Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 113 : Login 110: Great Fate 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    3 ก.ค. 60

Login 110: Great Fate 2

 

            "เป็นแค่มนุษย์อย่างเธอน่ะให้เครื่องมือแบบผมช่วยก็พอแล้ว”

            ซีลอร์ดพูดเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้วช่วยเหลืออิงศร

            เวลานับถอยหลังสู้ความตายของผู้ถูกลืมเลือนใกล้จะหมดลงทุกที

            5 วินาที

            4 วินาที

            “…”

            ในตอนที่มือของซีลอร์ดห่างออกไป ไม่รู้ว่าทำไมแต่อิงศรรู้สึกเหมือนในหัวโล่งไปหมด ความรู้สึกที่ควรจะมีอย่าง โกรธ โมโห เสียใจ โหยหาซึ่งควรจะมีแต่กลับไม่เกิดขึ้น

            เขามองเห็นภาพตัวเองในวัยเด็กที่ถูกมิ่งขวัญผลักเข้ารถไฟเมื่อสามปีก่อนซ้อนทับกับเหตุการณ์คราวนี้นั่นหมายความว่าเขากำลังโกรธตัวเองที่โดนคนอื่นสละชีวิตช่วยเอาไว้อีกแล้ว

            ถูกปกป้องอีกแล้ว

            มีคนที่ต้องแยกจากอีกแล้ว

            แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย

            จากนั้นเสียงเคลื่อนตัวของฟันเฟืองก็ดังเอี้ยดอ้าด

            ทว่า ครั้งนี้มันต่างออกไปเสียงของฟันเฟืองไม่ได้กำลังหมุนไปในทิศทางแห่งการล่มสลาย

            มันกำลังหมุนกลับด้วยเงื่อนไขบางอย่าง

            เงื่อนไขที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับซีลอร์ด

            พริบตาหนึ่งอิงศรรู้สึกว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น...

            โลกที่แผ่กว้างอยู่ตรงหน้าคือทุ่งหญ้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

            มันพลิ้วไหวไปมาและเปล่งประกาย

            สีเขียวชอุ่มแผ่กว้างไปทุกหนแห่งและสีแดงของแดดยามรุ่งสางคอยห้อมล้อม

            ชั่วเวลาแค่พริบตาที่ไม่อาจเข้าใจได้นั่นมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกับซีลอร์ด...

            “ฉันอยากจะปกป้องพวกเขาทั้งหมด”

            คำพูดนั่น...

            “มนุษย์จะถูกกอบกู้โดยมนุษย์เท่านั้น”

            คำพูดของชายหนุ่มที่มองไม่เห็นใบหน้าเพราะมีแสงสว่างแยงเข้ามา ทั้งที่ไม่รู้จักแต่กลับคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

            และแล้ว...

            “อย่ามาทำบ้าๆ นะ มนุษย์จะถูกกอบกู้โดยมนุษย์เท่านั้น!”

            อิงศรตะโกนออกไปโดยที่ไม่เข้าใจว่าทำไมแต่พอรู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็อยู่ห่างซีลอร์ดไปแค่เอื้อม ดูเหมือนว่าช่วงที่ยังไม่รู้สึกตัวเขาจะปล่อยมือจากดาบแล้วกระโดดตามซีลอร์ดมา

            “ทำอะไรลงไปเนี่ย!! เดี๋ยวก็ได้ไปโลกหน้ากันหมดหรอก!!”

            อิซานามิยังคงเกาะขาตามเขามาด้วยและทั้งที่เธอวีนแตกสุดขีดแต่กลับไม่กล้าปล่อยมือจากขา

            “อิงศรที่พูดเมื่อกี้มัน...”

            ซีลอร์ดกำลังทำหน้าตกใจชนิดที่เขาเองก็ไม่เคยนึกเคยฝันว่าจะได้เห็นใบหน้าเรียบนิ่งแทบจะแข่งกับสิงห์หน้าตายคนนั้นเบิกตาโผลงแล้วจ้องมองเขาราวกับเห็นเป็นตัวประหลาด ถ้านี่ไม่ใช่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานก็อยากจะจดจำช่วงเวลาอันน่าประทับใจนี้ไว้ให้มากกว่านี้อีกซักเล็กน้อย

            เวลานับถอยหลังบนเมล์กลายเป็นศูนย์ไปแล้วสถานการณ์ก็กำลังเป็นไปตามภาพยามสิ้นชีพเพียงแต่มีเขาติดร่างแหมาด้วย

            ทันใดนั้นเอง...

            ‘เจ้าไม่ได้สร้างข้า...’

            ก็มีอีกเสียงที่ไม่ใช่ทั้งซีลอร์ดหรืออิซานามิเป็นเสียงนุ่มลึกของผู้หญิงกับประโยคที่รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือเสียงที่ได้ยินตอนที่เขาทำให้อาคานาร์ทำงานเป็นครั้งแรกตอนที่เผชิญหน้ากับมังกรเพื่อช่วยชีวิตมีนา

            ในเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้มันทำให้เขานึกออกว่าครั้งหนึ่งเคยได้ยินเสียงนี้และนึกถึงอีกเสียงหนึ่งที่เคยพบกันในคืนก่อนเสียงที่บอกว่าอาคานาร์คือพลังแห่งสายสัมพันธ์นั่น

            เสียงทั้งสองเป็นเสียงเดียวกัน

            เพียงแต่...

            ‘เจ้าไม่ได้สร้างข้า’

            ประโยคในคราวนี้แตกต่างออกไปโดยปกติแล้วจะพูดว่า ‘เจ้าสร้างข้า ข้าคือเจ้า’ ดังนั้นจึงไม่เข้าใจความหมาย

            “อิงศร อาคานาร์นั่นมัน”

            เสียงของซีลอร์ดดึงเขากลับมาจากภวังค์ ในตอนนั้นเองก็รู้สึกว่ามีแสงแยงตามาจากทางด้านบน พอสายตาเริ่มชินกับแสงแล้วมองขึ้นไปก็เห็นไพ่อาคานาร์สีเทาใบหนึ่งกำลังลอยอยู่

            ‘เดอะชาริออท’ ที่ได้จากความล้มเหลวในการช่วยพิพัฒน์ อาคานาร์ใบนี้จึงใช้งานไม่ได้มาโดยตลอดแต่ตอนนี้มันกำลังเปล่งแสงและลอยอยู่เหนือพวกเขา

            ‘เจ้าไม่ได้สร้างข้า’

            เสียงนุ่มลึกดังแว่วมาอีกดังก้องออกมาจากเดอะชาริออท

            ไม่ได้สร้างนั่นหมายถึงเพราะช่วยชีวิตพิพัฒน์ไว้ไม่ได้จึงทำไม่สำเร็จอย่างนั้นหรือ?

            อิงศรเองก็ไม่รู้คำตอบ...ไม่สิคำตอบมันมีอยู่แล้วแต่เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีคำตอบอยู่ในใจก่อนที่จะรู้คำถามจึงทำให้เกิดความสงสัย

            อิงศรเอื้อมมือขึ้นไปพยายามคว้าอาคานาร์ใบนั้นแต่มันกลับห่างออกไป

            “ข้าคือเจ้า!”

            เขาพูด

            บอกคำตอบที่อยู่ในใจออกไป คำตอบที่มีแต่คำถามชวนให้สงสัยว่าทำไมถึงได้รู้คำตอบนั้น

            เสียงของอาคานาร์เองก็ตอบกลับมาเช่นกัน

            ‘เจ้าไม่ได้สร้างข้า เจ้าคือข้า...’

            “ข้าคือเจ้า!”

            อิงศรพูดตอบกลับไปอีก

            ทันใดนั้นก็มองเห็นคล้ายกับว่าอาคานาร์เดอะชาริออทระเบิดตัวออก แสงสว่างที่เปล่งออกมาเจือจางลง เส้นแสงที่ดูเหมือนกับเปลวไฟขีดลากออกมาจากตัวไพ่ล้อมรอบเป็นวงกลมและแผ่กว้างออกเป็นโครงสายและวงกลมอีกสิบวงลักษณะของการเชื่อมต่อคล้ายกับแผงผังต้นไม้แห่งชีวิตในคับบาลาห์แต่เป็นแบบกลับหัว

            เมื่อได้เห็นแผนผังไฟนั่นก็เข้าใจขึ้นมาเองถึงเงื่อนไขและวิธีใช้มันได้หลั่งไหลเข้ามา

            จงเติมเต็มคลิฟอธ (*)ให้สมบูรณ์...

            เสียงของอาคานาร์บอกเช่นนั้นบางทีโคงสร้างเส้นเพลิงนี่คงจะเรียกว่า คลิฟอธ

            อิงศรทำตามเสียงนั่นเขาตวัดมือไปทางที่ร่างของโอดินซึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่เหนือซากอาคาร

            กลับมา!”

            ด้วยคำสั่งนั่นทำให้โอดินคืนสภาพเป็นไพ่และย้อนกลับมาที่มือ



(* Qliphoth แผงผังของ Tree of Death ด้านตรงข้ามกับ Tree of Light ในKabbalah ซึ่งแทนด้วยปีศาจสิบตนเหมือนที่ Sephiroth ของTree of Light แทนด้วยเทพสิบองค์)

 

            เริ่มจะรู้สึกขยุกขยิกที่ด้านหลังเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวเป็นความรู้สึกคล้ายกับตอนที่ฟันเฟืองจะออกมาอาละวาดแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป สิ่งที่กำลังจะแหวกออกมาจากสันหลังไม่ได้ทำให้รู้สึกน่ารังเกียจเหมือนเช่นตอนนั้น มันอบอุ่นกว่า มันทำให้รู้สึกถึงความมั่นคง

            ฟันเฟืองกางออกมาราวกับปีกทะลุด้านหลังเสื้อจนฉีกขาดแล้วเริ่มหมุนกวัดแกว่งอย่างนุ่มนวล

            รู้สึกเหมือนกับจะบินได้ ไม่สิฟันเฟืองกำลังทำให้เขาบินได้จริงๆ ต่างหาก

            มันพาเขาบินเข้าไปใกล้คลิฟอธเพื่อทำให้มันสมบูรณ์ตามที่เสียงของอาคานาร์บอก

            ทำให้สมบูรณ์...ต้องทำอย่างไรกัน?

            อิงศรตั้งคำถามในใจ พอทำแบบนั้นคำตอบก็จะลอยขึ้นมาสมองเองโดยอัตโนมัติ

            ในวิกฤติอันเลวร้ายคือหนทางที่จะเปลี่ยนแปลง เดอะแฮงค์แมน

            เด็กหนุ่มกล่าวเช่นนั้นแล้วขว้างไพ่ของโอดินเข้าไปในวงกลมไฟวงหนึ่งที่อยู่เหนือสุด ทันทีที่ไพ่เข้าไปอยู่กลางวงมันก็ตั้งขึ้นราวกับถูกจับวางพร้อมกันนั้นวงแหวนเพลิงสามวงที่อยู่เหนือเดอะชาริออทก็มอดดับ

            วินาทีถัดมาอาคานาร์อีกใบก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า... เดอะจัดจ์เมนท์ ที่ได้จากการช่วยโดโกบาร์นั่นเอง

            อิงศรคว้ามันไว้

            เพื่อที่จะค้นพบเส้นทางที่ถูกต้องจึงต้องแสวงหาการชี้นำท่ามกลางความไม่แน่นอน เดอะจัดจ์เมนท์

            แล้วขว้างลงไปยังวงไฟที่อยู่ด้านล่างสุดของแผนผัง เมื่อไพ่เข้าไปอยู่วงไฟก็ทำให้วงไฟอีกสี่วงที่เหลือดับมอด ตอนนี้เหลือวงไฟแค่สามวงที่ไพ่อาคานาร์วางลงไป วงไฟทั้งสามเคลื่อนตัวเข้าหากัน เรียงซ้อนกันเป็นหนึ่งเดียว

            แค่มองดูก็เข้าใจได้...วิญญาณสองดวงกำลังปรับจูนเข้าหากัน อาคานาร์สองใบกำลังผสานกัน

            เพื่อให้เดอะ ชาริออท คืนชีพกลับมาในยุคสมัยแห่งการล่มสลายที่นี่...ตอนนี้

            หนึ่งในพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือการได้เลือกเป้าหมายด้วยตนเอง! จงฟื้นขึ้นมาเดอะชาริออท

            สิ้นคำวงแหวนเพลิงก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วซากเมือง เปล่งประกายสีเงินยวงจับอยู่ที่ขอบฟ้าราวกับแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ

            เป็นอรุณแรกของรากแห่งอาคาชิกเรคคอร์ดที่มีแต่นิรันด์รัตติกาล

            อิงศรหลับตาลงเพราะแสงสว่างที่จ้าเกินไปเขารีบยกมือขึ้นป้องบังสายตาทันใดและมองขึ้นไปยังจุดเดิมที่อาคานาร์เดอะชาริออทเคยอยู่ซึ่งบัดนี้เผยร่างของปีศาจประจำอาคานาร์ออกมา

            รูปร่างเหมือนมนุษย์ ไม่สิเหมือนนางฟ้าหรือเทวทูตมากกว่า มีปีกมหึมาถึงหกปีกที่โอบได้ทั้งร่าง ใบหน้าและลำตัวเป็นโลหะสีดำอาจจะเป็นครึ่งจักรกลหรือแค่สวมใส่เกราะอยู่ก็ไม่ทราบ ตรงแขนทั้งสองข้างติดอาวุธลักษณะเหมือนกับดาบที่พับได้ นางประสานมือเหนือ

            แว่นตาแห่งลาพาสที่สวมไว้เริ่มวิเคราะห์ข้อมูล

            ชื่อกับข้อมูลปรากฏออกมา อิงศรอ่านชื่อของมัน...

            "เมอร์คาบาห์..."

 


[Strict Law] Merkabah

Alignment: Law

Detail: เอเซเคียลกล่าวว่า “ราชรถ? บัลลังค์?“ ทูตสวรรค์เบื้องหน้าเขามีสี่ใบหน้าและสี่ปีก...

Ability: สามารถร่าย สกิล Field  โดยไม่ต้องร่ายวลี]

 

            ชื่อของปีศาจเหมือนกับชื่อบนเอกสารที่เก็บได้ในฐานทัพใต้ดินของอารย-สนธยาซึ่งเนื้อความในนั้นมีกล่าวถึงราชรถสู่สวรรค์ ‘เมอร์คาบาห์’ รวมถึงเรื่องที่เขาเป็นผู้มีคุณสมบัติหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ด้วย

            นี่มันหมายความว่ายังไงกัน...อิงศรคิด

            ขณะเดียวกันซีลอร์ดก็แหงนหน้ามองความอัศจรรย์ที่บังเกิดขึ้นด้วยสีหน้าอิ่มเอม

            "นี่ก็คือมหาโชคชะตา...ทำได้แล้วนะอิงศรทำให้มหาโชคชะตาตื่นขึ้นมาแล้วนะ"

            แล้วกล่าวคล้ายจะปลื้มปลิ่มราวกับเป็นความสำเร็จของตัวเอง

            "จะทำอะไรก็รีบๆ เข้าเถอะหลุมดำมันห่างไปอีกแค่นิดเดียวแล้วนะ!!"

            อิซานามิตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง

            อิงศรเงยหน้าขึ้นมอง เป็นอย่างที่หล่อนว่าจริงๆ นั่นแหละหลุมดำอยู่ใกล้มากแล้ว

            แต่เขาไม่ได้กังวลเลยซักนิดเพราะรู้ถึงพลังของเมอร์คาบาห์เป็นอย่างดีในตอนที่อัญเชิญปีศาจซึ่งได้ชื่อว่ามหาโชคชะตา...

             ‘ในอาคานาร์ทั้งยี่สิบสองรูปแบบแต่ละคนก็จะมีหนึ่งรูปแบบที่เป็นอาคานาร์แห่งโชคชะตา เรียกว่า มหาโชคชะตา จนกว่าจะรู้ว่าอาคานาร์ใบไหนที่เป็นมหาโชคชะตาเธอก็คงจะต้องพบเจอกับการท้าทายจากปีศาจอย่างไม่รู้จบ’

            จำได้ว่าซีลอร์ดเคยนิยามมันไว้แบบนั้นเมอร์คาบาห์คืออาคานาร์แห่งโชคชะตาของเขาดังนั้น...

            “ไปเลยเมอร์คาบาห์! ตัดความมืดด้วยคมดาบแห่งแสงให้กลายเป็นชิ้นๆ ซะ”

            อิงศรสั่งออกไปอย่างนั้น

            พริบตาต่อมาปีศาจก็ทะยานเข้าหาหลุมดำ ใบดาบที่ข้อมือพับขึ้นและถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่าง เมื่อตวัดออกไปความมืดของหลุมดำก็แหวกออกจากกันคล้ายสายลมแหวกผ่านกองไฟ

            เมอร์คาบาห์พับดาบที่ข้อมืออีกข้างขึ้นเช่นกันแล้วตวัดซ้ำอีก ผ่าความมืดออกเป็นชิ้นๆ จนกระทั่งหลุมดำสลายไป


***เนื่องจากอาทิตย์หน้าไรท์ต้องเตรียมตัวไปท่องเที่ยวต่างประเทศทำให้ต้องของอาทิตย์หน้าสองตอนเท่ากับว่าอาทิตย์หน้าจะมีแค่วันจันทร์ตอนเดียวต้องขออภัยด้วยนะครับไว้กลับมาจากเที่ยวแล้วจะพยายามเข็นให้กลับมาอัพช่วงห้าโมงเย็นกับอัพให้ตรงวันให้ได้ เฮ้อ~~~ งานหลวงเยอะจริมๆเดือนนี้ =w='***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น