Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 154 : Login 151: โหมกระหน่ำ!! สายลมแห่งยุคใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ก.ย. 60

Login 151: โหมกระหน่ำ!! สายลมแห่งยุคใหม่

 

            ลำแสงทำลายกระดอนจากโล่อาคมองอิงศรย้อนกลับไปหาซีลอร์ด

            ทำให้โล่พลังของโอโรจิแห่งยามาตะได้รับคุณสมบัติสะท้อนเหมือนกับคันฉ่องแห่งยาตะของเทวีสุริยาอามาทเทราสึได้งั้นเหรอ

            ผู้ถูกลืมเลือนหุบยิ้มอย่างยินดีขณะที่กล่าวเช่นนั้นแล้วตวัดมือเป็นท่าทางคำสั่ง

            แส้ใบมีดหลายสิบเส้นพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินที่อยู่ใกล้ๆ เรียงกันเป็นกำแพงป้องกันลำแสงเอาไว้แล้ว จึงคลายออกจากกัน

            ซีลอร์ดซึ่งโผล่หน้าออกมาหลังจากที่กำแพงแส้คลายตัวก็พูดว่า

            อวาแทรนส์ของเธอมันทำได้ถึงขนาดไหนกันนะ แต่ผมคงไม่เสี่ยงโจมตีเข้าไปด้วยลำแสงให้เธอสะท้อนเล่นอีกแน่

            แล้วไงเล่า ถ้าไม่ใช้ลำแสงแกก็เหลือแค่แส้เท่านั้นแหละน่า

            อิงศรพูดข้อเท็จจริงออกไป จากที่สังเกตมาซีลอร์ดไม่มีการโจมตีรูปแบบอื่นใดนอกจากแส้ใบมีดกับลำแสงทำลายสีแดงแล้วก็ศิวะที่เอาแต่ร่ายปศุปตะเพียงอย่างเดียวก็สามารถใช้โล่ของโอโรจิสะท้อนกลับไปได้เหมือนกัน

            แต่จู่ๆ ซีลอร์ดก็เริ่มพูด

            พญางูใหญ่แปดเศียรนั้นจะต้องมอมเหล้าให้หลับเสียก่อนจากนั้นจึงตัดเศียรทั้งแปดแล้วเจ้าหญิงก็จะปรากฏออกมา

            เรื่องเล่าที่เหมือนจะเกี่ยวกับยามาตะโนะโอโรจิออกมา

            แล้วก็ปุบปับเปลี่ยนเป็นพูดเรื่องอื่นเสียอย่างนั้น

            เครื่องทำสวนแต่ละเครื่องน่ะจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามรูปแบบพลังของอมฤตที่ใช้งานได้แล้วผมซึ่งมีร่างแท้จริงที่ถือว่าตัวเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับพวกเขาจึงได้ประยุกต์ลำแสงอมฤตให้เป็นอาวุธได้เพราะว่าสำหรับมนุษย์แล้วอาวุธก็คือเขี้ยวเล็บเฉกเช่นสัตว์เทวะ ถ้าคิดว่าผมสู้ประชิดตัวไม่ได้ล่ะก็ผิดถนัดเลยล่ะ

            ซีลอร์ดกล่าวแล้วทำท่าลูบมือขวาที่ยืดจนตรง ลูบจนเลยออกจากมือไปและก่อให้เกิดแสงสีแดงห่อหุ้มมือนั้นแผ่ยาวเหมือนกับดาบ

            โซเดียซาเบล (Zodia Sabre) แล้วก็โซเดียไซท์ (Zodia Scythe)”

            จากนั้นจึงชูมือขวาขึ้น แล้วปลดปล่อยลำแสงสีแดงออกมาให้คงรูปเป็นเคียวเล่มใหญ่

            โซเดียก็คืออมฤต...คือชะตากรรมยังไงล่ะ

            เมื่อเห็นแบบนั้นเข้าอิงศรก็เดาะลิ้น

            ชิ

            โล่ของยามาตะโนะโอโรจิที่เสริมพลังด้วยอวาแทรนส์แล้วก็ยังไม่สามารถสะท้อนการโจมตีที่ควบคุมทิศทางได้เองแบบนั้น ก็เหมือนกับที่มันป้องกันแส้ใบมีดได้แต่ไม่สามารถสะท้อนให้กระเด็นออกไปเหมือนอย่างลำแสงได้

            จะบุกล่ะนะ

            ซีลอร์ดพูดขณะที่แบกเคียวลำแสงไว้บนบ่าแล้วจึงพุ่งเข้ามาโดยเหยียดมือดาบออกมาข้างหน้า

            ความเร็วในการเคลื่อนที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้

            นี่แกยังจะเร็วได้มากกว่านี้อีกเรอะ

            ก็เพราะว่าผมเอาจริงยิ่งกว่าก่อนแล้วยังไงล่ะเธอควรจะดีใจนะที่เครื่องทำสวนทุ่มฝีมือทั้งหมดกับวัชพืชอย่างเธอน่ะ

            แล้วตอนนั้นดาบของซีลอร์ดก็เสียบทะลุโล่อาคม เกิดรอยแตกร้าวไปทั้งแผ่นโล่

            จากนั้นก็ตวัดดาบเฉือนสะบั้นโล่ไปทั้งอย่างนั้นก่อนจะเงื้อเคียวเหวี่ยงกวาดเอาโล่อาคมอีกสี่แผ่นที่ลอยอยู่ข้างๆ ขาดเป็นสองท่อนในทีเดียว

            เหลือโล่อาคมอีกสามแผ่นหากถูกทำลายหมด อาคานาร์ เดอะ เดธ ก็จะต้องกลับไปรอเวลาฟื้นฟูพลัง ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็จะไม่มีอะไรใช้ป้องกันลำแสงทำลายล้างนั่นอีก

            กลับมาก่อนโอโรจิ

            อิงศรคิดจะเก็บโล่เอาไว้สำหรับการป้องกันหลังจากนี้หรืออย่างน้อยที่สุดมันก็ช่วยขู่ไม่ให้อีกฝ่ายใช้ลำแสงกวาดทั้งกรงได้

            ช้าเกินไปนะความคิดความอ่านของเธอถึงไม่ต้องอ่านใจก็คาดเดาล่วงหน้าได้

            ซีลอร์ดกลับพูดมาแบบนั้น รู้สึกตัวอีกที โล่ที่เหลือก็ถูกทำลายลง

            จบแล้วล่ะมนุษย์น่ะอ่อนหัดเกินไปขนาดผมช่วยมอบทางเลือกให้ก็ยังทำอะไรไม่ได้

            เจ้านั่นเที่ยวพ่นคำยุแหย่ที่เหมือนกับจะปลุกเร้าให้ขาดสติโมโหราวกับรออะไรบางอย่าง

            “…”

            หมอนี่ต้องการอะไรกันแน่

            ระหว่างที่อิงศรครุ่นคิดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของซีลอร์ด ฝ่ามือดาบของอีกฝ่ายกลับหวดขึ้นมาจากทางด้านล่าง

            เขาใช้ดาบรับเอาไว้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าดาบที่เป็นวัตถุแบบนี้จะหยุดดาบลำแสงได้หรือเปล่า

            แสงถือเป็นคลื่นชนิดหนึ่งถ้าอย่างนั้นวัตถุธาตุแท้อย่างดาบของเขาก็คงทะลุผ่านหรือไม่ก็โดนตัดละลายเหมือนเนยเลยล่ะมั้ง

            แต่ถ้าโดนดาบนี้เข้าไปหัวได้แยกเป็นสองแฉกแน่

            เป็นหรือตายก็ขึ้นกับอีกหนึ่งวินาทีหลังจากนี้

            เคร้ง

            เสียงโลหะแหลมสูงดังก้อง ดาบของเขากับดาบของซีลอร์ดกำลังดันกันอยู่

            ดีจังนะที่ดาบนั่นเป้นของในเกมน่ะทำให้มันสร้างขึ้นจากอมฤตเหมือนๆ กันถ้าเป็นของทีม่นุษย์สร้างขึ้นมาคงได้ละลายเป็นเนยไปพร้อมกับเธอแล้วล่ะ

            อีกฝ่ายคงอ่านใจเขาถึงพูดกึ่งจะอธิบายมา

            จากนั้นก็โดนดันดาบกลับ โดนแรงผลักมหาศาลจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากร่างที่เล็กกว่าตัวได้

            เขาตัวสูงกว่าซีลอร์ดอยู่นิดหน่อยแล้วอีกฝ่ายก็ยังมีร่างกายบอบบางราวกับผู้หญิงทั้งที่เป็นแบบนั้นตัวเขากลับเป็นฝ่ายถูกดันจนตัวลอยกระเด็นไปกระแทกลูกกรง

            อัก

            ซีลอร์ดส่งแส้ใบมีดตามมาด้วยกันอีกห้าเส้น แต่เมอร์คาบาห์ที่บินขึ้นไปจัดการกับโดรนก็ลงมาพอดีแล้วตัดแส้พวกนั้นก่อนจะเข้าถึงตัว

            ทว่า...

            มนุษย์น่ะจะถูกกอบกู้โดยมนุษย์เท่านั้น

            ซีลอร์ดพูด

            กำลังใช้คำพูดของเขาขณะที่รวบรวมอมฤตไว้ที่ปลายนิ้วจนเห็นเป็นมวลแสงสีแดงกำลังลุกแววออกมาจากปลายนิ้วนั้น

            เธอเคยพูดแบบนั้นไว้นี่ แต่ก็ไม่เห็นจะช่วยใครไว้ได้เลยแล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครมาช่วยเธอได้ด้วย

            ฉันอยากจะปกป้องพวกเขาทั้งหมด

            อิงศรโต้ตอบกลับไป แต่นั่นไม่ได้ทำด้วยความต้องการของตนเองเพียงแต่...

            ฉันอยากจะปกป้องพวกเขาทั้งหมดไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

            เสียงในหัวใจที่ประสานรวมกับเมอร์คาบาห์ไปแล้วก็ยังคงดังก้องอยู่แบบนั้น

            แต่น่าแปลกที่ซีลอร์ดไม่ได้ตอบโต้เหมือนกำลังอ่านใจเขากลับตอบโต้แบบปกติมา

            ก็ไม่เห็นจะทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่เหรอ

            จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาในหัวอีก เป็นเสียงสุดท้ายที่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรอีก

            ราวกับว่ามันเป็นข้อความที่ฝากส่งถึงใครซักคน แล้วใครคนนั้นก็คือซีลอร์ด

            เมื่อถึงตอนนั้นก็ฝากนายด้วย!”

            อิงศรตะโกนคำพูดออกไป คำพูดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจความหมายนักแต่ซีลอร์ดที่ได้ยินมันกลับตีหน้าอึ้ง

            อดัม...ไม่สิ ถึงจะไม่รู้ว่าเธอไปเอาคำพูดของอดัมมาจากไหนก็เถอะแต่ว่า ต่อให้จะเป็นความปรารถนาของนายฉันก็คงตอบรับไม่ได้มนุษย์ในตอนนี้น่ะยังอ่อนหัดเกินไป

            แต่อิงศรก็พูดสวนคำพูดนั้นไปว่า

            มนุษย์น่ะยังอ่อนหัดก็จริงแต่เพราะแบบนั้นถึงเปลี่ยนแปลงาได้ ถ้ามีโอกาสอีกซักครั้งมนุษย์ก็จะเปลี่ยนแปลงได้แน่

            ซีลอร์ดเบ้หน้าเล็กน้อยแล้วยกปลายนิ้วที่สะสมพลังงานจนเสร็จเล้งมาที่นี่

            แล้วเธอก็จะร้องขอโอกาสไปไม่สิ้นสุดอยู่ดีน่ะเหรอ

            ไม่ใช่ โอกาสน่ะไม่ใช่ร้องขอแล้วถึงได้มาแต่ต้องสร้างโอกาสขึ้นมาเองมนุษย์น่ะมีพลังนั้นอยู่มีความเป็นไปได้ที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเองนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าทางเลือกยังไงล่ะ มนุษย์น่ะสามารถจะสร้างทางเลือกให้ตัวเองได้

            เขาเข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ เข้าใจว่าอะไรคือการแสดงความตั้งใจที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าแล้ว

            มันคือการสร้างโอกาส คือการเลือกทางเดินที่จะมุ่งหน้าต่อไป

            ถึงจะผิดพลาด

            ถึงจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไป

            การตัดสินใจนั้นหาใช่บาปไม่ หากแต่เป็นพลังที่พร้อมจะทำให้ก้าวไปสู่ทางเลือกที่ดีกว่า

            “…”

            ซีลอร์ดตอบกลับคำโต้แย้งมาว่า

            แต่แบบนั้นก็ต้องรอให้ผิดพลาดก่อนไม่ใช่เหรอ แบบนั้นน่ะมันจะสายเกินไป...

            ก็เพราะแบบนั้นไงถึงได้เป็นมนุษย์น่ะ การพยายามมีชีวิตเพื่อเลือกทางเดินแล้วก้าวต่อไป หยุดพักบ้าง ท้อแท้บ้าง แต่ก็พยายามเลือกหนทางต่อไป

            ไม่รู้ทำไม แต่พอพูดไปแบบนั้นซีลอร์ดก็ปรายยิ้มขึ้นมา

            แต่ก็ไม่เห็นว่าพวกเธอจะยอมเลือกเลยนี่ทั้งที่มีทางเลือกอย่างการอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ต่างดาวอยู่แล้วตั้งทางหนึ่ง หากทำแบบนั้นโลกใบนี้ก็อาจจะพบกับสันติ มนุษย์จะถูกควบคุมให้เป็นไปตามที่เหล่าแอดมินต้องการ แต่พวกเธอก็ไม่เลือกมัน

            แบบนั้นมันไร้อิสรภาพเกินไปถึงได้สันติมาแต่ก็ไม่ใช่โลกที่มนุษย์จะอยู่ได้หรอกนะ

            “งั้นเธอก็เลือกทางเดียวกับสิงห์งั้นเหรอ

            สิงห์? หมายถึงธุวดารกะน่ะเหรอ ถ้านั่นหมายถึงให้พวกเทวทูตปกครองมันก็ไม่ต่างอะไรกับทางเลือกแรกนี่

            ไม่เกี่ยวกับธุวดารกะหรอกนะ สิงห์น่ะเลือกทางเดินด้วยตัวเอง เขาใฝ่ฝันโลกที่ถูกต้องตามอุดมคติผู้ที่มีความสามารถก็ควรจะได้ปกครองผู้ที่ไร้ความสามารถเป็นโลกที่ตรงไปตรงมาไม่มีการย้อนแย้งใดๆ ผู้แข็งแกร่งคือผู้ชนะ.

            นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินอะไรอย่างนี้

            สิงห์มีความคิดแบบนั้นเองหรอกเหรอ?

            หมายความว่าจะทำให้เป็นโลกของปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างนั้นเหรอ

            ถ้าจะพูดแบบนั้นมันก็ใช่แหละนะเพราะมันเป็นโลกดั้งเดิมตามแบบธรรมชาติของมันแต่เหล่าแอดมินคงไม่ยอมแน่ ดังนั้นผมถึงมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อยับยั้งความปรารถนาของสิงห์เอาไว้

            แต่ตอนนี้หมอนั่นตายไปแล้ว

            อิงศรเพียงแค่คิดอยู่ในใจแต่ความคิดนั้นคงกลายเป้นคำพูดลอยผ่านหน้าของตนไปยังสายตาของซีลอร์ด

            นั่นสิ...

            อีกฝ่ายตอบรับห้วนๆ โดยที่ยังเล็งปลายนิ้วที่มีลำแสงรอการปลดปล่อยมาที่เขา

            ”จนถึงตอนนี้เธอก็ยังเทียบกับคนที่ตายไปแล้วไม่ได้เลยล่ะ ทั้งเหตุผลและความพยายามของเธอนั้นเบาหวิวจนเหมือนเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ กลับกันสิงห์ทำให้ผมรู้สึกสนใจและอยากร่วมทางเลือกเดียวกับเขามาก่อน สวนแห่งนี้ถึงได้พบกับความพินาศถึงขนาดนี้ยังไงล่ะ

            คำพูดของซีลอร์ดแข็งทื่อและไม่มีอารมณ์เจือปนอยู่ในนั้น อิงศรคงจะเมินมันไปแล้วโต้ตอบตามปกติถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะใบหน้าของซีลอร์ดมีน้ำตาไหลออกมา

            งั้นนายก็เสียใจที่เลือกทางเดินผิดงั้นสิ

            เขาลองถามออกไป แต่ในใจก็คิดว่าคงได้รับคำตอบแบบขอไปทีมาอีกนั่นแหละ

            “ก็คงใช่ล่ะมั้งไม่อย่างนั้นการทดสอบนี่ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอกผมเองก็อยากจะทดสอบทางเลือกของตัวเองดูเหมือนกัน

            โดยการมาผูกติดกับทางเลือกของฉันสินะ ถ้างั้นมันก็ไม่ใช่ทางเลือกของฉันเหมือนกันนายไม่มีวันเดินทางเดียวกับฉันได้แน่นอนเพราะมันไม่ใช่ทางเลือกของนายเอง

            ซีลอร์ดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินที่เขาพูดก่อนจะหัวเราะออกมา         

            ฮะ ฮะ ฮะ เอาจนได้สินะเธอเกือบจะทำให้ผมถามออกไปแล้วเชียวว่างั้นทางเลือกของเธอคืออะไร การชักจูงเครื่องทำสวนเนี่ยก็เป็นพลังของมนุษย์อย่างนั้นเหรอ

            อิงศรเบ้หน้าให้คำพูดนั้น

            ก็ขนาดนายเองก็ยังทำเหมือนกับมนุษย์เลยไม่ใช่รึไงถึงได้พยายามหาความเป็นไปได้ในตัวมนุษย์ก็เพราะเชื่อมั่นใช่ไหมล่ะ

            “เชื่อมั่นเนี่ยหมายถึงเชื่อในตัวมนุษย์น่ะเหรอ

            ก็ใช่น่ะสิไม่อย่างนั้นนายคงไม่มอบทางเลือกให้พวกเราด้วยการเล่นเกมโลกาวินาศนี่หรอก ตัวนายนั่นแหละที่พิสูจน์คำตอบของฉันแล้ว เพราะนายมอบโอกาสให้ถึงได้มีฉันไง

            สำหรับเธอแล้วทางเลือกก็คือโอกาสงั้นเหรอ ตอบได้ดีนี่ผมเองก็ยังอยากจะเชื่อแบบนั้นเลยแต่ว่าคำพูดของคนอ่อนแอ่น่ะ...

            เป็นได้แค่เรื่องเพ้อเจ้อสินะถ้างั้น เออ ถ้างั้นฉันจะทำให้นายยอมรับคำตอบอันนี้ให้ได้เลย!”

            ถ้างั้นก็ช่วยทำให้ผมเห็นทีเถอะพลังของเธอความสามารถในการก้าวต่อไปข้างหน้า เจ้าโอกาสที่มีชื่อว่าทางเลือกนั่นน่ะแต่ว่าต้องหลบไม้นี้ให้ได้ก่อนนะ

            สิ้นคำ ซีลอร์ดก็ปล่อยลำแสงที่ชาร์จระหว่างคุยออกมา

            ที่จริงจะหลบตอนที่คุยกันก็ได้แต่เกิดอีกฝ่ายยิงมาทนัทีเขาคงไม่รอด แต่ถ้าเป็นตอนนี้ก็หลบได้สบายเพราะกะระยะกับวิถีเอาไว้แล้ว

            ฮึบ

            อิงศรเบี่ยงตัวหลบไม่ให้ลำแสงโดนตรงๆ  ลำแสงจึงกระทบเข้ากับลูกกรงแล้วระเบิด

            แรงจากการระเบิดส่งให้ร่างกายพุ่งออกไปข้างหน้า

            อิงศรเปลีย่นหน้าไม้กลับเป็นคันธนูแล้วเงื้อขึ้นตอนที่แรงผลักส่งเข้าไปประชิดตัวซีลอร์ดที่ไร้การป้องกันอยู่

            เพราะใช้มือข้างที่เป็นดาบยิงลำแสงทำให้อีกมือที่ใช้เคียวเป็นอาวุธซึ่งปล่อยการโจมตีออกมาได้ช้ากว่าไม่เป็นอุปสรรค์

            ทำให้มีความหวังลมๆแล้งๆ เพิ่มอีกแล้วสินะตัวผม

            ซีลอร์ดกล่าวแล้วจากเคียวในมือซ้ายก็กลายเป็นสนับมือแสง

            นั่นมัน...อั่ก

            อิงศรผงะให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าพอรู้สึกตัวอีกทีสนับแสงนั่นก็กระแทกถูกลิ้นปี่เข้าอย่างจัง แล้วร่างของเขาลอยกระเด็นไปกระแทกลูกกรงแล้วหล่นลงมากองกับพื้น

            อิงศรพยายามลุกขึ้นทันทีแต่ก็จุกจนหายใจไม่ออกจนต้องเอามือกดบริเวณท้องที่โดนต่อยและสำลักอย่างเอาเป็นเอาตาย

            อ่อก...แค่ก...แค่ก

            เสียงของเมษาที่อยู่ด้านนอกดังมา

            เฮ้ย! นั่นมัน มัคพั้นช์ (Mach Punch) ของอาชีพฉันนี่หว่าเจ้านั่นเป็นอาชีพโคลสเซอร์หรอกเรอะ

            คงหมายถึงหมัดที่ปล่อยออกมาได้อย่างรวดเร็วของซีลอร์ดนั่น ความจริงก็รู้สึกคุ้นเคยว่าหมัดนั่นมันเป็นท่าเหมือนกับสกิลอาชีพที่พวกเขาใช้จริงๆ นั่นแหละหรืออาจจะแค่บังเอิญว่าหมอนั่นชกด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็นเหมือนใช้สกิลก็ได้

            ผมยังไม่ได้บอกสินะว่าถ้าใช้อาวุธอันไหนผมก็สามารถเรียกใช้สกิลที่ตรงกับอาวุธนั้นๆ ได้ด้วยนะก็ตัวผมเป็นถือว่าเป็นมนุษย์เหมือนกันทำไมจะใช้ทักษะกับความสามารถแบบพวกเธอไม่ได้กันล่ะจริงไหม

            ระหว่างที่พูดอยู่ซีลอร์ดก็เปลี่ยนจากสนับมือเป็นคันธนู

            ก็หมายความว่าอีกฝ่ายจะใช้สกิลได้เหมือนกับอาชีพของเขาด้วย

            เมอร์คาบาห์!”

            อิงศรตะโกนเพราะเห็นว่าซีลอร์ดจับคันธนูแสงด้วยท่าทางแปลกๆ จึงคิดว่าแผนให้เมอร์คาบาห์ลอบโจมตีตอนที่ตนคอยดึงความสนใจอยู่นี่ก็อาจจะแตกไปแล้ว

            ความจริงเนื้อหาของคำสั่งที่แลกเปลี่ยนกับปีศาจผ่านทางจิตนั้นไม่ได้ละเอียดขนาดว่าจะให้โจมตีตอนไหนแต่ให้เมอร์คาบาห์ที่ไม่น่าจะถูกอ่านใจได้เป็นคนตัดสินใจเอาเองแล้วมันก็คือตอนนี้

            ใบดาบของเมอร์คาบาห์ที่ดิ่งลงมาจากด้านบนเกือบจะถึงคอของซีลอร์ดแล้วแต่หมอนั่นกลับจับคันธนูเหวี่ยงด้วยมือเดียวพร้อมกับทำให้ดาบแสงปรากฏขึ้นที่อีกมือแล้วตวัดพร้อมกัน

            ครอสวูฟล์

            ใช่อย่างที่คิดจริงๆ ซีลอร์ดรู้ตัวแต่แรกแล้วไม่อย่างนั้นท่าครอสวูฟล์ที่ต้องกะจังหวะฟันทั้งดาบและธนูโดยพร้อมเพรียงนั้นคงจะตอบโต้การโจมตีทีเผลอไม่ได้

            เมอร์คาบาห์ยกแขนใบมีดขึ้นป้องกันแต่ก็ถูกแรงปะทะกระแทกจนปลิวไปชนลูกกรงอยู่ดี

            “…”

            พลังยังแตกต่างกันมาก

            ทั้งที่พยายามจนได้พลังมาแล้วแต่กลับมีพลังที่เหนือกว่าโผล่ออกมาทันทีแบบนี้...

            โธ่เว้ย จะทำยังไงดีเนี่ย

            ระหว่างที่สบถอยู่นั้นซีลอร์ดก็ง้างคันธนูแสงยิงลูกศรขึ้นไปข้างบน

            โซเดียดราโคเม็ท

            สกิลนั่นมัน...

            สถานการณ์มีแต่จะแย่ลง

 

            @@@

 

            ถ้าอยากจะช่วยพี่สาวฝาแฝดก็ต้องเอาหัวอิงศรไปแลก

            เมษาที่ได้รับเงื่อนไขแบบนั้นก็ตรงมาที่อารย-สนธยาแล้วเข้าร่วมการต่อสู้กับอิงศรในฐานะพวกพ้องที่มาเป็นกำลังเสริม หลอกให้ตายใจแล้วฉวยโอกาสจัดการในทีเดียว

            ตัวเขาได้รับเอาเดม่อนแอพอันใหม่ที่มีพลังเหนือกว่าของที่เคยๆ มาก็เพื่อการนี้

            เป็นเดม่อนแอพที่โจมตีปิดบัญชีในครั้งเดียวได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงหลังจากนั้นเขาอาจจะโดนพวกพ้องคนอื่นกำจัดฐานทรยศก็ตาม แต่เมื่ออิงศรจบชีวิตลงศูนย์บัญชาการก็จะรู้เรื่องนั้นและปล่อยมีนาให้ตามสัญญาที่กุมภาให้เอาไว้

            ดังนั้นการทดสอบที่อิงศรกำลังเข้ารับกับซีลอร์ดนี้ใจเขาอยากจะอิงศรทดสอบไม่ผ่านและถูกฆ่าตายเท่านี้ก็ไม่ต้องใช้มือของตัวเองให้เปื้อนเลือด มีนาก็จะปลอดภัย และยังรักษาความเป็นเพื่อนกันไว้ได้...

            แต่แบบนั้นยังจะมีหน้าเรียกตัวเองว่าเพื่อนหรือพวกพ้องได้อีกเหรอ?

            ถ้าอิงศรแพ้ขึ้นมาถึงจะช่วยมีนาได้แต่โลกก็จะถูกทำลายทุกคนจะถูกฆ่าเพราะพระเจ้าตัดสินให้พิพากษา

            ไม่รู้แล้วว่าตัวเขาควรจะทำอย่างไรดี ได้แต่กำลูกกรงเหล็กมองดูเพื่อนต่อสู้เสี่ยงชีวิตอยู่ข้างในนั้นไปพลางขบฟันกล้ำกลืนไปพลาง

            ตอนนั้นเองลูกศรของซีลอร์ดก็ลอยขึ้นไปแล้วแตกกระจายเป็นสายธารเพลิง

            หนนี้อิงศรไม่เหลืออะไรให้ใช้ป้องกันแล้ว

            หมอนั่นจะ...ตายงั้นเรอะ

            เมษาพึมพำให้ตัวเองได้ยินแค่คนเดียว

            ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็จับลูกกรงแนบหน้าติดชนิดไม่ยอมให้คลาดสายตาแล้วยังส่งเสียงปรึกษากันอยู่ตลอดว่าจะทำอะไรเพื่ออิงศรที่อยู่ข้างในนั้นได้บ้าง

            ทั้งที่กรงเหล็กนี่แข็งแกร่งไร้เทียมทานจนแทบทำลายไม่ได้

            ไม่สามารถเล็งเป้าสกิลผ่านลูกกรงนั่นได้ด้วยซ้ำ

            แล้วยังจะมีอะไรที่พวกเขาทำได้อีก

            โธ่เว้ย นี่ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอเนี่ย

            เมษาค่อนข้างตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่พูดออกไปว่าอยากจะช่วยอิงศรทั้งที่ในใจก็กำลังหวังให้การโจมตีนี้ดับลมหายใจอิงศรด้วยเช่นกัน

            เวพ่อนไนซ์!”

            กวินทร์ส่งเสียงดังขึ้นมาพอหันไปดูก็เห็นกำลังให้ดาบดูดซับยูนิทสี่สีที่สร้างไว้ตั้งแต่ตอนที่สู้กับนารยณ์แล้วยังตกค้างมาจนถึงตอนนี้เนื่องจากใช้สกิล ดราโกเบลฟทำให้จำนวนยูนิทออกมามากถึงแปดลูกและเพิ่งจะใช้ไปกับท่าไม้ตายแรคน่าบัสเตอร์แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

            ”เท็งกะโกะเคน!!”
            หลังจากร่ายสกิลเสร็จ เท็งกิมารุ หรือ ป้ายไม้แกะสลักรูปพยัคฆ์ก็โผล่ออกมา

            เท็งกิมารุมาแว้วเรียกข้าเหรอกวินทร์

            รุ่นน้องไม่สนใจคำถามของป้ายไม้แล้วออกคำสั่งทันที

            เท็งกิมารุกินการโจมตีนั่นให้ทีทำได้ใช่ไหม

            อ๋อ ของอร่อยเลย

            ป้ายไม้พูดแบบนั้นแล้วตาของมันก็เรืองแสง

            เกิดเสียงดัง ฟุ่บ สายธารเพลิงที่ไหลเทกระจาดลงมาอันตรธานหายไปในพริบตา

            หักล้างท่าระดับนั้นได้จริงๆ เหรอเนี่ย

            เมษามองรุ่นน้องด้วยสายตาทึ่ง รู้สึกว่าไม่เจอกันแค่แปบเดียวกวินทร์ก็เหมือนจะเก่งนำหน้าเขาไปแล้ว

            ความสามารถที่แทรกเข้าไปในการทดสอบได้นั่นขนาดซีลอร์ดที่อยู่ในกรงยังต้องพูดออกมา

            ให้ตายสิอุตส่าห์กันไม่ให้เข้ามายุ่งด้วยแล้วแท้ๆ ก็เท็งกิมารุยังไม่ใช่ ออทิเกสซาร์ (Autigesar) นี่นะเลยไม่มีสัญญาณเตือนให้รู้ว่าจะมา

            เจ้าป้ายไม้ประหลาดนั่นมีปฏิกิริยากับเสียงของซีลอร์ดมันหันไปทางที่ว่าทันทีแล้วส่งเสียงร้อง

            อ๋า~~ ออฟิอูคูมันนาร์นี่มันสถานการณ์แบบไหนกันเนี่ยกวินทร์

            เอ่อ เรื่องมันยาวน่ะแต่ว่า...

            กวินทร์พักเรื่องของเท็งกิมารุไว้แล้วหันไปที่กรงพลางตะโกน

            พี่ศร เท็งกิมารุเหลืออีกสี่กิริยา ป้องกัน หลบหลีก ฟื้นฟู แล้วก็เสริมพลังครับ!”

            อิงศรผงกหัวให้เห็นโดยไม่หันหน้ามา คงจะมีแผนการในใจแล้ว

            เมษาใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อจะตามสถานการณ์ให้ทัน

            เจ้าป้ายไม้ที่ชื่อเท็งกิมารุนั่นอาจจะสามารถหักล้างกิริยาที่เกิดขึ้นได้เหมือนจะได้ยินแบบนั้นมา

            เมื่อกี้ที่ทำให้ท่าของซีลอร์ดหายไปก็คือ กิริยาโจมตีถ้าอย่างนั้นที่บอกว่าเหลืออีกสี่อย่างในนั้นก็จะมีการหลบหลีกกับการป้องซึ่งนั่นก็หมายความว่า

            จริงสินะถ้าใช้ไอ้หลักการที่ว่านี่การโจมตีต่อไปของเจ้าศรหมอนั่นก็หลบไม่ได้ป้องกันไม่ได้งั้นสิ

            เมษาทุบมือดังปึกยามที่นึกออก...

            ชาร์คชู้ต!!”

            อิงศรก็ปลดปล่อยการโจมตีไปแล้ว มวลน้ำฉลามพุ่งออกไปจากคันธนู แต่แส้ใบมีดก็เรียงกันเข้ามาเป็นเกราะให้ซีลอร์ด แล้วในตอนนั้นเอง

            กินการป้องกัน

            ตาของเท็งกิมารุเรืองแสงแล้วแส้ใบมีดก็พากันกระจัดกระจายเหมือนกับสูญเสียการควบคุม

            ฉลามจึงเข้าไปเกือบจะถึงตัวซีลอร์ด

            ต่อไปถ้าผมหลบก็คงจะโดนอยู่ดีสินะงั้นการป้องกันนั่นผมยกให้ส่วนการหลบหลีกเนี่ยผมขอรับไว้ก็แล้วกัน

            แล้วแส้ใบมีดที่กระจัดกระจายเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปหาอิงศร ส่วนฉลามก็ถูกมือดาบแสงฟันทิ้งจนระเหยเป็นไอ

            แย่ล่ะ! เจ้าศรมันโดนย้อนศรซะแล้ว!”

            เมษาตะโกน ถึงจะเผลอพูดเหมือนกับเล่นคำอยู่ก็เถอะแต่ไม่มีใครมานั่งขำเอาในเวลาแบบนี้หรอกแล้วอิงศรก็ไม่ยอมหลบหลีกแส้พวกนั้นด้วย

            ฟูกัดฟันไว้แล้วหลบหมัดผมไปทางซ้ายนะ!”

            จู่ๆ เจ้าเด็กลูกครึ่งที่ชื่อมิกซ์ก็พูดขึ้นมาแบบนั้นแล้วเหวี่ยงกำปั้นใส่หน้าเพื่อน คนเพื่อนก็เหมือนจะเข้าใจในทันที ดูจากสายตาที่ไม่มีความลังเลแถมยังตั้งการ์ดแขนเอาไว้แล้วโยกตัวหลบหมัด

            ทันใดนั้นเองตัวของฟูที่เอี้ยวหลบไปแล้วก็เหมือนถูกดีดกลับมารับหมัดของมิกซ์ เสียงกระแทกดังปึก

            กวินทร์ตะโกน

            หลบได้แล้วครับ!”

            อิงศรวิ่งหนีแส้พวกนั้นหลบออกไปได้แบบฉิวเฉียดถึงแส้จะไล่ตามไปหลังจากนั้นก็ยังถูกเมอร์คาบาห์ฟันทิ้งได้

            จากนั้นการต่อสู้ภายในกรงก็ยังดำเนินต่อไปโดยที่อิงศรเป็นฝ่ายไล่ตามและโดนทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ ไม่ช้าคงได้ถึงขีดจำกัด หากแรงวิ่งหนีหมดเมื่อไหร่เกมก็จบ

            พวกเด็กๆ ที่อิงศรพามาเริ่มปรึกษากันเองแล้วว่าจะลองทำลายลูกกรงดูแล้วเริ่มระดมโจมตีไปที่จุดๆ เดียวหวังจะให้มันกร่อนไปเอง

            มันเป็นไปไม่ได้หรอก...เมษาคิดได้ตั้งแต่ตอนที่กำปั้นตัวเองสัมผัสกับกรงนี้ไปหนหนึ่งแล้วถึงตัวเองจะมีเลวเลน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ก็ตามแต่ก็มีพลังของ ซาโอก็อนเก็ง ที่เป็นเดม่อนแอพคอยเสริมพลังอยู่แต่ลูกกรงนั่นไม่มีแรงสะท้อนกลับออกมาเลยซักนิดเดียว

            ราวกับว่ามันดูดซับแรงกระแทกเอาไว้ทั้งหมดรวมถึงความร้อนและความเย็นก็ทำอะไรไม่ได้เป็นปราการสมบูรณ์แบบไร้เทียมทานถ้าหากว่าจะมีอะไรทำลายมันได้ก็คงจะเป็นดาบของเมอร์คาบาห์ที่อิงศรเป็นผู้ครอบครองซึ่งใช้ตัดแส้ใบมีดที่เป็นวัตถุดิบสร้างกรงนี่ขึ้นมาได้

            ทั้งที่น่าจะทำได้แต่ก็ไม่ทำ อิงศรไม่เคยคิดจะตัดกรงแล้วหนีออกมาเลยซักครั้งเดียวมันต้องมีสาเหตุแน่คนหัวดีกว่าเขาอย่างอิงศรมีหรือจะไม่รู้เรื่องนี้

            แล้วตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงเด็กที่ชื่อฟูพูดตะโกน

            พวกนายแบ่งให้ฉันตีบ้างเซ่ฉันก็อยากช่วยพี่ศรเหมือนกันนะ!”

            เด็กคนนั้นแบกค้อนไปก็โวยวายไปด้วยแต่ไม่เข้าไปทุบกรงเพราะคนอื่นๆ ที่มุงอยู่รอบบริวเณนั้นก็ปิดทางจนมิดไปแล้วหากเบียดกันกว่านี้จะทำให้โดนอาวุธของพวกเดียวกันได้

            ช่างแล้วเดี๋ยวฉันไปทางอื่นก็ได้

            ว่าแล้วเจ้าตัวก็วิ่งอ้อมกรงไปอีกทางแล้วเริ่มทุบโดยที่ไม่มีใครห้าม

            สาเหตุคือเจ้าพวกนี้เองสินะ

            เมษาลองคาดเดาคำตอบเอาเอง

            หากว่าเขาเป็นอิงศรแล้วล่ะก็การกันไม่ให้เจ้าพวกวู่วามเสียยิ่งกว่าตัวเขาเองอย่างเจ้าพวกนี้เข้าไปยุ่งในการต่อสู้ที่ทำให้คนคล่องแคล่วว่องไวอย่างอิงศรตายเอาๆ เป็นว่าเล่นได้นั้นถือว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว

            ไม่ใช่ว่าทำลายไม่ได้แต่ไม่ยอมทำต่างหากสินะ

            กรงนั่นไม่ใช่แค่สิ่งที่มีไว้จองจำอิงศรแต่มีไว้ปกป้องพวกพ้องด้วยแม้แต่ในเวลานี้หมอนั่นก็ยังเอาแต่คิดถึงเรื่องของคนอื่น

            จะใจดีก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยเถอะ

            เมษาพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายถึงจะไม่ได้เกลียดการเลือกของอิงศรแต่ก็ยังรู้สึกว่ามันสุดโต่งเกินไปเหมือนกับจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใครเลยทั้งที่พลังของเมอร์คาบาห์ในตอนนี้ รวมไปถึงที่กวินทร์ช่วยเอาไว้เมื่อครู่ ก็เป็นผลมาจากความช่วยเหลือของพวกพ้องทั้งนั้น

            เมษาเดาะลิ้น

            เชอะ แบบนี้ก็เหมือนกันเลยสิฟระ

            เหมือนกับเขาที่จ้องจะฆ่าเพื่อนแต่กลับทำตรงกันข้ามถึงเจตนาจะต่างกันจนเหมือนฟ้ากับเหวก็ตามทีแต่เนื้อในแทบไม่ต่างกันจนน่าสะอิดสะเอียน

            ตอนนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นการเคลื่อนไหวของซีลอร์ดชะงักไปครู่หนึ่ง

            ทั้งที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วระดับที่เขาเองก็ตามไม่ทันแต่กลับมองเห้นช่วงหยุดชะงักนั่นจะๆ กับตาได้มันจะต้องมีสาเหตุบางอย่าง

            เมษาทอดสายตามองหาว่ามันเกิดอะไรขึ้นโดยจับตามองกลุ่มของพวกเด็กๆ แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดแปลก

            “…”

            เขาพยายามนึกว่าตอนที่เห็นซีลอร์ดชะงักไปนั้นกำลังหันหน้าไปทางไหนพอลองหันตามก็เห็นว่าฟูที่แยกไปกำลังทุบกรงเหล็กอยู่อีกฟาก

            จะบอกว่าการทุบของเจ้าเด็กที่อ่อนกว่าเขาสองปีนั่นมีผลกับกรงที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างนั้นเหรอ?

            ไม่สิ น่าจะมีความเป้นไปได้อื่นมากกว่า

            หรือว่ากรงนั่นที่จริงแล้วไม่ได้แกร่งไปหมดทุกส่วน

            เป็นไปได้ว่าที่จริงก็แค่ทำให้กรงส่วนหนึ่งแข็งเป็นพิเศษเฉพาะตรงที่พวกเขากระจุกกันอยู่พอฟูย้ายไปทางอื่นเลยชะงักไปเพราะต้องเสริมพลังกรงเพิ่ม

            ถึงจะแค่สันนิษฐานลอยๆ แต่ก้คุ้มค่าที่จะลองเสี่ยง

            บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่อิงศรจะชนะได้ก็ได้แต่ว่า...

            จะทำยังไงถึงจะบอกให้เจ้าศรมันรู้ได้ล่ะ

            แต่พอเมษาลองคิดต่อจากนั้นอีกก็ส่ายหน้า

            ไม่ จะให้เจ้าศรรู้เรื่องนี้ไม่ได้ถ้ารู้ก็จะถูกอ่านใจ

            ชิ ลองแบบนี้ก็ต้องหวังพึ่งเชาว์ปัญญาของหมอนั่นเองซะแล้วล่ะมั้ง

            พวกเขาร่วมต่อสู้กันมาก็มากเรื่องแค่นี้คงส่งไปถึงต้องลองเชื่อใจดู

            ต้องเอาหัวอิงศรมาแลกกับมีนา

            จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ลืมเรื่องนั้นไป แล้วเขาซึ่งหมายหัวเพื่อนอยู่กลับบอกว่าจะเชื่อใจ

            ขัดแย้งกันชัดๆ

            เมษาสบถก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วผ่อนมันออกมา

            จากนั้นก็ตะโกนเรียกพวกเด็กๆ

            ทุกคนฟังฉันหน่อย!”

 

            @@@

 

            “แฮก...แฮก...ชิ นี่ก็ไม่ได้ผลเหรอ

            อิงศรคำรามออกมาหลังจากทุกอย่างที่มีออกไปซึ่งถูกปัดป้องเอาไว้ได้หมดทุกกระบวนท่า

            ที่ยังเหลืออยู่ก็มีสกิลของเมอร์คาบาห์ที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อใช้ออกไป

            เมสไซอาบัสเตอร์ ต้องใช้ยูนิทหนึ่งหน่วยเป็นค่าใช้งาน เป็นสกิลปีศาจที่แตกต่างจากที่ผ่านๆ มาเพราะมีการระบุว่าต้องการยูนิทพลังงานด้วย

            ที่ผ่านมาซีลอร์ดคอยจับตาดูเขามาตลอดดังนั้นจึงรู้ไส้รู้พุงเขาไปหมดแล้วว่ามีการโจมตีอะไรบ้างต่อสู้แบบไหนแถมยังถูกอ่านความคิดอีกจะมีก็แต่สกิลของเมอร์คาบาห์อันนี้ที่ทั้งเขากับซีลอร์ดยังไม่รู้จัก

            คิดจะใช้ไอ้นั่นเป็นไม้ตายสินะแต่ว่าเดิมพันกับของไม่รู้หัวรู้ก้อยแบบนั้นตั้งใจจะบอกผมว่ามันคือการก้าวเดินไปข้างหน้าเพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าทางเดินนั้นมันผิดหรือถูกจนกว่าจะได้ลองอย่างนั้นสินะหรือว่านี่ก็คือความเป็นมนุษย์อย่างที่เธอบอกเหรอ

            “…”

            “ไม่เห็นจะเข้าใจเลย

            ซีลอร์ดพูดแบบนั้นแล้วส่งแส้ใบมีดเข้ามา

            “…”

            ควรจะใช้เมอร์คาบาห์บุกเข้าไปเลยดีไหมนะ

            ใช้เมสไซอาร์บัสเตอร์ตอนนี้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปเลย

            เมอร์คาบาห์!”

            วินาทีที่คิดจะสั่งให้เมอร์คาบาหืใช้สกิลกรงที่อยู่ด้านหลังซีลอร์ดซึ่งอยู่ติดกับผนังก็เกิดระเบิดขึ้นมา

            เศษซากปลิวกระจัดกระจาย ฝุ่นควันลอยโขมงจนมองข้างในไม่เห็น

            อย่างไรก็ตามซีลอร์ดชะงักไปแวบหนึ่ง เพียงแค่แวบเดียวจริงๆ แส้เองก็พลอยชะงักตามไปด้วย

            มีเสียงของเมษาดังออกมาจากกลุ่มควันนั่น

            ตอนนี้แหละ!”

            อิงศรพยักหน้ารับคำพูดนั้นแล้วยื่นคันธนูที่มียูนิทลอยอยู่ลูกหนึ่งส่งให้เมอร์คาบาห์

            ใช้เมสไซอาร์บัสเตอร์

            ลูกไฟยูนิทลอยเข้าไปที่หน้าอกของเมอร์คาบาห์ เทวทูตลืมตาซึ่งปิดไว้มาตลอด ดวงตาสีทองเปล่งประกายราวกับแสงตะวัน

            เมอร์คาบาห์จับใบมีดที่แขนชนกันแล้วผลักออกไป

            ใบมีดที่กลายเป็นเหมือนเสี้ยวพระจันทร์พุ่งเข้าหาซีลอร์ด ด้วยความเร็วกับระยะทางตอนนี้ไม่มีทางหลบได้ ดังนั้นแส้ใบมีดจึงพุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นพยายามสกัดใบมีดนั้นไว้ แต่เพียงแค่สัมผัสแส้ก็สลายหายไปจนถึงปลาย

            ซีลอร์ดที่เห็นแบบนั้นเข้าก็พึมพำออกมาด้วยความลิงโลดเล็กน้อย

            แบบนี้คงหลบไม่ได้สินะถ้างั้นผมจะรับมันไว้แล้วสะท้อนใส่เธอให้ตายด้วยการโจมตีของตัวเองนี่ถือเป็นการทดสอบสุดท้ายแล้ว โทษทีนะศิวะผมคงต้องขอใช้พลังทั้งหมด

            แล้วไล่ให้เทพเจ้าที่อัญเชิญมากลับไป มิหนำซ้ำยังคลายกรงทั้งหมดรวบรวมแส้ทุกเส้นที่มีมาขมวดรวมกันเป็นก้อนกลมขนาดกว่าตัวเองถึงห้าเท่า

            เรียกได้ว่าเป็นโล่ที่กำบังได้มิดทั้งตัวเลยทีเดียวแต่ซีลอร์ดบอกว่าจะสะท้อนการโจมตีของเมอร์คาบาห์กลับมาดังนั้นคงไม่ใช่แค่โล่ธรรมดาๆ

            ควรจะหลบออกจากทิศที่มีความเป็นไปได้ว่าจะสะท้อนกลับมา แต่ทว่า...

            ดาบของข้าสามารถสะบั้นสิ่งลวงหลอกได้ทุกอย่าง

            ก็มีเสียงแบบนั้นดังขึ้นมา

            เสียงที่อิงศรได้ยินเพียงคนเดียว

            เสียงของเมอร์คาบาห์

            ก็ไม่รู้ทำไม แต่เขาอยากจะเชื่อในคำพูดนั้นและรู้สึกว่านี่จะเป็นโอกาสหนึ่งเดียวและสุดท้ายแล้วที่จะเอาชนะการทดสอบนี้ได้

            จึงวิ่งออกไป วิ่งเข้าไปหาซีลอร์ดที่อยู่หลังโล่ลูกโลกนั่น

            มวลความหนาแน่นของมันเทียบเท่าแผ่นทวีป ไม่สิเท่ากับโลกทั้งใบ เธอจะจะสามารถฝ่าฟันบททดสอบนี้ไปได้รึเปล่าล่ะ

            ได้ยินเสียงท้าทายของซีลอร์ดดังมาจากเบื้องหลังของโล่นั่น

            มันทำให้อิงศรยิ่งเร่งฝีเท้า ทิ้งสิ่งของในมือไปทั้งหมดลดน้ำหนักตัวลงเพื่อเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยก็ยังดี

            ตอนนี้ต้องเร็วไว้ก่อน โอกาสมีแค่ครั้งเดยีวคือหลังจากดาบของเมอร์คาบาห์สะบั้นโล่ที่มีความหนาแน่นเท่ากับโลกทั้งใบนั่น

            มันจะต้องเป็นไปได้ไม่อย่างนั้นเขาก็ถูกดาบที่สะท้อนมาฟันตัวเองตาย

            ว้ากกก!!!”

            อิงศรคำรามออกมาแล้วเร่งฝีเท้าจนไล่ตามดาบที่พุ่งนำออกไปก่อนได้ทัน

            ดาบปะทะเข้ากับโล่ลูกโลก สะบั้นมันทิ้งอย่างง่ายดาย โล่ทยอยสลายไป

            ดาบวิ่งไปเกือบจะถึงหน้าของซีลอร์ดแต่ก็สูญเสียพลังที่ยึดจับไปกับการทำลายโล่จึงคลายออกจากกันเฉียดใบแก้มไปเพียงนิดเดียวแต่ยังไม่ทำให้เกิดแผล

            แล้วตอนนั้นเอง

            สายลมก็พัดมา แล่นผ่านใบหน้าทำให้เส้นผมของผู้ถูกลืมเลือนปลิวอย่างพริ้วไหว

            เสียงแห่งความพินาศดังก้อง

            เสียงล่มสลายของยุคสมัยเก่า

            เสียงกู่ร้องว่ามนุษย์จะมียุคสมัยเป็นของตัวเอง       

            งั้นเหรอสายลมในวันนั้นกลายเป็นพายุลูกใหม่ไปแล้วสินะ

            ซีลอร์ดพึมพำออกมาอย่างจนแต้มและน้อมรับคำตอบของเขา

            กำปั้นลอยเข้าไปกระแทกโหนกแก้มขวาอย่างจัง

            เสียงน่ารังเกียจดังกร๊อบ กระดูกมือแทบจะแหลกละเอียดรู้สึกเหมือนชกลงไปบนแท่งเหล็กหรืออะไรซักอย่างที่แข็งเอามากๆ แต่อิงศรก็ไม่ได้หยุดใส่แรง

            เมื่อรวมเข้ากับแรงส่งที่ได้จากการวิ่งมาด้วยความเร็วสูงสุด ใบหน้าของซีลอร์ดก็หันไปตามแรกชก

            มือของเขาก็พลอยบิดเบี้ยวผิดทิศผิดทางไปด้วย เสียงดังกร๊อบๆ ลั่นออกมาไม่มีหยุด

            เสียงของสายลมที่พัดผ่านไปในตอนนั้นคือ...

            สายลมที่พัดพายุคสู่สมัยใหม่




***กลับบ้านมาพิมพ์เสร็จเอาเที่ยงคืน เมื่อวานเลยยังไม่อัพเพราะคิดว่าคนอ่านคงนอนหมดแล้วต้องขอโทษที่เลทเช่นเคยในวันเสาร์นะครับ TwT แต่จะกลับไปลงวันธรรมดางานก็รัดตัวเหลือเกิน สำหรับตอนนี้เป็นตอนจบ Act อารย-สนธยาที่แท้จริงเสียทีบอสคนสุดท้ายโดนจัดการลงแล้วนี่นะเลยแปะภาพเฉลยเงาที่ออกมาในปกภาคสองไว้ด้วยครับ และสำหรับภาคสองนี้ก็เดินทางมาถึง Act สุดท้ายแล้วคำตอบของอิงศรจะชี้นำหนทางในภาคสามกำลังจะเฉลยออกมาในตอนหน้ากันแล้ว รอชมในวันพุธนะคร้าบบ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น