโขดหินใหญ่บนชายหาดของเกาะร้างที่สิงห์นัดให้มาพบ

            หรือก็คือเขารู้เรื่องตัวจริงของสิงห์มานานแล้ว...ไม่สิต้องบอกว่ารู้ตัวจริงของพวกมนุษย์ต่างดาวมาตั้งแต่แรก ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ได้เห็นมากับตาตัวเองแต่ไม่ได้ทำความเข้าใจถึงรายละเอียดทั้งหมด

            ข้อมูลที่มีเป็นแค่การไปเห็นด้วยตาของตัวเองเท่านั้นเพราะว่าตนอยู่เคียงข้างสิงห์มาตลอด

            ตั้งแต่ตอนนั้นผ่านมากี่ปีแล้วนะ

            ข้าวหลามลองรำพึงดูแต่ก็นึกจำนวนปีที่แน่นอนไม่ได้ เท่าที่พอจะจำได้ก็คือตัวเขาในวัยเด็กไม่ได้มีชีวิตที่ราบเรียบหรือสวยหรูเลย

            เขาอาศัยอยู่กับพ่อที่เป็นชาวประมงซึ่งถูกกดขี่โดยเจ้าหนี้ที่มาหลอกให้กู้ยืมเงินไปซื้อเรือด้วยดอกเบี้ยแพงมหาศาล ส่วนแม่นั้นเขาไม่เคยเห็นหน้าเลยตั้งแต่จำความได้ แต่เคยฟังพ่อบ่นว่าหนีไปกับเศรษฐีชาวต่างชาติหลังจากคลอดเขาแล้วด้วยเหตุผลที่ว่า พ่อเป็นไอ้ขี้แพ้

            เขาจำเรื่องของพ่อได้ไม่มากนัก คร่าวๆ คือพ่อเป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่อง แค่อยากจะอยู่อย่างสงบๆ กับเขาที่เป็นลูกสองคนเท่านั้น ซึ่งตัวข้าวหลามเองก็ปรารถนาแบบนั้นเช่นกัน

            แต่ด้วยความที่พ่อเป็นคนแบบนั้นเลยถูกเอาเปรียบอยู่บ่อยครั้งจน สุดท้ายก็โดนผู้มีอิทธิพลซึ่งต้องการไล่ที่ตรงบ้านตัวเองออกไปเพื่อทำรีสอร์ท

            ผู้มีอิทธิพลคนนั้นบีบเจ้าหนี้ค่าเรือของพ่อให้มาหลอกให้ออกเรือไปทั้งที่จะมีพายุเข้าโดยเอาเรื่องหนี้มาบีบพ่อ

            พ่อกับข้าวหลามจึงออกเรือไปและคาดเอาไว้แค่จะหาปลาใกล้ๆ ฝั่งไปใช้หนี้แก้ขัดตามข้อเสนอของเจ้าหนี้ แต่พายุมาถึงเร็วกว่าที่คิดเรือจึงโดนคลื่นซัดจนคว่ำ

            หลังจากนั้นสามวันเขาก็ลอยมาถึงฝั่งได้คนเดียว แต่พ่อหายไปในทะเล

            “…”

            ข้าวหลามชะงักความคิดเอาไว้เพราะตอนนั้นคลื่นสาดเข้ามากระทบโขดหินอย่างแรงจนน้ำลอยกระเด็นขึ้นมาถึงจุดที่เขานั่งอยู่จึงกระโดขึ้นมาจากท่านั่งทั้งแบบนั้น หลบหยดน้ำที่กระจายเข้ามาลงไปบนหาด

            น้ำจะขึ้นแล้วเหรอเนี่ย

            ข้าวหลามแหงนหน้ามองท้องฟ้า อากาศแจ่มใสเป็นอย่างมากดูไม่มีเค้าของพายุเลย ถึงทะเลจะแปรปรวนได้ง่ายเหมือนอารมณ์ของผู้หญิงก็เถอะ

            ว่าไปแล้วตั้งแต่ออกมาทำภารกิจแสร้งทำเป็นหัวหน้าของอารย-สนธยาก็ยังไม่ได้เสพผู้หญิงเลยนี่นะ

            เพราะร่างกายที่ดัดแปลงเป็น ดิวินิแดด มีความต้องการกิเลสที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยพอไม่ได้เติมเต็มกิเลสแล้วร่างกายก็รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย

            บนท้องฟ้าที่แจ่มใสนั่นกลับมองเห็นเงาของดวงจันทร์ลางๆ แสงแดดก็อ่อนจนไม่ค่อยร้อนนัก คงไม่ใช่เพราะว่าโลกใกล้ถึงจุดจบแล้วธรรมชาติเลยเพิ่งจะมาแปรปรวนหรอกนะ

            จะว่าไปที่กลายเป็นปีศาจแบบนี้ก็ตั้งแต่วันนั้นด้วยนี่นะ

            ข้าวหลามพึมพำพลางก็นึกถึงเรื่องราวต่อจากที่ค้างไว้

            เหตุผลที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นปีศาจก็เพราะได้ทำสัญญากับปีศาจ

            ปีศาจที่สวมหนังมนุษย์ ซึ่งอ่อนโยนเสียยิ่งกว่าพระเจ้าอีก นั่นทำให้เขายอมถวายตัวหมดหัวใจเพื่อ ปีศาจ ตนนั้นซึ่งเรียกเขาว่า เพื่อน

            หลังจากลอยมาติดฝั่งในวันนั้น พอกลับไปบ้านด้วยความหวังเพียงน้อยนิดว่าอาจจะพบพ่อไปรออยู่ที่นั่นแล้ว แต่ความหวังอันเลื่อนลอยพรรค์นั้นก็พังทลายในพริบตา

            บ้านถูกทำลายไปเรียบร้อยตอนที่กลับไปถึงจุดที่บ้านเคยอยู่ก็กลายเป็นเขตก่อสร้างรีสอร์ทไปเรียบร้อย

            ข้าวหลามในวัยเด็กจึงต้องร่อนเร่อยู่ข้างถนน

            ตอนที่กำลังจะอดตายอยู่นั่นเอง ปีศาจก็ปรากฏตัวขึ้น

            ปีศาจที่เป็นเด็กเหมือนกับตนเอง ผิวพรรณขาวผุดผ่อง สายตาปราดเปรื่องดุเฉลียวฉลาดกว่าตัวเองเป็นไหนๆ ตัวเองไม่อาจเทียบอีกฝ่ายได้ติด

            เขาที่กำลังจะหมดสติเพราะความหิวและความกระหายอยู่นั่น ก็โดนเด็กคนนั้นเอาน้ำรดหัวใส่ แต่ด้วยความกระหายเลยแย่งขวดในมือเด็กคนนั้นมาดื่มจนหมด

            พอดับกระหายได้ก็มีสติพอจะเห็นว่าเด็กคนนั้นมากับพวกผู้ใหญ่อีกหลายคนที่แต่งตัวด้วยสูทสีดำดูน่ากลัวเหมือนเป็นพวกมีอิทธิพล ชาวบ้านแถวนั้นพากันมองมาทางนี้กันหมดด้วยความตื่นตระหนก

            ตอนนั้นเองก็มีชายแก่คนหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนพ่อบ้านเดินถือถุงร้อนที่ใส่ข้าวหลามซึ่งแกะจากกระบอกแล้วเข้ามาหา

            ท่านสิงห์ครับสิ่งที่สั่งได้มาแล้วครับ

            เด็กที่เอาน้ำรดหัวเขาหันไป

            เอามา

            พูดแบบนั้นแล้วคว้าถุงข้าวหลามจากมือพ่อบ้านแล้วยื่นให้เขาดู

            ด้วยความหิวทำให้สายตาของตัวเองเอาแต่จดจ้องข้าวหลามในมืออย่างควบคุมไม่ได้ แต่สติยังรั้งตัวเองเอาไว้ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ฉกเอาของในมือเด็กคนนั้นมา

            สิงห์ คือชื่อที่พ่อบ้านเรียกเด็กคนนี้ คงเป็นลูกคุณหนูที่ไหนล่ะมั้ง แล้วทำไมถึงมายุ่งกับเขาล่ะ

            ตอนที่ความสงสัยกำลังพองตัวขยายมากขึ้นสิงห์ก็พูดมาว่า

            จะกินรึเปล่า

            ถึงจะยัง งงๆ แต่เขาก็พยักหน้าแล้วรับมากินอย่างมูมมาม อาหารอย่างแรกที่ตกถึงท้องในรอบสัปดาห์

            จากนั้นเขาก็ถูกสิงห์ถามอีก

            นายน่ะจะมากับฉันรึเปล่า มาเปลี่ยนแปลงโลกอันเน่าเฟะนี่ มาเป็นเพื่อนของฉัน

            เขาเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายโดยที่ปากยังเคี้ยวข้าวหลามอยู่

            “…”

            แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ตอบรับไป

            ใบหน้าของเด็กหนุ่มตอนที่พูดหลังจากนั้นไม่ได้แสดงอารมณ์ออกมาเลย

            งั้นจากนี้ไปชื่อของนายคือข้าวหลามจงยอมรับมันแล้วไปเข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นเพื่อนของฉันซะ

            ตั้งแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็น ข้าวหลาม โดนตั้งชื่อเหมือนของที่เอาให้กินราวกับเป็นสุนัขแล้วถูกเก็บไปเลี้ยงทั้งที่บอกว่าให้เป็นเพื่อน

            กว่าจะเข้าใจว่า เพื่อน คืออะไร ความหายของคำพูดนั้นคืออะไร ก็สองวันต่อมาหลังจากตามสิงห์กลับมาที่ธุวดารกะ

            ตนเองถูกบังคับให้เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกสุดโหดที่มีคนตายในการฝึกทุกวัน

            การฝึกฝนนั้นรวมเอาการผ่าตัดดัดแปลงเป็นครึ่งปีศาจเอาไว้ด้วยและการฆ่ากันเองเพื่อทดสอบพลังก็เป็นเรื่องธรรมชาติเอามากๆ ในสถานที่ซึ่งกฎหมายและศีลธรรมลงมาไม่ถึง

            มีผู้เข้ารับการทดสอบมากมายที่คล้ายๆ กับตัวเองคือกำพร้า ถูกทิ้ง หรือไม่ก็พวกมือฉมังที่ถูกตั้งความคาดหวังว่าจะฆ่าพวกขี้แพ้ อย่างตัวเองได้ทั้งหมดและเป็นผู้ผ่านการฝึกฝนนี้

            ตอนนั้นเองจึงได้เข้าใจว่าความช่วยเหลือที่ตอบรับมานั้นคือคำสาปของปีศาจ

            แต่ก็เพราะปีศาจตนนั้นเขาถึงได้ยังมีชีวิตอยู่ดังนั้นจึงพยายามมีชีวิตจนรอดจากการฝึกฝนนั่นมาได้

            เขาฆ่าพวกที่โดนตราหน้าว่า ขี้แพ้ พวกที่ถูกทิ้งเหมือนตัวเองแล้วก็พวกมือฉมังไปมาก บางคนก็ไม่รอดตั้งแต่การฝ่าตัดดัดแปลงแล้ว

            จนในที่สุดรอดชีวิตเป็นคนสุดท้ายและได้เข้าพบสิงห์ ธุวดารกะ เพื่อกลายเป็น เพื่อนหรือในอีกความหมายก็คือเป็นนักฆ่าสุนัขรับใช้ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อสิงห์ และเพื่อธุวดารกะ

            แล้วก็ได้รับทราบเหตุผลที่สิงห์เลือกตัวเองมาหลังจากเข้าพบด้วย...

            เหตุผลที่ตัวเองได้มีชีวิตต่อมานั้นก็แค่ จะเป็นใครก็ได้

            ในตอนนั้นสิงห์เห็นเขาไม่ต่างไปจากหมาจรจัดใกล้ตายเท่านั้น เป็นเศษขยะที่ไม่มีใครต้องการจึงเก็บมารีไซเคิล อารมณ์คงประมาณนั้นแหละ

            แต่ยังไงซะเรื่องที่สิงห์ช่วยตัวเองเอาไว้ชีวิตถึงได้เปลี่ยนมาขนาดนี้ก็ยังเป็นเรื่องจริงดังนั้นตนจึงพยายามทำหน้าที่ เพื่อนอย่างเต็มที่

            พยายามเข้าใจสิงห์ พยายามเข้าใจธุวดารกะ เพื่อทำประโยชน์ให้มากที่สุด แต่ก็โอนเอียงเข้าสิงห์มากกว่าเสมอมาจนกลายเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด

            แต่แล้ว...

            อยู่มาวันหนึ่งกลับได้ล่วงรู้ความจริงอันน่าเหลือเชื่อ

            ความจริงที่ว่ามนุษย์นั้นถูกบงการโดยเทวทูตมาตั้งแต่สมัยโบราณ

            ได้เห็นโลกล่มสลายลงต่อหน้า

            โลกที่โหดร้ายกับตนเองเสมอมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย ถึงพวกคนที่ฆ่าพ่อจะพากันตายไปหมดเพราะรับอมฤตไม่ไหวหรือไม่ก็ถูกสัตว์เทวะกินไปแล้วอยู่ที่ไหนซักแห่งก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีทั้งนั้น

            เพียงแต่

            เพียงแต่ สิงห์มองโลกอันสิ้นหวังนี้ด้วยใบหน้าที่เปล่งประกายสดใสอย่างที่หามิได้

            ใบหน้าที่แข็งทื่อจนรู้สึกว่ามันอาจจะเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งนั่นกลับปล่อยความรื่นรมย์ผ่านออกมาเป็นเพราะ ขวากหนามอันยิ่งใหญ่ต่อโลกที่ปรารถนาได้หายไปแล้วนั่นเอง

            ชอบใบหน้าแบบนั้นของสิงห์

            ไม่รู้ทำไมแต่มันรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นสิงห์ทำหน้าแบบนั้นเป็นครั้งแรก ความรู้สึกของตัวเองพองโตขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

            ไม่ใช่ผลจากากรฝึกฝนเพื่อให้จงรักภักดีอย่างแน่นอน แต่เป้นความรู้สึกของตัวเอง เป็นความปรารถนาที่ต้องการด้วยตัวเอง

            เขาอยากจะเห็นอีก เห็นรอยยิ้มของ เพื่อนคนนี้ต่อให้จะต้องสังเวยคนทั้งโลกก็ตาม

            อยากจะช่วยสิงห์ให้บรรลุความหวังอันสูงสุดนั้น

            “ไม่ได้เห็นนายยิ้มแบบนั้นมานานแล้วนะมีเรื่องอะไรดีๆ เกิดขึ้นเรอะไง

            ข้าวหลามหันไปทักทาย เพื่อน ที่เพิ่งเดินออกมาจากแนวป่าลงมาที่ชายหาดด้วยวาจาจิกกัดอย่างเคยๆ

            กุมภา ธุวดารกะ ในรูปลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาวราครูลำดับที่สอง รูบิเดียมก็ตามหลังมาด้วยเช่นกัน

            ใบหน้าของสิงห์ ธุวดารกะ แฟรนเซียมราชามนุษย์ต่างดาวกำลังทำหน้าอารมณ์ดีอยู่ถึงจะไม่ยิ้มเลยหรือมีสีหน้าแบบนั้นให้เห็น แต่เขาก็รู้ใจ เพื่อน เป็นอย่างดี

            แฟรนเซียมกำลังดีใจที่ความสำเร็จของแผนใกล้จะเป็นจริงแล้ว

            ที่เหลือก็แค่ทดสอบให้สำเร็จและรออิงศรซึ่งจะกลายเป็นกุญแจสำหรับปลายทางมารวมตัว ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จะตกอยู่ในกำมือของแฟรนเซียม

            จะได้เห็นนายยิ้มแบบนั้นอีกครั้งแล้วสินะ

            ถ้ารู้แล้วก็ไม่ต้องถามสิอย่างนายน่าจะเดาสาเหตุได้อยู่แล้วนี้

            แฟรนเซียมพูดอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด

            ข้าวหลามหัวเราะ

            ฮะฮะฮะ นั่นสินะแล้วจะให้ทำอะไรต่อไปดีล่ะ

            พอถามแบบนั้นไปแฟรนเซียมก้หันไปคุยกับรูบิเดียมแทน

            ทางนั้นล่ะไปถึงไหนแล้ว

            ถามสถานการณ์ที่ชายฝั่งซึ่งตอนนี้น่าจะกำลังรบกันดุเดือด สงครามระหว่างเมตไตรยกับกองกำลังมนุษย์ต่างดาวทั้งหมด

            เห็นว่ากำแพงโดนทำลายแล้วล่ะมีพวกของเราที่บุกเข้าไปในตัวเมืองได้แล้วด้วย ความห่างชั้นของพลังมีนต่างกันเกินไป

            แล้วไม่มีพวกเทวทูตออกมาเลยรึไง

            รูบิเดียมที่โดนแฟรนเซียมถามแบบนั้นเข้าก็เปิดหน้าจอระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบสถานการณ์

            ไม่มี

            พวกมันคงทิ้งเมตไตรยไปแล้วสินะ คงไปรอเราอยู่ที่บาเบลแล้ว ช่างเถอะแบบนั้นจะทำให้ทดลองได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มกำลังรบให้เจ้าพวกที่กำลังจะแพ้ตอนนี้เลย

            คำพูดของแฟรนเซียมนั่นหมายถึงให้เดินเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ที่หลับใหลอยู่ใต้ฐานของเมตไตรย

            เราจะมอบความหวังให้กับมันแล้วจากนั้นก็เปลี่ยนมันเป็นความสิ้นหวังซะ

            สิ้นคำแฟรนเซียม รูบิเดียมก็ใส่คำสั่งลงในหน้าจอเพื่อเดินเครื่องที่ว่า

            เพื่อถอนรากถอนโคนคนหนุนหลังพวกเทวทูตที่เหลือ

            เพื่อทดสอบพลังของเฟืองที่สร้างขึ้นมา

            จำเป็นต้องสังเวยความรู้สึกเป็นจำนวนมากเพื่ออาคานาร์ฟอร์ซที่จะทำให้จิตใจของมีนาเสถียรพอไม่อย่างนั้นจะถูกความบ้าคลั่งของเครื่องทำสวนกลืนกินแล้วพังจนใช้งานไม่ได้เอา

            เรื่องของอาคานาร์ฟอร์ซเองก็เป็นสิ่งที่เพิ่งได้มาจากการวิจัยเกี่ยวกับอิงศร

            หมอนั่นมีสิ่งที่สิงห์ต้องการเก็บซ่อนเอาไว้มากมายจนน่าอิจฉาเล็กน้อย สิงห์ต้องการอิงศรมากกว่าตนเอง

            แต่เพราะรู้ว่าความต้องการนั้นเป็นเพียงแค่ความต้องการเครื่องมือเท่านั้น

            ดังนั้นสุนัขรับใช้อย่างเขาก็มีหน้าที่สยบหมาป่าอย่างอิงศรให้เชื่องอยู่ใต้อาณัติของเจ้านาย

            เพื่อสิงห์ เพื่อแฟรนเซียมเขายอมทำทุกอย่าง


***อาทิตย์นี้กะว่าถ้าทันจะอัพให้สามตอนครับเพื่อวนกลับมาเป็นรอบปกติให้ได้จากปกติอาทิตย์นี้จะมีแค่สองตอนวันจันทร์นี้กับวันพุธ จะพยายามงอกตอนลงวันศุกร์มาให้อีกตอนแล้วอาทิตย์หน้าก็จะวนเป็นสองตอนของวันอังคารกับพฤหัสและสามตอนของวันจันทร์พูธศุกร์นั่นเองครับ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #189 raigeki (จากตอนที่ 165)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 18:09
    นี่มัน...ยันเดเระสินะ
    #189
    0