Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 131 : Login 128: ศักดิ์ศรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ก.ค. 60

Login 128: ศักดิ์ศรี

 

            “เวพอนไนซ์โกลด์กาแลนต์!”

            มิ่งขวัญในร่างอัศวินทองคำประกาศขานรับต่อเครื่องทำสวนรูปมังกรที่เรียกออกมาจากสกิลท่าไม้ตายแล้วเมื่อมังกรหายไปเวลาที่ถูกหยุดเอาไว้ด้วยผลของสกิลก็กลับมาเดินอีกครั้ง

            ตอนนั้นเองรูปปั้นเทวทูตก็ยืดก้านเชื่อมกับรูปปั้นนักบุญของมันให้ยาวขึ้นจนลอยไปอยู่ข้างบนแล้วจู่โจมลงมา

            เสียงคันแตรดังกระหึ่มลำแสงสาดส่องออกมาจากปากของแตร

            เมื่อมิ่งขวัญได้รับปีกมาจากสกิลก็ทะยานบินขึ้นไปจัดการกับพวกมัน เพียงแค่กวัดแกว่งหอกทองคำก็สามารถตัดและทะลวงเทวทูตปูนปั้นให้แตกเป็นเสี่ยงได้อย่างง่ายดาย

            การต่อสู้ที่พื้นด้านล่างก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน

            อิงศร ฟู มิกซ์ และโซเดียมต่างก็งัดอาวุธและท่าทั้งหมดที่มีออกมาจัดการกับรูปปั้นเทวทูตที่ยฮวฮส่งมาโจมตีแต่ทุกครั้งที่ทำลายพวกมันจนหมด…

            “มันจะมาแล้ว!”

            อิงศรตะโกนเป็นสัญญาณให้ทุกคนเตรียมรับการโจมตีของปีศาจเพราะรูปปั้นนักบุญกำลังเปล่งแสงและจะมีระเบิดเกิดขึ้นตามมา

            “พลอยช่วยหน่อย!”

            มิกซ์หันกลับไปตะโกนบอกพวกพลอยที่อยู่ห่างออกไปในตอนนี้เด็กหนุ่มเหลือพลังชีวิตแค่ครึ่งเดียวซึ่งแนวหน้าทั้งห้าคนก็สภาพไม่ต่างกันหากต้องรับระเบิดแสงนั่นเข้าไปพลังชีวิตคงจะเหือดหายไปจนหมด

            พลอยที่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือก็ใช้ดาร์คฮีลฟื้นฟูพลังชีวิตของทุกคนเทียบทันกับเวลาที่ระเบิดแสงปล่อยออกมาพอดี

            ภายหลังจากรับความเสียหายแล้วพลังชีวิตของพวกเขาก็…

 

อิงศร Lv.90 [//…2600:10320…..]

มิ่งขวัญ Lv.99 [///..9800:20000…..]

ฟู Lv.80 [///..4102:11000…..]

มิกซ์ Lv.65 [/….1200:6390//...]

Sodium Lv.144 [/////25005:49500..…]

 

            เหลือกันอยู่ไม่มาก มันเป็นเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักจบสิ้นพอทำลายรูปปั้นได้หมด ปีศาจก็จะปล่อยการโจมตีด้วยแสงมาหรือต่อให้ทำลายมันได้แล้วแค่พริบตาเดียวก็ฟื้นกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์

            การต่อสู้จึงไม่คืบหน้าจากนั้นมาหลายชั่วโมง

            หากยังดำเนินต่อไปแบบนี้พวกเขาคงหมดแรงก่อนจะฆ่าศัตรู

            “ขวัญใช้ปีศาจของนายทำอะไรได้รึเปล่า

            อิงศรเงยหน้าขึ้นไปถามน้องชาย จากนั้นมิ่งขวัญก็ทำหน้าเหมือนกับเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้

            จริงด้วยเฮเลลสามารถทำให้สกิลของปีศาจเป็นโมฆะได้นี่นะ

            มิ่งขวัญยื่นมือออกไปทำให้ไพ่อาคานาร์ปรากฏขึ้นมาแล้วบีบขยี้จนแตกเป็นอณูแสง ปีศาจปรากฏขึ้นมาในตอนนั้น

            มิ่งขวัญออกคำสั่งกับปีศาจของเขาว่า

            เฮเลลทำให้มันคืนชีพไม่ได้ที

            ปีศาจตอบรับคำสั่งนั้นแล้วยืดแขนเล็งไปที่ยฮวฮ แสงสว่างพวยพุ่งจากมือสาดใส่ร่างม้าหมุนนั่น

            เท่านี้ก็น่าจะหยุดการคืนชีพของมันได้แล้ว

            ตอนนี้แหละจัดการเลย!”

            อิงศรออกคำสั่งให้ทุกคนระดมโจมตีเพื่อทดสอบผลลัพธ์

            ...หลังจากระดมโจมตีจนทำลาย ยฮวฮ ลงได้อีกหนความผิดหวังก็บังเกิด

            ม้าหมุนที่ถูกทำลายไปฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก แม้แต่พลังของปีศาจด้วยกันก็ทำอะไรมันไม่ได้อย่างนั้นหรือ?

            ….       

            ซากิริซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านหลังมาตลอดเริ่มจะเอะใจกับความแปลกประหลาดนี้

            “แปลกจริงๆ นั่นแหละ”

            หล่อนรำพึงกับตัวเองพลางใช้มือเท้าคางช่วยให้ความคิดแล่นขึ้นมา

            ทั้งการโจมตีที่ไม่ได้ผล พลังของเฮเลลก็ไม่ได้ผล ลาพาสไม่สามารถวิเคราะห์ได้แล้วก็…

            “อะไรต่อมิอะไรมันจะตรงกันหมดไปไหมน่ะ”

            ทุกอย่างเลย…ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาในมิติแห่งนี้ทั้งห้องที่เป็นท้องฟ้ากับบันไดหินพาดผ่านแผ่นดินลอยฟ้าหรือแม้แต่รูปร่างของอวตารที่ยฮวฮใช้ในตอนนี้ก็เหมือนกับของที่หล่อนเคยเห็นมาก่อน

            ยฮวฮผู้เป็นเหนือหัวนั้นไม่ได้มีร่างอวตารเพียงหนึ่งเดียวแต่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้อย่างอิสระ รูปแบบที่ใช้ในตอนนี้คือรูปแบบที่สำแดงเป็นนิมิตให้กับมนุษย์ในสมัยก่อนตอนที่พยายามจะข่มขู่มนุษย์ว่าจะทำลายเผ่าพันธุ์พวกเขาเพื่อให้ยอมจำนนจนเกิดเป็นคำสอนและศาสนาในเวลาต่อมา

            ร่างนี้เป็นเพียงร่างเดียวที่ได้เห็นจากร่างทั้งหมดแล้วเหนือหัวตอนนี้ก็ยังเลือกเอาร่างนี้มาแสดงหรือเพราะอยากจะประชดตัวเธอในตอนนี้ที่ไปเข้าร่วมกับมนุษย์กันแน่ ถ้าหากเป็นอย่างนั้นก็ควรจะต้องทักทายมาบ้างสิก็เธอคนนี้...

            ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์กำลังยืนอยู่ตรงนี้….

            ซากิริคิดหาเหตุผลต่างๆ นานา แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี จุดเชื่อมต่อของเรื่องทั้งหมดนั้นไม่มีอยู่…

            “นี่หรือว่า”

            หล่อนดึงแว่นลาพาสออกแล้วหันไปพูดกับเน็กส์ที่อยู่ข้างๆ

            “นี่ ช่วยลองใส่เจ้านี่แล้วมองมาที่ฉันทีสิ”

            ซากิริพูดแล้วยัดแว่นตาใส่มือ เด็กชายทำหน้างุนงงแต่ก็ยอมตามที่ขอ เขาสวมแว่นตานั่นแล้วเงยหน้ามองหล่อน

            แว่นตาเริ่มวิเคราะห์ข้อมูล ส่งผลการวิเคราะห์นั่นผ่านทางสายที่เชื่อมต่อมายังเครื่องคอมพิวเตอร์

            หล่อนมองผลวิเคราะห์นั่นแล้วส่งเสียงพึมพำ

            “ให้ตายสิเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะเจ้าจอกปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่”

            ผลการวิเคราะห์นั้นชวนให้คิดถึงอวโลกิตะขึ้นมา

            พวกตนถูกต้มเสียเปื่อยถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ฝากของพวกนี้ไว้กับเธอก่อนนะ

            ซากิริพูดแล้วส่งคอมพิวเตอร์ในมือให้เด็กชายรับไป

            เอ่อ จะทำอะไรหรือครับคุณน้า

            เน็กส์ถาม เด็กชายเริ่มสงสัยกับท่าทางแปลกๆ ของเธอ

            มีเรื่องที่อยากจะพิสูจน์น่ะแล้วก็ไม่ต้องร้องนะถ้าฉันไม่ได้กลับมา

            ซากิริพูดแบบนั้นแล้ววิ่งออกจากกลุ่ม ระหว่างนั้นเองก็มีลำแสงจากแตรของเทวทูตพุ่งตรงมายังเส้นทางที่หล่อนกำลังจะวิ่งไป

            แต่ลำแสงกลับเบนทิศทางกะทันหัน ปรากฏการณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาตินั่นยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นไปอีกซากิริจึงยิ่งเร่งฝีเท้า

            ฟูที่เห็นแบบนั้นเข้าก็เบ้หน้า

            “คุณป้านั่นจะวิ่งออกมาทำไมกันเนี่ย

            ถึงจะบ่นไปเจ้าตัวก็เตรียมจะวิ่งไปปกป้องหล่อนแล้ว แต่ทว่า...

            โชเน็นพี่ชายจุดอ่อนของเจ้านั่นอยู่ที่หัวของนักบุญหญิงโจมตีทีเดียวให้ได้หนึ่งพันดาเมจขึ้นไปนะ

            ซากิริกลับตะโกนมาอย่างนั้น

            พอได้ยินเข้าอิงศรก็...

            หา?”

            ไม่รู้ว่าทำไมหล่อนถึงต้องการความเสียหายเพียงแค่นั้นแล้วอีกอย่างรูปปั้นนักบุญนั่นพวกเขาทำลายมันจนแหลกละเอียดมาก็ตั้งหลายหนแล้วยังไม่เห็นจะกำราบมันได้เลย

            แต่ถ้าลองเธอเป็นคนพูดแสดงว่ามีแผนอยู่สินะ...อิงศรได้แต่เชื่อมั่นเท่านั้น

            เชื่อว่าระดับนักวิจัยอย่างซากิริคงจะไม่ทำอะไรโดยไม่คิด แต่ตอนนี้สกิลส่วนใหญ่ที่มีก็ต้องรอฟื้นฟูพลังเกือบทั้งหมดถ้าต้องการความเสียหาหนึ่งพันขึ้นไปก็พอจะมีแต่

            อิงศรเปิดหน้าจอคลังล้วงมือเข้าไปคุ้ยหาของบางอย่างแล้วหยิบเอาลูกระเบิดออกมาสามลูก

            กิฟต์แอโร่ว

            พอร่ายสกิลไประเบิดก็แปรสภาพเป็นลูกธนูดอกเดียวกัน อิงศรยึดธนูนั่นกับหน้าไม้แล้วเล็งไปที่ม้าหมุน ตั้งองศาและรอจนกระทั่งมือนิ่ง ศูนย์เล็งยิงล็อกเป้าที่ศีรษะของรูปปั้นนักบุญแล้วจึงเหนี่ยวไกหน้าไม้

            ขณะเดียวกันซากิริก็วิ่งไปจนจวนเจียนจะถึงม้าหมุนเสียอย่างนั้น

            ไม่รู้ว่าทำไมหล่อนถึงต้องเข้าไปใกล้ขนาดนั้นด้วย มันใกล้เสียจนน่ากลัวว่า

 

ซากิริ Lv.20 [/////1000:1000/////]

 

            พลังชีวิตแค่หนึ่งพันของหล่อนจะหายวับไปในพริบตา...

            เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนนะนี่หรือว่า...

            อิงศรเพิ่งจะรู้สึกตัว

            แต่ก็สายเกินไป เขาลั่นไกไปแล้วถึงเพิ่งจะเข้าใจตัวเลขความเสียหายหนึ่งพันที่หล่อนบอก

            ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามที่คาดเดาซากิริคืนร่างเป็นเทวทูตบินขึ้นรับเอาลูกศรที่เขายิงไปก่อนที่มันจะไปถึงศีรษะของนักบุญแล้วหล่อนก็คืนร่างมนุษย์

            ลูกธนูเกิดระเบิดขึ้นในตอนนั้นเลย ร่างของหญิงสาวแหลกเละไม่มีชิ้นดีที่หลงเหลือหลังจากการระเบิดมีเพียงเศษเสื้อกาวน์เปื้อนเลือดกับคราบเขม่าดินระเบิดเท่านั้น

            หล่อนตั้งใจเข้าไปฆ่าตัวตายเองตั้งแต่แรก

            ทำไม...

            หล่อนถึงได้หลอกให้เขาเป็นคนลงมือกันล่ะ...อิงศรได้แต่ถามคำถามอย่างไร้เป้าหมาย คำถามที่หาคำตอบไม่...

            จู่ๆ เสียงของซากิริก็ดังแว่วมา

            เป็นไปอย่างที่คิดเลย

            เสียงนั้นดังมาจากทางด้านหลัง อิงศรหันกลับไปทันทีและพบว่าคอมพิวเตอร์ของซากิริไปอยู่ในมือเน็กส์และกำลังฉายภาพใบหน้าของหล่อนอยู่

            ตอนนั้นเองทางม้าหมุนก็มีดารเปลี่ยนแปลง

            เสียงของมิ่งขวัญบอกเล่าอย่างตื่นตระหนก

            เกิดอะไรขึ้นน่ะทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น

            อิงศรหันกลับไปอีกครั้ง เริ่มจะตามสถานการณ์ไม่ทันซะแล้ว

            ซากิริ หล่อนทำอะไรลงไปกันแน่...ได้แต่เก็บคำถามนั้นอยู่ในใจแล้วตื่นตะลึงกับร่างม้าหมุนของ ยฮวฮ ที่ใกล้จะเลือนหายไปเหมือนภาพลวงตาแต่ว่าเบื้องหลังภาพลวงตานั่นมีอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายก้อนเนื้อน่าสยดสยองกำลังเคลื่อนไหว ขยุกขยิกบ้าง เต้นตุบตับบ้าง แต่ทั้งหมดปรากฏอยู่เพียงครู่เดียวร่างม้าหมุนก็กลับมาเป็นปกติ

            คนที่น่าจะให้คำตอบนี้ได้ก็มีแต่...

            อิงศรจ้ำเท้าเร็วๆ ตรงเข้าไปหาคอมพิวเตอร์แล้ว

            นี่มันเรื่องอะไรกันเล่ามาซะ

            ถามในสิ่งที่ทุกคนที่นี่ก็อยากรู้ ใบหน้าบนจอมอนิเตอร์เริ่มขยับปากพูดอย่างช้าๆ

            อื้ม เจ้านั่นน่ะไม่ใข่ยฮวฮแค่ใช้ความทรงจำของฉันอ้างอิงไปเท่านั้นเพราะงั้นลาพาสถึงตรวจสอบไม่ได้ตัวจริงของมันน่าจะเป็นยัลดาเบาธ์หรือที่เรียกกันว่าเดมิอุกรุสน่ะ

            จากนั้นอิซานามิที่ยืนอยู่ข้างๆ เน็กส์ก็อุทานว่า

            เอ๋~~ที่แท้ก็เจ้านั่นเองเหรอ

            “รู้จักด้วยเหรอ

            อิงศรจ้องหล่อนสายตาเขม็ง

            ก็เป็นเทพปีศาจที่มนุษย์บูชากันในลัทธิไญยนิยมน่ะเจ้านั่นถ้าพูดให้ง่ายก็คือปีศาจที่เลียนแบบพระเจ้าซึ่งโด่งดังมากไม่เคยได้ยินเหรอ

            ไม่เคยเลย

            เขาส่ายหัวให้กับคำพูดเหมือนจะดูแคลนของนางปีศาจ

            มนุษย์เนี่ยไม่ค่อยแสวงหาความรู้เลยนะ

            อิซานามิพูดมาอย่างนั้น

            เรื่องของปีศาจมนุษย์โลกไหนมันจะไปสนกันฟะ...

            ซากิริพูด

            ‘ยังไงก็ตามตอนนี้พอจะมีวิธีรับมือแล้วช่วยถ่วงเวลาให้ทีสิ

            อิงศรหันไปที่คอมพิวเตอร์แล้วกล่าวขึ้นเสียงเล็กน้อย แค่กำลังหงุดหงิดที่หล่อนทำอะไรแบบนี้โดยไม่บอกกันก่อน

            คิดจะทำอะไรกันแน่

            สร้างปีศาจตัวใหม่ที่ใช้เปิดเผยตัวจริงของมันได้ไงล่ะ

            หล่อนตอบอย่างตรงไปตรงมาแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะถาม

            หมายถึงที่วิ่งเข้าไปรับธนูของฉันต่างหากนั่นน่ะเธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วรึไง

            พอพูดไปแล้วใบหน้าของซากิริก็ยิ้มเจื่อน

            ร้อยเปอร์เซ็นต์เหรอฉันไม่ใช่พระเจ้าซักหน่อยวิทยาศาสตร์หรือปีศาจน่ะไม่มีคำว่าร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ

            ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้เดาสุ่มเอาอีกงั้นสิ

            บอกแล้วไงว่าให้เรียกสมมติฐาน

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงระเบิดจากกาต่อสู้ที่แนวหน้าดังแว่วมาพวกมิ่งขวัญยังต่อสู้กับยฮวฮอยู่ แต่การสนทนาที่ยังไม่กระจ่างนี้ยังคงดำเนินต่อไป

            แล้วก็ลองด้วยตัวเองเนี่ยนะลางสังหรณ์นักวิทย์รึไง

            ‘เรียกว่าศักดิ์ศรีของนักวิทยาศาสตร์น่าจะเหมาะกว่าล่ะนะ

            ศักดิ์ศรีอย่างนั้นเหรอ รู้สึกว่าเมื่อก่อนตนเองก็เคยใช้คำๆ นี้

            ศักดิ์ศรีในฐานะพี่ชาย สาเหตุที่ตนพยายามปกป้องมิ่งขวัญเป็นข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองไม่ดูเป็นคนดีเกินไป ก็แค่แก้เขินไปอย่างนั้น

            ไม่ได้ชอบหรือรักน้องชายแต่อย่างใดแถมยังรู้สึกว่าน่ารำคาญอีกตะหากแต่ว่า...

            ถ้าแค่น้องคนเดียวยังปกป้องไม่ได้ไอ้แบบนั้นแหละที่ยกโทษให้ตัวเองไม่ได้ถ้านั่นไม่เรียกว่าความรักมันก็ถูกแล้วเพราะว่านี่คือศักดิ์ศรีของเรา...ช่วงสี่ปีก่อนมันเคยมีอะไรแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ

            แล้วที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคล้ายอะไรกับที่หล่อนกำลังทำหรือเปล่า?

            หล่อนยอมสละร่างตัวเองเพื่อหาทางเอาชนะให้กับพวกเขาจะเรียกว่าแบบนั้นมันก็...

            “บ้าบิ่นเกินไปหน่อยรึเปล่า”

            ‘ไม่อยากโดนคนอย่างเธอมาพูดแบบนั้นใส่เอาซะเลยนะ หือ...’

            ในระหว่างนั้นเองสิ่งที่ทำให้คำพูดของซากิริหยุดลงก็คือการโจมตีที่หลุดจากแนวหน้ากำลังพุ่งตรงมาทางนี้

            ‘ข้างหลัง

            ก่อนที่เสียงจะแว่วออกมาจากเครื่องคอมฯอิงศรก็ผลักตัวเน็กส์จนเซถอยไปหลายก้าว

            “อะ..เหวอ

            เด็กชายพยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม

            ส่วนอิงศร....ตัวเขาเพียงแต่เอี้ยวตัวหลบไปนิดหน่อยเพียงเท่านั้น รูปปั้นเทวทูตที่หลุดมาก็ทะยานตัดหน้าไปและแบ่งแยกจุดที่พวกเขาเคยยืนกันอยู่ด้วยแกนเชื่อมของมัน

            เทวทูตปูนปั้นนั่นหมุนเฉพาะฐานลำตัวหันหลังกลับมาขณะที่แกนส่งตัวยังคงยืดออกไปแล้วชักของที่เหมือนกับขันตักน้ำออกมาจากด้านในของแตร

            ภายในขันบรรจุของเหลวสีแดงก่ำราวกับเลือดเอาไว้เต็มความจุพอขยับขันไปของเหลวในนั้นก็ปลิ่มจะกระฉอกออกมาแต่เทวทูตกลับสาดสิ่งนั้นใส่พวกเขาเลย

            ทันทีที่หลุดออกมาจากภาชนะของเหลวก็ลุกไหม้เป็นไฟโชติช่วงโถมลงมา

            จังหวะนั้นเองพลอยก็ร่ายสกิลแทรกเข้ามา

            “คับบาลาห์ เซฟิร่า เคเธอร์!”

            แสงสว่างจากดาบของหล่อนตัดเปลวไฟแตกซ่านกระเซ็นเป็นสะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อยในพริบตา

            อิงศรจึงใช้จังหวะนั่นแนบหน้าไม้ติดกับแกนของรูปปั้นแล้วลั่นไกยิงจนพรุน เทวทูตจึงหักคาแท่นไปทั้งอย่างนั้นแล้วร่วงหล่นกระแทกพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง

            การบุกของยัลดาเบาธ์อะไรซักอย่างนั่นเริ่มจะซับซ้อนมากขึ้นคงปล่อยแนวหน้าให้สี่คนนั่นจัดการกันตามลำพังไม่ได้แล้ว

            อิงศรจึงถามซากิริอีกครั้ง

            ต้องใช้เวลานานแค่ไหน

            ราวยี่สิบนาทีน่ะ

            เขาพยักหน้าให้คำตอบนั้นแล้วเดินกลับไปยังสนามรบ

            ที่นั่นฟูกำลังโต้วาทีกับบอสใหญ่ชนิดไม่ยอมไว้หน้าอีกฝ่าย

            ยัลดาเบาธ์พูด

            บิดเบี้ยว บิดเบี้ยวไปหมดแล้วหรือ มนุษย์พวกเจ้าอยู่ในโลกที่ล่มสลายนานเกินไปจนวิบัติหมดแล้วพอกันทีข้าจักทำลายมวลมนุษย์ให้หมดแล้วแทนที่ด้วยข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อข้าเท่านั้น

            ฟูก็เลยสวนกลับไปว่า

            ที่บิดๆ เบี้ยวน่ะมันแกต่างหากพวกขี้ตู่ว่าตัวเองเป็นชาวบ้านแบบนี้น่ะแน่จริงก็ออกมาตัวๆ กันสิเฟ้ย

            ดูเหมือนว่าทางนี้จะได้ยินที่คุยกับซากิริเมื่อครู่ผ่านทางช่องสื่อสารของปาร์ตี้ที่เขาจงใจเปิดเพื่อให้ทุกคนได้ยิน

            หลังจากรับคำต่อว่าของฟูไปพวกรูปปั้นก็ทวีความถี่ในการยิงลำแสงมากขึ้นกว่าเดิมเหมือนกำลังโกรธที่ถูกต่อว่าไปแบบนั้น

            มิกซ์พูดขึ้นมา

            ฟูนั่นแหละไปยั่วมันทำไมเนี่ย

            ก็ใครจะไปรู้ว่ามันจะโกรธจริงๆ เล่าเซนส์ซิทีฟชะมัดเลยพระเจ้าเนี่ย

            ฟูตอบกลับไปขณะที่วิ่งหลบลำแสงกันจ้าละหวั่น

            ช่วงเวลาอันแสนโกลาหลดำเนินไปได้ประมาณหนึ่ง มิ่งขวัญก็บินออกไปข้างหน้าแล้วสร้างโล่พลังงานขึ้นมาขวางทางลำแสง

            ด้วยพลังของโล่ทำให้ลำแสงที่ทะลุผ่านมาเหลืออำนาจทำลายน้อยลงบางเส้นลำแสงก็สะท้อนออกไปเลยเพราะพลังโจมตีที่มีไม่มากเนื่องจากระดมยิงต่อเนื่องจนแทบไม่เผื่อเวลาสะสมพลัง

            คงจะถ่วงเวลายี่สิบนาทีได้...อิงศรคิดแล้วลั่นไกยิงลูกดอกทำลายรูปปั้นโดยเล็งเฉพาะส่วนมือที่ถือคันแตรเพื่อลดจำนวนลำแสงลง คนอื่นๆ เริ่มทำตามบ้าง

            ทว่า...

            อะ...

            อิงศรเงยหน้าตามการเคลื่อนไหวของยัลดาเบาธ์มันกำลังบิน ไม่สิกระโดดลอยข้ามหัวพวกเขาไป

            ร่างม้าหมุนนั่นตกลงตรงระหว่างทางที่จะเดินไปยังกลุ่มของพวกพลอย

            อิงศรพูดใส่หน้าจอสื่อสารปาร์ตี้ไปทันที

            พลอยรีบพาทุกคนหนีเร็ว!”

            แต่คงจะไม่ทันการ ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันจะกระโดดได้เพราะรูปร่างไม่ได้ชี้นำไปในทางที่ว่ามันจะเคลื่อนไหวแบบสามมิติได้จริงๆ เพราะประมาทเกินไป

            กลุ่มพลอยยังมีกวินทร์ที่ฝากเอาไว้ดังนั้นการเคลื่อนย้ายจึงต้องเสียเวลาคนที่จะแบกกวินทร์หนีได้ในกลุ่มนั้น...

            วินด์วาร์ป!”

            เสียงของเน็กส์ดังมาจากทางกลุ่มนั้น

            วินาทีถัดมาเด็กชายกับคอมพิวเตอร์รวมทั้งร่างของกวินทร์ก็มาโผล่อยู่ด้านหลังกลุ่มของพวกเขา

            ใช่แล้ว ยังมีเน็กส์ที่มีสกิลเคลื่อนย้ายพริบตาอยู่ คนอื่นๆ ที่ออยู่อีกฟากก็เริ่มแยกย้ายกันวิ่งไปคนละทาง

            สถานการณ์เหมือนจะคลี่คลายลงแล้วแต่ก็ลืมนึกถึงไปเรื่องหนึ่ง...

            เมื่อม้าหมุนเริ่มเปล่งแสง

            เจ้านั่น

            รู้สึกสมเพชตัวเองที่ทำได้แค่สบถอย่างเจ็บใจ

            ...เพราะการต่อสู้กับปีศาจไม่สามารถนับเวลาดีเลย์ของท่าหลังจากใช้ได้พวกมันต่อสู้โดยไม่สนใจระบบของเกมโลกาวินาศจึงคาดเดาอะไรได้ยาก...

            นั่นจะเป็นข้อแก้ตัวที่ยอมรับได้รึเปล่า

            ถ้ามันระเบิดเอาตรงนี้ล่ะก็ถึงพวกเขาไม่ตายแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซากิริสิงอยู่ตอนนี้คงทนรับการโจมตีไม่ไหวแน่

            แสงสว่างเปล่งวาบจากม้าหมุนคืบหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว

            ฟูกับมิกซ์ขยับตัวไปช่วยกันแบกตัวกวินทร์แล้ว แต่ว่า

            ตอนนั้นเอง...

            ท่าฟันสี่ธาตุควอเท็ตแสลช!”

            กวินทร์กลับกระโดดตัดหน้าเขาไปพร้อมกับดาบคู่ที่อาบพลังของธาตุทั้งสี่ พอตวัดดาบคลื่นพลังที่อาบเอาไว้ก็ตัดแสงระเบิดและทำให้มันสลายไปได้เหมือนกับว่ามันจะมีคุณสมบัติเช่นนั้นหรือไม่ก็เป็นความสามารถเฉพาะตัวของกวินทร์อย่างเช่นการทำให้พลังในดาบกระจายตัวจนหักล้างแสงการโจมตีได้

            นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะครับ

            กวินทร์ที่ช่วยพวกเขาไว้ถาม


***แค่กๆๆ ไรท์ยังคงหวัดกินอย่างต่อเนื่อง TwT งือไม่ยอมหายซะทีเอาเป้นว่าไม่มีอะไรจะคุยช่วงท้ายตอนนี่แล้วงั้นเจอกันใหม่วันอังคารหน้านะคร้าบ ฮัดชิ้ว!!***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น