Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 110 : Login 107: เส้นยาแดงผ่าแปด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    11 พ.ค. 60

Login 107: เส้นยาแดงผ่าแปด

 

            กวินทร์ใช้แขนเสื้อปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากออก

            อุณหภูมิรอบๆ ซากโบสถ์สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

            บางทีอาจจะเกินสี่สิบองศาไปแล้วก็ได้

            สาเหตุมาจากแสงรัศมีที่ปีศาจตนหนึ่งปล่อยออกมา

            เบื้องหน้ากวินทร์คือปีศาจซึ่งมีร่างเป็นรูปปั้นหญิงนักบุญกำลังอุ้มจอกที่ใส่เด็กทารกไว้ ตัวเด็กเองก็เป็นรูปปั้นเช่นเดียวกันรวมถึงจอกด้วย ฐานของรูปปั้นนักบุญเชื่อมต่อกับโครงสายหินจำนวนเจ็ดเส้นที่ยึดรูปหล่อทองคำของเทวทูตกำลังถือคันแตรอยู่ในมือ

            ถ้าจะให้เปรียบจากที่เรียนมาในชั่วโมงปีศาจศาสตร์ของเมตไตรยแล้วเจ้าสิ่งนี้น่าจะเรียกว่ารูปปั้นพระแม่มารีย์หรืออะไรทำนองนั้นแต่ปีศาจกลับบอกว่ามันคือ ‘ยฮวฮ’

            กวินทร์เหลือบตาไปมองซากิริ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมหล่อนถึงได้มีท่าทางตกอกตกใจกับการปรากฏตัวของปีศาจตนนี้เพราะหล่อนเป็นเทวทูตแล้วยฮวฮก็เป็นชื่อของพระเจ้าถ้าว่ากันตามไบเบิลแล้วปีศาจตนนี้ก็เป็นเจ้านายของเธอ

            ทว่า ซากิริกับเปลี่ยนท่าที...

            หล่อนเก็บสีหน้าตกตะลึงเมื่อครู่ไปแล้วตั้งคำถามกับปีศาจว่า

            “อ้างพระนามสูงสุดเลยเหรอน่าสนใจนี่ แต่มันก็ยังมีข้อที่น่าสงสัยอยู่นะว่าเจ้าจะใช่ยฮวฮจริงๆ รึเปล่า”

            ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ได้ปักใจเชื่อที่ปีศาจพูดมาเต็มร้อย

            ”ถ้าสามารถตรวจสอบมันได้ล่ะก็แต่โชเน็นก็ไม่อยู่ที่นี่ด้วยสิ”

            กวินทร์ค่อนข้างเห็นด้วยกับคำพูดตัดพ้ออย่างน่าเสียดายนั่น

            ถ้าหากว่าพี่นรินทร์อยู่ที่นี่สถานการณ์อาจจะน่าชื่นใจกว่านี้

            เด็กหนุ่มหันไปมองความหวังสุดท้ายซึ่งยังไม่ตื่นขึ้นมา

            อิงศรยังคงสลบอยู่บนหน้าตักของพลอยและที่ตรงนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นอิซานามิหญิงสาวชุดจีนที่บอกว่าตัวเป็นปีศาจจากตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นซึ่งขัดกันอย่างเห็นได้ชัดทำไมหล่อนถึงไม่ใส่กิโมโนหรืออะไรที่มันดูเข้ากับชาติกว่านี้นะแต่หล่อนเป็นปีศาจ...

            สามัญสำนึกของมนุษย์คงเอามาใช้ตัดสินอะไรไม่ได้รวมถึงเรื่องที่ตอนนี้หล่อนกำลังจ้องอิงศรตาเป็นมัน

            “ท่าทางจะต้องไปช่วยนะเนี่ย”

            เขาได้ยินอิซานามิพึมพำออกมาแบบนั้น

            แต่จะช่วยอะไร? หรือคิดจะช่วยปลุกพี่ศรขึ้นมากันนะ...กวินทร์คิด

            จากนั้นอิซานามิก็จับแขนอิงศรขึ้นมาถือแล้วทำปากเหมือนกับพึมพำอะไรบางอย่างแต่เสียงมันเบามากจนเขาไม่ได้ยิน

            ตอนที่พยายามจะเงี่ยหูฟังอยู่นั่นเองก็มีเงาคนพุ่งขึ้นมาจากหลุมห้องใต้ดินที่ซากิริกับอิซานามิเคยเข้าไปหลบ มีด้วยกันสองคน...

            คนหนึ่งเป็นผู้หญิง ไม่สิเป็นมนุษย์ต่างดาวต่างหากแถมยังเป็นชั้นราชครูด้วยเลเวลของเธอมันบอก

 

Sodium Lv. 144

[/////49500:49500/////]

 

            ราชครูตนนั้นคล้ายกับคนที่เคยสู้ด้วยตอนไปปล่อยตัวมนุษย์ NPC กับตอนที่เกิดเรดบอสกับค่ายที่กรุงเทพ ราชครูมนุษย์ต่างดาวลำดับที่ห้าโซเดียม แต่นั่นก็แค่คนที่เหมือนกันเท่านั้นเพราะโซเดียมได้ตายไปแล้วในวันที่เกิดเรดบอสที่ค่ายกรุงเทพเธอคนนี้ดูเหมือนจะเป็นราชครูคนใหม่ที่มาแทนเป็นคนที่ค่อนข้างซุ่มซ่ามต่างจากคนก่อนลิบลับ

            “ในที่สุดก็เจอทางออกซักทีนะคะ”

            โซเดียมคนนั้นพูดด้วยใบหน้าที่มอมแมมเครื่องแบบราชครูก็มอมแมมเปื้อนทั้งคราบน้ำคราบดินโคลนเหมือนไปลุยท่อที่ไหนมาบางทีคงจะเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่พวกเขาเคยผ่านมานั่นก็ได้

            แล้วก็อีกคนที่ตามโซเดียมออกมากลับเป็นมนุษย์

            กวินทร์รู้จักชายคนนั้น เขาคือพันเอกพิจิก ธุวดารกะ

            พันเอกพิจิกก็สบักสะบอมพอกันแต่พอลองดูให้ดีที่เหมือนว่าจะไปคลุกฝุ่นคลุกดินมาก็ไม่มีบาดแผลบนตัวเลยหรือต่อให้มันหายดีแล้วเพราะไดรับการฟื้นฟูก็ควรจะมีรอยฉีกขาดของเสื้อหลงเหลืออยู่บ้างแต่นี่กลับไม่มีดังนั้นน่าจะเป็นไปได้ว่าชายผู้น่าสมเพชคนนี้ร่วมมือกับมนุษย์ต่างดาวเพื่อหนีออกมาจากอุโมงค์ใต้ดิน

            “ตกใจแทบตายแน่ะตอนที่ทางออกถล่มลงมาโชคดีจังที่มีทางเชื่อมมาห้องใต้ดินนี่อยู่ด้วยน่ะ”

            พิจิกพูด

            สรุปว่าเป็นไปตามที่คาดเดาไว้อย่างนั้นสินะ...กวินทร์คิด

            เขาเองก็พอจะรู้มาบ้างว่าพิจิกเป็นธุวดารกะที่ไม่เอาไหนบางทีอาจจะรู้มากกว่าอิงศรที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เสียด้วยซ้ำ

            ตอนนั้นเองยฮวฮก็เริ่มเคลื่อนไหว

            รูปหล่อเทวทูตทั้งเจ็ดกำลังขยับ พวกมันเอาแตรใส่ปากแล้วก็เริ่มเป่า

            เสียงแตรดังกังวานค่อยๆ ดังขึ้น

            ดังขึ้น

            ดังขึ้น

            ดังจนแสบแก้วหู

            กวินทร์ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองทันทีคนอื่นๆ ก็ทำแบบเดียวกัน

            เสียงแตรดังกระหึ่มแถมยังแหลมสูงเหมือนเป็นเสียงกรีดร้องเสียมากกว่า

            แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอ่อนเพลีย เรี่ยวแรงเหือดหายไปอย่างเป็นปริศนา

            หรือจะเป้นเพราะเสียงพวกนี้...กวินทร์ได้แต่คิดแบบนั้น

            “…”

            จากนั้นก็หมดสติไป

            ...

 

            ที่โลกฝั่งโน้น บนรากของอาคาชิกเรคคอร์ด

            อิงศรเพิ่งจะใช้แอพพลิชั่นปีศาจของนรินทร์ไป

            ‘เจ้า...ไม่ใช่นรินทร์นี่’

            เสียงของปีศาจดังก้องอยู่ภายในหัวอิงศรจึงตอบกลับไปว่า

            “ช่างเถอะตอนนี้ขอยืมพลังก่อนเรื่องเจ้านายแกพูดแล้วมันยาว”

            ปีศาจนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งคงกำลังชั่งใจอยู่ถึงค่อยตอบกลับมา

            ‘เอาเถอะข้าก็รู้ตั้งแต่ตอนที่เจ้ามาจับถูกตัวข้าแล้วเพราะข้าคือนัยน์ตาแห่งการทำนายนี่นะแล้วก็เพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้เจ้าไปช่วยเจ้านายของข้าจะยอมให้ยืมพลังก่อนก็ได้’

            “ขอบใจมาก”

            อิงศรวิ่งอยู่บนถนนด้วยกำลังขาของตัวเองด้านหลังปีศาจที่ชื่อโลกิกำลังไล่ตามมา หลังจากลาพาสตอบรับคำขอร้องร่างปีศาจโครงกระดูกของมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

            พอเขาวิ่งมันก็ลอยถอยหลังห่างออกไปด้วย

            “นายคือ...ปีศาจของนรินทร์เหรอ”

            “…”

            โครงกระดูกพยักหน้าตอบรับคำพูดของเขาแล้วประสานมือขึ้นเหนือศีรษะเรียกเอาแว่นตาแบบที่นรินทร์ใส่อยู่เสมอตอนที่สู้ออกมา แว่นตาปีศาจลาพาส

            โครงกระดูกสวมแว่นนั้นให้และหายไป

            เมื่ออิงศรหันกลับไปมองปีศาจที่ไล่ตามมาข้อมูลของก็เริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นเป็นตัวหนังสือลอยกลางอากาศ

            นี่คือภาพที่นรินทร์เห็นอยู่เสมอเหรอ...อิงศรคิด

            จากนั้นก็ลองหันไปมองปีศาจตนอื่นที่กำลังสู้กับซีลอร์ดบ้าง ที่กำลังสู้กับโอดินบ้าง

            ข้อมูลของปีศาจทั้งหมดปรากฏออกมา อิงศรเริ่มอ่านชื่อของปีศาจเหล่านั้น

            “จอมมารโลกิ สัตว์อสูรเฟนริล วิญญาณร้ายอลิส แล้วก็...”

            นอกจากข้อมูลของปีศาจแล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับเส้นสีดำที่ลอยอยู่เหนือตัวปีศาจแต่ละตนเส้นพวกนั้นเชื่อมติดกับสันคอและทอดยาวขึ้นไปข้างบนสูงไปถึงท้องฟ้ามันยังทอดยาวออกไปอีกแต่สูงกว่านั้นก็มองไม่เห็นแล้ว

            “เจ้าเส้นดำๆ นั่นมันอะไรกัน”

            เขาถามลาพาส

            จากนั้นก็มีเสียงตอบคำถามดังก้องอยู่ในหัว

            ‘นั่นสิ...น่าแปลกที่ข้าเองก็มองไม่ออกเช่นกันเป็นครั้งแรกไม่สิครั้งที่สองแล้วครั้งแรกคือตอนที่นรินทร์ขอให้ข้าตรวจสอบเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าเป็นผู้ขับเคลื่อนบางทีเจ้าสิ่งนี้อาจจะมีพลังในการปกปิดระดับเดียวกันก็ได้ เท่าที่ข้าจะบอกได้ก็คือมีพลังงานบางอย่างส่งผ่านสิ่งนั้นไปยังพวกปีศาจและควบคุมมัน’

            “หมายความว่าเจ้าสามตัวนี้โดนเชิดอยู่อย่างนั้นเหรอ”

            ‘จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่’

            “งั้นถ้าตัดมันได้เจ้าพวกนี้ก็อาจจะหยุดสินะ”

            อิงศรดึงเส้นเอ็นโก่งคันธนูจนงอแล้วหมุนตัว เมื่อลูกศรเพลิงปรากฏขึ้นบนโก่งคันธนูแล้วก็ปล่อยมือแผลงลูกศรยิงตัดเส้นสีดำของปีศาจแต่มันกลับทะลุผ่านไป

            ‘ไม่ได้ผลหรอกสิ่งนั้นไม่ได้มีตัวตนอย่างที่เจ้ามองเห็นมันไม่เพียงอำพรางตัวเองแต่ยังไม่มีกระทั่งสสารให้ทำลายได้การที่เจ้ามองเห็นมันเพราะอำนาจเปิดสิ่งที่ปิดบังออกไปของข้าเท่านั้น’

            พอได้ฟังที่ลาพาสพูดอิงศรก็เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด

            “ชิ แปลว่ามองเห็นก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีสินะ”

            แล้วออกวิ่งต่อ

            ตอนนี้มีแต่ต้องกำจัดปีศาจพวกนี้ด้วยกำลังเท่านั้นพอคิดแบบนั้นแล้วเด็กหนุ่มก็หันไปจ้องมองร่างกายมหึมาของหมาป่าปีศาจเฟนริลแล้วตัดพ้ออย่างเหนื่อยหน่าย

            “ถึงจะบอกให้จัดการก็เถอะแต่แบบนี้ไม่ไหวหรอกไม่มีวิธีรับมือกับพวกมันบ้างเลยเหรอ”

            ‘ทั้งสามตัวเป็นประเภทเคออสถ้าใช้การโจมตีของปีศาจสายลอว์ก็จะได้เปรียบพวกมัน’

            อิงศรเบ้หน้าเพราะลาพาสพูดเรื่องประหลาดออกมา เขาไม่เข้าใจมันเลยซักนิด

            “ห๊ะ? เคออส... ลอว์.. อะไรกันน่ะนั่นพูดถึงเรื่องอะไรอยู่เนี่ย”

            ‘เป็นประเภทของปีศาจน่ะไม่รู้จักเหรอ’

            “ถ้าแค่ธาตุก็พอจะรู้อยู่แต่ไอ้เคออสหรือลอว์อะไรนั่นไม่เห็นเคยได้ยินเลย”

            ‘คืองี้นะปีศาจน่ะนอกจากธาตุแล้วก็ยังจำแนกออกตามประเภทของปีศาจที่ให้คุณกับโทษหรือไม่ก็เป็นกลาง ประเภทเคออส (Chaos) คือคุณลักษณะของปีศาจที่ชั่วร้ายจะอ่อนแอต่อประเภท ลอว์ (Law) ที่เป็นปีศาจจำพวกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หรือพวกที่มีหน้าที่ธำรงกฎแห่งความเป็นไป’

            ลาพาสอธิบายมารวดเดียวจนเกือบจะตามไม่ทัน ไหนยังจะต้องวิ่งหนีปีศาจอีกระหว่างที่ตั้งใจฟังไปพร้อมกับวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายปีศาจก็ไล่หลังมาติดๆ

            ต้องรีบหาทางจัดการกับสถานการณ์นี้ซะก่อนคิดดังนั้นแล้วอิงศรก็เร่งฝีเท้าพร้อมกับมองหาโอกาสตอบโต้เขากวาดสายตามองไปทั่ว

            ข้างหน้าที่กำลังจะวิ่งไปเป็นสี่แยกเขาจะเลี้ยวขวาตรงนั้นแล้วเตรียมการโจมตีสำหรับหยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้ช่วงห่างของระยะทางน่าจะพอทำให้ปีศาจไม่ทันระวังตอนที่เลี้ยวตาม

            อิงศรวิ่งมาถึงสี่แยกเขาเลี้ยวขวาพร้อมกันนั้นก็ดึงยันต์กระดาษออมาจากแขนเสื้อหลายแผ่น ง้างธนูแล้วหนุนตัวกลับเตรียมพร้อมให้ปลดปล่อยสกิลได้ทุกเมื่อ

            ทันทีที่ปีศาจโผล่หน้าออกมาถึงทางเลี้ยวจะใช้ ’ชาร์คชู้ต’ ยิงซัดให้ชะงักไปก่อนแล้วร่าย ’ชาร์คแฟงค์ฟรอสไบท์’ เพื่อแช่แข็งมันคอมโบนี้นน่าจะหยุดมันไปได้ซักพัก

            มาเลยเซ่...อิงศรคิดในใจ

            “...”

            แต่ปีศาจกลับไม่ตามมา

            ทำไม...

            วินาทีถัดมาอิงศรก็รู้ตัวประสาทสัมผัสอันเฉียบคมจับสัญญารอันตรายได้มันมาจากทางด้านบน

            เด็กหนุ่มเงยหน้าทันที

            ปีศาจบินอยู่ข้างบนนั่นกางมือที่เต็มไปด้วยเล็บยาวโง้งราวกับดาบและเปล่งเสียงหัวเราะน่าหมันไส้ออกมา

            “ฮะๆๆ มนุษย์นี่น้า~~”

            พูดแบบนั้นและกำลังดิ่งลงมา

            แต่อิงศรตอบโต้ทันควันยกคันธนูที่โก่งรอขึ้นไปด้านบนแล้วร่ายสกิล

            “บัพ-แอโร่ว”

            แผลงลูกศรที่กลายเป็นมหิงสาเพลิงพุ่งขึ้นไปขวิดใส่ปีศาจจนร่างลอยกระเด็น

            ในตอนนั้นเอง...

            ตอนที่คิดว่าจะซัดคอมโบแช่แข็งเพื่อหยุดยั้งโลกิก็พลันมีเสียงหวีดของเลื่อยไฟฟ้าดังใกล้เข้ามา

            พอหันไปตามเสียงนั้น...

            เลื่อยไฟฟ้าก็เหวี่ยงเข้ามาเกือบจะถึงใบหน้า ถ้าไม่หันมาก็คงโดนฟันคอขาดแต่จะอย่างไหนก็ตายอยู่ดี

            มาคิดตอบโต้เอาตอนนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว

            “กู๊ดไนท์นะพ่อหนุ่มฟันเฟืองเลือก”

            ปีศาจเด็กสาวที่เหวี่ยงเลื่อยไฟฟ้าใส่พูดมาแบบนั้นที่จริงหล่อนควรจะต้องสู้อยู่กับซีลอร์ดไม่ใช่รึไง

            เลื่อยไฟฟ้าอยู่ห่างจากใบหน้าแค่ไม่กี่เซนติเมตร

            ยัยเด็กปีศาจตัวเล็กกว่าแต่อาศัยกระโดดแล้วหมุนตัวเหวี่ยงเลื่อยเข้ามาทั้งที่ตัวลอยอยู่และเพราะแบบนั้นน่ะเอง...

            “อ้าวๆ ยะตัวให้มันดีๆ หน่อยน่อแล้วก็ปิ๊กมาหาแม่ซะมามะ”

            สำเนียงเหน่อกับภาษาเหนือก็ดังขึ้นมาและช่วยชีวิตอิงศร

            อิซานามิปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเด็กปีศาจคว้าคอเสื้อเธอไว้แล้วกระชากออกก่อนจะเหวี่ยงไปกระแทกกับอาคารดังโครม

            อิซานามิหันมาส่งยิ้มให้พลางกล่าวด้วยความยินดี

            “เส้นยาแดงผ่าแป๊ดเลยล่ะน่อ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น