Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 146 : Login 143: นรินทร์นารายณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    25 ส.ค. 60

Login 143: นรินทร์นารายณ์

 

            ถึงเวลาโปรดสัตว์แล้ว…

            นรินทร์กล่าวเช่นนั้น นรินทร์ผู้กลายเป็นนารายณ์ได้กล่าวว่าจะโปรดสัตว์เหล่ามนุษย์ที่สูญสิ้นธรรมมะและโอบอุ้มอธรรม

            ทั้งที่ยังดูมีสติแต่นรินทร์ที่แสนอ่อนโยนคนนั้นกลับบอกว่าจะโปรดสัตว์แก่มนุษย์

            คำว่า ‘โปรดสัตว์’ ได้กลายเป็นคำที่มีความหมายว่าภัยคุกคามต่อมนุษยชาติไปทั้งหมดนั่นต้องขอบคุณเหล่าทวยเทพแห่งอารย-สนธยาที่คิดจะช่วยเหลือมนุษย์โดยการทำลาย

            อิงศรตะโกนขึ้นไปโดยคาดหวังว่านรินทร์จะรับฟังมัน

            “เดี๋ยวก่อนนายคิดจะทำอะไรน่ะ!”

            นรินทร์เป็นคนที่หัวดีและขับเคี่ยวตำแหน่งในค่ายฝึกกันมาก่อน หมอนั่นคงไม่ใจเร็วด่วนได้จนไม่คิดตริตรอง…

            แต่ที่อิงศรคิดไว้นั้นผิดถนัด

            “ก็จะโปรดสัตว์ยังไงล่ะ”

            นรินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            จากนั้นพญาครุฑก็พูดเสริม

            “ใช่แล้วกัลกีเอ๋ย นี่คือกาลียุคมีแต่ความแปดเปื้อนเต็มไปหมดถึงเวลาที่จะจบมันลงเสียที และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่เจ้ากับข้าจะกลับคืนสู่ร่างสมบูรณ์”

            แล้วก้มมองลงมาที่พวกเขา

            “ก่อนหน้านี้ข้าเคยพูดไว้ใช่ไหมรามเอ๋ยว่าเจ้าไม่มีทางเอาชนะความเป็นดั้งเดิมได้แล้วเจ้าก็ถามข้าว่ามันคืออะไรงั้นก็จงดูคำตอบด้วยตาของเจ้าเองเถอะ”

            สิ้นคำร่างของพญาปักษาก็หดเล็กลงแล้วกลายเป็นแค่ไพ่ใบหนึ่ง

            “ไพ่อาคานาร์!”

            อิงศรจ้องเขม็งไปที่อาคานาร์ใบนั้น

            รูปบนไพ่มีแค่ครึ่งเดียวอีกครึ่งที่เหลือว่างเปล่าเป็นรูปโครงกระดูกสวมเสื้อสีดำกำลังเงื้อคมเคียวนั้นคงจะเป็น ‘เดธอาคานาร์’

            “ที่แท้อีกครึ่งก็คือเจ้าเหรอเนี่ย”

            อิซานามิวิ่งแจ้นขึ้นมาจากด้านหลังพร้อมทั้งชี้ไม้ชี้มือไปมั่วๆ ดูเหมือนว่าหล่อนจะตื่นเต้นเกินเหตุไปหน่อย

            นรินทร์ที่ลอยอยู่ข้างบนรับเอาอาคานาร์นั้นไว้ สวมกอดมันแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

            มองเห็นอาคานาร์ซึมเข้าไปในอกของเด็กหนุ่มผู้งดงาม

            คำสาปหรือความชั่วร้ายอะไรซักอย่างคล้ายกับลวดลายสีดำขยุกขยิกอย่างน่าขยะแขยงแพร่กระจายไปทั่วร่างกายขึ้นไปถึงใบหน้า ทันใดนั้นเองเสื้อเครื่องแบบของนรินทร์ก็ฉีกขาดจนเห็นว่าคำสาปได้ฉาบร่างของเด็กหนุ่มไว้ทั้งหมด ผิวพรรณที่เคยขาวผุดผ่องแปรสภาพเป็นสีดำเหมือนตะกั่วนอกจากร่างกายแล้วคำสาปก็ยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้ด้วย

            นรินทร์ถูกจัดให้อยู่ในฉลองพระองค์ของราชา สวมชฎาประดับด้วยขนนกสีดำสนิท ในมือถือกงจักร ที่เอวมีดาบเหน็บอยู่สองเล่ม




            นรินทร์ในร่างนั้นได้กล่าวว่า

            “อา อา อา

            มันเนิ่นนานเพียงใดกันแล้วที่ธรรมมะได้สูญสิ้นไปจากหัวใจของมนุษย์

            ถึงเวลาที่ต้องโปรดสัตว์กันแล้ว…”

            จากนั้นเด็กหนุ่มผู้กลายเป็นปีศาจ

            กลายเป็นผู้กอบกู้

            กลายเป็นเทพเจ้า ก็ป่าวประกาศว่า

            “ข้าคือนรินทร์นารายณ์ผู้ที่จะนำสัตยายุคมาสู่มวลมนุษย์อีกครั้ง”

            สิ้นคำเด็กหนุ่มก็ร่วงลงมา ทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นก็บังเกิดแรงกระแทกมหาศาลทำให้พื้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

            สะเทือนขนาดที่ว่าตึกจำลองรอบๆ พากันล้มระเนระนาดเป็นพินโบวลิ่งไปเลยทีเดียว

            อิงศรกับพวกพ้องต่างก็ถูกแรงสะเทือนนั่นเล่นงานจนล้มกลิ้งหงายหลังไปตามๆ กัน

            “โธ่เว้ย! คราวนี้ต้องมาสู้กับนรินทร์งั้นเรอะ”

            อิงศรพูดสบถแล้วลุกขึ้นเงยหน้าจากพื้นมองตรงไปที่นรินทร์

            “เฮ้ย! นรินทร์อย่าไปยอมแพ้การครอบงำของเจ้านกประหลาดนั่นนะถ้าทำใจแข็งได้นายก็น่าจะปฏิเสธการครอบงำได้ไม่ใช่เหรอ”

            พวกเขาที่เคยสังกัดเมตไตรยมีการฝึกฝนเพื่อรับมือกับการถูกครอบงำโดยปีศาจอยู่แล้ว เรื่องนั้นเห็นตัวอย่างชัดเจนจากกรณีของเอลิกอร์

            ถึงจะไม่ได้แสดงเจตนาของการฝึกอย่างเป็นรูปธรรมแต่ในการฝึกทหารของเมตไตรยได้แอบแฝงหลักสูตรต่อต้านปีศาจลงไปอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเทียบระหว่างตัวเขาที่สามารถขัดขืนเอลิกอร์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกกับมิ่งขวัญหรือพวกฟูที่ต่อต้านแทบไม่ได้แล้ว คนของเมตไตรยอย่างตนหรือกวินทร์นั้นไม่ตกเป็นเป้าควบคุมของปีศาจเลย ดังนั้น

            “อย่างนายต้องทำได้อยู่แล้ว”

            ก็ขนาดมิ่งขวัญที่ไม่ได้ถูกฝึกฝนมายังทำได้นับประสาอะไรกับนรินทร์ที่เป็นอัจฉริยะจะทำไม่ได้กันเล่า

            แต่นรินทร์กลับพยักหน้าให้กับคำพูดนั้น

            “ก็อย่างที่นายว่ามาอิงศร ถ้าผมปฏิเสธแม้เพียงเล็กน้อยร่างนี้ก็จะคงอยู่ไม่ได้แต่ว่าถ้าเป็นแบบนั้นผมก็จะตายไปด้วย”

            “หา?”

            “ตัวผมนั้นได้ตายไปแล้ว ไม่สิ ควรจะต้องตายต่างหากเพราะรับเอาอาคานาร์แห่งความตายเข้ามาแต่ว่าผมก็ไม่ตายทั้งหมดเพราะคุณแม่ช่วยเอาไว้เพราะท่านไม่อยากให้ผมตาย”

            “หมายความว่ายังไงน่ะ”

            ไม่ทันที่อิงศรจะได้รับคำตอบเทพมารดรอิซานามิผู้มีโจทย์กับเดธอาคานาร์ก็พุ่งตัวออกไปเสียก่อน

            “ถ้างั้นเทพแห่งคนตายอิซานามิผู้นี้จะส่งเจ้าไปสู่ปรโลกเอง”

            หล่อนพูดแล้วก็ตั้งท่าร่ายรำเพื่อจะเปิดประตูสู่ภพหน้าเฉกเช่นตอนที่ส่งโลกิไปยมโลก

            “เดี๋ยวอิซานามิเรายังพูดกันไม่จบเลยนะ!”

            อิงศรพูดไปแบบนั้นแล้วแอบไพร่มือไปด้านหลังส่งสัญญาณให้พลอยเตรียมฟื้นฟูพลังทันที

            “…”

            พลอยพยักหน้าให้กับสัญญาณของเขาแล้วเริ่มเตรียมการพร้อมกับนิว

            จากนั้นอิงศรก็หันไปกระซิบกับกวินทร์เร็วๆ ว่า

            “ไปปลุกเจ้าโดโกบาร์ทีเราจะต้องให้หมอนั่นมาช่วยแล้วล่ะ”

            “ครับ”

            แล้วกวินทร์ก็เดินกลับไปด้านหลัง

            ในตอนนั้นเองอิซานามิก็เริ่มวาดดาบร่ายรำจนประตูกระดาษแบบญี่ปุ่นจะปิดขังนรินทร์เอาไว้

            อนิจจาเด็กหนุ่มกลับหายตัวไปแล้วมาปรากฎข้างหลังหล่อนแทน

            “อะ…ได้ไง!”

            นรินทร์คว้าคอเจ้าหล่อนไว้แล้วบีบอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ

            “วามนาวตารไงล่ะแค่สามย่างก้าวก็เอามาได้ทั้งโลกสวรรค์และใต้บาดาลผมจะไปปรากฎอยู่ในที่แห่งหนใดก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

            “…”

            เทพมารดรพยายามขัดขืนแต่ไม่นานดวงตาของหล่อนก็เหลือกขึ้นเหมือนคนใกล้ตายแล้วยังปล่อยดาบหลุดจากมือ

            “เดธอาคานาร์ไม่จำเป็นต้องกลับหัวขึ้นหรอกนะลาก่อน ศักติ!”

            สิ้นคำเทพหนุ่มก็ย้อมดวงตาของตนให้เป็นสีแดงก่ำราวกับเลือดแล้วปลดปล่อยพลังอันพิศวงออกมา

            “อ๊าาา!!”

            เกิดประกายไฟปะทุออกมาจากทั่วทั้งร่างของเทพมารดรเหมือนตอนที่ลิเธียมโดนไป เป็นพลังที่สร้างความเสียหายต่อเนื่องได้อย่างเป็นปริศนาหากไม่สัมผัสกับตัวคงจะวิเคราะห์ไม่ได้ว่ามันคืออะไร

            แต่อิซานามิที่โดนท่านั้นเข้าไปก็กรีดร้องอย่างทรมานก่อนจะถูกปล่อยจากมือนรินทร์ แล้วหล่อนก็…

            ตูม!!

            “อิซานามิ!!”

            อิงศรตะโกนลั่น จู่ๆ หล่อนก็ระเบิดแบบนั้นเท่ากับว่าได้ตายลงในพื้นที่ฮีโร่เวิร์ส

            หมายความว่านรินทร์เอาจริง

            หากเข้าไปขัดขวางก็คงจะถูกมองเป็นศัตรูและถูกฆ่า

            ตอนนั้นเองพลอยก็ใช้สกิลฟื้นพลังเสร็จเรียบร้อยพลังชีวิตของพวกเขาจึงฟื้นฟูขึ้นมา

 

อิงศร Lv.93 ///..5400:12500..…]

มิ่งขวัญ Lv.102 [///..7300:25000//…]

กวินทร์ Lv.75 [///..4000:10200.....]

เมษา Lv. 69[////.4760:10030…..]

ฟู Lv.83 [////.6500:15000…..]

มิกซ์ Lv.71 [/....800:7800…..]

พลอย Lv.76 [/////6221:8300/....]

เน็กส์ Lv.83 [/////4570:9100…..]

นิว Lv.71 [/////5340:7300//...]

 

            ทุกคนคงพร้อมจะต่อสู้กันแล้ว แต่ว่าจะทำได้ลงอย่างนั้นหรือ

            ต้องสู้กับนรินทร์ ต้องทำร้ายคนที่ตั้งใจจะมาช่วย

            แต่จะไม่หยุดเอาไว้ก็ไม่ได้เหมือนกัน หากปล่อยนรินทร์ไว้แบบนี้จะทำอะไรลงไปบ้างคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

            แต่ถ้าจะขัดขวางก็เท่ากับต้องสู้กับนรินทร์มีแต่ทางนี้เท่านั้นแม้จะไม่ปรารถนามันก็ตามที

            หรือไม่ก็ขอให้คนที่มีอำนาจมากกว่าช่วย

            อิงศรเบนสายตาไปทางโดโกบาร์ที่พลอยช่วยกลับมาอย่างปลอดภัยซึ่งกวินทร์กำลังไปปลุกอยู่

            “ตื่นทีเถอะโดโรธีพวกเราต้องพึ่งพาพลังของนายแล้วนะ”

            โดโกบาร์ปรือตาขึ้นตามเสียงเรียกของกวินทร์

            “...”

            “ไหวไหมเนี่ย”

            เด็กชายส่ายหน้าช้าๆ จนใบหูสุนัขโยกไหวไปมาแล้วตอบอย่างอ่อนแรงว่า

            “ไม่ไหวเชือกที่มัดตัวมันสะกดไม่ให้อมฤตไหลเข้ามาข้าขยับตัวไม่ได้”

            จะว่าไปแล้วตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็นแถบพลังชีวิตของโดโกบาร์ ดังนั้นเรื่องที่อมฤตยังไม่เข้าไปในตัวถ้าจะเป็นความจริง

            ได้ยินดังนั้นกวินทร์ก็ใช้ดาบเลื่อยลงไปที่เชือกทันทีหมายจะปลดปล่อยเด็กชาย แต่ทว่า

            ประกายไฟกลับพวยพุ่งออกมาตอนที่ใบดาบเสียดสีกับเชือกเกิดเสียงปะทุดัง ฉู่ แบบที่ไม่ควรจะเป็น

            “จริงด้วยพื้นที่ฮีโร่เวิร์สนี่จะทำให้ความเสียหายทั้งหมดกลายเป็นการกระแทกนี่ครับ”

            พอกวินทร์ทักขึ้นมาแบบนั้น อิงศรจึงฉุกคิดได้ว่าดินแดนเมืองจำลองที่ซีเซียมสร้างขึ้นมายังไม่หายไป

            “ไอ้เจ้าเอเลี่ยนสติหลุดนั่นขนาดตัวไม่อยู่ยังจะสร้างปัญหาได้อีกนะ”

            คงหวังพึ่งพลังของโดโกบาร์ไม่ได้

            ตอนนั้นเอง มิกซ์กับฟูก็ออกไปเผชิญหน้ากับนรินทร์

            “พี่ริน!”

            “พี่รินครับ!”

            ทั้งสองคนเรียกชื่อนรินทร์ด้วยชื่อเล่นท่าทางจะรู้จักกันมาก่อนจริงๆ นั่นแหละเพราะแบบนั้นถึงได้ทำสีหน้าฝืนใจในตอนที่หันอาวุธเข้าหาคนรู้จัก

            แต่เด็กหนุ่มผู้เป็นที่รักของพวกเขาก็กลับตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างเต็มที่ นรินทร์ร่อนกงจักรในมือ

            กงจักรบินตัดลำตัวของฟูกับมิกซ์หากไม่ใช่เพราะฮีโร่เวิร์สของซีเซียมลำตัวของทั้งสองคงจะขาดสะบั้นจนตายไปแล้วแต่กลับกลายเป็นว่าทั้งสองคนถูกกระแทกจนเกิดประกายไฟระเบิดแล้วกระเด็นไปกันคนละทิศละทางแทน

            ฟูปลิวไปตกบนแนวบ้านเรือนที่ตั้งกันเป็นทิวแถว แผ่นหลังบดขยี้บ้านเหล่านั้นจนเกิดระเบิดประกายไฟปะทุขึ้นมาแผดเผาอย่างต่อเนื่อง

            “อ๊ากกก!!”

            เด็กหนุ่มร้องครางอย่างเจ็บปวด

            ส่วนมิกซ์ก็กระเด็นไปตกลงในอ่าวแทนทำเอาน้ำซัดเกยขึ้นมาพัดโรงงานจำลองแถวๆ อ่าวล้มระเนระนาด

            เมษาบอกว่า

            “อีแบบนี้เจ้านรินทร์ไม่ได้แค่พูดเล่นๆ แล้วล่ะคงต้องเอาจริงไม่งั้นพวกเราได้ตายกันหมดแน่”

            อิงศรพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “ทุกคนอย่าออมมือล่ะยังไงก็ต้องหยุดนรินทร์เอาไว้ให้ได้ จะให้หมอนั่นไปทำร้ายคนอื่นไม่ได้”

            แน่นอนว่าทุกคนต่างก็แสดงความลังเลออกมาแต่ลึกๆ แล้วก็คงเห็นพ้องกันหมดว่าควรจะต้องหยุดนรินทร์เอาไว้

            ควรจะต้องต่อสู้อย่างจริงจัง

            ฟูกับมิกซ์ที่เสียท่าไปเมื่อครู่ลุกตามมาสมทบกันแล้วจึงเริ่มเปิดฉากบุกโดยมี มิ่งขวัญกับกวินทร์นำไปก่อน

            ทั้งสองรวมถึงตัวเขาต่างก็ยังมีฟันเฟืองยื่นออกมาจากร่างกายดังนั้นถึงจะเสียท่าก็คงไม่ตาย

            มิ่งขวัญกระโจนเข้าไปก่อน เนื่องจากตวัดดาบได้เร็วกว่าจึงเป็นฝ่ายชิงลงมือ

            แกร๊ง เกิดเสียงโลหะแหลมสูงดังก้องในตอนที่ดาบปะทะเข้ากับแขนของนรินทร์ ใบดาบของเรเปียที่มิ่งขวัญตวัดออกไปเข้าไม่ถึงผิวของเด็กหนุ่มแต่ถูกกลุ่มก้อนคำสาปสีดำที่ฉาบร่างนรินทร์รับเอาไว้ราวกับ ‘โค้ทติ้ง’ บนกระทะโคเลียคิงอย่างไรอย่างนั้น

            นรินทร์ผลักมิ่งขวัญกระเด็นแล้วชักดาบจากเอวออกมาพร้อมกันทั้งสองเล่มเป็นดาบที่มีความใสและแวววาวราวกับเพชร

            นรินทร์ตั้งท่าร่างด้วยดาบคู่ กวัดแกว่งรับการโจมตีของกวินทร์ที่ตามหลังมิ่งขวัมา

            ในจังหวะหนึ่งที่รุ่นน้องตวัดดาบเป็นทางกากบาทนรินทร์ก็รับไว้ด้วยดาบเพียงเล่มเดียว สามารถหยุดแรงของรุ่นน้องที่ว่าถ้านับพลังตามหลักสายอาชีพแล้วนรินทร์ควรจะแพ้หลุดลุ่ย แต่คนที่ต้องฝืนออกแรงดันดาบเต็มที่กลับเป็นกวินทร์เสียอย่างนั้น

            ซึ่งดาบไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย นรินทร์กระแทกด้ามดาบอีกเล่มใส่ท้องของรุ่นน้องอย่างจัง

            “อ่อก”

            กวินทร์กระอักแล้วคู้ตัวงอเป็นกุ้งจึงถูกนรินทร์ดึงดาบแล้วกระแทกด้ามดาบซ้ำเข้าไปที่กระพุ้งแก้มขวา ฟันเฟืองที่คอหักเปราะในทันที

            อำนาจทำลายนั้นถึงกับซัดกวินทร์ตัวปลิวไปกระแทกพังตึกจำลองระเบิดตูมตามอีกหลายหลังด้วยกัน

            พลังชีวิตลดลงหนึ่งพันในการโจมตีนั้น

 

กวินทร์ Lv.75 [//...3000:10200.....]

 

            ถ้าไม่ใช่เพราะสกิลเขตแดนกวินทร์คงจะเจ็บหนักกว่านี้บางทีอาจะคอหักตายคาที่ไปเลยหรือไม่ก็ศีรษะหลุดกระเด็น แต่เพราะพื้นที่นี้ช่วยลดทอนความเสียหายลงไปจึงบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

            “เฮอะ มีประโยชน์เหมือนกันนะไอ้ฉากบ้าเนี่ย”

            อิงศรแค่นเสียงขึ้นจมูกพลางนึกรำคาญตัวเองที่ดันเผลอใจนึกขอบคุณซีเซียมขึ้นมา

            แต่ไม่มีเวลามามัวคิดนอกเรื่องนอกราวแล้ว นรินทร์กำลังตรงมาทางนี้

            อิงศรจ้องมองไปที่ตาของนรินทร์

            แววตาดุดันแผ่รังสีอำมหิตออกมาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแถมนี่ก็ยัง...

            “เป็นความตั้งใจจริงๆ ของนายงั้นเหรอนรินทร์”

            ไม่เหมือนกับมิ่งขวัญหรือพวกฟูที่เคยถูกปีศาจควบคุม นรินทร์คลื่นไหวด้วยปณิธานของตัวเอง

            เด็กหนุ่มที่อ่อนโยนคนนั้นปรารถนาจะฆ่าพวกพ้องที่เคยร่วมต่อสู้กันมา ปรารถนาจะฆ่าเหล่าคนรู้จัก

            และปรารถนาที่จะฆ่ามวลมนุษยชาติทั้งหมดด้วยหัวใจจริงๆ อย่างนั้นหรือ...อิงศรทำใจเชื่อในเรื่องนั้นไม่ลง

            “นรินทร์นายคิดจะฆ่ามนุษย์ให้หมดเลยรึไง”

            “มนุษย์ฆ่าพ่อกับแม่ผมไปเพราะละโมบโลภมากในพลังยังไงล่ะเพราะสูญสิ้นธรรมมะไปหมดแล้ว”

            นรินทร์นารายณ์กล่าวตะหวาดแล้วทันใดนั้นดวงตาก็เปล่งประกายเป็นสีแดง

            “ศักติ!!”

            พริบตานั้นเองก็รู้สึกเหมือนกับร่างถูกฉีกกระชาก

            เพียงแค่ถูกดวงตานั่นมองเข้าร่างกายก็ขยับไมได้และถูกฉีกกระชากอย่างรุนแรงจนเกิดความเสียหายที่ทำให้ประกายไฟพุ่งพล่านไปทั่วทุกจุด

            “อ๊าก!!”

            อิงศรร้องครางอย่างหมดท่าขณะที่โดนแรงผลักซึ่งมองไม่เห็นกระแทกจนตัวลอยไปล้มทับโดนบ้านจำลองพังพินาศทั้งหลัง

            เสียงระเบิดตูมตามดังสนั่นกึกก้อง

            “ศร!”

            ได้ยินมิ่งขวัญตะโกนแบบนั้น พอปรือตาที่ปิดไปตอนที่หัวกระแทกเข้ากับบ้านจำลองก็มองเห็นน้องชายบุกตะลุยเข้าไปฉะดาบกับนรินทร์อย่างบ้าคลั่ง

            พลังของมนุษย์ต่างดาวเลเวลร้อย พลังของมิ่งขวัญที่เก่งกาจและเป็นอัจฉริยะด้านร่างกาย

            พลังพวกนั้นไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้านรินทร์ที่กลายเป็นเทพ

            นรินทร์นารายณ์ปัดป้องการโจมตีอันบ้าคลั่งดั่งพายุของมิ่งขวัญด้วยดาบเพียงเล่มเดียวส่วนอีกเล่มจ้องหาจังหวะจู่โจมแล้วก็...

            แทงดาบ!

            แต่มิ่งขวัญไหวตัวทันจึงยกโล่ขึ้นมากันเอาไว้ ดาบแทงลงตรงกลางโล่ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งที่สุด

            สวบ เสียงดาบเลาะเนื้อเข้าไปถึงกระดูกดังขึ้นมาตอนที่ดาบทะลวงผ่านโล่ไปราวกับตัดเนยแล้วแทงใส่หน้าอกน้องชาย

            ทั้งที่อยู่มิติซึ่งความเสียหายกลายเป็นการกระแทกทั้งหมดแต่กลับแทงทะลุโล่ ทะลวงจากอกไปถึงหลังมิ่งขวัญได้ดาบเล่มนั้นมันยังไงกันแน่

            “บินไปเลยธรรมมะ”

            ดูเหมือนดาบเพชรนั่นจะเรียกว่า ‘ธรรมมะ’ แล้วมันก็ลอยออกจากมือนรินทร์ หอบพามิ่งขวัญจนไปเสียบลงกับพื้นตรึงร่างเอาไว้ทั้งสภาพนั้น

            “อึก..ของแค่นี้”

            น้องชายกัดฟันสู้ทั้งที่บาดแผลน่าจะสาหัสขนาดทำให้ผู้ใหญ่สลบได้ แต่มิ่งขวัญก็พยายามถอนดาบนั่นออกด้วยมือที่เหลืออยู่ซึ่งสภาพแบบนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ แขนของมิ่งขวัญไม่ยาวพอจะถอนดาบออกด้วยตัวเอง

            มิ่งขวัญคงหมดสภาพแล้ว

            ในตอนนั้นเองฟูก็ลอบโจมตีจากทางด้านหลัง ค้อนเหล็กหวดลงไปที่ท้ายทอย แต่แล้ว...

            ตะบองเหล็กรูปร่างและสีเหมือนดอกบัวก็ปรากฏขึ้นในมือข้างที่ว่างของนรินทร์

            ศาสตราวุธทั้งสองเข้าปะทะกันส่งเสียงดังเคร้ง เพียงแค่นั้นฟูที่เป็นฝ่ายถูกสวนก็ทานแรงฟาดไม่ไหวจนเสียหลักใกล้หงายหลังเต็มที

            นรินทร์จึงแทงตะบองใส่หน้าเด็กหนุ่มจนเกิดความเสียหายขนาดที่มีประกายไฟพุ่งออกมา หากเป็นความจริงแล้วหัวของฟูน่าจะแหลกกระจุยเหมือนลูกแตงโมไปแล้ว

            ฟูที่โดนอัดไปนั้นร่างลอยละลิ่วข้ามไปกองกับซากอาคารจำลองที่พังอยู่ก่อนแล้วนอนสลบไม่ได้สติอยู่ตรงนั้นทั้งที่ยังมีพลังชีวิต

            ตอนนี้คนที่สู้ได้ก็เหลือแค่ กวินทร์ เมษา แล้วก็ มิกซ์

            อิงศรลุกออกจากซากตึกแล้วหันไปสั่งพลอยกับพวกเด็กๆ ว่า

            “ไปช่วยดึงขวัญออกมาที”

            ถ้าใช่ วินด์วาร์ปของเน็กส์ก็น่าจะพามิ่งขวัญออกมาได้

            ทว่า นรินทร์ก็ดูเหมือนจะล่วงรู้ความคิดของเขาแล้วหันไปเล่นงานพวกนั้นทันที

            “มิกซ์ช่วยหน่อย!”

            อิงศรพูดแล้วขึ้นดาบบนคันธนูแทนลูกศรพลางง้างมันสุดแรง

            มิกซ์ตามมายืนเคียงข้างแล้วเล็งปืนจากนั้น

            “ไวลด์วูฟล์!!”

            “เอ็กซีคิวท์ช็อต!!”

            ก็ยิงเพื่อหลอกล่อ ดาบของเขากับลูกกระสุนพลังงานของมิกซ์พุ่งออกไป

            แต่มันกลับไร้ผล นรินทร์เพียงแค่ใช้มือปัดการโจมตีของพวกเขาก็สามารถสะท้อนมันกลับมาได้

            การโจมตีย้อนกลับมาเล่นพวกเขาเสียเอง

            เกิดระเบิดประกายไฟขึ้นมากมายราวกับไฟรั่วอย่างไรอย่างนั้น อิงศรกับมิกซ์ต่างก็กระเด็นไปทั้งคู่

            ช่องทางจึงเปิดว่างแต่นรินทร์นารายณ์นั้นแทบไม่ต้องเคลื่อนไหวใดๆ เพียงแค่ยื่นมือไปทางพวกพลอยที่กำลังวิ่งไปหามิ่งขวัญแล้วก็

            “ศักติ!”

            ดวงตาเปล่งประกายแสงสีแดง พลอย เน็กส์ นิว ทั้งสามถูกเล่นงานด้วยพลังที่มองไม่เห็นจนมีสะเก็ดไฟพุ่งออกจากตัวเหมือนที่เขา อิซานามิ และลิเธียมโดนกันไปก่อนหน้านี้

            อิงศรกัดฟันด้วยความเจ็บใจ

            “พลอย!! เน็กส์!! นิว!!”

            แล้วตะโกน แต่พวกนั้นก็ไม่ขานรับและล้มลง พลังชีวิตยังมีอยู่แต่ก็ไม่ขยับตัวคงจะเจ็บจนหมดสติหรืออะไรทำนองนั้น

            ขณะเดียวกันเมษาก็กระโดดขึ้นไปพร้อมกับถลกเสื้อเครื่องแบบออกด้วยสกิลเพื่อเสริมพลังโจมตี

            “จะเอาจริงล่ะนะนรินทร์! เดม่อนแอพมหากาฬ!”

            แล้วให้แอพพลิเคชั่นปีศาจทำงาน เงาของเมษายืดออกไปแต่ก่อนที่ทั้งเงาและเจ้าของร่างจะเข้าถึงตัวนรินทร์ก็...

            “จงมาจักรา”

            กงจักรปรากฏขึ้นแทนที่ตะบองดอกบัว นรินทร์ขว้างจักรออกไป พัดใส่เมษาจนตัวปลิวมาตกข้างอิงศร

            “เมษา”

            อิงศรลองเรียกดูเผื่อว่าจะหมดสติไปอีกคน

            “อูย~”

            แต่เมษาร้องครางอย่างทรมานพลางชันร่างกายขึ้นแล้วหันมา

            “มีแต่แย่กับแย่ลงไปทุกทีขืนเป็นแบบนี้แบบนี้มีหวังพวกเราได้โดนเจ้านรินทร์มันฆ่าตายหมดแหงไม่มีแผนอะไรบ้างเลยเหรอ”

            โดนคนอย่างหมอนี่ถามหาแผนการเข้าจนได้ แต่มันจะมีเหรอแผนที่จะรับมือกับจอมพลังที่กำลังอาละวาดอย่างนรินทร์ในตอนนี้

            แค่เรื่องพลังกายเพียวๆ ก็น่าจะเกินระดับราชครูมนุษย์ต่างดาวไปแล้วไหนยังจะอำนาจของปีศาจที่สิงสถิตอยู่ก็เป็นถึงเทพเจ้าสามเสาหลักของศาสนาฮินดูระดับพลังแตกต่างจากพวกปีศาจที่เคยเจอมาลิบลับ

            “ไม่มีแผนไหนรับมือได้ทั้งนั้นล่ะถ้าไม่หาวิธีจัดการให้ได้ก่อน

            นั่นเป็นข้อสรุปที่มีความหวังที่สุดเท่าที่อิงศรจะคิดได้ถึงอย่างนั้นมันก็ยังฟังดูน่าสิ้นหวังอยู่ดี

            ไม่รู้สึกว่าจะเอาชนะนรินทร์ได้เลยซักนิดเดียว

            แล้วตอนนั้นโอกาสก็ผุดขึ้นมาจากใต้ซากปรักที่เขานั่งทับ

            หนู..

            ได้ยินเสียงความหวังตะโกนเรียกอย่างแผ่วเบา

            ...

            อิงศรจึงลุกออกจากซากปรักจำลองแล้วลงมือคุ้ยเขี่ยซากนั่นเพื่อหาที่มาของเสียง

            เจ้าหนู...

            ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นพอรื้อซากปรักออกจนหมดก็เจอไพ่อาคานาร์ใบหนึ่งนอนคว่ำอยู่ใต้นั้นอิงศรหยิบมันขึ้นมา

            อาคานาร์ที่มีรูปเพียงครึ่งเดียวซึ่งดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรแต่มีตัวเลขโรมันกำกับไว้ข้างใต้เป็นเลข ‘XIII’ ถ้าจำไม่ผิดไพ่เมเจอร์อาคานาร์ที่ใช้ในการทำนายเบอร์สิบสามคือ...

            เดธอาคานาร์ อิซานามิเหรอ!”

            ได้ยินเสียงตอบกลับมาจากไพ่

            ใช่ เอาล่ะเจ้าหนูข้าจะบอกวิธีจัดการกับปัญหาของเจ้าให้เอง

            หล่อนยังคงไม่ดับสูญไป


***อาทิตย์นี้ต้องขออภัยที่อาจจะยืดไปหน่อยที่จริงไรท์กะให้จบ act นรินทร์ภายในอาทิตย์นี้เลยด้วยซ้ำแต่เวลาปั่นไม่พอเพราะติดงานด่วนเลยต้องย้ายไปจบอาทิตย์หน้าแทน แต่เท่านี้ก็ได้เวลานับถอยหลังสู่ตอนจบของภาคสองแล้วล่ะครับและจากนั้นภาคที่สามซึ่งเป็นภาคสุดท้ายก็จะเริ่มขึ้นพวกอิงศรจะบทสรุปอย่างไรต่อโลกที่ล่มสลายใบนี้ต้องมาติดตามกันต่อไปแล้วล่ะครับ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #149 raigeki (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 20:44
    พระอิศวรคืออีกชื่อของพระศิวะครับ
    #149
    0
  2. #148 raigeki (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 18:17
    ไม่น่าเชื่อ ไรต์อัพเร็ว!!
    ปล.ถ้าจะทำลายล้าง ให้เป็นพระอิศวรน่าจะดีกว่านะครับ เพราะตามตำนานฮินดู พระนารายณ์คือผู้ปกป้องเหล่าสรรพสัตว์ไม่ใช่ทำลาย
    #148
    12
    • #148-11 raigeki(จากตอนที่ 146)
      25 สิงหาคม 2560 / 21:39
      ช่างเถอะครับ ตำนานในโลกมีเยอะจนถ้าเอามาครบนี่น่าจะมีตัวละครเป็นร้อยล่ะครับ เท่าที่คิดออกว่ายังไม่มีในเรื่องนี้ก็
      อียิปต์ เช่น อนูบีส รา ยูเซเซต โอซิริส โฮรัส
      ตำนานพื้นบ้านยุโรป เเถวๆเเสกดิเนเวีย พวกภูติโนม เอลฟ์ คนเเคระ
      จีนบางตัว เเบบพวกผานกู่ เอ้อหลางเสิน
      ตำนานภูติของพาราเซลซัสเเละนักเล่นเเร่เเปรธาตุ เช่นซิลฟ ซาลาเเมนเดอร์ ฟินิกซ์
      ตำนานอาหรับ เช่น จิน
      ชาดก เช่น พระยาวสวัติมาร
      จากวรรณคดี(นับรึเปล่า?) เช่น ทศกัณฐ์ สหัสเดชะ กุมภกรรณ หนุมาน นิลพัท อ้อเกือบลืม มีเวตาลโผล่มาเเล้ว ถ้างั้นเเปลว่านับ
      ว่าง่ายๆคือเยอะอะครับ เขียนให้หมดไม่น่าไหวอยู่เเล้ว
      #148-11
    • #148-12 R@ji(จากตอนที่ 146)
      25 สิงหาคม 2560 / 23:56
      เยอะแยะมหาศาลเลยล่ะงับ (ขนาดอันที่ท่านแปะมานี่บางตัวไรท์ยังไม่รู้จักเลยง่ะ) แต่บางตำนานก็มีคล้ายๆกันจนถ้าสืบรากเหง้าแล้วก็อาจจะเป็นตำนานเดียวกันแต่ดอไปอยู่อีกประเทศก็เล่าอีกแบบเหมือนกันอย่างเทพกรีกที่โรมันเรียกชื่อไม่เหมือนกันแถมทั้งที่เป็นตัวเดียวกันยังมีบางส่วนไม่เหมือนกันด้วย อย่างผานกู่นี่ตอนไรท์อ่านเมื่อนานมาแล้วยังรุ้สึกมันคล้ายกับยักษ์ยุมิลของนอร์สเลยงับเร่มจากเทพตัวหย่ายๆล้มตึงกลายเป็นเป็นแผ่นดินบ้างกำเนิดเป็นเทพมั่งคนมั่ง
      เริ่มยาวอีกแบ้ว555+
      อ้อซาลามันเดอร์ได้ออกมาตอนหนึ่งแล้วด้วยนะแต่มาแค่ชื่อเป็นเดม่อนแอพที่มีนาซื้อมาใช้ตอนเรดเจ็ดดาวเหนืองับหลังจากนั้นบทหาย(นี่สิคนบทหาย2017ที่แท้ทรูเหมือนจะเป็นนางเอกของเรื่องแท้ๆ มีนาจังไม่น้าเล้ยยย)
      #148-12