Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 158 : Login 155: คำตอบของอิงศร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ก.ย. 60

Login 155: คำตอบของอิงศร

 

            หลังจากได้ฟังสิ่งที่ซีลอร์ดพูดมาซักพัก อิงศรกับเมษาก็เดินเข้ามาหากลุ่มที่กระจุกกันอยู่รอบตัวซีลอร์ด

            อิงศรถาม

            “นี่อยากจะบอกว่าพวกเราที่อยู่ตรงนี้ควรจะเป็นศัตรูกันอย่างนั้นเรอะ”

            “ก็ไม่รู้สินะ”

            นั่นแปลว่า ‘ก็ทำนองนั้น’ ช่วงหลังมานี้อิงศรเริ่มจับทางคำพูดของซีลอร์ดได้บ้างแล้ว

            “แล้วยังอยากจะฟังต่อรึเปล่า”

            คำถามนั้นทำให้อิงศรหันไปมองพวกพ้อง

            ใบหน้าของทุกคนต่างก็หวั่นไหวไปกับคำพูดของหมอนั่นกันหมด

            ถ้าสรุปเอาแค่ที่ฟังมาเมื่อกี้ นรินทร์ก็เป็นศัตรูกับกวินทร์และเมษาไปแล้ว ครอบครัวของสองคนนั่นพรากเอาครอบรัวของนรินทร์ไป

            ไหนยังจะมีเรื่องที่พ่อแม่ของเขาปกปิดเรื่องตัวทดลองอัญเชิญเมอร์คาบาห์ที่ถูกต้องนั่นอีก

            พอลองนึกย้อนถึงเอกสารซึ่งเจอในฐานทัพใต้ดินของอารย-สนธยาแล้วก็พอจะจินตนาการเรื่องราวของการแก่งแย่งชิงอำนาจก่อนโลกจะล่มสลายออกมาได้

            หากลองเรียงลำดับเหตุการณ์ดูแล้ว…

            พ่อกับแม่ของเขาทำงานให้กับอารย-สนธยามาก่อนจากนั้นก็ขายข้อมูลให้ตระกูลธุวดารกะซึ่งน่าจะถูกบงการโดยพวกเทวทูตมาตั้งแต่ตอนนั้น

            ข้อมูลที่พ่อกับแม่ขายให้คือเดม่อนแอพพลิเคชั่นที่มีนาบอกว่าแตกต่างจากที่พวกเขาใช้กันอยู่ทุกวันนี้

            ถ้าอย่างนั้นมันอาจจะเป็นของที่มีไว้เพื่อเรียกปีศาจรึเปล่า

            ถ้าอย่างนั้นปีศาจที่ว่าก็คือ

            “…”

            อิงศรเหลือบสายตามองไปที่เมอร์คาบาห์ ค่อนข้างชัดเจนและเข้าเค้าที่สุดแล้วถ้าเดม่อนแอพที่พ่อกับแม่มีส่วนร่วมในการสร้างคือการอัญเชิญเมอร์คาบาห์

            เพราะแบบนั้นสิงห์ถึงมายุ่งกับเขา

            เพราะแบบนั้นมนุษย์ต่างดาวราชครูถึงได้หมายหัวเขากับมิ่งขวัญน้องชาย มาโดยตลอดซึ่งเหตุผลที่แท้จริงนอกจากเฟืองที่มีอยู่กับตัวแล้วถ้าสิงห์คือแฟรนเซียมจริงก็คงจะออกคำสั่งตามล่าจากทางฝั่งนั้นด้วยจุดประสงค์บางอย่าง

            แล้วมันคืออะไรกันล่ะ? จุดประสงค์ที่ว่านั่น

            สรุปแล้วทุกอย่างเป็นเพราะสิงห์ต้องการเมอร์คาบาห์อย่างนั้นสินะ ถ้างั้นทั้งเรื่องที่อารย-สนธยานี่รวมถึงสงครามของมนุษย์กับเอเลี่ยนนั่นก็เป็นการทำเพื่อให้ได้เมอร์คาบาห์มาอย่างนั้นสิ”

            มันก็เป็นอย่างที่เธอว่านั่นแหละนะ”

            แต่แบบนั้นมันไม่ขัดแย้งกันเองไปหน่อยเหรอ ทั้งที่หมอนั่นก็ได้ตัวฉันไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้วทำไมยังต้องทำอะไรยุ่งยากแบบนี้อีก”

            เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ”

            หมายความว่ายังไง”

            ถึงสิงห์จะเป็นแฟรนเซียมแต่ก็ใช่ว่าเหล่าผู้อาศัยในสวนแห่งที่สองทุกคนจะยอมรับดังนั้นเรื่องที่มีอีกโฉมหน้าเป็นมนุษย์นั้นจึงไม่เคยมีใครล่วงรู้อีกนอกจากกุมภาที่เป็นรูบิเดียมซึ่งมีสถานะเหมือนกัน”

            หมอนั่นบอกว่าสิงห์กับกุมภาเหมือนกัน หมายความว่าสองคนนั่นเคยเป็นมนุษย์ก่อนจะกลายเป็นเอเลี่ยนกันทั้งคู่สินะ

            แล้วไหนยังจะมีเหล่าสาวกของยฮวฮอีกพวกนั้นก็ต้องการเมอร์คาบาห์เหมือนกัน”

            พอได้ฟังแบบนั้นอิงศรก็เริ่มจะเข้าใจเหตุผลของมันได้เอง

            หากประเมินดูแล้วสภาพของสงครามแบบนี้ทำให้ซ่อนข้อมูลข่าวสารได้ดีกว่าเพราะความสนใจส่วนใหญ่จะไปทางนั้นกันหมด

            แล้วก็อารย-สนธยาที่พวกเธอต่อสู้มาตลอดทั้งคืนนี่ก็เป็นบททดสอบที่สิงห์เตรียมเอาไว้ เป็นบททดสอบที่มั่นใจได้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ว่าเธอจะก้าวข้ามมันและทำให้เมอร์คาบาห์ถูกอัญเชิญออกมา”

            งั้นอารย-สนธยาก็เป็นของสิงห์ด้วยน่ะสิ”

            ถึงตรงนี้เองอิงศรก็เริ่มนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน

            การทรยศของข้าวหลามนั่นบางทีอาจจะเป็นการจัดฉากด้วย

            แล้วเข้าซีเซียมที่อยู่อันดับสองล่ะหมอนั่นก็ทำงานให้สิงห์ด้วยรึเปล่า”

            นี่เป็นเพียงคำถามนำเท่านั้น คำถามต่อไปที่อยากจะถามจริงๆ ก็คือข้าวหลามที่ถูกซีเซียมฆ่าไปตอนที่พวกเขาเข้ามาในพระเจดีย์นั้น…

            ถ้าเป็นอนันตากับมนุษย์ที่มีตักษกะสิงสู่ร่างอยู่ล่ะก็มันหนีไปนานแล้วล่ะ”

            โดโกบาร์พูดขัดขึ้นมา

            งั้นไอ้ฉากระเบิดตัวตายเหมือนหนังฮีโร่ที่เจ้าซีเซียมมันทำให้พวกเราเห็นก็เป็นกลลวงงั้นสิ”

            โดโกบาร์พยักหน้าให้คำถามนั้น

            ตอนนั้นพวกมันคงยังไม่รู้ว่าข้าได้สติแล้วเท่าที่พอจะจับความได้ตักษะเหมือนจะกลับไปหาแฟรนเซียมแล้ว”

            งั้นป่านนี้ก็คงอยู่กับสิงห์ที่สนามรบซึ่งเตรียมการทดลองฟันเฟืองไปแล้ว

            ตอนนั้นเอง เมษาก็พูดแทรกขึ้นมา

            เดี๋ยวก่อนนะ พวกนายชักจะคุยกันเร็วเกินไปละ พวกฉันตามไม่ทันแล้วนะเนี่ย”

            ไว้เดี๋ยวฉันจะเล็คเชอร์ให้พวกนายทุกคนทีหลังน่า”

            อิงศรบอกปัดไปด้วยความรำคาญ ตอนนี้เขาอยากฟังเรื่องราวจากซีลอร์ดให้มากกว่านี้

            อยากจะได้ข้อมูลเพิ่มอีกซักนิดหน่อยก็ยังดี

            แต่เมษาไม่ยอมเลิกลาแล้วถามตื้อมาอีก

            แล้วนายเชื่อที่เจ้านี่พูดหมดเลยเหรอเรื่องพี่สิงห์เป็นเอเลี่ยนมั่งล่ะ เรื่องนรินทร์ทำให้โลกล่มสลายมั่งล่ะฟังยังไงมันก็เหลือเชื่อเกินไปแล้ว”

            ที่มันเหลือเชื่อเพราะหมอนี่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลยต่างหาก…อิงศรคิดอย่างนั้น ถ้าให้เมษามายืนในจุดเดียวกับตัวเองก็อาจจะเชื่อสนิทใจขึ้นมาเลยก็ได้

            ยังไงมันก็มีเค้าอยู่ล่ะน่าเรื่องไหนจริงไม่จริงฉันจะกรองข้อมูลเองหรือนายไม่ไว้ใจฉันล่ะ”

            อิงศรพูดแล้วหันไปสบตากับเมษา

            สายตาที่ถ่ายทอดความจริงจังของเขาไปนั้นน่าจะเข้าถึงเมษาได้

            หมอนั่นจ้องตาเขาอยู่นานก็สูดลมหายใจแล้วผ่อนมันออกมาหมดในทีเดียว

            เฮ้อ~ คร้าบๆ นายหัวดีนี่หว่าแล้วแต่นายเลยยังไงซะตอนนี้สำหรับฉันก็มีแค่เรื่องช่วยมีนาเท่านั้นแหละเพราะงั้น…”

            เมษาจ้องตากลับมาด้วยใบหน้าจริงจัง

            ฉันจะเชื่อนาย”

            อิงศรพยักหน้าให้กับความตั้งใจนั้น แล้วเผยรอยยิ้มจางๆ ให้เห็น

            พวกเราจะต้องช่วยมีนาให้ได้ฉันสัญญา”

            ซีลอร์ดพูดแทรกเข้ามาว่า

            ถ้าอยากได้หลักฐานล่ะก็โดโกบาร์ก็มีของที่น่าจะทำให้พวกเธอเชื่อได้อยู่ล่ะนะ”

            แล้วหันเหสายตาไปทางที่มิ่งขวัญยืนอยู่

            แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อใจต่อตัวน้องชายของเธอเองด้วยล่ะนะ”

            หมายความว่ายังไง”

            ซีลอร์ดไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่หันไปส่งสัญญาณกับโดโกบาร์

            เด็กชายพยักหน้ารับสัญญาณนั้นแล้วเปลี่ยนร่างตัวเอง

            ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ จากกลุ่มควันนั่นเองโดโกบาร์ในร่างสุนัขซึ่งยังสวมเครื่องแบบทหารฝึกหัดก็เดินออกมาอยู่ข้างหน้ามิ่งขวัญ

            พอเห็นโดโกบาร์ในร่างนั้นเข้าพวกเด็กกำพร้าที่ไม่รู้จักโดโกบาร์มาก่อนก็มีการตอบสนองที่ค่อนข้างจะธรรมดา

            พลอยพูด

            ว้ายน่ารักจังเลย”

            มิกซ์พูด

            กลายร่างเป็นหมาได้แบบนี้เหมือนกับฟูเลยเนอะน่ารักเชียว”

            แล้วหันไปทางฟู จากนั้นเดโมนอยมนุษย์หมาป่าหนุ่มก็หน้าแดงขึ้นเล็กน้อยพลางตอบกลับอย่างประชดประชัน

            เชอะ ฉันน่ะเป็นหมาป่านะเว้ย นี่มันหมาบ้านเหมือนกันซะที่ไหน”

            ทั้งที่พูดมาแบบนั้นแต่เจ้าตัวกลับเดินเข้าไปนั่งยองข้างๆ โดโกบาร์แล้วเริ่มลูบหัวอย่างเอ็นดู

            เจ้านี่น่ารักดีแฮะ”

            เหมือนจะลืมกันไปแล้วว่าก่อนจะเป็นหมานั่นคือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง…แล้วก็ยังเป็นเครื่อวทำสวนอีกด้วย ถ้าเจ้าพวกนี้ได้เห็นโดโกบาร์ตอนที่ปลิดชีพสัตว์เทวะเลเวลเจ็ดสิบด้วยตัวคนเดียวแบบที่เขากับเพื่อนในหน่วยได้เห็นจะยังกล้าเข้าไปคบุกคลีกับร่างสุนัขที่แสนจะลวงโลกนั่นอยู่รึเปล่านะ

            แล้วที่บอกว่าจะแสดงหลักฐานเรื่องที่พูดมานั่นมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าหมานี่รึไง

            “…”

            อิงศรเหม่อมองเหล่าครอบครัวที่เข้าไปออกันรอบตัวโดโกบาร์ ตอนนั้นเองที่มิ่งขวัญโพล่งออกมา

            อ๊ะ เจ้าหมานี่ที่อยู่กับรูบิเดียมนี่นา”

            สีหน้าเหมือนเพิ่งนึกเรื่องสำคัญได้

            แถมยังพูดชื่อรูบิเดียมออกมาด้วย อิงศรจึงหันไปถาม

            ขวัญที่พูดนั่นน่ะจริงเหรอ”

            น้องชายพยักหน้าให้

            เจ้านี่น่ะมักจะอยู่ที่ห้องทดลองของรูบิเดียมตลอดเลยล่ะ”

            ได้ยินดังนั้นอิงศรก็หันไปขอคำอธิบายจากซีลอร์ด

            เฮ้ย แกน่ะพูดมาสินี่มันหมายความว่ายังไง”

            ซีลอร์ดเหล่ตามาที่เขาแล้วพูดว่า

            แค่เห็นก็น่าจะรู้แล้วนะหัวอย่างเธอน่าจะตีความมันได้การที่โดโกบาร์ซึ่งน่าจะอยู่กับรูบิเดียมแต่โผล่ไปหาพวกเธอแถมยังตามไปไหนมาไหนในอาณาเขตของเมตไตรยคำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่”

            จะบอกว่ากุมภาเป็นคนพาเจ้านี่มาหาพวกฉันอย่างงั้นเนอะ”

            แต่โดโกบาร์ในร่างสุนัขก็พูดแทรกขึ้นมา

            ข้าเพียงแค่เฝ้าจับตาดูบุตรแห่งแสงเรื่องมันก็เท่านั้นเองผู้ถูกฟันเฟืองเลือกเอ๋ย เรื่องของมนุษย์ที่ชื่อกุมภากับบุตรแห่งแสงนั้นเป็นเรื่องจริงเจ้าจะเชื่อคำข้าผู้เที่ยงตรงเสมอ คำพูดของโดโกบาร์ผู้นี้หรือเปล่าล่ะ”

            ถ้าโดโกบาร์ยืนยันถึงขนาดนั้นก็คงต้องเชื่อแล้วมิ่งขวัญก็คงไม่โกหกเขาอยู่แล้วด้วย

            ก็ได้ งั้นตอนนี้รู้แล้วว่าสิงห์กับกุมภาเป็นพวกเอเลี่ยน ข้าวหลามที่เป็นพวกอารย-สนธยาก็ยังไม่ตายแถมยังเป็นพวกเดียวกับสิงห์มาตั้งแต่แรก เท่ากับว่าถ้าฉันเลือกจะเป็นศัตรูกับหมอนั่นคงต้องเป็นศัตรูกับทั้งเมตไตรย อารย-สนธยา แล้วก็พวกเอเลี่ยนด้วยใช่ไหม”

            น้ำหนักของค่าชดเชยต่อทางเลือกมันก็ประมาณนั้นแหละนะรู้แบบนี้แล้วยังคิดจะก้าวต่อไปรึเปล่าล่ะ”

            ยังไงเขาก็ไม่คิดจะตกเป็นเบี้ยให้สิงห์ไปตลอด เพราะไม่มีอะไรประกันได้เลยว่าจะไม่เป็นหมากที่โดนใช้แล้วทิ้ง แต่ภาระของการเลือกทางเดินแบบนั้นก็ช่างหนักหนาเหลือเกิน

            เขายังมีพวกพ้องอยู่ที่นี่ก็จริงแต่พลังเพียงแค่นี้คงทำอะไรอำนาจที่มากล้นของสิงห์ไม่ได้

            แล้วถ้าฉันบอกว่าจะเข้าร่วมล่ะ”

            พอพูดไปแบบนั้นแส้ใบมีดก็ลอยออกมาจากด้านหลังของซีลอร์ด

            พวกเธอทั้งหมดรวมถึงสิงห์แล้วก็วัชพืชทั้งหมดบนสวนแห่งที่สองก็จะกลายเป็นศัตรูของผม”

            นั่นปะไรไงเล่า

            อิงศรคิดอยู่แล้วว่าคำตอบของซีลอร์ดคงออกมาประมาณนี้แล้วมันก็เป็นจริงๆ ที่พวกเขายังมาจับเข่าคุยกันได้แบบนี้ก็เพราะซีลอร์ดคาดหวังในตัวเขาว่าจะแสดงทางเลือกที่แตกต่างจากสิงห์ได้นั่นเอง

            ซีลอร์ดพูด

            ทางเลือกของสิงห์คือการปฏิวัติสิงห์น่ะคิดจะใช้พวกเราเครื่องทำสวนเป็นอาวุธเพื่อต่อต้านแอดมินิสเทรเตอร์แล้วก็นะสร้างโลกในอุดมคติขึ้นมาโลกที่ผู้มีความสามารถปกครองผู้ไร้ความสามารถ โลกที่ผู้แข็งแกร่งอยู่เหนือผู้อ่อนแออย่างสมบูรณ์ที่โลกแห่งนั้นเขาคงจะกลายเป็นตัวตนที่พวกเธอพากันเรียกว่าพระเจ้าได้เลยล่ะมั้ง”

            สิงห์มีทางเลือกแบบนั้นซึ่งเขาคิดว่าไม่ค่อยน่าแปลกใจนัก สำหรับคนอีโก้สูงจนเข้าใจได้ยากอย่างหมอนั่นคงจะมีความปรารถนาประมาณนี้ล่ะ

            จากนั้นซีลอร์ดก็เริ่มพูดถึงใจความสำคัญ

            ทีนี้มาเข้าเรื่องกันเถอะเธอบอกว่าไม่ว่าจะรู้ความจริงแบบไหนก็ยังอยากจะฟังอยู่ดีใช่ไหมแม้ว่าพวกพ้องของเธออาจจะต้องเจ็บปวดหรือเผชิญหน้ากับความสับสนก็ตาม หรือแม้กระทั่งสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ในตอนนี้อาจจะขาดสะบั้นก็ตามน่ะ

            ก็เออสิ

            อิงศรตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่กลับได้ยินเสียงกลืนน้ำลายดังเอือกมาจากหลายๆ คนถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะสนใจมันหรอก

            เรื่องแบบที่รู้ว่าครอบครัวของตัวเองไปทำร้ายครอบครัวของใครแบบนั้นน่ะถึงจะมีซ่อนเอาไว้อีกมันก็เป็นแค่อดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว หากว่านี่ก็เป็นบททดสอบเหมือนกันเขาก็จะทำอย่างที่ผ่านมา เชื่อมั่นในตัวทุกคนที่อยู่ที่นี่ ทุกคนที่ตัดสินใจเดินตามเขามาให้ถึงที่สุด

            ดังนั้นซีลอร์ดจึงเริ่มเอ่ยปากเล่าความเป็นมาทั้งหมด

            อารย-สนธยาได้ทำการทดลองเพื่อที่จะปลุกนรินทร์ที่กลายเป็นเจ้าชายนิทราขึ้นมา แต่ธุวดารกะก็แทรกแซงการทดลองนั้นเพราะเข้าใจว่านรินทร์คือกุญแจจะอัญเชิญเมอร์คาบาห์ แต่แล้วสิ่งที่อัญเชิญออกมาได้กลับกลายเป็นนารายณ์ ในการต่อสู้นั้นดาบธรรมะก็ได้สร้างรอยแยกมิติทำให้โลกกับสวนศักดิ์สิทธิ์เชื่อมต่อกัน อมฤตเลยตกลงมา

            เหล่าผู้อาศัยในสวนแห่งที่สอง...พวกที่เธอเรียกกันว่ามนุษย์ต่างดาวก็พยายามจะขอความร่วมมือเพื่อแก้สถานการณ์แล้วแต่ก็ถูกมนุษย์อย่างพวกเธอร่วมมือกับสมุนของยฮวฮขัดขวางต่อต้าน

            แล้วเมื่อกำหนดเวลางวดเข้ามาแอดมินิสเทรเตอร์ก็ทราบถึงเรื่องนี้จึงได้กำหนดให้ปัญหาที่มนุษย์เป็นผู้ก่อย่อมต้องแก้ด้วยมือมนุษย์เองแล้วก็ส่งเครื่องทำสวนลงมาเพื่อเป็นมารตราการสุดท้ายในแก้ไขปัญหา

            หากมนุษย์ไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ก็จะทำลายสวนแห่งนั้นเสียโดยถือเอากำหนดเวลาก่อนที่มนุษย์จะปรับตัวรับอมฤตจนวิวัฒนาการเป็นบททดสอบ

            เรื่องที่พูดมานั้นค่อนข้างจะตรงกับที่ฟังมาจากโซเดียมและเป็นไปตามที่คาดเดาเอาไว้

            จากตรงนี้ไปซีลอร์ดคงจะเริ่มพูดถึงสาเหตุที่เกิดสถานการณ์ในปัจจุบันขึ้นมา

            แต่มนุษย์ที่รอดมาจากอมฤตก็กลับหมดแรงใจจะก้าวต่อไปข้างหน้าไม่มีใครเล็งเห็นว่าควรจะต้องแก้ไขปัญหาจนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงสี่ปี แล้วเมื่อครบห้าปีบริบูรณ์มนุษย์ก็จะถูกตัดสินโทษ ถูกลบหายไปในความว่างเปล่า จากตอนนั้นมาควรจะเหลือเวลาอีกหกเดือน

            ที่พูดมานั่นคงจะเป็นเรื่องหลังจากที่โลกล่มสลายแล้ว

            นั่นคือสาเหตุที่ซีลอร์ดออกมาพบกับเขา กับมิ่งขวัญ กับกวินทร์ น่าจะเพื่อกระตุ้นให้มนุษย์ก้าวเดิน เพื่อให้มนุษย์เริ่มทำการอะไรบางอย่าง

            แต่หมอนี่กลับไม่พูดถึงเรื่องของสิงห์ออกมาเลยทั้งที่มันน่าจะถูกสรุปอยู่ในข้อสรุปนี้ด้วย

            แต่เพราะการหยุดอมฤตของอารย-สนธยาแล้วเมื่ออมฤตกลับมาอีกครั้งร่างกายมนุษย์ก็ยิ่งปรับตัวได้เร็วขึ้น มนุษย์เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกับพวกสัตว์เทวะแล้ว เท่ากับกำหนดเวลาของบททดสอบยิ่งงวดเข้ามาเร็วขึ้นตอนนี้เหลือเวลาแค่เดือนเดียวแล้ว

            พอพูดเสร็จซีลอร์ดก็ชี้มาที่อิงศร

            หลักฐานที่ว่ามนุษย์กำลังปรับตัวรับอมฤตได้มากขึ้นก็คือเธอยังไงล่ะอิงศรดวงตาของเธอไม่มีความผิดปกติอีกแล้ว

            อิงศรจึงรู้สึกตัวว่าภาพที่ตาตัวเองมองเห็นนั้นเบลอนิดหน่อยมาซักพักแล้ว

            เพราะเอาแต่คิดเรื่องสำคัญจนลืมสังเกตไป เขาเอามือลูบแถวๆ ขอบตา จนคอนแทคเลนส์ที่ใส่อยู่หลุดออกมา ภาพที่เห็นโดยไม่ต้องพึ่งคอนแทคเลนส์นั่นชัดเจนราวกับว่าเขาไม่ได้สายตาสั้น

            ตาฉันไม่สั้นแล้ว

            อิงศรหลุดปากออกมาด้วยความทึ่ง

            ซีลอร์ดพูด

            ท่าทางว่าดวงตาของเธอจะปรับตัวรับอมฤตเข้าไปได้แล้วสินะคงเพราะตอนที่สู้กับวิศนุได้ทำให้เกิดรอยแยกของมิติขึ้นมาด้วยอมฤตเลยไหลบ่าลงมาในช่วงหนึ่ง

            ช่วงเวลาที่ว่าคงจะเป็นตอนที่เขารู้สึกปวดหัวเพราะนรินทร์นารายณ์ใช้ดาบสร้างรอยแยกมิติขึ้นมา พลังงานที่ไหลออกมาจากรอยแยกในตอนนั้นคงจะเป็นอมฤต

            “แบบนี้สถานการณ์ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

            หมายความว่าไงล่ะนั่น

            อิงศรถาม

            ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ยิ่งอมฤตตกลงมาสวนแห่งนี้มากเท่าไหร่กระบวนการก็ยิ่งไปได้รวดเร็วขึ้นและเมื่อปรับตัวเข้ากับอมฤตจนถึงที่สุดแล้วมนุษย์จะกลายเป็นบุตรแห่งแสงไป

            หมายความว่าพวกฉันก็จะกลายเป็นเอเลี่ยนไปด้วยงั้นสิ

            ใช่ เมื่อเป็นแบบนั้นก็จะเป็นเหมือนกับอดัม มนุษย์ซึ่งมีพลังของอมฤตโดยแท้ต่างจากบุตรแห่งแสงที่เป็นมนุษย์สังเคราะห์พวกเธอจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมเช่นเดียวกับอดัม อสุรายังไงล่ะ

            “…”

            ไม่มีใครร้องตกใจแม้ว่าตัวซีลอร์ดจะตั้งใจพูดเป็นจังหวะจะโคนที่จะสร้างความแตกตื่น คนอื่นนอกจากเขานั้นค่อนข้างจะงงกับสิ่งที่พูดมาเสียมากกว่า และตัวเขาที่พอจะเข้าใจอยู่บ้างว่าคำพูดนั้นหมายถึงมนุษย์จะกลายเป็นแบบเดียวกับปีศาจ

            เพราะอย่างนั้นถึงได้พูดเท้าความถึง อาวุธติดตั้งอสุรามาก่อน เพราะมีจุดประสงค์ที่จะบอกว่ามันเป็นการกลับกันของแอพพลิเคชั่นปีศาจ พวกมนุษย์ต่างดาวใช้ อาวุธติดตั้งอสุราหรือก็คือใช้อาวุธที่ติดตั้ง แอพพลิเคชั่นมนุษย์ที่รับอมฤตเข้าไปอย่างสมบูรณ์ แล้วแข็งแกร่งขึ้น เหมือนกับที่มนุษย์ใช้ แอพพลิเคชั่นปีศาจติดตั้งลงอาวุธนั่นเอง

            คล้ายกับ อวาแทรนซ์ พลังใหม่ที่เขาได้รับมาจากอาคานาร์ เดอะ ชาริออท ที่กลายเป็นสีทอง การกลับกันไปมาอย่างมีนัยยะนี้คงเป็นธรรมชาติที่กำหนดเอาไว้แต่แรก

            ซีลอร์ดพูด

            ถ้างั้นตอนนี้ขอผมฟังคำตอบของเธอได้ไหมจากนี้เธอจะเลือกก้าวไปในทางไหนอิงศรผู้ถูกฟันเฟืองเลือก...ไม่สิตอนนี้เธอคือผู้ที่จะเลือกแล้วนี่นะ

            “…”

            อิงศรใช้ความคิดเป็นอย่างมาก หลังจากได้ฟังเบื้องหลังทั้งหมดนั่น

            ได้รู้ว่าใครคือผู้บงการ

            ได้รู้ว่าจะต้องต่อสู้กับอะไร

            ได้รู้ว่าโลกเหลือเวลาอีกแค่ไม่นานแล้ว

            กระนั้นคำตอบที่อยู่ในใจก็ยังคงเหมือนเดิม เขาเรียบเรียงคำพูดจนคิดว่าดีพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจมันหรืออย่างน้อยที่สุดพวกพ้องของเขาจะเข้าใจในความตั้งใจนี้แล้วจึงตอบออกไป

            มนุษย์น่ะยังอ่อนหัด ฉันคิดว่าตัวเองเข้าใจเรื่องนั้นดีแล้วแต่ว่าแค่เข้าใจน่ะมันยังไม่พอ ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่การก้าวเดินไปข้างหน้าทั้งที่มันผิดทางแบบนั้นน่ะคงไปไม่ถึงคำตอบหรอก ถ้ารู้ว่าตัวเองก้าวพลาดแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือเปลี่ยนหนทางใหม่

            ซีลอร์ดต่อคำพูดให้ว่า

            ถ้าทำแบบนั้นก็จะสามารถไปถึงคำตอบที่ถูกต้องได้นั่นก็คือการก้าวต่อไปข้างหน้าของมนุษย์อย่างนั้นสินะ

            เขาจ้องตาซีลอร์ด มองลึกลงไปในดวงตากำลังลุกวาวด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นนั่นแล้วพยักหน้าให้

            เพราะงั้นถ้ายังมีโอกาสอยู่เราก็สามารถเลือกทางที่ถูกต้องได้เสมอเพราะงั้นถ้าเป็นไปได้...

            อิงศรเว้นคำพูดไว้เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะพูดเรื่องเหลือเชื่อออกมา มันอาจจะเป็นคำพูดเพ้อเจ้อ แต่ว่าตอนนี้เขามีพลังแล้ว พลังที่ผ่านบททดสอบของซีลอร์ดมาได้ดังนั้น

            นี่จึงไม่ใช่คำพูดเพ้อเจ้ออีกต่อไป

            ”ก่อนที่จะตัดสินพิพากษาอยากจะย้อนกลับไปก่อน กลับไปสู่วันนั้นอีกครั้งเพราะพวกเรายังมีการตัดสินใจที่เรียกว่าความหวังอยู่

            หมายความว่าเธออยากจะให้ย้อนเวลากลับไปอย่างนั้นเหรอ

            พอถูกถามแบบนั้นเข้าก็เริ่มจะรู้สึกไม่มั่นใจกับคำตอบเสียแล้วจนต้องยกมือเกาหัวแก้เขินโดยไม่รู้ตัว

            ก็ขนาดนายยังสามารถชุบชีวิตคนได้เพราะงั้นก็เลยคิดว่าถ้าเป็นแอดมินของนายอาจจะพอทำอะไรแบบนั้นได้บ้างล่ะมั้งหรือว่าไม่ได้เหรอ

            คำตอบของเขาทำให้ดวงตาที่ลุกแววเป็นประกายเมื่อครู่ของซีลอร์ดกลับตาลปัตรในทันที

            กล้ามเนื้อบนใบหน้าของอีกฝ่ายคลายออก หางคิ้วเชิดขึ้นปลายขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังไม่แน่ใจ

            ทำน่ะมันทำได้อยู่หรอก แต่ว่าที่เธอพูดมาน่ะคิดจะไปเจรจากับแอดมินิสเทรเตอร์งั้นเหรอ

            ก็ประมาณนั้น

            “…”

            “หรือว่านายไม่พอใจกับคำตอบของฉัน?”

            เขาถามเพราะเริ่มจะไม่แน่ใจแล้ว แต่ซีลอร์ดก็ส่ายหน้า

            เปล่าเป็นคำตอบที่ผมเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมรับหรอกนะ งั้นเพื่อเป็นการตอบรับต่อคำตอบของเธอผมจะขอบอกอะไรไว้อย่างหนึ่ง

            ...

            ตอนนี้เอง ซีลอร์ดก็คลี่ยิ้มออกแล้วพูดว่า

            บางทีนี่คงเป็นโชคชะตาเหมือนกันที่กระทั่งเธอเองก็ยังคิดจะขึ้นไปหาแอดมินิสเทรเตอร์เพราะว่าเมอร์คาบาห์น่ะคือกุญแจที่จะทำให้บาเบลเปิดทางไปสู่อาคาชิกแซงทัวรี่ที่พวกเขาพำนักอยู่



***อาทิตย์หน้ากลับมาอัพสามตอนเจอกันวันอังคารเช่นเคยครับ แล้วก็เนื่องจากเหลืออีกแค่ Act เดียวแล้วถ้าไม่พลาดคิดว่าอาทิตย์หน้าจะจบภาคสองพอดีครับเท่ากับเหลืออีกสามตอน Patch Amageddon ก็จะจบและอัพเดท Patch สุดท้ายขึ้นมานั่นเองและตามธรรมเนียมช่วงนั้นผมจะขอหยุดราวหนึ่งสัปดาห์เพื่อทำภาพปกประจำภาคสุดท้ายกับวางพล็อตครับ

ว่าไปแล้วภาคสองนี่ยาวเพราะเนื้อหาอารย-สนธยาล้วนๆ เลยนี่เวลาในเรื่องเดินไปแค่สองวันหลังจากเรดบอสจบเองนะเนี่ยล่อไปเกือบร้อยตอน Orzll ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #312 ซะงั้น (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 15:05

    เหยดเขร้ เขียนตั้งกะปี60 แต่ไมมันเหมือน avenger end game ล่ะเห้ยยย หรือไรท์ข้ามมิติควอนตั้มมาเขียน??? 5555555

    #312
    1
    • #312-1 R@ji(จากตอนที่ 158)
      30 กรกฎาคม 2562 / 15:51
      ง่ะ =[]= ยังไม่เคยดูของเกี่ยว MCU (Mavel อะไรซักอย่างยูนิเวิร์ส)เลย มันไปมีอะไรป๊ะกับ End Game รึ? .....แต่ตอนโดนสปอยตาม Social มาก็มีกลิ่นอายชวนให้คิดว่าบังเอิญจังอย่างเช่นช่วง ราหูออกมา... เอ้ยๆๆ เกือบสปอยคนอ่าน แอ่วว
      #312-1