Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 130 : Login 127: ม้าหมุนแห่งความพินาศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ก.ค. 60

Login 127: ม้าหมุนแห่งความพินาศ

 



            พวกเขาผ่านประตูกั้นที่สี่ซึ่งเป็นบานสุดท้ายมาสุดท้ายด้วยพลังของราชครูมนุษย์ต่างดาว

            โซเดียมเตะประตูหินบานนั้นแตกกระจุยเหมือนเตะโฟมพลาสติก

            พอก้าวข้ามธรณีประตูไปความมืดมิดก็แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า

            ประตูหายไปพวกเขาถูกขังอยู่ในความมืด

            เวิ้งว้างว่างเปล่า ที่นี่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากความมืด

            แต่แล้วก็มีเสียงดังแว่วมา...

            ‘พวกเจ้ามาแล้วสินะ โถ โถ บุตรแห่งมนุษย์อยู่ที่นั่นไปตลอดกาลพวกเจ้าก็จะไม่ต้องทุกข์ทรมานแล้วแท้ๆ ต้องมาจบอย่างนี้หรือ’

            “นั่นแกหลบอยู่ที่ไหน แกเป็นใครกันแน่ ยฮวฮเหรอ!”

            อิงศรตะคอกใส่เสียงนั้นอย่างไม่เกรงกลัวแม้จะรู้สึกแปลกประหลาดที่พูดนามของพระเจ้าออกไปห้วนๆ

            แต่เขาก็ไม่ได้นับถืออะไรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

            ตั้งแต่โลกล่มสลายสัตว์เทวะก็เข่นฆ่ามนุษย์ไปมาก มนุษย์ต่างดาวเข้ามาปกครองมนุษย์

            เพื่อให้มีชีวิตรอดเขาจึงทำทุกอย่างแม้แต่ใช้ปีศาจเป็นเครื่องมือดังนั้นพระเจ้าที่กำลังเผชิญหน้าอยู่จึงไม่มีบุญคุณจะต้องให้ลำเลิกแต่อย่างใด

            ทันใดนั้น ที่กลางความมืดมิดก็ปรากฏจอกทองคำ

            รูปปั้นหินสีขาวของหญิงนักบุญกำลังอุ้มจอกศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีเด็กทารกนอนหลับอยู่ข้างใน

            ด้านล่างของรูปปั้นแตกเป็นแขนงเจ็ดแขนงเชื่อมกับรูปปั้นเทวทูตเจ็ดตนกำลังเป่าคันแตร

            รูปปั้นเหล่านั้นเปล่งแสงสว่างราวกับดวงอาทิตย์รวมถึงอุณหภูมิที่มันปล่อยออกมาก็ใกล้เคียงดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน

            นี่คือ ยฮวฮ อย่างนั้นเหรอ...

            “รูปปั้นที่เห็นเมื่อตอนนั้นนี่”

            ฟูที่ตะโกนมาช่วยยืนยันให้แล้ว

            “ฟู! มิกซ์! ส่งกวินทร์ให้ซากิริกับพลอยไปพวกเธอพาเด็กๆ ถอยออกไปก่อน”

            อิงศรสั่งจากนั้นก็ขึ้นลูกธนู

            ที่นี่ให้มีแค่เขา มิ่งขวัญ ฟู กับมิกซ์ แล้วก็ราชครูมนุษย์ต่างดาวที่ไม่รู้ว่าจะเชื่อใจได้ไหมแต่ตอนนี้ต้องการกำลังรบให้มากที่สุด...แค่ห้าคนนี้น่าจะจัดการได้

            “ให้ตายสิเดี๋ยวนี้กล้าปรามาสศัตรูได้ขนาดนี้เราทำตัวได้ใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ”

            คงเพราะตอนนี้มีเมอร์คาบาห์อยู่แล้วก็...   

            “พวกนายจากนี้ไปอย่าได้ประมาทเชียวล่ะถ้าจัดการเจ้านี่ได้พวกเราก็ได้ออกไปแล้ว”

            มีทุกคนอยู่

            ฟูกับมิกซ์กลับมารวมกลุ่มหลังจากพาคนอื่นถอยห่างไปแล้ว

            ‘เราคือยฮวฮ เราเป็นซึ่งเราเป็น... เป็นนิยามของความไร้ขีดจำกัดเป็นร่างจำแลงแห่งกฏเกณฑ์และความเป็นไป’

            เสียงดังออกมาจากจอก ไม่สิดังมาจากทารกที่หลับอยู่ในนั้น

            ถ้าเดากันตามหลักเกมแล้วบอสส่วนใหญ่น่าจะมีจุดอ่อนเป็นจุดที่มีการปกป้องมากที่สุดหรือก็คือทารกในจอกนั่นแหละที่เป็นจุดอ่อนหรืออาจจะเป็นร่างที่แท้จริง

            เพื่อจะยืนยันเรื่องนั้นอิงศรเปิดหน้าจอสื่อสารต่อสายไปหาซากิริซึ่งตอนนี้กำลังสังเกตมาจากที่ไกลๆ ด้วยแว่นตาปีศาจ

            “เจ้านี่มีจุดอ่อนไหม”

            ‘ไม่มี ตัวตนของมันอยู่เหนือตรรกะที่ลาพาสจะวิเคราะห์ออกมาได้อาจจะเป็นข่าวร้ายไปซักหน่อยแต่พวกเธอต้องหาทางกันเอาเองแล้วล่ะ’

            ที่หล่อนพูดมาก็คาดเดาได้ไม่ยากเพราะงั้นไม่ต้องมานั่งพะวงเรื่องแผนแล้วต่อสู้ไปตามที่เห็นก็พอ

            การต่อสู้เริ่มขึ้น...

            ด้วยความว่องไวยิ่งกว่าใครในที่นี้ราชครูมนุษย์ต่างดาวเป็นผู้ลงมือก่อน

            หล่อนกระโดดพุ่งตัวเข้าไปหารูปปั้นเทวดารูปหนึ่งในเจ็ดรูปแล้วถลุงหมัดไม่ยั้ง

            เทวรูปนั่นแหลกเป็นชิ้นในพริบตา

            ‘ทำไมถึงทำแบบนี้เราอยู่ข้างพวกเจ้าเสมอมาเจ้าสุขเราก็สุขด้วยเจ้าทุกข์เราก็เป็นทุกข์ด้วย’

            ปีศาจพูดมาแบบนั้นแล้วเทวรูปอีกหกตนก็หันคันแตรมาที่ราชครูมนุษย์ต่างดาวลำแสงมฤตยูพุ่งออกมาจากคันแตรพร้อมกับเสียงเป่า

            การโจมตีครั้งแรกราชครูสาวหลบได้หมดแต่ก็ทำให้การหลบในครั้งสุดท้ายไปหยุดอยู่ในท่าแอ่นตัวที่เป็นท่าเคลื่อนตายซึ่งเคลื่อนไหวต่อไปไม่ได้จนกว่าเปลี่ยนท่าแล้วปีศาจก็เหมือนจะเล็งตรงจุดนั้นพอดี

            เทวรูปหกตนเล็งโจมตีโดยปิดทางหนีของหล่อน

            “เซอร์เคิลสวิง” “เอ็กซีคิวช๊อต”

            เทวรูปตนหนึ่งถูกค้อนของฟูเป่าจนแหลกและอีกรูปถูกกระสุนของมิกซ์ฝังเข้าไปก่อนจากนั้นจึงระเบิดออกมาจากด้านใน

            เพราะมัวแต่เพ่งเล็งโซเดียมทำให้การตอบสนองต่อคนอื่นช้าลงไปหล่อนกลายเป็นแทงค์เกอร์หรือตัวล่อเป้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

            ที่จริงแล้วอิงศรก็เพียงแค่ใช้จังหวะที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญสั่งการพวกฟูไปแบบนั้นตัวเขาเองก็เข้าร่วมการโจมตีด้วย

            อิงศรชักดาบสั้นที่เอวมาขึ้นบนคันธนู

            “ไวลด์วูฟ!”

            พลางร่ายสกิลแล้วจึงปล่อยดาบออกไปดั่งลูกศร

            ดาบทะลวงเทวรูปตนหนึ่งร่างท่อนบนตกลงมากระแทกพื้นแล้วแตกกระจาย

            จากนั้นดาบก็ย้อนกลับมาในมือและมีพลังโจมตีเพิ่มสูงขึ้นน้ำหนักเพิ่มขึ้น สกิลที่เคยใช้ตอนเก็บเลเวลกับพวกมีนา ภายหลังถูกถอดออกไปเพราะเงื่อนไขที่จะเคลื่อนที่ไม่ได้ในระหว่างใช้งานรวมกับน้ำหนักของดาบที่ย้อนกลับมาทำให้โจมตีด้วยพลังทวีคูณได้ไม่กี่ครั้งจึงถูกตีตราว่าเป็นสกิลที่หนักเกินไป

            แต่ตอนนี้เขามีของช่วยสนับสนุนอย่างอาคานาร์เดอะเสตร็งค์ที่ได้มาจากตอนสู้กับเฟนริลที่รากอาคาชิกเรคคอร์ดพลังของมันทำให้สามารถใช้สกิลที่มีเงื่อนไขต้องหยุดอยู่กับที่สามารถเคลื่อนที่ในระหว่างใช้งานได้

            อิงศรเคลื่อนที่และยิงดาบออกไปด้วยกันอีกสามครั้งทำลายเทวรูปที่เหลือลงทั้งหมดทำให้การโจมตีที่พุ่งเป้าไปยังมนุษย์ต่างดาวหยุดลง

            ทว่า เขาเองก็ต้องหยุดการโจมตีลงเช่นกันเพราะน้ำหนักของดาบที่ย้อนกลับมาเป็นหนที่สี่มีน้ำหนักสิบหกเท่าของปกติทำให้การเคลื่อนที่ไปด้วยเป็นภาระเกินไปทั้งที่เคยแบกรับน้ำหนักของมันได้ถึงสิบเอ็ดครั้งในตอนที่ยืนนิ่ง

            อิงศรเกือบจะเสียหลักล้มคะมำจึงปล่อยมือจากดาบทำให้มันสูญเสียน้ำหนักกับพลังโจมตีไปเป็นอันสิ้นสุดการใช้สกิลแต่ว่า…

            “ตอนนี้แหละมันไม่มีอะไรคุ้มกันแล้ว!”

            พวกเขาก็สามารถเปิดช่องจู่โจมได้สำเร็จ

            โซเดียมบุกเข้าไปก่อน

            “เร้ดโซล!”

            หล่อนร่ายสกิลจากนั้นร่างกายก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีแดง เร้ดโซลหนึ่งในสกิลสามแม่สีของสายอาชีพโคลสเซอร์ที่ใช้เพื่อเพิ่มพลังพื้นฐานโดยสีแดงจะเพิ่มความเร็วกับพลังโจมตี

            หมัดของโซเดียมพุ่งใส่เด็กในจอกแต่กลับไปไม่ถึงมันถูกสะท้อนออกมาด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น

             แต่การโจมตีก็ใช่ว่าจะสูญเปล่าเพราะบริเวณจอกเกิดรอยร้าวขึ้น

            บางทีอาจจะต้องทำลายจอกก่อน…อิงศรตั้งสมมติฐานไว้แบบนั้นแล้วสอดมือเข้าดึงยันต์ออกมาจากแขนเสื้อด้วยกันสี่แผ่นพลางก้มเก็บดาบ

            “วินด์ช็อค”

             แล้วร่ายสกิลที่ทำให้ได้รับยูนิทเมื่อใช้สกิลตามธาตุ จะยิงมันด้วยสกิลธนูทั้งสี่ธาตุจากนั้นก็ปิดด้วยไม้ตาย

            ระหว่างนี้เองเศษหินเศษชิ้นส่วนของพวกรูปปั้นที่พังไปก็ลอยกลับมารวมตัวคืนสภาพอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

            “อะ..เฮ้ย นี่มันคืนชีพได้ด้วยเรอะ!”

            ฟูเบ้หน้าสบถด้วยสายตาไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

            คืนชีพเหรอ…แต่รอยร้าวบนจอกยังคงไม่หายไป

            “หมายความว่าไอ้นั่นเป็นร่างจริงสินะ เทคนิคัลเวพ่อน”

            อิงศรพูดแล้วเปลี่ยนคันธนูเป็นหน้าไม้จากนั้นก็เล็งไปที่จอกพร้อมร่ายสกิลอย่างต่อเนื่อง

            “มาร์สไตรค์”

            ลูกดอกเพลิงพุ่งออกไปและได้รับยูนิทสีแดง

            “วินด์ช็อค”

            ร่ายสกิลเพื่อให้ได้รับยูนิทอีกครั้ง ยันต์ใบหนึ่งในมือจากสามใบที่เหลือส่งเสียงดังฟุ่บและหายไป

            “จูปิเตอร์สไตรค์”

            “วินด์ช็อค”

            “เมอคิวรี่สไตรค์”

            มาถึงตรงนี้ก็ได้ยูนิทมาสามสีแล้ว ลูกดอก ไฟ สายฟ้าและสายน้ำ มุ่งตรงเข้าไปหาจอก

            เสียงระเบิดดังกึกก้องลูกดอกทั้งหมดระเบิดทันทีที่เข้าเป้าจนเกิดหมอกจากสายน้ำที่เย็นจัดทำปฏิกิริยากับเพลิงและสายฟ้า

            “วินด์ช็อค”

            ยันต์แผ่นสุดทายหายไป อิงศรเล็งหน้าไปยังจุดที่กลุ่มควันจับตัวกันหนาแน่นตรงนั้นคือจุดที่จอกตั้งอยู่ในอ้อมกอดของรูปปั้นนักบวช

            “วีนัสสไตรค์”

            แล้วร่ายสกิลพร้อมกับลั่นไกหน้าไม้ยิงลูกดอกสุดท้ายออกไป

 

[Venus Strike Lv(1/4)

Element: Earth

Attribute: Projectile, Technical, Special Attack

(Cast Cost) 'ยันต์อาคม' 1 แผ่น , ร่าย 'จงงอกเงยงดงามดาวปฐพี'; สร้างความเสียหายรุนแรงแก่เป้าหมายและมีโอกาส 30% ที่จะลดความเร็วในการเคลื่อนที่ลง]

 

            ลูกดอกระเบิดออกทันทีที่วิ่งไปได้ครึ่งทางและปลดปล่อยแท่งศิลาเรียวมีปลายแหลมคมเหมือนตะปู

            ตะปูผลุบหายเข้าไปในหมอกควันนั่นต่อมาก็มีเสียงตอกดังฉึกตามด้วยเสียงเหมือนแก้วแตกดังเพล้ง พอควันจางหายไปก็เผยให้ร่างของทารกถูกตะปูไม้เสียบทะลุลำตัวปักคาอกรูปปั้นนักบุญ

            “จบแล้วเหรอ”

            อิงศรพูด

            แต่การคาดเดานั้นผิดไปถนัด รูปปั้นนักบุญเริ่มสั่นไหว เคลื่อนตัวโยกเยกไปมา...

            ตูม!!

            เสียงระเบิดดังกัมปนาท รูปปั้นระเบิดและปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้า

            แสงสว่างไม่เพียงหยุดอยู่แค่จุดที่มันระเบิดแต่ค่อยๆ แผ่รัศมีกลืนกินพื้นที่โดยรอบออกมา

            พริบตาเดียวเขากับอีกสี่คนที่อยู่ตรงนี้ก็ถูกกลืนเข้าไปข้างใน

            ร้อน

            ร้อนมาก

            ราวกับถูกเผาอยู่ในเตาเลือดแทบจะเดือดเป็นฟองถ้าเป็นมนุษย์ปกติธรรมดาไม่มีทางทนไหวแน่

            แต่เขา...พวกเขาก็รอดมาได้

            แสงสว่างหายไป ไม่มีแรงของการระเบิดตามมา

            นั่นเป็นแค่การโจมตีด้วยแสงที่ร้อนเป็นพิเศษเท่านั้นเองเหรอ

            อิงศรสำรวจพลังชีวิตของทุกคน

 

อิงศร Lv.90 [///..3600:10320…..]

มิ่งขวัญ Lv.99 [////.9800:20000…..]

ฟู Lv.80 [////.5902:11000…..]

มิกซ์ Lv.65 [//…2000:6390…..]

Sodium Lv.144 [/////38000:49500//…]

 

            มีแค่พวกเขาห้าคนที่อยู่แนวหน้าเท่านั้นที่พลังชีวิตลดลงไป

            มิ่งขวัญกับราชครูมนุษย์ต่างดาวดูไม่ค่อยเจ็บปวดกันซักเท่าไรทั้งที่พลังชีวิตลดลงเกินครึ่ง กลับกันฟูและมิกซ์รวมถึงเขามีอาการเหนื่อยหอบ

            อาการขาดน้ำจากการถูกความร้อนแผดเผาช่วงชิงกำลังวังชาไปแทบทั้งหมด

            ตอนนั้นเองที่เห็นทางฝั่งพลอยมีการเคลื่อนไหว

            “นิวใช้พลังชีวิตของพี่เลย”

            เด็กสาวสั่งเช่นนั้น

            สั่งให้น้องสาวคนเล็กใช้พลังชีวิตของเธอเพื่อทำอะไรบางอย่างแต่ใบหน้าของนิวต่อต้านคำสั่งนั้น

            เห็นชัดว่าเธอไม่อยากทำแต่สายตาของพลอยก็เหมือนจะรบเร้าจนน้องเล็กยอมตามที่เธอขอ

            “พับเพ็ทแดนซ์”

            นิวกล่าวคำร่ายสกิลทั้งที่ไม่เต็มใจ มีเส้นด้ายผลุบออกมาจากปลายนิ้วพุ่งเข้าไปมัดตามแขนขาของพลอย

 

 [Puppet Dance Lv(2/2)

Element: -

Attribute: Domination, Target Ally

ร่ายใส่พวกเดียวกันเท่านั้น (Party) สูงสุดสองเป้าหมายชักเชิดวิญญาณ ตุ๊กตาเริงระบำ ผู้ถูกเชิดการเคลื่อนไหวจะเป็นไปดั่งใจนึกเหนือล้ำและยอดเยี่ยมกว่าปกติ เพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่และความคล่องตัว 30%]

 

            พอนิ้วของเด็กสาวขยับไปเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจแขนของพลอยขยับหงึกๆ หงักๆ

            หล่อนกำลังถูกเชิดแต่นิวไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น นี่ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง

            “ซิลูเอ็ดแดนซ์”

            นิวร่ายสกิลอีกครั้งแล้วกระตุกด้ายดึงเงาออกมาจากร่างของพลอย

 

[Silhouette Dance Lv(2/2)

Element: -

Attribute: Domination, Target Ally, Creature

สร้างตุ๊กตาเงามาเป็นลูกสมุนโดยดึงเอาพลังชีวิต  10% ของเป้าหมายที่ถูก Puppet Dance มาเป็นพลังชีวิตของลูกสมุน เวลาในการคงอยู่ 180 วินาที]

 

            ด้วยเหตุนั้นพลังชีวิตของพลอย...

            “อึก”

            จึงลดลง

 

พลอย Lv.70

[/////6876:7540////.]

 

            แต่พลอยไม่ยอมชะงักไปกับความเจ็บปวดหล่อนทำให้ไม้คฑาเปล่งแสง

            “เทคนิคัลเวพ่อนเพิร์กเรเควี่ยม!”

            แล้วเปลี่ยนมันเป็นดาบบรอดซอร์ด ปักมันลงกับพื้นที่ดำสนิทจนไม่รู้ว่าดาบนั้นทิ่มทะลุลงไปใต้ดินหรือว่าแค่ลอยอยู่ท่ามกลางความว่างที่เท้าของพวกตนเหยียบอยู่กันแน่

            พลอยดึงดาบแล้วตวัดฟันใส่เงาของเธอที่นิวดึงออกมา

            “ดาร์คแซคริไฟซ์”

            เงาขาดเป็นสองท่อนและแปรสภาพเป็นยูนิทสีดำลอยมาวนรอบตัวดาบ

 

[Dark Sacrifice Lv(1/1)

Element: Dark

Attribute: Charge, Technical, Awakening

(Cast Cost) สังเวย 1 ชีวิต; บูชายัญเพื่อความมืด ได้รับ  Awakening Black Unit 4 หน่วย]

 

            “นิวพี่ฝากขวัญด้วย”

            “ค่ะ!”

            นิวตอบรับคำขอร้องนั้นอย่างเต็มใจต่างจากตอนแรกเพราะคราวนี้เป็นหน้าที่ที่เธอจะได้ช่วยเหลืออย่างแท้จริงโดยที่ไม่ต้องทำให้ครอบครัวเจ็บปวด

            เป็นไปตามแผนที่ตกลงกันไว้ตอนที่พักกันระหว่างทางก่อนหน้าจะเข้ามาที่นี่เนื่องจากสกิลฟื้นฟูพลังที่ได้จากไอเทมพิเศษซึ่งอวโลกิตะมอบให้พลอยสะดวกต่อการฟื้นฟูพลังเป็นอย่างมากแต่ก็มีเงื่อนไขจุกจิกหลายอย่างและหนึ่งในนั้นคือการที่สกิลส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนกับธาตุแสงซึ่งเป็นธาตุหลักของมิ่งขวัญด้วยเหตุนนี้เองจึงต้องให้นิวที่บิลด์จากสเปลเลอร์เป็นมาริโอเน็ตต้าเข้ามาช่วย

            ด้วยสกิล…

            “ทริคกี้เอเลเมนท์!”

            นิวร่ายสกิลโดยเปิดหน้าจอแสดงรายชื่อคนในปาร์ตี้แล้วแตะนิ้วลงบนชื่อของมิ่งขวัญ แค่นั้นก็เป็นการเลือกเป้าหมายสกิลไปในตัว

 

[Tricky Element Lv(1/1)

Element: -

Attribute: Trick, Support

เพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เป้าหมายของสกิลนี้จะได้รับผลจากเงื่อนไขเกี่ยวกับธาตุจะไม่ได้รับผลของมัน]

 

            ด้วยการใช้ทริคกี้เอเลเมนท์ที่มีผลหักล้างเงื่อนไขที่เกี่ยวกับธาตุของสกิลได้

            “จ่ายหนึ่งยูนิทดาร์คฮีล!”

            พลอยร่ายสกิลออกมา

            ดาร์คฮีลซึ่งเคยใช้ทำร้ายมิ่งขวัญตอนนี้จะกลายเป็นสกิลฟื้นฟูปกติไป มิหนำซ้ำ…

            ออร่าสีดำแผ่พุ่งปกคลุมอาณาบริเวณโดยรอบ ฟื้นฟูบาดแผลกับพลังชีวิตให้และทำร้าย ยฮวฮ ที่เป็นธาตุแสงตามข้อมูลที่ได้รับจากซากิริ แต่ว่า…

            “ไอ้เจ้านั่นไม่ใช่ว่ามันเสร็จไปแล้วหรอกเรอะ”

            อิงศรพูดขณะที่สายตาก็จ้องมองปีศาจตนนั้นอย่างเหลือเชื่อ

            ทั้งรูปปั้นทั้งจอกคืนสภาพอย่างสมบูรณ์หลังจากระเบิดคราวนั้นและเพิ่งจะถูกออร่าทมิฬของพลอยเล่นงานไปทำให้มีคราบเขม่ากับรอยไหม้จารึกอยู่ตามจุดต่างๆ

            ส่วนโครงที่เชื่อมต่อนักบุญหญิงกับเทวทูตทั้งเจ็ดเริ่มขยับเคลื่อนไหว เสียงโลหะเสียดสีกันส่งเสียงดังเอี้ยดอ้าด

            ราวกับม้าหมุน เทวรูปขยับไปแบบนั้น

            หมุนวนรอบนักบุญ หมุนรอบจอกศักดิ์สิทธิ์

            เป่าคันแตรบรรเลงบทเพลงแห่งความวินาศ

            ลำแสงพุ่งจากคันแตรตามจังหวะทำนองเพลงทำให้การหลบหลีกยากลำบากขึ้นไปอีกแต่ม้าหมุนนรกเพิ่งจะเริ่มสำแดงอำนาจเท่านั้น

            เมื่อม้าหมุนขยับรุดหน้าขึ้นมาลำแสงของมันก็ตกไปกระทบถึงแนวหลังเฉียดซากิริไปเพียงไม่กี่เซนฯ

            “เกือบไปแฮะแค่ถากๆ หรอกเหรอ”

            หล่อนพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน

            มิกซ์ไล่ตามม้าหมุนไป

            “พาวเวอร์ช็อต”

            เขาร่ายสกิลแล้วเล็งปืน อนุภาคแสงกลั่นตัวจากอากาศมารวมที่ปากกระบอกพอเหนี่ยวไกก็ยิงเป็นกระสุนอัดอนุภาค

            กระสุนปะทะเข้ากับเทวรูปตนหนึ่ง เกิดระเบิดขึ้น เทวรูปแตกเป็นเสี่ยง

            มิกซ์โจมตีอย่างต่อเนื่องพยายามปกป้องครอบครัวด้วยพลังของตัวเอง

            เด็กหนุ่มสอดนิ้วลงไปในไกปืนแล้วควงมันไว้เหนือศีรษะพร้อมกับกระโดดขึ้นไปอยู่เหนือม้าหมุน

            “เดสเพอราโด้!”

            ปืนที่ควงอย่างเร็วๆ กลายเป็นปืนกลสาดกระสุนออกไปรอบตัว จึงเป็นสาเหตุที่เขาต้องโดเข้ากลางวงศัตรูแบบนี้ไม่อย่างนั้นกระสุนจะลอยไปหาพวกเดียวกันได้

            แต่ห่ากระสุนเหล่านั้นทำได้แค่สร้างรอยถลอกกับรูพรุนบนรูปปั้นเท่านั้นไม่ได้หยุดการโจมตีของพวกมัน

            ก่อนจะตกลงไปในวงล้อมของม้าหมุนเด็กหนุ่มก็ใช้พลังของปีศาจในร่างกางปีกออก

            โบยบินอยู่เหนือศัตรูด้วยปีกของแวมไพร์พลางเล็งปืนหมายจะบุกโจมตีต่อเพราะไม่อย่างนั้นก็หยุดการโจมตีของยฮวฮไม่ได้พวกพลอยก็จะมีอันตรายไปด้วย…มิกซ์ที่คิดแบบนั้นรวบรวมสมาธิจดจ่อกับการโจมตีให้ได้ผลที่สุดจนกระทั่งลืมระแวดระวังภัยรอบตัวไป

            เทวรูปตนหนึ่งหันมาทางเขาและยิงแสงตัดทะลุปีกทำให้เสียสมดุลกลางอากาศ

            พอตกลงมาก็ถูกก้านโครงที่เชื่อมเทวรูปซึ่งกำลังหมุนด้วยความเร็วสูงอัดซ้ำ

            “อั่ก”

            มิกซ์ตัวลอยกระเด็นออกมา ลำตัวคู้งอ ซี่โครงที่ถูกฟาดเหมือนจะยุบลงไปกระดูกคงจะแตกละเอียด

            “มิกซ์!”

            จู่ๆ ฟูก็กระโดดเข้ามารับตัวเขาไว้จากนั้นมิ่งขวัญกับราชครูมนุษย์ต่างดาวก็วิ่งแซงหน้าไป

            “บริโอแน็ก!”

            มิ่งขวัญร่ายสกิลพร้อมกับตวัดเรเปียขึ้นไป แสงของรอยัลเซเบอร์ที่ห้อมล้อมใบดาบขยายตัวสูงเสียดฟ้า

            “โพไซดอนสแต็ป!”

            โซเดียมตั้งท่าร่างด้วยการทำมือทั้งสองข้างเป็นดาบแล้วรุกประชิดจนเข้าไปอยู่ตรงซี่ระหว่างก้านโครงแต่ละอัน

            ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาแค่เสี้ยววินาที

            มิ่งขวัญเปลี่ยนมาจับดาบด้วยสองมือแล้วดึงหอกแห่งแสงฟาดลงมา

            รอบสันมือของโซเดียมมีสายน้ำก่อตัวห้อมล้อมกลายเป็นสามง่ามหล่อนใช้มือสามง่ามแทงทะลวงใส่โครงที่ยึดเทวรูปทำให้พวกมันถูกเหวี่ยงกระเด็นไปตามแรงเฉื่อยแล้วจึงกระโดถอยฉากออกมาก่อนที่มิ่งขวัญจะลงดาบ

            หอกแห่งแสงฟาดผ่านกลางกระหม่อนของรูปปั้นนักบุญลากผ่านจอกศักดิ์สิทธิ์แล้วผ่ามันไปพร้อมกับทารกปีศาจในนั้น

            ม้าหมุนแยกออกเป็นสองเสี่ยงแต่ยังเคลื่อนที่ต่อไปในสภาพโงนเงน

            ตอนนั้นเอง อิงศรที่ตามมาทีหลังก็มาถึงระยะยิง

            เขายกหน้าไม้ขึ้นเล็งและให้ยูนิทสี่สีไหลเข้าไปข้างใน

            “จบกันแค่นี้แหละยฮวฮ”

            มิติท่าไม้ตายแผ่อาณาบริเวณปกคลุมโดยรอบทั้งหมดหยุดเวลาและการเคลื่อนไหวของทุกสรรพสิ่งในอาณาเขต

            เครื่องทำสวนรูปม้าวิ่งออกมาจากความเวิ้งว้างของอวกาศทิ้งรถเทียมติดตั้งเครื่องยิงหลาวไว้

            “บัลลิสต้า…”

            อิงศรเหนี่ยวไกหน้าไม้เป็นคำสั่งให้เครื่องยิงหลาวเล็งไปที่ม้าหมุน

            หลาวธนูบนรถเริ่มสั่นสะเทือนและลุกเป็นไฟ

            “พันนิชเชอร์!”

            หลาวเพลิงยิงผ่าลงมาตรงใจกลางระหว่างซีกทั้งสองของม้าหมุนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น

            บัลลิสต้าพันนิชเชอร์เป็นไม้ตายที่หลบหรือลดทอนความเสียหายไม่ได้ยฮวฮน่าจะตายในการโจมตีนี้หรือไม่ก็บาดเจ็บเจียนตายอยู่บ้าง…

            “นี่มันอะไรกันเนี่ย!

            อิงศรพูดสบถใส่ปีศาจม้าหมุนที่ไม่รู้จักตายนั่นเมื่อควันจากระเบิดจางหายไปหมดร่างสมบูรณ์ไร้รอยแผลของมันก็ปรากฏขึ้นอีกราวกับมีเครื่องใหม่ถูกส่งมาแทนที่อย่างไรอย่างนั้น

            สถานการณ์กำลังดำเนินไปในทางที่สิ้นหวังเพราะการโจมตีไม่ได้ผล

            แต่ซากิริไม่ได้คิดเช่นนั้น หล่อนเข้าใจดีว่าการโจมตีเมื่อครู่ระดับพอๆ กับการต่อสู้กับเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธ์ในสงครามเมื่อพันปีก่อนไม่มีทางที่เหนือหัวจะทนรับการโจมตีนั้นได้อย่างไร้รอยขีดข่วน

            “หรือว่านี่…”


***แค่กๆๆ ซื้ด~~~ แค่กๆๆ อย่างที่เห็นกันฮะไรท์gibj,ไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์แย้ว (@w@) จนวันนี้อัพเสร็จยังมึนหัวๆ อยู่เลยน้ำมูกไม่ยอมหายด้วย (=T= ) เมื่อวานก็เบลอปั่นตาหลีตาเหลือเพราะนึกว่าวันอัพมานึกเอาได้ตอนกำลังจะซับมิทตอนนี้ไปแบบไม่มีรายละเอียดสกิลเพราะเขียนไม่ทันเลยหยุดไปเขียนรายละเอียดเพิ่มแล้วเอามาลงตามวันที่ในวันนี้แทนครับ Act YHVH นี่คาดว่าอทิตย์หน้าจะจบพอดีช่วงนี้พยายามเร่งเนื้อเรื่องจากช่วงที่หลุดพล็อตไปอาจจะห้วนๆ ไปบ้างไว้เขียนจบแล้วจะมาไล่รีไรท์เอาอีกที(งานช้างเอราวัณล่ะงานนี้ TwT)***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #129 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:34
    อื้อหือ ไรต์ตัดได้ค้างมากจริงๆ - -*
    #129
    3
    • #129-2 raigeki(จากตอนที่ 130)
      12 กรกฎาคม 2560 / 21:38
      ค้างกว่านี้ก็สไปเดอร์แมนเเล้ว
      #129-2
    • #129-3 R@ji(จากตอนที่ 130)
      12 กรกฎาคม 2560 / 23:26
      ค้างคา...ค้างคาวจินะ! นั่นมันแบทแมน!! ตรึกโป๊ะ!
      #129-3