Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 129 : Login 126: ประตูสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 ก.ค. 60

Login 126: ประตูสุดท้าย

 

            หลายปีก่อนโลกจะล่มสลาย

            ช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่ถูกทดสอบโดยผู้ควบคุม

            แต่ซากิริ อามาเนะ ก็ถูกทดสอบโดยโชคชะตา

            “โทโมโกะ! เป็นอะไรน่ะตื่นสิโทโมโกะ!

            สถานที่คือในญี่ปุ่น ภายในห้องคอนโดที่ซากิริ อามาเตะก่อนจะเป็นนักวิจัยให้กับเมตไตรยซื้อเอาไว้อยู่อาศัยกับลูกสาวสองคน

            สามีของหล่อนแยกทางกันด้วยเหตุผลด้านจริตของความรักที่ไปด้วยกันไม่ได้

            ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหล่อนถึงได้พึ่งพาการเข้าลัทธิประหลาดเพื่อเยียวยาจิตใจ หนักข้อเข้าหล่อนก็ลืมตัวไปแล้วว่าอะไรที่ควรทำหรือไม่ควร ลืมกระทั่งว่าลูกสาวต้องการอะไร

            หล่อนไม่ได้อยู่ดูแลลูกเพราะเอาแต่เข้าลัทธิประหลาดบูชาพระเทียมเท็จเพื่อให้สมหวังเพื่อให้จิตใจอันบอบช้ำได้รับการปลอบประโลมอย่างปลอมๆ

            ‘แต่เราเองก็คงต่อว่าไม่ได้เต็มปาก เพราะตลอดพันปีมานี่ก็ใช้วิธีนั้นเพื่อหลอกให้มนุษย์มาสวามิภักดิ์ไปมากเหมือนกัน

            ซาคคิเอลในเวลานั้นมองหาร่างที่จะสถิตต่อไปหลังจากกายเนื้อคนก่อนหมดสิ้นอายุขัยก็ได้มาเจอกับ ซากิริ อามาเนะ

            หล่อนฆ่าตัวตายหลังจากปล่อยลูกสาวที่ยังเล็กให้กินยาเบื่อหนูเข้าไป เพราะหล่อนเอาแต่เข้าลัทธิประหลาดจนลืมว่าลูกตัวเองยังรอกินข้าวอยู่ที่บ้าน

            เด็กที่หิวโซรอมารดาจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วก็บังเอิญไปหยิบขวดยามากิน

            พอหล่อนกลับมาบ้านก็ทำใจกับการตายของลูกไม่ได้และจบชีวิตตัวเอง

            เป็นการใช้ชีวิตได้อย่างโง่เขลาเหลือเกิน

            คล้ายกับอับราฮัมที่ศรัทธาในเหนือหัวของเราจนยอมสังเวยบุตร

            นับแต่วันนั้นมา ซากิริ อามาเนะ ก็กลายเป็นซาคคิเอลและทำงานให้กับเมตไตรยจนกระทั่งโลกดำเนินไปถึงจุดจบ

 

            “…”

            จู่ๆ ก็นึกถึงความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างขึ้นมาจะว่าเป็นฝีมือของเหนือหัวก็ไม่น่าจะใช่เพราะไม่มีใครรู้สึกตัว ที่จริงการโจมตีด้วยภาพฉายสงบลงไปซักพักแล้ว

            ตอนนี้คณะเดินทางที่นำโดยบุตรแห่งมนุษย์ที่มีฟันเฟืองย่างเท้าเข้าสู่สถานที่อันคุ้นเคยในสมัยที่เหนือหัวยังทรงอำนาจและปกครองมนุษย์

            สถานที่ซึ่งมีแต่แสงสว่าง ขั้นบันไดทอดตัวสูงอย่างไม่รู้จบขวางกั้นด้วยบานประตูหินสีขาวที่นี่เมื่อครั้งอดีตมันเป็นเส้นทางที่ใช้ขึ้นไปเข้าเฝ้าเหนือหัวที่บัลลังก์ดังนั้นแต่ละบานประตูจะมียามเฝ้าอยู่เป็นพวกเทวทูต

            แต่ทว่า

            ณ บานประตูที่หนึ่งกลับไม่มีใครหรืออะไรรออยู่เลยมีแต่ความว่างเปล่า

            อิงศรซึ่งอยู่หัวแถวหันกลับมาถาม

            ต้องทำยังไงกับประตูนี่ดี

            เปิดมันสิ

            พอตอบไปแบบนั้นเด็กหนุ่มก็หันกลับแล้วเดินไปผลักบานประตูที่ทำจากหินแต่ก็ดูจะหนักมากจนขยับไม่ไหว ประตูไม่แง้มออกเลยแม้แต่น้อย

            ทำลายได้รึเปล่า”         

            อิงศรส่งเสียงถามโดยไม่หันมา

            อืม ก็เอาสิเพราะว่ามันก็เป็นแค่ประตูธรรมดาๆ น่ะ

            ในอดีตมันเคยเป็นอย่างนั้นปกติแล้วจะให้ยามเฝ้าเป็นผู้เปิด

            พวกเด็กๆ ที่อยู่แถวเริ่มโจมตีประตูด้วยสกิล เสียงระเบิดดังสนั่นแล้วบานประตูก็ถล่มลง

            ในตอนนั้นเอง...

            ถอยกลับไปเสีย! เจ้าพวกที่ปฏิเสธประสงค์แห่งพระเป็นเจ้าพวกเจ้ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการทำลายล้างมีเพียงเส้นทางอันทุกข์ทรมานเท่านั้นที่รออยู่ข้างหน้าเจ้า

            ก็มีเสียงข่มขู่ดังแว่วมา

            น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจแต่กลับแฝงความหวาดกลัวไว้

            จะว่านั่นเป็นเสียงของเหนือหัวตัวจริงก็ได้มันค่อนข้างคล้ายกันมากแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในสถานการณ์เช่นนี้เหนือหัวจะหวาดกลัวกับอีแค่บุตรแห่งมนุษย์ที่มีความทะเยอทะยานเหล่านี้จริงๆ หรือ?

            คำตอบนั่นคงจะได้รู้เมื่อไปถึงบัลลังก์สวรรค์ที่อยู่ปลายสุดของขั้นบันไดนี้

            คำขู่เรอะ ไม่ต้องไปฟังมันพวกเราเดินหน้าต่อไปเลย

            ด้วยคำสั่งของอิงศรก็ทำให้กองกำลังเริ่มฮึดขึ้นมาโดยเฉพาะเด็หนุ่มชาวต่างชาติเส้นผมสีทองที่ชื่อมิกซ์กับเพื่อนเด็กหนุ่มที่ดูห้าวหาญที่ชื่อฟู สองคนนั้นฮึกเหิมกว่าใคร

            จากนั้นกลุ่มก็เริ่มขยับไปข้างหน้า

            เร็วขึ้น เร็วขึ้น พวกเขาวิ่งขึ้นบันไดไปด้วยใจที่พร้อมจะต่อสู้ตัดสิน

            พอถึงบานประตูที่สองเสียงของเหนือหัวก็ดังขึ้นอีก

            พวกเจ้ากำลังถูกปีศาจล่อลวงให้มาที่นี่ เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าจนถึงตอนนี้ กลับไปซะแล้วเราจะให้อภัยไม่ถือโทษในการล่วงเกินของเจ้า...

            แต่ไม่มีใครฟังคำพูดนั้น ดาบของมนุษย์ต่างดาวที่เป็นน้องชายของอิงศรแล่นไปที่ประตู

            ใบดาบถูกอาบไว้ด้วยแสงสว่าง รอยัลเซเบอร์

            บริโอแน็ก!!”

            เสียงร่ายสกิลดังตามมาหลังจากนั้นประตูก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนแล้วเอนตกจากเส้นทางลงไปยังท้องฟ้าที่ไร้ก้น

            พวกเขาผ่านไปถึงประตูที่สามแล้วคำเตือนก็ดังมาอีก

            เจ้าไม่เข้าใจหรืออย่างไร ทุกสรรพสิ่งล้วนมีตัวตนเพราะเราเป็นผู้สร้างมันทำลายเราเท่ากับเจ้าทำลายตัวเอง เราขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายจงกลับไปซะ

            ถ้าอยากให้กลับก็ส่งพวกเรากลับไปเซ่!”

            ฟูตะหวาดขึ้นใส่เสียงนั่นแล้วก้าวล้ำคนอื่นออกไปข้างหน้าโดยปล่อยให้มิกซ์แบกกวินทร์ไว้คนเดียว

            เด็กหนุ่มพุ่งตัวไปถึงประตูจากนั้นก็หวดค้อนทุบบานประตูปลิวกระเด็นไปทั้งซุ้ม

            ประตูแหลกละเอียดในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            ทุกคนวิ่งต่อเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            พอจะก้าวเท้าตามไปก็มีเด็กคนหนึ่งหยุดวิ่ง เป็นเด็กชายตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม

            เธอจึงหยุดดูแล้วถามอาการ

            เฮ้ๆ เป็นอะไรไปน่ะไหวรึเปล่า

            เด็กชายท่าทางเหนื่อยแล้วยังหอบหายใจเป็นพักๆ เท่าที่สังเกตุสาเหตุของความเหนื่อยล้าที่เร็วกว่าปกติก็มาจากการที่เด็กชายฝืนเร่งฝีเท้าตัวเองไล่ตามพวกเด็กโตทั้งที่ถูกกำชับว่าให้อยู่ข้างหลังแต่ตลอดระยะทางที่ผ่านมาก็เอาแต่วิ่งตามโดยปริปากบอก

            เน็กส์เป็นอะไรน่ะ

            นิวส์เด็กหญิงที่เดินรั้งท้ายร่วมกับเธอเดินเข้าไปหาแต่ก็ทำอะไรไม่ถูก

            “…”

            ไม่มีใครถอยลงมาดูเลย เพราะไม่รู้ตัวเหรอหรือว่า...

            ตอนที่กำลังจะคิดว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์นี่มันช่างเบาบางเสียเหลือเกินเด็กสาวที่ชื่อพลอยก็เดินกลับลงมา

            เน็กส์ เป็นอะไรไหมหรือว่าเหนื่อย

            เด็กสาววิ่งหน้าตื่นลงมาถึงก็จับที่แขนทั้งสองข้างของเด็กชายประคองตัวเขาไว้

            สีหน้าของเน็กส์ไม่ค่อยดีนัก แค่ดูก็รู้ว่ากำลังฝืนความเหนื่อยล้า

            แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกัดฟันพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เหนื่อยนิดหน่อยน่ะครับผมยังไหวฮะพี่พลอยไม่ต้องห่วง

            แล้วเดินอ้อมพลอยไปแต่กลับเดินโซเซ จนพลอยต้องจับตัวเอาไว้

            ไม่ได้หรอกเดินเซซะขนาดนั้นน่ะพักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ

            แต่เด็กชายกลับพูดโดยไม่สนใจตัวเอง

            ไม่ได้...ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วง...พวกพี่...

            น่าจะอายุได้สิบขวบแต่ความต้องการอยากให้เป็นที่ยอมรับก็แรงกล้าตั้งแต่ตัวเท่านี้

            ทั้งที่อ่อนแอแท้ๆ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย

            เอ้า พอแค่นั้นแหละ

            ซากิริพูดแล้วเดินเข้าไปจับไหล่ของเด็กชายบังคับกดให้นั่งลง

            สภาพแบบนั้นมีแต่จะไปเกะกะคนอื่นเขาเปล่าๆ

            พอถูกเธอจับตัวไว้เด็กชายก็ไม่ได้ขัดขืนแต่ยอมนั่งลงโดยดี คงจะถึงขีดจำกัด

            แต่ปากก็ยังพูดอยู่ว่าอยากจะทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับของพวกเด็กโตอยากจะ...

            ผมอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์

            ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง

            เด็กชายเงยหน้าขึ้นมอง

            หน้าที่...

            ก่อนจะออกกันมาเนี่ยโชเน็น...

            ซากิริหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเพราะพวกที่เดินหน้ากันไม่รู้เรื่องเพิ่งจะเดินย้อนกลับมา จากนั้นจึงเริ่มพูดต่อ

            อิงศรก็จัดแถวให้แต่ละคนไว้แล้วนี่เธอน่ะต้องอยู่ข้างหลังนะ

            แต่ว่าผม...

            พอได้ยินที่เธอพูดรอบดวงตาของเด็กชายก็มีน้ำซึมออกมาเล็กน้อย แค่เกือบจะร้องไห้

            เพราะเจ็บใจที่ตัวเองจะกลายเป็นตัวถ่วงอย่างนั้นล่ะมั้ง

            ถึงอยู่ข้างหลังก็ช่วยคนข้างหน้าได้นะดูอย่างฉันสิทั้งที่เลเวลน้อยกว่าเธอแต่อิงศรยังต้องพึ่งพาฉันบ่อยๆ เลย

            ก็คุณน้าโตแล้วนี่ครับถึงทำได้

            เด็กชายตัดพ้อมาอย่างนั้น เพราะอายุคือตัวกำหนดหน้าที่ความคิดแบบเด็กๆ นั่นยังมีอยู่ในร่างกระจ้อยนี้สินะ

            เพราะงั้นไงถึงบอกว่าเธอจะต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเองก่อนคนเราต่างก็มีหน้าที่แตกต่างกันไปถ้าแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองแบบนั้นก็จะทำให้กลุ่มขยับไปข้างหน้าได้เธอยังเด็กและอ่อนแอทุกคนถึงได้เป็นห่วงและอยากให้เธออยู่ในที่ๆ พวกเขาสามารถปกป้องเธอได้แต่ว่าเธอก็มีพลังที่จะต่อสู้จากระยะไกลได้นี่หน้าที่ของเธอคือการสนับสนุนคนที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่หรือไง

            พูดจบพวกข้างบนก็ลงมาถึงพอดี อิงศรเดินเข้ามาหาเด็กชาย

            เขาก้มตัวลงเอาหลังแนบหน้าผากเด็กชายแล้วพูดด้วยความเป็นห่วง

            ตัวก็ไม่ร้อนนี่ปวดหัวรึเปล่าเหนื่อยไหม

            เน็กส์ส่ายหัวและพยายามอย่างมากที่จะทำสีหน้าที่อ่อนล้าให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้ทุกคนเป็นห่วง

            ช่างเป็นเด็กที่หัวแข็งอะไรอย่างนี้นะ

            นี่เราพักกันซักแปบเถอะฉันเองก็เริ่มเหนื่อยแล้วด้วยอีกอย่างถ้าตอนที่ไปถึงแล้วไม่เหลือแรงสู้จะแย่เอานะ

            ซากิริพูดแล้วนั่งลงเป็นคนแรกทันที

            ทีนี้เด็กคนนั้นก็ไม่มีทางปฏิเสธเรื่องให้พักได้แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นกับคุณหัวหน้า

            เธอมองอิงศรที่จะเป็นคนตัดสินใจ

            งั้นพักก่อน

            อิงศรพูดแล้วหันไปฝากพลอยให้ดูแลก่อนจะขึ้นไปคุยกับพวกที่อยุ่ข้างหน้า

            ไจดีผิดวิสัยน์เทวทูตไปเลยนะเธอ

            อิซานามิเดินมาพูดให้ฟังแล้วก็เดินเลยไปคุยกับอิงศรต่อ

            ใจดีเหรอ...

            คุณน้าครับ

            จู่ๆ เน็กส์ก็หันมาแล้วเรียกเธอ

            ขอบคุณครับ

            เด็กชายพูด เขารู้ตัวว่าถูกช่วยไว้อย่างนั้นสินะ

            งั้นมาคุยต่อจากเมื่อกี้นะ เธอรู้หน้าที่ตัวเองหนรือยังล่ะ

            เน็กส์ส่ายหน้า

            ไม่ครับ

            งั้นฉันจะบอกของตัวเองก่อนเพราะว่าฉันต่อสู้ไม่เก่งแต่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้จึงทำหน้าที่สนับสนุนอยู่ด้านหลังด้วยข้อมูลที่วิเคราะห์มาถ้าหากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหรือสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรข้อมูลของฉันก็จะเป็นประโยชน์ที่จริงก็แอบเห็นเธอแสดงฝีมือมาเหมือนกันนี่ตอนที่อยู่ในวิหารของอารย-สนธยาเธอใช้พลังของตัวเองเคลื่อนย้ายทุกคนออกมาจากสถานการณ์อันตรายด้วยไม่ใช่เหรอ

            หมายถึงสกิลวินด์วาร์ปเหรอครับ

            ใช่...แล้วก็น่าจะยังมีอย่างอื่นอีกที่ช่วยสนับสนุนได้นอกจากสกิล อย่างสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ แล้วคอยบอกคนที่อยู่ข้างหน้าก็ถือว่าเป็นงานที่มีแต่คนที่อยู่ด้านหลังเท่านั้นจะทำได้ด้วยนะเพราะระหว่างที่สู้คนที่อยู่ข้างหน้าจะต้องมีสมาธิกับเรื่องตรงหน้าตัวเองทำให้ขาดสัมผัสรับรู้เรื่องรอบตัวไป

            แค่นั้นก็ช่วยได้แล้วเหรอครับ

            เด็กชายถามเหมือนไม่เชื่อ

            ช่วยได้สิแค่ข่าวสารช้าไปวินาทีเดียวก็ตัดสินชะตาชีวิตได้เลยนะเพราะงั้นเธอที่อยู่ข้างหลังก็มีหน้าที่ของตัวเองเหมือนกันทีนี้เข้าใจแล้วนะ คนที่คอยสังเกตสถานการณ์กับความเป็นไปของกลุ่มและคอยรายงานหรือสนับสนุนด้วยพลังที่ตัวเองมีนั่นก็คือโอเปอเรเตอร์ไงล่ะ

            ซากิริพูด

            โอเปอเรเตอร์...ผมจะเป็นแบบนั้นได้เหรอครับ

            ได้สิถ้าพยายามเธอจะต้องช่วยทุกคนได้แน่ยิ่งกลุ่มเราเป็นกันซะแบบนี้การมีโอเปอเรเตอร์มันสำคัญมากเลยล่ะปกติแล้วจะมีคนคอยช่วยอิงศรทำหน้าที่นี้อยู่ ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเขาเท่าไหร่แต่ปกติแล้วอิงศรเป็นคนที่เข้มงวดกับทีมของตัวเองเขามักจะสั่งการอย่างเด็ดขาดเสมอ

            สิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องที่ได้ฟังมาจากนรินทร์อีกที

            นรินทร์นับถืออิงศรมากขนาดที่มีเรื่องมาคุยกับเธอได้

            แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเขาไม่เด็ดขาดเอาซะเลยคงเพราะที่นี่ไม่ใช่ทีมแต่เป็นครอบครัวล่ะมั้ง

            ที่นี่ไม่มีสหายร่วมรบอยู่เลย...

            ซากิริเหลือบมองไปที่กวินทร์ซึ่งนอนหมดสติอยู่ในความดูแลของฟูกับมิกซ์

            นั่นเป็นสหายร่วมรบคนสุดท้ายที่ตอนนี้ก็พึ่งพาไม่ได้ไปแล้ว

            ถ้ายังเกรงใจครอบครัวอยู่แบบนี้การจะเอาชนะเหนือหัวคงเป็นไปไม่ได้ แม้แต่จะโค่นปีศาจระดับเดียวกับตัวตนที่เคยถูกเรียกว่าพระเจ้ามาก่อนก็ยังห่างไกล

            ทุกคนที่นี่คงจะตายหมด

            เพราะงั้นอย่างน้อยที่สุดแค่เธอซักคนก็ยังดีช่วยเป็นคนที่จะสู้ร่วมไปกับเขาจะได้รึเปล่า

            ซากิริถาม

            ครับ

            เด็กชายพยักหน้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสีแห่งความสดใสแล้วตอนนั้นเองก็มีประกาศมาจากหัวกลุ่ม

            เสียงของอิงศรประกาศว่าให้เตรียมตัวเดินทาง

            และแล้วการเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังประตูที่สี่ก็เริ่มขึ้น

            ถ้าที่นี่คือสถานที่เดียวกับบัลลังก์แห่งสวรรค์ที่เคยเข้าเฝ้าเหนือหัวหรือตำลองมาแล้วล่ะก็

            ข้างหน้าคือประตูสุดท้าย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น