Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 147 : Login 144: ราม Vs นารายณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ส.ค. 60

Login 144: ราม Vs นารายณ์

 

            “ที่พูดมานั่นน่ะเรื่องจริงเรอะ”

            อิงศรอยากจะยืนยันเรื่องที่อิซานามิซึ่งบัดนี้เหลือแค่เพียงไพ่อาคานาร์ไม่สมประกอบใบหนึ่งเท่านั้น

            คำตอบซึ่งเทพมารดรตอบรับด้วยเสียงหนักแน่นนั่นก็คือ

            “แหงอยู่แล้วสิ เดิมทีข้าเคยอยู่ในตัวของเจ้าหนูนรินทร์มาก่อนนี่แต่ครึ่งหนึ่งถูกแยกออกไปคิดว่าคงจะเป็นเจ้านกสติแตกนั่นแล้วก็ยัยอลิสที่เจอในโลกประหลาดนั่นแหละ”

            โลกประหลาดที่ว่านั่นคืออาคาชิกเรคคอร์ดเป็นมิติที่ซีลอร์ดผู้ถูกลืมเลือนอาศัยอยู่ ซึ่งจนบัดนี้เขาเองก็ยังไม่รู้ถึงความหมายในการคงอยู่ของมิติแห่งนั้น รู้เพียงแค่ว่าโลกที่ถูกลบหายจะไปอยู่ที่นั่นในฐานะข้อมูลสำรอง

            แต่อะไรคือข้อมูลสำรอง ความหมายที่แท้จริงนั้นก็ยังไม่รู้อยู่ดี

            อิซานามิยังคงพูดต่อไปว่า

            “เพราะงั้นวิธีช่วยเจ้าหนูนรินทร์น่ะก็แค่เอาข้าใส่คืนเข้าไปก็พอเดี๋ยวจะเข้าไปรวมกับส่วนที่เหลือแล้วอาคานาร์ก็จะหลุดออกจากร่างแค่นั้นคงหยุดการอาละวาดได้แล้วล่ะ”

            “แล้วถ้าทำแบบนั้นเธอจะเป็นยังไงต่อล่ะ”

            “ก็ไม่รู้สิแต่เดิมเคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อนก็ไม่รู้สึกตัวหรืออะไรหรอกนะอัตตาตัวตนของข้าในตอนนี้ก็เป็นเพียงรูปๆ หนึ่งสำแดงออกมาถ้าเจ้าเข้าใจในแก่นของพุทธก็คงจะพอเข้าใจได้ล่ะนะว่ารูปนั้นแท้จริงแล้วคือความว่าง”

            หรือก็คือหล่อนจะบอกว่าตัวตนของเธอในตอนนี้เป็นแค่ภาพลวงตา

            “ตัวข้านั้นเป็นเหมือนลำโพงที่ช่วยเปล่งเสียงความนึกคิดออกมาให้คนอื่นรับรู้ได้เท่านั้น นั่นก็คือกลไกอย่างหนึ่งของอาคานาร์ ปีศาจที่เป็นได้ในหนึ่งสถานะของไพ่ก็คือลำโพงที่ป่าวร้องว่าโชคชะตานี้คืออะไร”

            เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อยว่าอาคานาร์นั้นไม่ใข่ของที่สร้างปีศาจขึ้นมาโดยตรงแต่ปีศาจเป็นเพียงความสามารถหนึ่งของอาคานาร์แต่ละใบต่างหาก ถ้าคิดแบบนี้พลังในส่วนของ

            เดอะ เอ็มเพอเรอร์ ที่ช่วยให้เรียกปีศาจจากแอพพลิเคชั่นให้ออกมามีตัวตนในความเป็นจริง

            เดอะ เทมเพอแรนซ์ ที่ช่วยให้รวมร่างปีศาจได้

            เดอะทาวเวอร์ ที่ช่วยให้หยิบเอาสกิลของปีศาจที่ครอบครองมาใช้ได้เอง

            เดอะ เสตร็งท์ ที่ทำให้เคลื่อนไหวขณะใช้สกิลที่จำกัดการเคลื่อนที่ได้

            และอาคานาร์กลุ่มเพิ่มสกิลอื่นๆ ก็จะมีคำตอบที่เข้าเค้ากับอาคานาร์กลุ่มที่เรียกปีศาจมาเป็นเดม่อนแอพให้นั่นเอง

            เมื่อได้ข้อสรุปตามนั้นจึงเข้าใจได้ว่าไพ่ของอิซานามิในตอนนี้มีไว้เพื่อหยุดนรินทร์และด้วยเหตุผลนั้นหล่อนจึงปรากฎตัวออกมาในตอนที่พญาครุฑได้ร่างของนรินทร์ไป

            ก็เพื่อเลี่ยงที่จะไม่ตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่กลับไปรวมเป็นอาคานาร์ที่สมบูรณ์ไม่ได้

            ซึ่งนั่นก็หมายความว่า

            “นี่ก็รู้อยู่แต่แรกแล้วน่ะสิว่ามันจะเป็นแบบนี้ถึงได้มาอยู่กับฉันน่ะ”

            “ก็ราวๆ นั้นแหละแต่ก็ดีแล้วนี่เพราะว่ามองจิตใจของมนุษย์ออกข้าถึงได้เลือกมาอยู่กับเจ้าที่ยังไงก็ต้องช่วยนรินทร์อย่างแน่นอนยังไงล่ะ”

            สรุปก็คือเขาถูกหลอกใช้นั่นเอง

            แต่ก็เป็นการหลอกใช้ที่ยอมรับได้เพราะมันเป็นแบบนั้นตอนนี้ถึงได้มีวิธีช่วยนรินทร์โผล่ออกมา

            “งั้นแค่เอาเธอใส่คืนไปก็พอสินะแล้วต้องทำยังไง”

            “อาคานาร์ที่เหลือคงจะไปอยู่แถวหัวใจเอาตัวข้าไปแตะบนร่างกายเจ้าหนูให้ใกล้กับหัวใจให้มากที่สุดก็พอ”

            อิงศรพยักหน้าให้คำพูดนั้นแล้วเก็บอาคานาร์ของอิซานามิขึ้นมา หันหลังกลับไปบอกแผนให้กับคนที่เหลืออยู่

            คนที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็มี กวินทร์ เมษา มิกซ์ สี่คนนี้เท่านั้น

            “พวกนายใช้สกิลโจมตีไกลล่อมันไว้ทีขอแค่สองวิเดี๋ยวจะตรึงมันด้วยไกรพ์นิล”

            อิงศรพูดพลางเหน็บดาบเก็บที่เอวแล้วเปลี่ยนคันธนูเป็นหน้าไม้ แล้วเมื่อทุกคนให้สัญญาณว่าพร้อม

            “เอาเลย!”

            อิงศรก็ตะโกนพร้อมกับเล็งหน้าไม้ขึ้นไปข้างบน กวินทร์ เมษา มิกซ์เริ่มการโจมตีในตอนนั้น

            “ฟาสช็อต!”

            มิกซ์ร่ายสกิลพร้อมกับลั่นไกปืนรัวหลายนัดในเวลาเสี้ยววินาทีเป็นสกิลเร่งจู่โจมด้วยความเร็วสูง ขณะเดียวกันเมษาก็ตั้งท่ารวบรวมพลัง

            “วอยด์บลาส!”

            แล้วปล่อยลำแสงจากพลังงานที่รวบรวมไว้ที่มือออกไป

            มีแต่กวินทร์คนเดียวที่ไม่ได้ทันโจมตีเพราะเด็กหนุ่มไม่มีสกิลจู่โจมไกลแบบที่ปุบปับก็ใช้ได้ทันที

            แน่นอนว่าการโจมตีของเมษากับมิกซ์ถูกต้านไว้อย่าง่ายดาย

            นรินทร์เพียงแค่ใช้มือเปล่าจับลูกกระสุนที่รวดเร็วทั้งหมดด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าและจับแสงทำลายของเมษาไว้ก่อนจะเขี้ยงพวกมันกลับคืนไป

            การโจมตีที่ย้อนกลับมานั้นได้กวินทร์ช่วยปัดป้องไว้ให้

            “ดราโกนิกเบลด!”

            กวินทร์เคลือบดาบด้วยศิลาเกล็ดมังกรจนดาบกลายเป็นเหมือนหยกรูปหินงอกซึ่งช่วยมอบพลังในการป้องกันทำให้สามารถกวัดแกว่งดาบปัดการโจมตีที่ย้อนกลับมาทิ้งไปได้

            แล้วตอนนั้นเองก็ครบสองวินาที

            ลูกดอกแนบยันต์จำนวนห้าลูกที่อิงศรยิงขึ้นไปข้างบนโน้มตัวตกลงมาปักพื้นเป็นอาณาเขตล้อมรอบตัวนรินทร์เอาไว้

            “มหาเขตแดนตรวนผนึกหมาป่าไกรพ์นิล!!”

            สิ้นคำอิงศร โซ่ตรวนอาคมก็พุ่งอกมาจากยันต์ทั้งห้าแผ่นเข้ามัดร่างกายนรินทร์นารายณ์ เพียงเท่านี้ก็หยุดการเคลื่อนไหวได้แล้วที่เหลือก็แค่เอาอาคานาร์ของอิซานานามิใส่เข้าไปเท่านั้นทุกอย่างก็…

            “คำสาปนี้ขอคืนให้ก็แล้วกัน อัปสราวตาร”

            นรินทร์กล่าวเช่นนั้นแล้วกลายร่างเป็นนางฟ้าด้วยพลังของนารายณ์

            นางฟ้าหรือนางอัปสรในตำนานเทพฮินดูซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างมาก เครื่องแต่งตัวค่อนข้างเหมือนกับที่เห็นในลิเกไทยเมื่อรวมกับใบหน้าของนรินทร์ที่เดิมก็งดงามราวกับสาวงามอยู่แล้วทำให้เป็นนางอัปสรที่ไร้ที่ติ

            ทว่า ถึงจะงามอย่างไรก็ไม่น่าจะหลุดออกจากตรวนอาคมนั่นได้แล้วทำไมถึงกลายเป็นร่างนี้กันล่ะ?

            ช่วงที่อิงศรเผลอคิดไปนั่นเองนางอัปสรนรินทร์ก็ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นตั้งแขนจีบนิ้วราวกับจะรำโชว์ทั้งสภาพที่ถูกตรึง แล้วเมื่อนางชี้นิ้วไปที่ขาตัวเอง

            บัดนั้น… มหัศจรรย์ก็บังเกิด ตรวนอาคมที่เคยรัดกายของนางไว้ได้อันตรธานหายไป แล้วเขตอาคาก็ปรากฎขึ้นใต้เท้าของพวกเขาแทน

            อิงศรจำลวดลายของเขตอาคมนั้นได้

            “ไอ้นี่มันไกรพ์นิลเมื่อกี้นี่”

            แต่กว่าจะรู้ตัวเขากับเพื่อนทั้งหมดสี่คนก็ถูกตรวนอาคมที่พุ่งขึ้นจับมัดรวบเป็นกำไปเสียแล้ว

            “ไหงสกิลมันถึงย้อนกลับมาเล่นพวกเราล่ะฟะศร!”

            เมษาโวยมาจากทางด้านหลัง มิกซ์กับกวินทร์ถูกมัดอยู่ทางซ้ายและขวาของเขาก็พยายามจะงัดตัวเองออกจากตรวนกันสุดชีวิต

            ตอนนั้นเองอัปสรนรินทร์ก็คืนร่างแล้วปล่อยการโจมตีใส่พวกเขาที่อยู่สภาพป้องกันตัวไม่ได้

            “ศักติ!”

            เมื่อนัยน์ตาแห่งนารายณ์เปล่งแสงก็จะปลดปล่อยพลังจิตใช้ฉีกร่างพวกเขาที่ถูกจ้องเป็นชิ้นๆ แต่ว่าที่นี่อยู่ในฮีโร่เวิร์ส ดินแดนซึ่งความเสียหายจะกลายเป็นระเบิดสะเก็ดไฟแบบในหนังฮีโร่

            ตูม ตูม ตูม ตูม เสียงระเบิดดังตูมตามหลายต่อหลายครั้งประกายไฟพุ่งพล่านจากร่างกายของทั้งสี่จนกระทั่งทรงตัวไว้ไม่ไหวจึงล้มกลิ้งลงกับพื้น

            “อั่ก”

            อิงศรโดนร่างกายของทั้งสามกดทับลงมาถ้าหากเรนเจอร์อย่างเขาไม่ได้รับการฝึกสุดโหดจากพลเอกสิงห์ จนมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าปกติคงจะกระดูกหักไปแล้วโดยเฉพาะน้ำหนักตัวของเมษาที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าใครรวมกับน้ำหนักตัวของกวินทร์ที่ถึกพอๆ กันแล้วเหมือนโดนลูกตุ้มเหล็กทับอยู่เลยทีเดียว

            “เฮ้ย! ศรทำใจดีๆ ไว้ก่อน รอเดี๋ยวนะ”

            เมษาพูดจากนั้นก็เหวี่ยงตัวเต็มแรงจนทุกคนตัวลอยก่อนจะลงพื้นโดยที่เมษาใช่ไหล่ของตัวเองรับน้ำหนักของทุกคนไว้

            กวินทร์ที่เห็นแบบนั้นก็ชิงกดน้ำหนักตัวลงไปอีกข้างเพื่อให้เฉลี่ยกันพอดีตอนนี้พวกเขาเลยนอนแอ้งแม้งกันแบบนี้

 

มิกซ์ อิงศร

เมษา กวินทร์

 

            “โอ้ย!”

            กวินทร์โอดครวญเสียงดังตอนที่ไหล่กระทบกับพื้นรุ่นน้องหนุ่มกัดฟันเสียงดังกรอดฝืนทนความเจ็บปวดนั่นเอาไว้ นอกจากนี้อิงศรยังรู้สึกถึงแผ่นหลังที่สั่นเกร็งของเมษาซึ่งถูกมัดหลังชนกันอยู่ทำให้รู้ว่าทางนี้ก็กัดฟันทนความเจ็บปวดเหมือนกัน

            ก็กระแทกเข้าไปซะขนาดนั้นถ้าเป็นปกติไหล่อาจจะหลุดได้แต่เจ้าพวกนี้ตามสายอาชีพแล้วสามารถแบกเขากับมิกซ์ที่เป็นเรนเจอร์ซึ่งตัวเบากว่าได้อย่างสบายๆ

            ดังนั้นเมษาจึงคิดเป็นห่วงตั้งแต่ตอนที่เขาล้มลงมาแล้วน่าขอบใจอยู่หรอกแต่สถานการณ์ไม่เปลี่ยนไปเลยนี่สิต่อให้ไม่โดนพวกเดียวกันทับตายสภาพอย่างนี้จะเอาอะไรไปต่อต้านอะไรนรินทร์นารายณ์ได้

            “…”

            อิงศรหันไปทางนรินทร์ก็ยังเห็นว่าไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีกหลังจากอัดพวกเขาล้ม

แต่กลับกำลังมองสำรวจสถานที่รอบๆ เมืองจำลองแห่งนี้

            “เป็นเพราะพรคุ้มครองของดินแดนแห่งนี้ทุกคนถึงได้ไม่ยอมตายกันซักทีสินะ”

            บางทีคงจะกำลังหมายถึงฮีโร่เวิร์สนี่

            นรินทร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วพูดขึ้นว่า

            “เอาอย่างนั้นก็ได้จะให้ทุกคนได้เห็นยุคทองคำกันอีกสักครั้ง สัตยายุค!”

            แต่ไม่ได้มองมาที่พวกเขาเลย นรินทร์เพียงแค่พูดกับตัวเองแล้วตวัดดาบชูขึ้นไปเหนือศีรษะพร้อมกับเริ่มขยับปากกล่าวร่ายบทสวดอะไรซักอย่างที่ฟังเหมือนจะเป็นภาษาบาลีสันสกฤต

            ทันใดนั้นเอง

            คำสาปสีดำที่เคลื่อนไหวอย่างขมุกขมัวอยู่บนร่างของนรินทร์ก็ทยอยลอยออกจากตัว

            ลอยขึ้นไปรวมกันเป็นกลุ่มก้อนเมฆ จากนั้นจึงกลายเป็นโพรงมิติที่มีความบิดเบี้ยวสูง มีพลังงานมหาศาลไหลออกมาจากรูโพรงนั่นเหมือนกับสายฟ้าแลบอยู่ตลอด

            ขณะเดียวกันร่างของนรินทร์นารายณ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

            ผิวพรรณผุดผ่องเนื้อหนังสีทองเปล่งประกายที่ซ่อนอยู่ใต้คำสาปเผยออกมา

            ร่างกายขยายใหญ่สูงทะลุขึ้นไปถึงรูโหว่งบนเพดานที่ถล่มลงมาก่อนหน้านี้

            เส้นผมงอกยาวขึ้น

            มีแขนงอกเพิ่มอีกสองแขนถือตะบองดอกบัวกับกงจักรอย่างละข้าง




            แล้วจึงเก็บดาบที่ถืออยู่ในมือขวาเสียบกลับไปที่เอวก่อนจะเสกดาบใหม่ที่ใหญ่กว่าอันเก่าออกมาพลางยื่นมันเข้าในวังวนมิติที่บิดเบี้ยวนั่น

            สายฟ้าในวังวนเหล่านั้นทยอยไหลเข้าไปในตัวดาบแล้วย้อมมันเป็นสีดำที่ละเล็กทีละน้อย

            ดูแล้วน้าจะเป็นการบริกรรมพิธีที่ใช้เวลาเตรียมการนาน

            ถ้าอย่างนั้นอาจจะเป็นโอกาสแล้วก็ได้…อิงศรคิด

            เพียงแต่จะโจมตีโดยมีกันแค่นี้คงไม่สำเร็จแน่ ความล้มเหลวเมื่อครู่ก็เป็นสิ่งยืนยันแล้วว่าแค่พวกเขาสี่คนไม่มีทางรับมือไหว

            ถ้าอย่างนั้นล่ะก็…

            “กวินทร์ใช้ไอ้นั่นสิที่เคยใช้กันตอนซ้อมน่ะ”

            พอพูดออกไปแบบนั้นรุ่นน้องก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

            “จริงด้วย! ดราโกเบรฟไง รอเดี๋ยวนะครับ”

            ทั้งที่เจ้าตัวก็เสริมพลังดาบด้วยศิลาเกล็ดมังกรแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังลืมใช้สกิลปลดพันธนาการอยู่ดี

            “อึ้ย มันดึงดาบขึ้นมาประสานไม่ได้อะครับ”

            แขนของกวินทร์ติดอยู่ข้างล่างจึงดึงมันขึ้นมาไม่ได้ ตอนนั้นเองเมษาก็เสนอตัวเข้าช่วยทันที

            “งั้นเดี๋ยวจะยกนายขึ้นไปรีบทำเลยละกัน”

            “แต่จะไหวเหรอครับแบบนั้นพี่เมษาต้องแบกพวกเราสามคนเลยนะ”

            “เฮ้ย แค่นี้สบายน่าฉันวิดพื้นแบกเบนเพรสร้อยกิโลทุกวันแค่นี้สบายบรื๋อ”

            เมษาพูดอวดอย่างภาคภูมิแล้วไม่รีรอเริ่มขยับตัวทันที

            ซึ่งหมอนี่ก็แรงช้างจริงๆ นั่นแหละพวกเขาสามคนถูกแบกเอาไว้บนแผ่นหลังของหมอนี่คนเดียว

            “ฮึ้ยยย!!”

            ท่ามกลางเสียงครางเค้นแรงกายทั้งหมดของเมษาที่แบกพวกเขาไว้กวินทร์ก็ดึงดาบคู่ขึ้นมาประสานไขว้กันได้

            “ดราโก..เบรฟ”

            เป็นเพราะรีบเกินไปจนเกือบจะออกเสียงร่ายสกิลผิดแต่กวินทร์ก็ทำสำเร็จ หินที่เคลือบใบดาบลุกโชนกลายเป็นมังกรพุ่งออกมากัดกินโซ่คลายพันธนาการให้ก่อนจะกลับไปรวมกันที่ดาบอีกครั้งแล้วกลายเป็นพลังสี่ธาตุห้อมล้อมดาบแต่ละเล่ม

            ทันทีที่เป็นอิสระอิงศรก็ออกคำสั่งให้ทุกคนไปดำเนินแผนที่คิดเอาไว้ทันที

            “กวินทร์นายไปดึงความสนใจเอาไว้ เมษา มิกซ์ พวกนายไปปลุกคนอื่นที่สลบทีส่วนฉันจะไปช่วยขวัญออกมา!”

            ทุกคนพยักหน้ารับคำสั่งนั่น จากนั้นจึงพากันแยกย้าย

            กวินทร์ประสานดาบคู่กลับเป็นเล่มใหญ่แล้วลากดาบที่เปล่งแสงทองคำอร่ามวิ่งออกไปข้างหน้า

            “เอจออฟเอเลเมนทัล!”

            ร่ายสกิลแล้วจึงฟาดดาบตรงออกไปพลังธาตุที่ควบรวมกันอยู่ในดาบถูกปลดปล่อยออกมา

            พายุหิมะโหมพัดกระหน่ำ

            แขนงหินงอกทะลุพื้นขึ้นมาเป็นทางมุ่งไปด้านหน้า

            ไฟพวยพุ่งออกจากตัวดาบผสมรวมเข้าไปในพายุกลายเป็นวังวนอัคคี

            ตามด้วยสายฟ้าแล่นปราบ

            การโจมตีทั้งสี่ธาตุพุ่งออกไปและหมุนวนด้วยสายลมแห่งเวทมนต์กลายเป็นพายุแห่งการทำลายล้างที่แท้จริง

            แต่นั่นก็คงถูกหยุดเอาไว้ได้อีกนั่นแหละ กวินทร์คาดการแบบนั้นไว้ถึงใช้ท่านี้เพื่อให้ตอบโต้กลับมาได้ยาก การโจมตีที่กระจายเป็นรัศมีวงกว้างน่าจะใช้มอผลักกลับมาแบบที่เห็นก่อนหน้านี้ไม่ได้ง่าย

            แต่แล้ว…

            เบื้องหน้านรินทร์นารายณ์กลับมีนางอัปสรปรากฎขึ้นมา

            “อะ…?”

            กวินทร์จับจ้องไปที่นางอัปสรด้วยความตกใจ ทั้งที่นรินทร์อยู่ตรงหน้าแต่กลับมีนรินทร์อีกคนในร่างอัปสรโผล่ออกมาขวางทางยิงของพายุเวท

            นางอัปสรเริ่มร่ายรำในตอนที่พายุเกือบจะพัดเข้าไปฉีกขยี้ร่างของหล่อน…ไม่สิ นรินทร์อวตารอีกร่างนั่น แต่พายุเวทกลับหักเลี้ยวอ้อมหลังนางอัปสรแล้วพุ่งกลับมาหาเขาแทน

            อิงศรซึ่งวิ่งไปถึงตัวมิ่งขวัญแล้วมองเห็นกวินทร์กำลังจะถูกพายุเวทของตัวเองเล่นงานพอดีก็

            “กวินทร์!!”

            ตะโกนไปเพื่อเรียกสติหวังให้รุ่นน้องหลบออกมา แต่กวินทร์กลับยืนเฉย

            พอมองไปที่ดวงตาก็เห็นว่ากำลังจับจ้องไปที่พายุเหมือนกับจะรอจังหวะอยู่

            “ไม่เป็นไรสินะ”

            อิงศรเลือกเชื่อใจกวินทร์พร้อมกับหันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงร่ายสกิลของกวินทร์ดังขึ้นว่า

            ท่าฟันสี่ธาตุ ควอเต็ตแสลช!”

            พอเหลือบตาไปมองแวบหนึ่งก็เห็นกวินทร์กำลังเหวี่ยงดาบตัดพายุเวทที่สะท้อนกลับมาขาดสะบั้น

            คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วกับทางนั้นตอนนี้จึงมีสมาธิกับการช่วยมิ่งขวัญได้อย่างเต็มที่

            มิ่งขวัญที่โดนเสียบคาพื้นนั้นยังมีสติอยู่เขาจึงบอกไปว่า

            “ขวัญอย่าเกร็งนะไม่งั้นมันจะดึงไม่ออก”

            น้องชายพยักหน้ารับแต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก มิ่งขวัญเม้มริมฝีปากไว้เหมือนไม่แน่ใจ

            ที่จริงอิงศรก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้รึเปล่า แต่ก็ต้องทำเท่านั้น

            อิงศรกำด้ามดาบเพชรที่เสียบร่างน้องชายด้วยสองมือแล้วออกแรงถอนมันสุดกำลัง

            “ฮึ่ย ย้ากก!!”

            “อ๊าก”

            แต่ดาบไม่ขยับออกเลยแม้แต่น้อย มีแต่เสียงครางของมิ่งขวัญเท่านั้นที่ดังออกมา

            “บ้าเอ้ย ทำไมมันแน่นแบบนี้นะ”

            อิงศรพูดสบถด้วยความหงุดหงิด

            ลองเป็นแบบนี้คงต้องดึงตัวขวัญย้อนทางดาบขึ้นมาเลย

            จุดที่ดาบแทงทะลุแขนลงไปอยู่แถวๆ หน้าอกไกลจากหัวใจอยู่ถึงจะเสี่ยงทำให้ปอดหรือวัยวะภายในอื่นๆ เสียหายแต่ก็ต้องทำแล้ว

 

มิ่งขวัญ Lv.102 [///..7300:25000..…]

 

            พลังชีวิตของน้องชายยังพอมีอยู่ไว้ดึงออกมาแล้วค่อยให้พลอยรักษาทีหลัง ที่จริงควรจะใช้สกิลวาร์ปของเน็กส์ทดลองดูก่อนแต่ถ้าล้มเหลวขึ้นมาก็เสียเวลากับสกิลเคลื่อนย้าย ที่หลังจากนี้ต้องเป็นแกนสำคัญในแผนเอาชนะนรินทร์ไป แผนที่เขาเพิ่งจะคิดขึ้นมาตอนที่หลุดออกจากโซ่พันธนาการ

            ถ้าอย่างนั้นก็มีแค่ทางเดียว

            “ขวัญทนเอาหน่อยละกัน”

            เขาพูดกับน้องชายด้วยสีหน้าที่พยายามฝืนไม่แสดงความกังวลออกไป

            “อืม”

            มิ่งขวัญก็ตอบรับอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก อิงศรหลับตาลงและสัมผัสกับพลังในร่างตัวเอง

            รู้สึกได้ว่าปีศาจที่ถูกทำลายไปตอนที่สู้กับพวกมนุษย์ต่างดาวนั้นฟื้นกลับมาแล้ว

            “งั้นเริ่มล่ะนะ เมอร์คาบาห์!!”

            อิงศรเรียกให้ปีศาจออกมา ทูตสวรรค์กึ่งจักรกลซึ่งมีใบมีดที่ตัดได้ทุกอย่างแม้แต่แสง

            เขาหันไปสั่งเมอร์คาบาห์ว่า

            “ช่วยหักด้ามดาบออกไปทีหักให้ชิดปากแผลมากที่สุดแล้วเหลือไว้ประมาณหนึ่งพอ”

            ทูตสวรรค์พยักหน้ารับแล้วกางใบมีดที่แขนขวาออก ใช้มือซ้ายกดด้ามดาบลงไปเพื่อให้ดาบนิ่งมากที่สุดแล้วจึงฟาดใบมีดสับลงไปบนตัวดาบที่เป็นเพชร

            เสียงกระทบหักแหลมสูงดัง ปะกิ๊ง แล้วดาบครึ่งหนึ่งก็กระเด็นหลุดออก

            “…”

            สัมผัสของการหักดาบคงจะเบามากเพราะมิ่งขวัญไม่แสดงอาการออกมา

            จากจุดนี้จะยากที่สุด การดึงเอามิ่งขวัญออกมาจากเศษดาบที่เหลือต้องทำอย่างเบามือและนิ่งเป็นอย่างมาก

            อิงศรเข้าไปหิ้วขาน้องชายแล้วให้เมอร์คาบาห์หิ้วปีก จะต้องยกขึ้นมาพร้อมกันไม่อย่างนั้นอวัยวะของมิ่งขวัญจะถูกเศษดาบที่เหลือบาดเอา ในจุดนี้เมอร์คาบาห์ที่ลอยตัวได้จึงมีประโยชน์มากเพราะสามารถดึงร่างกายท่อนบนที่โดนเสียบให้ลอยสูงกว่าเศษดาบที่เหลือได้

            ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ใช่วิธีการที่ควรจะใช้อยู่ดีเพราะถึงทำอย่างระมัดระวังที่สุดแล้วมิ่งขวัญก็ยังได้รับบาดเจ็บจากวิธีนี้จนกระทั่งสำลอกเลือดออกมา

            อ่อก แค่ก แค่ก

            และหอบหายใจแรงเหมือนใกล้ตาย เนื้อบริเวณแผลเหมือนกับจะละลายเป็นของเหลวอยู่เล็กน้อย

            นั่นเป็นลักษณะการตายของมนุษย์ต่างดาว....

            เมื่อมนุษย์ต่างดาวตายลงร่างกายก็จะละลายเป็นของเหลวสีเงินเหมือนกับปรอทตอนนี้มันกำลังจะเกิดกับมิ่งขวัญ ทั้งที่พลังชีวิตก็ยังมีเหลือแถมเลือดก็ไม่ได้ออกมามากมายขนาดนั้น

            ...หรือจะเป็นเพราะวิธีช่วยของเขามันผิดกันแน่ ไม่ควรจะไปดึงย้อนทางแบบนั้น บางทีเศษดาบอาจจะไปโดนอวัยวะสำคัญเข้า

            ทำใจดีๆ ไว้ก่อนนะขวัญ!”

            อาการของน้องชายทำให้เขาลนลานไปด้วย

            ”พลอยยังไม่มาอีกเหรอ

            เด็กหนุ่มหันไปทางที่เมษาไปปลุกทุกคน ซึ่งตอนนั้นเองที่พลอยวิ่งสวนมาพอดี

            ขวัญเป็นยังไงบ้างคะพี่ศร

            เด็กสาวถามหน้าตาตื่นพอหล่อนเห็นเลือดที่กองอยู่บนพื้นกับเปรอะตามตัวมิ่งขวัญก็มีอาการเข่าสั่นในทันที แต่อิงศรก็พูดดึงสติไว้

            พลอยช่วยรักษาตรงแขนกับหน้าอกที่เป็นรูที

            ....

            แต่เด็กสาวยังตื่นตระหนกอยู่จนเหมือนไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน

            พลอย!”

            อิงศรพูดเสียงดังขึ้นแล้วจับมือเด็กสาววางบนแผลของน้องชายทำให้เธอได้สติแล้วเริ่มทำการรักษา

            ฮ...ฮีล..

            หลังจากร่ายสกิลแสงสว่างก็เปล่งออกจากมือและเริ่มสมานบาดแผล

            บาดแผลของมิ่งขวัญฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็สมานได้ทั้งหมด ผิวหนังไม่ละลายแล้ว เริ่มหอบหายใจช้าลงด้วย เรียกได้ว่าพ้นขีดอันตรายเสียที

 

มิ่งขวัญ Lv.102 [/////10000:25000..…]

 

            ทันทีที่แสงจากสกิลหายไป พลอยที่ยืนอยู่ในท่านั่งเขย่งเท้าก็ล้มก้นคะมำ ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากความตื่นตระหนกเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าจะร้องไห้ไปนิดหน่อยด้วย

            อิงศรดึงตัวน้องสาวเข้ามากอดแล้วปลอบว่า

            ขอบใจนะพลอยเธอ ทำได้ดีแล้ว ขวัญรอดแล้ว

            เขาพูดไปก็พลางมือสั่นไปด้วยแวบหนึ่งที่ตัวเองคิดว่าอาจจะต้องเสียมิ่งขวัญไป

            ในตอนนั้นเอง...

            อ๊าก!!”

            ก็มีเสียงกรีดร้องของกวินทร์ตามมากับเสียงระเบิดตูมตามหลายครั้ง พอหันไปตามเสียงกวินทร์ที่โดนเล่นงานด้วยพลังฉีกร่างจนประกายไฟพุ่งพล่านไปทั้งตัวก็ลอยกระเด็นมาหล่นตรงหน้าพวกเขาพอดี

            กวินทร์

            อิงศรผละจากพลอยแล้วเข้าไปดูอาการรุ่นน้อง

 

กวินทร์ Lv.75 [/....1240:10200.....]

 

            พลังชีวิตอยู่ในขีดอันตรายแม้ว่าร่างกายจะไม่ได้มีบาดแผลสาหัสแต่ก็คงให้ต่อสู้ยื้อเวลาไม่ได้แล้วจนกว่าจะรักษาตัวก่อน

            อิงศรแบกร่างของกวินทร์ขึ้นมาส่งให้พลอย

            รักษาให้ทีเดี๋ยวพี่จะไปดึงความสนใจเจ้านั่นเอง

            เฮ้ย!! ศรฉันปลุกทุกคนหมดแล้วนะ

            เมษาวิ่งมาสมทบพร้อมกับ เน็กส์ นิว ฟู และมิกซ์ จึงรวมทีมครบเก้าคนอีกครั้ง

            แต่นรินทร์นารายณ์ก็ดูจะไม่ได้สนใจ ไม่สิที่ต่อสู้กับกวินทร์นั่นก็เพื่อป้องกันตัวเองหมายความว่าเจ้านี่ตั้งใจจะใช้สิ่งนั้นกำจัดพวกเขา มีความมั่นใจถึงขนาดนั้น

            เน็กส์พูด

            พี่ศรฮะผลวิเคราะห์ของเมลคีเซเด็คมัน...

            ว่าไงบ้าง!”

            อิงศรถามโดยที่สายตาจับจ้องอยู่บนโพรงมิติที่นรินทร์นารายณ์เสียบดาบเข้าไป

            เน็กส์เริ่มอ่านผลการวิเคราะห์ที่แว่นตาปีศาจรวบรวมมาได้

            หลุมดำข้างบนนั่นคือพิธีชุบดาบธรรมมะหากว่าทำสำเร็จก็จะใช้ สัตยายุคที่สามารถตัดผ่ามิติได้เอ่อ...

            แล้วจู่ๆ เด็กชายก็นิ่งไป

            เป็นอะไรไปน่ะเน็กส์

            คือผมอ่านไม่ค่อยเข้าใจน่ะฮะ งั้นจะอ่านตามให้ฟังละกัน ผลคำนวณบอกว่าถ้าไอ้นั่นฟันลงมาจะเกิดรอยแยกมิติขนาดใหญ่จนทำให้อมฤตไหลบ่าลงมาแล้วสิ่งมีชีวิตทั้งหมดก็จะช็อกตายเพราะปรับตัวกับระดับความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นของอมฤตไม่ทันน่ะฮะ

            แน่นอนว่าไม่มีใครเข้าใจประโยคพวกนั้นหรอกถึงจะฟังเรื่องต่างๆ จากอิงศรมาบ้างแล้วเรื่องของสวนแห่งที่หนึ่ง เรื่องของอมฤต แต่พวกนั้นก็ล้วนเป็นข้อมูลที่ฟังจากปากต่อปากอีกทีไม่ได้ผ่านกระบวนการวิเคราะห์เลยก็คงไม่เข้าใจกันหรอก

            สรุปคือถ้าไอ้พิธีชุบดาบอะไรนี่สำเร็จโลกก็จบกันแค่นั้นแหละ

            พอพูดใจความของเรื่องให้ทุกคนฟังก็ทำหน้าตื่นตระหนกกัน มันยากจะเชื่อจริงๆ นั่นแหละที่ทำลายโลกได้ด้วยวิธีง่ายแค่นั้นแต่...

            มันคงทำได้จริงๆ

            ทุกคน! ต้องหยุดนรินทร์ไว้ให้ได้ช่วยกันดึงความสนใจให้หน่อยฉันจะเข้าไปใกล้หมอนั่นให้มากที่สุดแล้วจัดการเอง

            พอสั่งไปแบบนั้นมิกซ์ก็พูดขัดขึ้นมา

            พี่ศร...จะฆ่าพี่รินเหรอ

            มิกซ์ทำหน้าลำบากใจขณะที่ถาม

            แต่ไม่ใช่แค่หมอนี่ทุกคนเองก็ยังมีความลังเลอยู่เหมือนกันตอนที่ได้ยินว่าจะจัดการกับนรินทร์

            แล้วตัวเขาเองล่ะ...

            จะเชื่อที่อิซานามิบอกร้อยเปอร์เซ็นต์มันดีแล้วจริงรึเปล่า ยัยนั่นไม่ได้บอกว่าจะรับประกันความปลอดภัยให้นรินทร์ แถมตัวนรินทร์เองยังพูดด้วยว่าถ้าสูญเสียร่างของนารายณ์ไปก็จะเสียชีวิตทันทีเพราะว่ารับเอาอาคานาร์แห่งความตายไว้แล้ว

            แต่อิซานามิจะบังคับให้อาคานาร์หลุดออกมา ถ้าอย่างนั้นนรินทร์ก็น่าจะรอดตายไม่ใช่หรือ?

            ได้แต่เชื่อแบบนั้น... อิงศรบังคับให้ตัวเองเชื่อเพราะไม่อย่างนั้นแล้วนรินทร์ก็จะทำลายทุกอย่างรวมถึงตัวเองด้วย พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อช่วยหมอนั่นเพราะอย่างนั้น...

            ไม่เป็นไร นรินทร์น่ะจะต้องช่วยได้อย่างแน่นอน

            อิงศรจึงพูดออกไปด้วยความมั่นใจจอมปลอม

            ยอมหลอกตัวเองว่าที่ทำอยู่จะช่วยนรินทร์ได้โดยที่ไม่มีหลักประกันใดๆ

            ถ้างั้นก็ไปกันเลยครับ

            มิกซ์ยอมเชื่อคำโกหกนั่น คนอื่นก็เหมือนกัน

            ทุกคนไม่รู้ว่าเขาพูดโกหกหรือไม่ก็ยอมให้ถูกหลอกไปด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอย่างไหน

            มิ่งขวัญที่ฟื้นตัวแล้วเดินมาอยู่เคียงข้างแล้ววางมือลงบนไหล่

            จะให้ถ่วงเวลาใช่ไหมงั้นก็วิ่งไปเลยขวัญน่ะ...

            น้องชายหยุดคำพูดไปครู่หนึ่งพลางหันกลับไปสบตามองกับทุกคน ทีละคน

            กวินทร์

            เมษา

            ฟู

            มิกซ์

            พลอย

            เน็กส์

            นิว

            สายตาของทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียวราวกับจะส่งข้อความเดียวกัน

            ทุกคนเชื่อใจศรกันทั้งนั้นแหละไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ทำตามที่ศรคิดว่าดีเถอะ

            “…”

            อิงศรไม่รู้จะตอบรับอย่างไร ควรจะซาบซึ้งดีหรือว่าควรจะต่อว่ากันดีล่ะ

            ความเชื่อใจที่ไม่มีหลักประกันอะไรแบบนั้นจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้หรือว่าแค่ปลอบโยนกันเองว่าจะไม่เสียใจภายหลัง

            ทำหรือไม่ จะทางไหนก็มีแต่ต้องผลลัพธ์ที่อาจจะต้องเสียใจในภายหลังกันทั้งนั้น

            ถ้าอย่างนั้นแล้ว...

            งั้นก็ฝากด้วยนะ!”

            อิงศรพูดอย่างนั้นแล้วกำหน้าไม้วิ่งออกไป

            ตอนนั้นเอง นรินทร์นารายณ์ก็เคลื่อนไหวตอบโต้ นอกจากนางอัปสรที่ออกมาก่อนแล้วก็มีร่างแยกอื่นๆ ตามออกมา

            นิว! ให้เน็กส์เข้ามาสิงพี่ที!”

            ทันทีที่อิงศรออกคำสั่งไป เน็กส์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นวิญญาณลอยเข้ามาสิงที่ร่าง

            ข้ามพวกมันไปเลย

            วินด์วาร์ป

            ร่างของอิงศรหายวับไปในตอนนั้นแล้วปรากฏขึ้นอีกครั้งในวินาทีถัดมา

            ข้ามผ่านพวกร่างแยกที่เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์มากมาย

            แล้วเมื่อพวกมันจะไล่ตามเขามาเหล่าพวงพ้องและครอบครัวก็ช่วยกันหยุดยั้งมันเอาไว้

            อิงศรละสายตาจากทุกคนแล้วหันหน้าเข้าหาการต่อสู้ของตัวเอง ตอนนี้เขาอยู่เบื้องหน้านรินทร์แต่ขนาดของร่างกายที่ขยายขึ้นไปทำให้ตำแหน่งของหัวใจยังสูงเกิน

            เน็กส์ช่วยที!”

            สตอร์มวาร์ป

            ด้วยสกิลของเน็กส์ทำให้ย้ายขึ้นไปถึงเอวของนรินทร์ แต่อีกฝ่ายก็ไม่อยู่เฉยถึงขนาดที่จะให้เขาเข้ามาประชิดตัวได้ง่ายๆ

            นรินทร์นารายณ์ฟาดตะบองดอกบัวลงมาด้วยขนาดที่ใหญ่เหมือนเอาบ้านทั้งหลังมาทุ่มใส่ถ้าโดนเข้าไปร่างกายคงจะแตกร้าวเลยทีเดียว ตอนนั้นเองลมจากพายุที่ก่อตัวขึ้นเบื้องล่างด้วยสกิล สตอร์มวาร์ป ก็พัดขึ้นมา ด้วยการกะจังหวะอันซับซ้อนเพียงเล็กน้อยอิงศรก็ใช้ลมนั่นช่วยพยุงแล้วดีดตัวกระดอนหลบตะบองไปได้อย่างฉิวเฉียด

            อย่าพยายามเลยพระรามน่ะเป็นแค่อวตารยังไงก็สู้ร่างต้นที่เป็นนารายณ์ผู้นี้ไม่ได้

            นรินทร์นารายณ์กล่าวแล้วขว้างกงจักรลงมา

            อิงศรเดาะลิ้น

            ชิ โธ่เว้ย ได้แค่นี้เรอะ... เน็กส์!!”

            ถึงจำใจยังไงแต่ก็ต้องเอาสกิลเคลื่อนย้ายสกิลสุดท้ายขึ้นมาใช้แล้ว

            ไต้ฝุ่นวาร์ป

            กงจักรพัดลงมาห่างไปแค่ไม่กี่เซนพอดีก่อนที่จะวาร์ป อิงศรขึ้นไปถึงช่วงอกแล้วแต่ก็ยังห่างจากอกซ้ายที่มีหัวใจอยู่เกือบสิบเมตร

            นรินทร์ยื่นมือข้างที่เหลืออยู่ออกมาหมายจะกำขยี้ให้ดับดิ้น

            เสร็จกัน

            ตอนนี้ขยับตัวไม่ได้ ไม่มีสกิลเคลื่อนที่เหลือแล้วต่อให้โจมตีสวนจนหยุดมือนั่นไว้ได้ก็ยังไปไม่ถึงจุดหมายอยู่ดี ต้องเริ่มใหม่สถานเดียว

            ถ้างั้นก็ต้องรอดให้ได้ก่อน

            อิงศรเล็งหน้าไม้ไปที่มือยักษ์ของนรินทร์

            ดราโค...

            แต่เน็กส์ก็พูดขัดขึ้นมา

            เดี๋ยวก่อนฮะ!’

            เขาชะงักมือตัวเองไปเพราะคำพูดนั่น

            ฟุ่บ เสียงแบบนั้นดังขึ้นแล้วเน็กส์ก็คลายการรวมร่างออกมา ในสถานการณ์ที่กำลังจะถูกคว้าไปอยู่ในกำมือศัตรูเน็กส์คิดจะทำอะไรกันแน่

            ไปเลยฮะพี่ศร!”

            เน็กส์ประกบเท้าตัวเองเข้ากับของเขาแล้วหันหัวไม้เท้าลอดใต้ตัวมาทางนี้

            วาโยราโอ

            สิ้นคำไม้เท้าก็เปล่งแสงสีเขียวสดใสสว่างวาบ ใบมีดเวทพุ่งออกจากปลายไม้เท้าเป็นสายทำให้เกิดแรงปฏิกิริยาสะท้อนจนดีดเท้าของอิงศรลอยข้ามมือยักษ์ไปส่วนเน็กส์ก็ร่วงลงไปข้างล่าง

            เน็กส์!!”

            อิงศรเอื้อมมืออกไปในตอนที่กระเด็นหวังจะช่วยฉุดเด็กชายขึ้นมาแต่ก็ไม่ทัน

            หากตกจากความสูงขนาดนี้ล่ะก็...

            ตอนที่เขาคิดแต่เรื่องเป็นตายของเน็กส์อยู่นั่นเอง เจ้าตัวก็เล็งไม้เท้ามาแล้วขยับปากเหมือนกับร่ายสกิลทั้งที่อยู่ในสภาพดิ่งพสุธา

            วาโย!!”

            ฉับพลันสายลมก็พุ่งเข้ามาผลักร่างของเขาให้ลอยออกไป

            ลอยไปกระแทกหน้าอกซ้ายของนรินทร์

            ที่แท้เน็กส์ก็เล็งแบบนี้ไว้น่ะเอง เด็กชายหัวดีขนาดที่คิดวิธีนี้ขึ้นมาแล้วก็ยังกล้ามากขนาดไม่คำนึงถึงตัวเอง

            แล้วเน็กส์จะเป็นยังไงบ้าง...ตัวเขาในตอนนี้ไม่สมควรจะไปสนใจเรื่องนั้น

            ถ้าหากว่าคำนึงถึงความตั้งใจของเน็กส์ แต่ว่า..

            ก็ทำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ

            อิงศรเกือบจะหันหลังกลับไป แต่มิ่งขวัญในร่างอัศวินทองคำก็บินมาพร้อมกับตะโกน

            ไปเลยศร! ไม่ต้องห่วงทางนี้

            แล้วโฉบไปรับร่างของเน็กส์ไว้ก่อนจะร่วงกระแทกพื้น

            เมื่อเป็นแบบนั้น...

            เสี้ยววินาทีที่ไม่มีชนักติดหลังใดๆ เหลืออีกแล้วอิงศรก็

            ไปเลยอิซานามิ!!”

            ตวัดมือจะขว้างไพ่อาคานาร์ แต่ทว่า

            จบกันแค่นี้แหละราม!”

            นรินทร์นารายณ์ก็ตวัดดาบที่ชุบไว้ลงมาในตอนนั้น


***จ...จบไม่ลงแหะ =[]=' ต้องยืดไปอีกตอนแล้วเหรอเนี่ย Orzlll ตอนวันเสาร์ต้องไปลุ้นกันแล้วว่าจะยัดลงมาได้หมดรึป่าวอยากเขียนให้ถึงฉากนั้นโดยด่วน โอ้ มาย ก็อด โอเมก้า!!***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #150 raigeki (จากตอนที่ 147)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 06:56
    ปางค์อัปสรกะท่านาคาม้วนหางนี่ so opจริงๆ ถ้าจำไม่ผิดมาจากตอนนารายน์ปราบนนทกใช่ไหมครับ
    #150
    2
    • #150-1 R@ji(จากตอนที่ 147)
      30 สิงหาคม 2560 / 08:40
      ใช่แล้วครับและเป็นจุดเริ่มต้นของรามเกียรติ์ รามายนะ ไปด้วยนั่นเอง ที่จริง ปางอัปสรนี่ยังมีใช้อีกทีตอนกวนเกษียรสมุทรด้วยที่ไปรำล่อลวงอสูรไม่ให้เข้าไปแย่งอมฤตเพื่อประวิงเวลาให้พวกเทวดาได้ดื่มกันให้หมด
      บทนรินทร์นี่ไรท์เลยจับโยงมันทุกอย่างซะเลยทั้งราม ทั้งอมฤต 555+
      #150-1
    • #150-2 R@ji(จากตอนที่ 147)
      30 สิงหาคม 2560 / 08:49
      ส่วนปางค์อัปสรก็เลยออกมาเป็นความสามารถสะท้อนสถานะได้นั่นเอง ตรงนี้ไรท์แอบเอาของเก่าที่เคยเขียนในเรื่องอื่นมารียูสอีกรอบแต่เพิ่มเติมคือย้อนการโจมตีได้ด้วย(So Over Power โดยแท้)
      #150-2