Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 119 : Login 116: มิตราพุทธะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 มิ.ย. 60

Login 116: มิตราพุทธะ

 

            ก่อนหน้านั้นเพียงเล็กน้อย...

            ช่วงเวลาหลังจากที่ทุกคนกระจัดกระจายกันไปในห้วงมิติของยฮวฮ

            มิ่งขวัญก็ได้สติ

            เด็กหนุ่มปรือตาและรับรู้ว่าตนเองนอนอยู่ผืนแผ่นดินสีขาว นอกจานี้ก็ยังได้ยินเสียงพูดดังแว่วมาจากทางด้านหน้า

            ฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนคนกำลังหัวเสีย

            "ฮึ่ม ผิดแผนเข้าจนได้ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้"

            ด้วยความสงสัยมิ่งขวัญค่อยๆ แหงนหน้ามองแบบเห็นด้วยเหลือบตาเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้ตัวจนกส่าเขาจะรู้เป็นมิตรหรือศัตรู

            ภาพที่มองเห็นด้วยปลายสายตานั้นให้คำตอบว่าเป็นศัตรู

            ศัตรูตนนั้นเป็นหญิงสาวรูปงามที่ใช้นามแห่งโพธิสัตว์ว่า 'อวโลกิตะ'

            แต่ก็ดูอ่อนแอลงไปมากหล่อนในตอนนี้แค่ยืนก็ยังดูแทบจะไม่มีแรงพยุงตัว ต้องอาศัยจับหัวเข่าเพื่อชันร่างกาย ในมือขวาถือบางสิ่งที่มองไม่เห็นเพราะขอบตาบังเอาไว้

            มิ่งขวัญขยับตัวเพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้นรวมถึงเตรียมพร้อมให้สามารถลุกขึ้นมาได้ทุกเมื่อ มือของเด็กหนุ่มขยับหาอาวุธซึ่งทั้งดาบและโล่ก็ยังติดอยู่ที่มือทั้งสองข้าง

            เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงหันไปดูอวโลกิตะตรงๆ ดูว่าหล่อนกำลังทำอะไร

            ในมือขวาที่มองไม่เห็นก่อนหน้านี้กำลังถืออุปกรณ์คล้ายกับลูกแก้วสำหรับทำนายเอาไว้ ภายในลูกแก้วใสนั่นมองเห็นบางอย่างเปล่งแสงสีชมพูออกมาและเต้นตุบๆ คล้ายจังหวะหัวใจเต้น

            ได้ยินอวโลกิตะพึมพำว่า

            "ถึงขั้นนี้ต้องบอกว่าดีแล้วสินะที่ฝากหัวใจแห่งมิตราเอาไว้กับจอกศักดิ์สิทธิ์"

            มันกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ไม่สิตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เท่าที่จำได้คือตัวเองกำลังสู้กับไทเทเนียมร่วมมือกับครอบครัวและพวกที่พี่ชายพามาแล้วจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น

            มิ่งขวัญมองดูรอบๆ มาซักพักแล้วและพบว่าไม่มีคนอื่นอยู่เลย ที่นี่มีแค่เขากับอวโลกิตะเท่านั้น

            อวโลกิตะยังคงพูดต่อไปอย่างหัวเสียค่อยๆ พ่นข้อมูลที่ฟังไม่ค่อยเข้าใจออกมา

            "ถ้าเจ้านั่นรู้ว่าต้องกระเสือกกระสนใช้อาวุธติดตั้งอสุราแบบนี้ล่ะก็มีหวัง..."

            ทว่าเสียงก็หยุดลงใบหน้าของปีศาจกำลังหันมาทางนี้

            พริบตานั้นดวงตาของเขาก็สบกับดวงตาของปีศาจ

            มันรู้ตัวแล้ว รู้ว่าเขาได้สติแล้ว

            มิ่งขวัญกระเด้งตัวขึ้นมาทันทีมือขวากำดาบแน่นปากก็ขยับร่ายสกิลอย่างรวดเร็ว

            "รอยัลเซเบอร์"

            พลางไถลมือซ้ายลงบนใบดาบทำให้มันเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จากนั้นจึงแทงดาบออกไปด้านหน้าแล้วร่ายสกิลต่อเนื่องทันที

            "บริโอแน็ค!!"

            พลันแสงสว่างบนใบดาบก็ทวีความเจิดจ้า แสงยืดตรงออกไปดั่งลำแสง

            รวดเร็วและแหลมคม สมชื่อหอกแห่งเทพเจ้า แต่ก็ไม่รู้ว่าเทพแห่งดวงตะวันจะมีอำนาจเหนือโพธิสัตว์ด้วยหรือเปล่า

            ชั่วเวลาพริบตาหนึ่งก่อนที่หอกแสงจะเคลื่อนไปถึง อวโลกิตะก็ชิงลงมือก่อน หล่อนยกลูกแก้วใส่ปากตัวเองแล้วกลืนลงไปดัง เอื้อก ลูกแก้วไหลผ่านคอจนเห็นเป็นรอยนูนแวบๆ

            "อ๊าาาา"

            หล่อนกรีดร้องและทำท่าทุรนทุราย ตอนนั้นเองหอกแสงก็แทงทะลุศีรษะ

            ทะลวงดวงตากับจมูกเป็นรูกลวง กะโหลกกับสมองคงถูกเผาเป็นจุลด้วยความร้อนแรงของแสงตะวัน ถ้าหากว่าปีศาจจะมีเครื่องในกับอวัยวะเหมือนกับคนแล้วล่ะก็คงเป็นเหมือนที่อวโลกิตะซึ่ง...

            เป็นปีศาจประดิษฐ์

            เป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจ

            กำลังทุรนทุรายกับบาดแผลสาหัสที่หากเป็นมนุษย์ธรรมดาคงตายไปโดยที่ไม่ทันรู้สึกตัว

            "..."

            แค่มองก็ชวนให้รู้สึกหวาดเสียวทั้งที่เขาเป็นคนลงดาบกับหล่อนเองแท้ๆ

            มิ่งขวัญอยากจะหลบสายตาแต่ก็ไม่ทำ เพราะถ้าคลาดสายตาจากศัตรูอาจจะทำให้ตายได้ ช่วงเวลาสามปีที่แยกกับอิงศรไปนั้นราชครูลำดับที่หกลิเธียมเป็นคนที่สอนเรื่องนี้ให้ สาเหตุที่เขาถูกฝึกฝนจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้แต่ถ้าให้เดาคงเป็นการไหว้วานของรูบิเดียม

            บางทีหล่อนคงอยากให้ฟันเฟืองที่มีประโยชน์คนนี้สามารถป้องกันตัวเองได้เพราะในโลกของพวกมนุษย์ต่างดาวพลังคือที่สุด ถ้ามีพลังก็จะได้รับการยอมรับดังนั้นถ้าเขาแข็งแกร่งขึ้นก็จะยิ่งนำมาใช้งานได้ง่ายเพราะอย่างไรก็คงไม่เก่งไปเหนือกว่าระดับราชครูหรอก

            ช่วงที่คิดฟุ้งซ่านอยู่นั่นเองอวโลกิตะก็หยุดนิ่งไปแล้วหลังจากดิ้นพล่านเป็นแมวโดนหวดถึงขนาดนั้น

            "ตายแล้วเหรอ"

            "..."

            ไม่มีการตอบรับจากร่างที่แน่นิ่ง

            มันตายแล้ว...มิ่งขวัญคิดเช่นนั้นแล้วหยุดสกิลทำให้หอกแสงหายไปพลางดึงดาบกลับไปอยู่ในท่าตามสบาย ร่างของอวโลกิตะซึ่งไม่มีอะไรมาคานไว้ควรจะล้มลงเพราะสรีระกับท่าทางก่อนตายไม่ได้สมดุลกับกฎของแรงโน้มถ่วงที่จะทำให้ยืนค้างไว้ได้

            แต่ร่างของหล่อนกลับยืนคาที่อยู่อย่างนั้น

            ไม่ล้มลงแต่ก็ไม่เคลื่อนไหวเช่นกัน

            วินาทีที่คิดว่าจะเข้าไปตรวจสอบ เนื้อบริเวณรูกลวงตรงใบหน้าก็เริ่มขยับแปลกๆ มันบิดเข้าหากันไม่ได้ตาฝาดไปแน่ ผิวหนังของอวโลกิตะกำลังฟื้นฟู

            วินาทีถัดมารูกลวงบนใบหน้าก็ถูกอุดด้วยก้อนเนื้อจนกลายเป็นแค่หลุมความเร็วในการฟื้นฟูสูงจนน่าตกใจแต่ยังมีที่ยิ่งไปกว่านั้น...

            ไม่เพียงแต่ใบหน้าร่างกายของอวโลกิตะทุกส่วนทั้งแขนขาลำคอก็เริ่มบิดเบี้ยวและหักผิดรูปผิดร่าง

            เสียงกระดูกอัดขยี้กับอวัยวะภายในส่งเสียงดังกร๊อบๆ ไม่หยุด

            ต้องรีบกำจัดมันถึงจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็เถอะ แต่ตอนที่ยังมีโอกาสอยู่ก็ควรจจัดการให้เด็ดขาด

            มิ่งขวัญทวนกับตัวเองแบบนั้นแล้วยกโล่ในมือซ้ายขึ้นมาบังลำตัวเอาไว้โดยเล็งให้โล่อยู่ตรงกึ่งกลางร่างของอวโลกิตะ

            เอลิเชี่ยนฟินาเล่!”

            ภายหลังจากร่ายสกิลแล้วโล่ก็เริ่มเปล่งแสงรวบรวมพลังงาน

            แสงเจิดจ้าเกินไปจนรู้สึกแสบตาด้วยซ้ำแต่ก็ห้ามละสายตาเด็ดขาด มิ่งขวัญตั้งมั่นแล้วว่าจะจัดการศัตรูให้จงได้จิตใจเยือกเย็นกว่าปกติ

            สายลมอันรุนแรงพัดโหมรอบกายจากนั้นประกายแสงบนโล่ก็พุ่งทะยานไปราวกับจรวด

            เสียงระเบิดดังกัมปนาท พื้นดินแหวกเป็นทางมุ่งตรงไปยังร่างบิดเบี้ยวของปีศาจและกลืนกินมันเข้าไป

            ทว่า แม้ลำแสงจะสลายไปแล้วร่างของปีศาจกลับไม่ได้หายไปด้วย

            นางปีศาจที่ได้ชื่อว่าเป็นโพธิสัตว์ยังคงยืนอยู่ที่นั่นในรูปลักษณ์ใหม่

            หัวเหมือนสิงโตมีเขี้ยวโง้งยาวราวกับใบดาบ อสรพิษสีแดงฉานดังโลหิตมัดพันรอบกาย

            ตัวบ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย

            มิ่งขวัญพูดสบถ ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยเด็กหนุ่มคิดอย่างนั้น

            ปีศาจเปล่งประกายแสงอันศักดิ์สิทธิ์และในเวลาเดียวกันก็ยังสัมผัสได้ถึงความชั่วร้าย ใบหน้าสงบนิ่งดั่งนักบุญแต่ปากกับแสยะแยกเขี้ยวอย่างเกรี้ยวกราด ช่างย้อนแย้งกันอย่างหามิได้

            ตกใจงั้นรึ แต่จะตกใจตอนนี้มันยังเร็วไปผู้ถูกฟันเฟืองเลือกเจ้าจะต้องมาเป็นเครื่องมือให้กับเรา

            และภายในเวลาต่อมา...

            กลับสู่ช่วงเวลาปัจจุบัน

            มิ่งขวัญก็มาประดาบกับอิงศรเขากลายเป็นหุ่นเชิดโดยสมบูรณ์

            เหตุการณ์ทั้งหมดสะท้อนอยู่บนหน้าจอที่แสดงต่อหน้าซีลอร์ดผู้ถูกลืมเลือน

            สถานที่คือรูนรูมภายในรากแห่งอาคาชิกเรคคอร์ด

            ผู้ถูกลืมเลือนนั่งอยู่บนโซฟาตัวเก่งและมองดูความเป็นไปที่เรียกว่าชะตากรรมพลางพึมพำออกมา

            โชคชะตานั้นได้ถูกกำหนดเอาไว้ทั้งหมดแล้วหรือว่า...

            แล้วมองดูไพ่ในมือ

            อาคานาร์ใบใหม่ที่ตกลงมายังรูนรูมตั้งใจจะบอกเล่าโชคชะตาแบบใดกันนะ


***ตอนนี้สั้นหน่อยนะครับไรท์พยายามรีบปั่นแต่เหมือนอารมณ์ศิลป์จะไม่เดิน TwT อาทิตย์หน้าจะพยายามให้พีคให้ได้เพราะเป็นบทเด่นของมิ่งขวัญเขาล่ะพร้อมภาพปลากรอบสองตอนเหอๆๆ สเกลขนาดนี้จะเผาทันไหมเนี่ยท่าทางงานจะเกรียมใช่ยอย แอ่วววว~~~~***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น