Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 118 : Login 115: พี่ปะทะน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 มิ.ย. 60

Login 115: พี่ปะทะน้อง

 

            มิ่งขวัญแทงดาบตรงเข้ามา ท่าร่างนั่นไม่ได้มีความลังเลเลยแม้แต่น้อยอย่างกับว่าตั้งใจจะฆ่าเขาจริงๆ

            เป็นตัวปลอม

            เจ้านี่ไม่ใช่ขวัญ

            อิงศรบอกตัวเองอย่างนั้นแล้วก้าวไปทางซ้ายสองสามก้าวหลบคมดาบของมิ่งขวัญไปได้อย่างเฉียดฉิวจากนั้นจึงพลิกใบดาบหันคมขึ้น

            ถ้าตวัดดาบขึ้นไปทั้งแบบนี้น่าจะตัดแขนได้อย่างง่ายดายอาศัยแรงพุ่งตัวกับเอียงใบดาบให้เฉียงเข้าไว้แล้วตวัดแค่นั้นใบดาบก็น่าจะจมเข้าแขนไปได้มากถึงจะเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวก็ตาม

            "ไม่รู้หรอกว่าแกเป็นใครแต่มิ่งขวัญไม่มีทางโจมตีฉัน"

            จังหวะที่กำลังจะเงื้อดาบขึ้นไปหน้าจอสื่อสารก็กระเด้งตัวเปิดออกมาพร้อมฉายภาพของฟู มันเป็นฟังก์ชันการสื่อสารของปาร์ตี้ทำให้เปิดเองอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องกดรับ

            'พี่ศรเสียงดาบเมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ'

            เผลอฟังเสียงของฟูไปแวบหนึ่งเพราะเหตุนั้นจึงเสียจังหวะที่จะตัดแขนเจ้าตัวปลอม

            มิ่งขวัญเหมือนจะรู้ตัวจากเสียงของฟูด้วยจึงฟาดท่อนแขนที่แทงดาบพลาดออกไปทั้งอย่างนั้น ท่อนแขนฟาดโดนกกหูเข้าอย่างจัง อิงศรตัวลอยเคว้งกลางอากาศในทันที

            เจ็บจนแทบจะสลบลงตรงนั้น

            กะโหลกคงจะร้าวแถมหูข้างซ้ายเหมือนจะไม่ได้ยินเสียง

            อิงศรตัวลอยอยู่ราวสองสามวินาทีก่อนจะหล่นกระแทกพื้นเสียงดังตุ้บ

            'พี่ศรทำใจดีๆ ไว้!'

            เสียงของฟูดังมาจากหน้าจอยังคงได้ยินด้วยหูข้างขวาอยู่แต่ดูเหมือนว่าหูข้างซ้ายจะดับสนิทไปแล้ว

            อิงศรรวบรวมกำลังที่มีฝืนจนลุกขึ้นมาได้สำเร็จ

            แต่ร่างกายก็โงนเงนทรงตัวไม่ค่อยได้เพราะเสียประสาทหูไปข้างหนึ่ง เขาใช้แขนเสื้อปาดคราบเลือดที่ปากออก ใบหน้าด้านซ้ายที่แขนเสื้อไปโดนรู้สึกเจ็บจี๊ดและดูเหมือนจะบวมอักเสบ ดวงตาเองก็แทบจะลืมไม่ขึ้น

 

อิงศร Lv. 70

[/////3630:7320.....]

 

            ที่พอจะมองเห็นด้วยตาขวาก็คือแถบพลังชีวิตที่ลดฮวบลงไปเหลือครึ่งเดียวในการโจมตีนั้น ถ้าเป็นปกติอาจจะสลบไปแล้ว

            มิ่งขวัญตั้งท่าจะบุกมาอีกดังนั้นจะมัวยืนเฉยไม่ได้ ต้องรีบหาทางตั้งหลักใหม่ก่อน

            จู่ๆ เสียงของซากิริก็ดังมาจากหน้าจอสื่อสาร

            'นี่โชเน็นพี่ชายที่กำลังสู้อยู่น่ะคือน้องชายใช่ไหม'

            พอเหลือบตาไปมองก็เห็นซากิริที่ใส่แว่นตาแห่งลาพาสเบียดหน้าฟูเข้ามาในกรอบจอ อีกฝ่ายคงจะใช้มันมองทะลุหมอกลงมา

            "เจ้านี่เป็นตัวปลอมที่เธอบอกใช่ไหม"

            'โทษทีนะช่วยลืมเรื่องตัวปลอมนั่นไปเถอะเพราะว่าดูจากลาพาสแล้วเขาเป็นตัวจริงน่ะ'

            "อะไรกันฟระ แล้วไอ้ที่พูดซะดิบดีก่อนหน้านี้ล่ะเฮ้ย"

            'ฉันเป็นนักวิจัยนะการตีกรอบให้กว้างๆ ไว้ก่อนน่ะเป็นสันดานไปแล้วล่ะ'

            ถ้าเป็นอย่างที่ว่าตอนนี้สถานการณ์มันไม่ยิ่งแย่ไปกว่าเดิมเลยหรือ

            อิงศรจ้องมองไปที่มิ่งขวัญด้วยความลำบากใจ

            ถ้านั่นคือมิ่งขวัญจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็เกือบจะลงมือกับน้องไปเสียแล้ว ยิ่งตอนนี้มารู้ว่าเป็นตัวจริงอีกเขาก็ไม่สามารถลงมือได้อย่างเต็มที่...

            ไม่สิ ถ้าแค่อัดให้สลบเฉยๆ ก็อยู่ในขอบเขตที่พอรับได้ สมัยเด็กๆ ก็ทะเลาะกันออกจะบ่อยถึงหนนี้จะต้องเล่นแรงกว่าทุกทีก็เถอะ

            ต่อยกันไม่ต้องมีคำว่าพี่น้องก็ได้

            อิงศรกำหมัดที่ถือดาบเอาไว้แน่น ตอนนั้นเองมิ่งขวัญก็พุ่งเข้ามา

            แค่กะจังหวะให้พอดีแล้วเหวี่ยงหมัดออกไป

            "ซะที่ไหนเล่า!"

            อิงศรสบถแล้วหันหลังพลางตบเท้าโจนตัวพุ่งออกไปด้วยแรงทั้งหมดจนสามารถสร้างระยะห่างได้จากนั้นก็วิ่งเต็มที่

            ก็ตอนนี้มิ่งขวัญไม่ใช่มนุษย์จะให้ซัดกันตรงๆ คงไม่ไหวแถมก่อนหน้าที่โลกจะล่มสลายก็ไม่เคยทะเลาะชนะเลยซักครั้งกับไอ้ตัวบ้าพลังอย่างมิ่งขวัญนั้นให้เลิกล้มความคิดที่จะใช้กำลังไปได้เลย

            เพราะเขาตั้งท่าเหมือนจะสู้แต่พอเปลี่ยนเป็นหนีแทนก็เลยทำให้อีกฝ่ายชะงักไปแวบหนึ่งจนไล่ตามให้ทันเลยไม่ได้แต่อีกไม่นานจะต้องไล่ทันอย่างแน่นอนเพราะพลังกายแตกต่างกันมาก

            อิงศรหันหลับไปมองแวบหนึ่ง แค่แวบเดียวจริงๆ มิ่งขวัญก็ไล่หลังกระชั้นเข้ามาแล้ว

            จู่ๆ ซากิริก็พูดมาจากหน้าจอสื่อสาร

            'นี่ช่วยถ่วงเวลาไว้หน่อยได้ไหมฉันคิดว่าเขาถูกควบคุมอยู่น่ะอาจจะเป็นฝีมืของอวโลกิตะก็ได้'

            "นานแค่ไหนล่ะ"

            'ซักหนึ่งนาที'

            "ไม่ไหวหรอก"

            ระหว่างที่สนทนากันอยู่นี่มิ่งขวัญย่นระยะเข้ามาขนาดไหนปล้วก็ไม่รู้แต่ที่รู้ก็คือน่าจะอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตรได้

            'งั้นแค่สามสิบวิพอ'

            ซากิริเสนอเวลาใหม่มาซึ่งนั่นพอจะยอมรับได้

            "จะทำอะไรก็รีบทำเลยเหอะ"

            'งั้นก็สามสิบวิช่วยทนรอไปก่อนนะ'

            การปรึกษาแผนการจบลงแค่นั้น จากตรงนี้ไปจะต้องเล่นเกมไล่จับกับน้องชายเป็นเวลาสามสิบวินาทีฟังเป็นอะไรที่สนุกน่าดูถ้าไม่ใช่ว่าทันทีที่ถูกจับได้จะถูกฆ่าล่ะนะ

            "เล่นไล่จับเนี่ยฉันเคยชนะนายมั่งไหมฟระ!"

            อิงศรตะโกนหวังดึงความสนใจอีกฝ่ายจังหวะนั้นก็ควักกระป๋องระเบิดควันโยนไปทางด้านหลัง

            เสียงตัดกระป๋องดังฉับ มิ่งขวัญคงจะฟันมันทิ้งเพื่อป้องกันตัวแต่ก็ทำให้กระป๋องระเบิดออกและปล่อยควันจำนวนมากออกมาบดบังทัศนวิสัย

            ทีนี้ก็จะเพิ่มการเล่นซ่อนหาเข้าไปในเกมถ่วงเวลาได้อีกหลายสิบวิแล้ว...อิงศรคิดอย่างนั้น

            แต่ทว่า

            "โอดินเบรธ!!"

            สิ้นเสียงก็บังเกิดสายลมแผ่พุ่งออกมาพัดหอบกลุ่มควันกระจายออกไปหมดคราเดียว แถมยังพัดต่อจนมากระแทกถูกหลังส่งให้ร่างของอิงศรลอยละลิ่วไปข้างหน้าและล้มลง

            อิงศรยันตัวจากพื้นตั้งใจจะลุกขึ้นเพื่อวิ่งต่อแต่ก็เปลี่ยนใจกลิ้งตัวเบี่ยงออกไปทางขวาแทน

            แล้วจากนั้นพื้นตรงที่เขาอยู่เมื่อครู่ก็โดนปักด้วยดาบแสงถูกเผาจนไหม้เกรียมเป็นรอยตามทาง

            “ไม่ให้หนีหรอก”

            มิ่งขวัญพูดคำรามแล้วคว้าแขนของพี่ชายที่กำลังกลิ้งหนียกขึ้นอย่างง่ายดาย อิงศรถูกยกลอยราวกับไร้น้ำหนัก วินาทีถัดมาก็ถูกฟาดลงบนพื้นหลังกระแทกอย่างจัง

            พลังชีวิตลดลง

            สติก็ลดลงเช่นกัน

 

อิงศร Lv. 70

[///..3300:7320.....]

 

            ตอนนี้แทบจะไม่มีสติเหลือให้ประคองร่างกายบาดแผลที่ได้รับก่อนหน้านี้ก็แทบจะไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้วด้วย ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ล่ะก็...

            ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้จะต้องหมดสติแน่และถ้าหมดสติ...

            ตอนนั้นเองกำปั้นของมิ่งขวัญก็หวดลงมาบนหน้าท้อง

            “อัก...”

            กำปั้นจมลึกเข้ามาแต่ติดแผ่นโล่ที่ติดอยู่บนมือทำให้คาอยู่แค่นั้น แต่เพียงแค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้หมดสติ

 

อิงศร Lv. 70

[///..3200:7320.....]

 

            ดวงตาปิดลง อิงศรถูกน็อกคาเวทีด้วยหมัดของน้องชาย

            ตอนนั้นเองมิ่งขวัญก็ปีนขึ้นมาคร่อมบนตัวเงื้อดาบขึ้นหันปลายเล็งมาที่คอหมายจะแทงให้ทะลุ ปลิดชีพในดาบเดียว

            “มหาเขตแดนตรวนผนึกหมาป่าไกลพ์นิล...”

            ปากของอิงศรกลับพึมพำออกมา พึมพำทั้งที่น่าจะหมดสติ ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่มิ่งขวัญจะรู้ว่านั่นเป็นคำร่ายสกิลซึ่งมันก็สายเกินไปแล้ว

            ลูกธนูเสียบยันต์อาคมจำนวนห้าดอกถูกวางอย่างกระจัดกระจายอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ บางที...

            บางทีคงจะเป็นตอนที่จับตัวฟาดใส่พื้นในตอนนั้นคงทำลูกดอกพวกนี้ไว้แล้วปล่อยให้กระจายออกมาพร้อมกับตอนที่กระแทกพื้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าจะมีเวลาบริกรรมอาคมเพียงพอ

            ทั้งที่เป็นแบบนั้นลูกดอกเสียบยันต์ทั้งหมดกลับเปล่งแสงและกลายเป็นโซ่พุ่งออกมามัดแขนขาและลำคอเอาไว้ก่อนจะถูกดึงให้หมอบราบลงไปบนพื้น

            จากนั้นอิงศรที่ควรจะหมดสติไปนั้นก็ลุกขึ้นยืนในสภาพตุปัดตุเป๋

            “อูย...เจ็บชะมัด”

            เด็กหนุ่มพูดจากนั้นก็ถ่มน้ำลายผสมเลือดลงไปบนพื้น หมัดของมิ่งขวัญได้ผลเป็นอย่างมากถ้าในท้องมีอะไรอยู่คงไหลออกมาหมด สาเหตุที่ยังทนหมัดนั้นได้โดยไม่หมดสติไปเสียก่อนปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าและยืนกึ่งลอยอยู่ข้างตัวเด็กหนุ่ม

            เมอร์คาบาห์นั่นเอง ในตอนที่ถูกเหวี่ยงลงไปกระแทกพื้นอิงศรก็ให้อาคานาร์ทำงานเพราะตอนนี้ไม่มีแอพพลิเคชั่นปีศาจเหลืออยู่ในอาวุธอีกแล้วสิ่งที่จะต่อกรกับมนุษย์ต่างดาวได้ก็เลยมีแค่นี้ ด้วยพลังของเมอร์คาบาห์ทำให้ร่างกายได้รับการเสริมพลังและยังใช้สกิลปีศาจแบบติดตัวได้เป็นสกิลที่ทำให้สกิลประเภทเขตแดนทั้งหมดร่ายได้โดยไม่ต้องบริกรรมคาถาจึงย่นย่อสกิลสุดเยิ่นเย้อที่ต้องเตรียมการเป็นเวลานานเหลือแค่เสี้ยววินาที

            ถ้าทะเลาะกันนายเคยทันเหลี่ยมฉันอยู่แล้วนี่นะ

            อิงศรพูดระหว่างที่มองดูน้องชายกำลังขัดขืนดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการแล้วตอนนี้ก็ครบสามสิบวินาทีพอดี

            ขณะเดียวกัน...

            ในระหว่างที่อิงศรกับมิ่งขวัญต่อสู้กันอยู่นั้นซากิริก็นั่งรัวนิ้วมือลงบนคีย์บอร์ดเครื่องโน๊ตบุคที่วางไว้บนพื้น ทำมาราวๆ สามสิบวินาทีได้แล้ว

            "เท่านี้ก็เรียบร้อย"

            ซากิริพูดแล้วกดปุ่ม Enter ให้โปรแกรมทำงาน

            ทันใดนั้นเอง เบื้องหน้าหล่อนซึ่งหันไปยังทิศที่แผ่นดินที่มีอิงศรอยู่บนนั้นก็ปรากฎร่างของปีศาจผุดออกมาจากความว่างเปล่า

            ปีศาจรูปแบบเทวทูตสวมชุดสีขาวปีกสีขาวแต่มีใบหน้าเป็นโคงกระดูกและถือคันแตร

            เน็กส์ที่ได้เห็นปีศาจตนนั้นเข้าก็ถอยผงะไปกอดแขนฟูด้วยความกลัว

            "ตัวอะไรน่ะ"

            ฟูหันมาถาม

            "ทรัมเป็ตเตอร์น่ะ เป็นปีศาจที่ได้รับมาในฐานะของ ซากิริ อามาเนะ เจ้านี่สามารถส่งคลื่นเสียงรูปแบบพิเศษได้ผ่านการปรับปรุงด้วยโปรแกรมเฉพาะเมื่อกี้ฉันใส่ข้อมูลคลื่นควบคุมของอวโลกิตะลงไปเพื่อจะทำลายคลื่นควบคุมนั่น"

            "เหมือนที่เจ้านักเต้นนั่นทำตอนนั้นน่ะเหรอ"

            ฟูหมายถึงตอนที่เครื่อง MP3 ของกวินทร์ทำลายการควบคุมของอวโลกิตะได้

            ซากิริพยักหน้าตอบ

            อื้ม ฉลาดเหมือนกันนี่

            แล้วจึงหันไปออกคำสั่งให้สั่งปีศาจ

            จัดการเลยทรัมเป็ตเตอร์

            หลังจากคำสั่งนั้นปีศาจก็เริ่มบรรเลงคันแตร เสียงแตรดังกระหึ่มข้ามไปถึงอีกฝั่ง มิ่งขวัญที่ถูกจองจำด้วยโซ่พันธนาการก็หยุดการขัดขืนและหยุดนิ่งราวกับสายป่านที่ชักใยถูกตัดขาดไป

            แต่ทว่า...

            คลื่นรบกวนอีกแล้วรึ

            มีเสียงดังขึ้นมาแบบนั้น ดังกังวานมาจากตัวของมิ่งขวัญแต่เจ้าตัวไม่ได้เป็นคนพูดและแทบไม่ได้เอ่ยปากด้วยซ้ำ

            จู่ๆ ก็บังเกิดลมพายุพัดกรรโชกรอบตัวมิ่งขวัญ แรงลมทำให้เห็นอิงศรถูกพัดห่างออกไป

            ท่ามกลางพายุนั่นเองก็เริ่มปรากฏเงาอย่างเรือนราง เงามีขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายมนุษย์เพศชาย มีสิ่งยาวเลื้อยพันคล้ายกับเถาวัลย์และมีปีกด้านหลังมีวงเวทย์มันดาระลอยอยู่

            ต่อมาร่างเงาก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นปีศาจที่มีหัวเหมือนสิงโตมีเขี้ยวหน้ายาวโง้งเหมือนใบมีดยืดออกมาถึงปลายคาง สวมชุดสีขาวมีกระโปรงยาวปิดเท้าและส่วนที่เหมือนกับเถาวัลย์นั้นแท้จริงแล้วคืองูขนาดยักษ์ที่พันรอบตั้งแต่ขาขึ้นไปถึงเอว

            ปีศาจ...ซากิรินิยามให้กับมันได้เพียงแค่อย่างเดียวเธอไม่แน่ใจว่านั่นจะเป็นอวโลกิตะมันไม่มีเค้าของรูปร่างเดิมเหลืออยู่เลย

            ปีศาจเป็นเจ้าของเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่หลังจากที่ได้ยินมันเริ่มพูดต่อจากที่ค้างไว้

            คิดว่าจะยอมปล่อยให้ใช้วิธีเดิมเล่นงานได้เจ้าก็คิดผิดเสียแล้ว

            สิ้นคำปีศาจตนนั้นก็ถอนเขี้ยวหน้าออกมาใช้ต่างมีดแล้วขว้างจู่โจมมาที่ทรัมเป็ตเตอร์ของซากิริ

            เขี้ยวหมุนควงเหมือนบูมเมอแรงและพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วจนสั่งให้หลบไม่ทัน ทรัมเป็ตเตอร์ถูกมีดตัดร่างแยกออกเป็นสามท่อนก่อนจะแตกสลายแล้วเขี้ยวก็ย้อนกลับไปหาเจ้าของ

            ’นี่คือร่างที่แท้จริงของเราผู้เป็นหนึ่งในสามกอร์กอนแห่งอารย-สนธยา โพธิสัตว์นาคา มิตราพุทธะ

            ปีศาจพูดเช่นนั้นและเขี้ยวที่ย้อนกลับมา

 

***และแล้วสามกอร์กอนแห่งอารย-สนธยาก็ออกมาครบเสีย...ห๊ะว่าไงนะเกินเรอะอนันตาไม่นับเฟ้ย!! ห๊ะอะไรนะ! ขาดไปคนเรอะลองนับดูดีๆ คนที่สามน่ะออกมาก่อนหน้านั้นแล้วนะ! ก็ว่าไปนั่นอาทิตย์นี้เหลืออีกตอนวันศุกร์จะพยายามให้จบในสองตอนครับเท่ากับว่าจบอวโลกิตะแค่วันอังคารหน้าเพราะยังเหลือฝั่งกวินทร์กับคนอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่ากระเด็นไปไหนล่ะนะ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น