Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 108 : Login 105: การแก้แค้นของปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 พ.ค. 60

Login 105: การแก้แค้นของปีศาจ

 

            ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง

            ภายในรูนรูม

            อิงศรฟื้นขึ้นมาที่นั่น

            เด็กหนุ่มปรือตาออกอย่างสะลึมสะลือก่อนจะทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าตนหมดสติไปเพราะใช้พลังกายไปมากทำให้มาปรากฏตัวที่ฝั่งนี้

            อิงศรอยากจะรีบกลับไปโดยเร็วแต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา

            “ถ้าตัวเราข้างนอกยังไม่ตื่นก็ออกไปไม่ได้อยู่ดี”

            จึงสรุปได้แบบนั้น

            ได้แต่หวังให้ทุกคนรักษาตัวรอดไว้ได้จนกว่าเขาจะตื่น....พอคิดถึงตรงนี้อิงศรก็เริ่มกำหมัดแน่น

            ในเวลาคอขาดบาดตายมักจะเป็นแบบนี้เสมอ

            มีพลังในตอนที่จำเป็นไม่พอเสมอ

            ตอนนั้นเอง...

            อิงศรก็รู้สึกว่าเหนือหัวตัวเองมีแสงสว่างส่องลงมาจึงเงยหน้าขึ้นมองต้นกำเนิดแสงนั่น แต่ก็ตาพร่าไปชั่วขณะเพราะเจอกับแสงจ้าทันทีหลังจากสายตาขินกับความมืดสลัวของรูนรูม

            เด็กหนุ่มทัดมือไว้บนหน้าผากเพื่อกันแสงที่จะทำให้ตาพร่าแล้วพยายามมองดูมันอีกครั้ง

            "อาคานาร์เหรอ...เดอะแฮงค์แมน"

            แสงมาจากไพ่อาคานาร์ของโอดิน

            จะว่าไปแล้วก็เพราะโอดินไม่ยอมรับในตัวเขาทำให้ต้องฝืนใช้พลังเกินตัวจนเป็นแบบนี้

            พอคิดแบบนั้นอิงศรก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาและนึกอยากจะโทษความผิดให้กับมัน

            "เจ้าหนู"

            มีเสียงออกมาจากอาคานาร์ที่กำลังลอยอยู่

            เสียงของโอดินรึ ?

            ถึงจะไม่เคยได้ยินแต่ก็คิดว่าน่าจะใช่ น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวดูมีอำนาจนั่นถ้าจะบอกว่าเป็นของราชันย์เทพแห่งแดนเหนือมันก็ฟังดูเข้าที

            เสียงนั้นเริ่มพูดต่อ...

            "เรียกข้าออกมา"

            ไม่ได้เรียกซะหน่อย...อิงศรคิด

            เสียงของโอดินดังขึ้นมาอีก

            "เจ้าหนู! จงเรียกข้า!"

            ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายอยากให้เขาเรียกออกมา แต่...ทำไมกันล่ะ

            ตูม! ตูม! ตูม! เกิดเสียงระเบิดดังต่อเนื่องแว่วมาจากที่ไกลๆ

            อิงศรหันไปตามเสียงที่ว่า

            ตรงซากเมืองร้างที่ห่างไปจากรูนรูมประมาณสามกิโลเมตรมองเห็นกลุ่มควันลอยโขมงประหนึ่งว่ามีไฟไหม้ขึ้นที่นั่นแล้วยังมีอาคารหลายหลังที่กำลังถล่มลงมาไม่ก็โน้มเอียงราวกับถูกเบียดด้วยสิ่งที่มีขนาดมหึมา

            สิ่งมหึมานั่นมองเห็นจากตรงนี้เป็นแค่เงาตะคุ่มๆ ที่ดูไม่ออกว่าเป็นอะไร บางทีโอดินอาจจะอยากให้เรียกออกมาก็เพราะเรื่องนี้

            แล้วควรจะทำตามดีรึเปล่า?

            "..."

            ในเวลาแบบนี้ควรจะถามซีลอร์ดแต่เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าหมอนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ซึ่งเป็นเรื่องแปลก

            "ปกติแล้วนายต้องอยู่ต้อนรับไม่ใข่รึไงฟะ"

            อิงศรพึมพำอย่างความหงุดหงิด แต่เด็กหนุ่มก็เผื่อใจไว้แล้วว่าการระเบิดเมื่อครู่อาจจะเกี่ยวข้องกับที่ซีลอร์ดหายตัวไปรวมถึงที่ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่อมฤตกลับมาทำงาน

            บางทีคงจะเกิดเรื่องขึ้นที่นี่...

            อิงศรเงยหน้าขึ้นไปมองอาคานาร์ที่ลอยอยู่

            แล้วชั่งใจ

            ควรจะปลดปล่อยราชันย์เทพออกมา...หรือว่าไม่ควรดี?

            เขาเองก็ไม่รู้เหตุผลที่จะไม่ทำตามที่เทพขอแต่ขณะเดียวกันก็ไม่รู้ด้วยว่าจะปล่อยเทพออกมาด้วยเหตุผลแบบไหน

            ทั้งที่ไม่มีเหตุผลให้เคลื่อนไหวแต่มือกลับเลื่อนขึ้นไปเอง

            มือคว้าการ์ดอาคานาร์ใบนั้นมาโดยที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากทำแบบนั้น

            ราวกับต้องมนต์สะกด

            แต่อิงศรรู้อยู่แก่ใจว่าสามารถขัดขืนได้เขาไม่ได้ถูกใครบงการหรือสะกดให้ทำตาม

            งั้นนี่ก็เป็นความตั้งใจของตัวเองที่ไม่ยึดติดกับหลักเหตุผล

            ความตั้งใจที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าที่ซีลอร์ดพูดอยู่เสมอ

 

            ...

 

            ซีลอร์ดกำลังจม

            จมลงในกองซากปรักที่เกิดจากอาคารถล่มลงมาเพราะถูกปีศาจหมาป่ากัดแขนแล้วเหวี่ยงจนปลิวมาตกลงที่นี่รวมถึงแขนข้างขวาถูกกระชากขาด

            “อึก...อือ....เอาเรื่องเหมือนกันแฮะ”

            ซีลอร์ดพูดเหมือนครางแล้วดึงตัวเองออกจากผนังคอนกรีตที่อยู่บนซากปรัก

            เขาใช้มือข้างที่เหลืออังบริเวณแผลที่แขนถูกกระชากขาด เลือดที่ไหลออกมาไม่ใช่สีแดงแต่เป็นของเหลวหนืดสีขาวขุ่น

            “โซเดียราฮัน”

            ซีลอร์ดร่ายสกิลแล้วบริเวณแผลที่อังด้วยมือก็ห้อมล้อมไปด้วยแสงสว่าง

            แขนกำลังสร้างตัวขึ้นใหม่และเมื่อเลื่อนมือห่างออกไปก็ทำให้แขนยืดตามและกลับคืนสู่สภาพเดิมแม้แต่แขนเสื้อที่ขาดไปพร้อมกับแขนยังกลับคืนมาเรียกได้ว่าเป็นการฟื้นฟูที่สมบูรณ์แบบราวกับย้อนเวลากลับไป

 

[Zodiarahan Lv(?/?)

Element: Zodiac

Attribute: Zodiac , Support

(Cast Cost) คุณต้องเป็นเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์; พลังแห่งกาล-อวกาศได้ฟื้นฟูความเสียหายและอาการผิดปกติทั้งหมด นี่คือโชคชะตา คือลิขิตสวรรค์ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจงทำให้สรรพสิ่งสยบแทบเท้าแม้แต่บาดแผลของเจ้า ข้าก็มิอาจยอมให้มีได้เหล่าเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์!!]

 

            นี่คือพลังแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นถ้าเอาจริงแม้แต่ชุบชีวิตมนุษย์ที่ตายให้กลับคืนชีพขึ้นมาก็ยังทำได้และไม่ใช่แค่พลังเยียวยาเท่านั้นด้านการทำลายเองก็ไม่แพ้ดีเซมแมร์ หรือ เครื่องทำสวนเครื่องอื่นเช่นกัน

            หากเอาจริงแล้วล่ะก็แค่ปีศาจสามตัวนี้จะบดขยี้ทิ้งในทีเดียวเลยก็ยังได้ ซึ่งการจะทำแบบนั้นก็ต้องปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่แล้วสถานที่อันสำคัญนี้ก็จะต้องมลายหายไป ดังนั้นซีลอร์ดจึงต่อสู้เต็มที่ไม่ได้... ถึงได้โดนไล่ต้อนจนเป็นแบบนี้

            “ไม่เห็นเก่งอย่างปากเลยนี่”

            อลิส ปีศาจซึ่งมีรูปร่างเป็นเด็กสาวปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้า หล่อนถือเลื่อยไฟฟ้าที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนหรือบางทีคงเป็นพลังของหล่อนเองที่เสกมันมา

            รอยยิ้มกรุ่นกริ่มลอยอยู่บนหน้าของเด็กสาว

            ซีลอร์ดจ้องมองรอยยิ้มนั้นแล้วยิ้มตอบ

            “คำพูดนั่นน่ะผมขอคืนให้เธอก็แล้วกัน”

            ทันใดนั้นเอง... จากทางด้านหลังของอลิสโดรนสองเครื่องที่ให้บินอ้อมไปก็ลงมาจ่อหลังหล่อน

            “แค่นั้นฉันดูออกน่ะ”

            แต่อลิสกลับพูดตอบมาอย่างนั้นและไม่ได้หุบยิ้มลงแม้แต่น้อยราวกับอ่านทางได้ล่วงหน้าว่าจะเป็นแบบนี้

            จู่ๆ ท้องฟ้าก็มืดลงถึงที่นี่จะเป็นกลางคืนตลอดเวลาก็ตามแต่ตอนนี้แค่จุดที่เขานั่งอยู่เท่านั้นที่มืดสนิทกว่าปกติเหมือนกับมีอะไรมาบังแสงจากด้านบนไว้

            ซีลอร์ดแหงนหน้าขึ้นไปมองสิ่งที่ว่านั่นแล้วดวงตาก็เบิกโผลงด้วยความตกใจ

            ข้างบนนั่นเฟนริล ปีศาจหมาป่าร่างใหญ่มหึมาตัวนั้น...

            มันกำลังร่วงลงมา

            มันแยกเขี้ยวอันคมกริบเตรียมพร้อมจะขย้ำเขาให้ขาดครึ่งท่อนในทันทีที่เข้าถึงตัว

            แต่ทว่า...

            ร่างของเฟนริลกลับเบนออกไป มันกำลังกระเด็นไปอีกทางเพราะถูกชกด้วยกำปั้นอันใหญ่โต

            ระหว่างที่มันปลิวไปก็ชนเข้าอาคารอยู่หลายหลังและทำให้ถล่มลงมาทั้งหมด จากนั้นก็ร่วงตกลงพื้นแล้วกลิ้งไปต่ออีกหลายตลบ

            อาคารหลายแห่งพังราบ พินาศวอดวายไปจนหมดยังดีที่ว่าไม่มีใครอยู่ในอาคารเหล่านั้นไม่เช่นนั้นแล้วคงกลายเป็นโศกนาฏกรรม

            ซีลอร์ดจ้องมองไปที่เจ้าของกำปั้นซึ่งช่วยชีวิตตนเอาไว้

            “โอดิน...อิงศรงั้นหรือ”

            ชายร่างใหญ่กำยำในชุดเกราะหนังสัตว์แบบไวกิ้งผู้มีดวงตาแค่ดวงเดียวนี้ถูกเรียกว่าเทพเจ้าและไม่ใช่แค่เทพธรรมดาๆ แต่เป็นถึงราชันย์เทพดังนั้นพลังที่ซัดหมาป่าปีศาจซึ่งตัวใหญ่กว่าให้ปลิวกระเด็นไปได้อย่างง่ายดาย

            จากนั้นก็มีเสียงเรียกมาจากอีกทางหนึ่ง

            "เฮ้นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ!"

            ซีลอร์ดมองไปที่เจ้าของเสียงซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น

            อิงศรกำลังวิ่งมาทางนี้ห่างกันแค่ไม่กี่เมตรแล้วก็ตะโกนถามมาว่า

            "เจ้าพวกนี้เป็นใครกัน"

            คงจะกำลังหมายถึงพวกปีศาจจากอาคานาร์ทั้งสามแบบ แต่เอาเข้าจริงเขาก็ไม่รู้ว่าปีศาจทั้งสามตนนี้เป็นของใครหรือมาด้วยเรื่องอะไรจึงไม่สามารถตอบคำถามนั่นได้

            "..."

            ซีลอร์ดพยายามคิดคำตอบ จนกระทั่งลืมเรื่องของปีศาจ ลืมกระทั่งว่าอลิสกำลังหันเลื่อยไฟฟ้าใส่และยังลืมไปว่ามีปีศาจเหลืออยู่อีกตน ตอนนั้นเองปีศาจตนที่ว่าก็อ้อมไปอยู่ด้านหลังของอิงศรที่ยังไม่รู้สึกตัว

            "อะ..."

            ตอนนี้อิงศรรู้สึกตัวแล้ว

            เด็กหนุ่มหันกลับไปตอบโต้ด้วยความเร็วของประสาทสัมผัสที่ชวนให้เขารู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย

            ทว่า ถึงจะเห็นปีศาจแล้วก็จริงแต่ก็ต่อสู้ไม่ได้เพราะว่าไม่มีอาวุธแล้วก็ใช้สกิลไม่ได้

            "อิงศร"

            ซีลอร์ดพูดพร้อมกับดีดนิ้วดังเปาะเหมือนเป็นสัญญาญ

            แล้วเพียงแค่นั้น...

            คันธนูก็ปรากฏขึ้นในมือของอิงศรรวมถึงดาบกับฝักเข็มขัดและแถบพลังชีวิตก็ปรากฏขึ้นมา

            เมื่อได้อาวุธมาเด็กหนุ่มก็พร้อมจะต่อสู้

            ปีศาจรูปงามเงื้อกรงเล็บแหลมหมายจะฉีกอิงศรออกเป็นชิ้นๆ แต่อิงศรก็ชักดาบออกมาหยุดกรงเล็บนั้นไว้แล้วก้าวถอยหลังเร็วๆ ทิ้งระยะห่างออกมา

            "เฮ้! เจ้าพวกนี้น่ะจัดการได้ใช่ไหม"

            อิงศรถามโดยที่ไม่หันมามอง

            "ถ้าทำได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยล่ะ"

            ซีลอร์ดตอบ

 

            ...

 

            ขณะเดียวกันบนโลก

 

กวินทร์ Lv. 69 (Frost B.) (Electric B.)

[/////6800:8300//...]

 

            ขณะที่อิงศรต่อสู้อยู่ที่รากของอาคาชิกเรคคอร์ด การต่อสู้ของกวินทร์ก็ยังคงดำเนินอยู่

            แต่มันอาจจะจบลงในไม่ช้านี้เนื่องจากความต่างของพลังห่างชั้นกันเกินไปมิหนำซ้ำไทเทเนียมยังมีอาวุธลับอย่างอาวุธติดตั้งอสุรา

            เมื่อหล่อนเงื้อดาบแล้วฟันลงบนพื้นพลังมหาศาลก็แผ่พุ่งออกมา บดขยี้และคว้านแผ่นดินขึ้นไปในอากาศ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวิธีรับมือ

            กวินทร์ควงดาบน้ำแข็งสองสามทีพร้อมกับร่ายสกิล

            "ขอหิมะจงแหลมคม สายลมจงหมุนวน ก่อเกิดพยุหะฝนน้ำแข็งทิ่มแทงถล่มปฐพีจนกว่าสรรพสิ่งจะราบพนาสูญ เอดจ์ออฟไดมอนด์ดัส"

            แล้วแทงดาบออกไปด้านหน้า  ผิวน้ำแข็งที่เกาะบนใบดาบกะเทาะตัวแตก

            เศษน้ำแข็งขยายตัวเป็นแท่งแหลมในชั่วพริบตานั้นและสายลมพัดกรรโชกมาจากทางด้านหลัง หมุนวนพัดเอาแท่งน้ำแข็งหมุนควงประหนึ่งเกลียวสว่านพุ่งตรงไปข้างหน้า

 

[Edge of Diamond Dust Lv(2/2)

Element: Water

Attribute: Physical Attack , Special Attack

(Cast Cost) สละ Buffs ธาตุน้ำที่มีชื่อ Saber หรือ Blade , ร่าย ขอหิมะจงแหลมคม สายลมจงหมุนวน ก่อเกิดพยุหะฝนน้ำแข็งทิ่มแทงถล่มปฐพีจนกว่าสรรพสิ่งจะราบพนาสูญ’; ควบคุมสายลมและน้ำแข็งจู่โจมศัตรูด้วยพายุคมดาบผลึกหิมะ!! หากฝนตกหรือมีหิมะจะทำให้ระยะโจมตีเพิ่มขึ้น]

 

            แท่งน้ำแข็งตรงเข้าหาไทเทเนียมแต่ก็ปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นซึ่งเป็นสกิลของอาวุธติดตั้งอสุรา สกิลออลไมตี้ที่จะไม่รับการโจมตีโดดเดี่ยวทุกรูปแบบ เท่ากับเขาเสียดาบน้ำแข็งไปฟรีๆ

 

กวินทร์ Lv. 69 (Electric B.)

[/////6800:8300//...]

 

            เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น... กวินทร์ตะโกนบอกกลุ่มครอบครัวของมิ่งขวัญ

            เฮ้! ใครก็ได้ช่วยโจมตีเสริมมาที

            เด็กหนุ่มเรือนผมสีทองที่ชื่อมิกซ์ลุกขึ้นตามคำขอและวิ่งมาทางนี้พร้อมกับเล็งปืนไปด้วย พอเข้าถึงระยะยิงหวังผลก็เหนี่ยวไกยิงกระสุนตามพายุผลึกน้ำแข็งไปทันที

            ถึงจะเป็นแค่การโจมตีธรรมดาที่ไม่มีลูกเล่นอะไรเลยก็ตามแต่ทันทีมิกซ์เข้ามาร่วมด้วยแค่ตอนที่ลั่นไกแต่กระสุนยังไปไม่ถึงไหนกำแพงที่ป้องกันตัวไทเทเนียมก็หายไปในวินาทีนั้น

            ดูเหมือนระบบการทำงานของสกิลจะเถรตรงเอามากๆ เพียงตรวจจับได้ว่านี่จะเป็นการโจมตีร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปความสามารถป้องกันอันสมบูรณ์แบบก็ถึงกับมลายหายสิ้น อย่างไรก็ตาม...

            อีกฝ่ายคือมนุษย์ต่างดาวเลเวลหนึ่งร้อยความต่างเรื่องพลังกับเผ่าพันธุ์ตรงนี้อย่างไรก็ไม่เปลี่ยนไป

            ไทเทเนียมตวัดดาบฟันแท่งน้ำแข็งทั้งหมดรวมถึงลูกกระสุนที่ตามมาในตอนสุดท้ายทิ้งไปอย่างง่ายดายแล้วเงื้อดาบจากนั้นจึงฟาดมันลงบนพื้นอีกครั้ง

            เกิดเสียงระเบิดดังกัมปนาท พื้นดินถึงกับลั่นเปรี้ยะๆ สั่นสะเทือนเยี่ยงแผ่นดินไหว

            หินป่นเป็นดิน ดินป่นเป็นทราย ผืนปฐพีถูกคว้านขึ้นไปในอากาศ

            ความพินาศแผ่ขยายวงกว้างจากตัวไทเทเนียมที่เป็นจุดศูนย์กลาง พัดกวาดทั้งกวินทร์ ทั้งมิกซ์และคนอื่นๆ ลอยขึ้นไปรวมถึงอิงศรที่หมดสติ

            อั่ก…”

            กวินทร์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะอยู่ใกล้ศูนย์กลางของการโจมตี มิกซ์เองก็เช่นกันพวกเขาต่างก็พลังชีวิตลดลงเพราะถูกแรงปะทะกระแทกเข้ามาแต่ไม่ใช่บาดแผลที่สาหัสขนาดต้องเป็นห่วงมันก็แค่ทำให้รู้สึกจุกเหมือนมีใครมาหวดกำปั้นใส่ท้องจนอยากอาเจียนเท่านั้น

 

กวินทร์ Lv. 69 (Electric B.)

[/////6800:8200//...]

 

มิกซ์ Lv. 65

[/////5100:6390//...]

 

            แต่ที่จะทำให้เลือดตกยางออกกันจริงๆ คือหลังจากที่ตกลงไปแล้วต่างหากพวกเขาลอยขึ้นมาสูงพอขนาดที่ว่าในโลกเก่าที่ไม่ได้เป็นเกมนั้นหากตกลงไปในสภาพแบบนี้ไม่แขนขาหักก็คอหักตายแน่นอน แต่ถ้าเป็นตอนนี้ถึงตกลงไปก็คงแค่ถลอกปอกเปิกกับพลังชีวิตลดลงไปคืบหนึ่ง

            ทว่าโชคก็ยังเข้าข้างอยู่บ้างที่มิ่งขวัญซึ่งเกือบสลบไปจากการถูกสะท้อนการโจมตีในตอนแรกฟื้นขึ้นมาและใช้ความเร็วของร่างอัศวินทองคำพาตัวทุกคนบินไปส่งบนพื้นทีละคนก่อนที่จะร่วงลงไปเอง

            ทุกคนปลอดภัยกันใช่ไหม

            มิ่งขวัญถามขณะที่แบกกวินทร์ที่ช่วยเป็นคนสุดท้ายลงมาส่งที่พื้น

            ทุกคนปลอดภัยจ้ะ

            พลอยที่ช่วยดูทุกคนให้แล้วพูดตอบ

            ดินทรายที่ลอยขึ้นไปโปรยปรายลงมาจนต้องใช้มือบังไม่ให้เศษผงหลุดเข้าไปในดวงตาหรือเข้าไปในจมูก

            กวินทร์จ้องมองไทเทเนียมแล้วคิดว่า...

            ตั้งแต่ที่เริ่มสวมใส่ดาบที่บอกว่าเป็นอาวุธติดตั้งอสุราก็ยังไม่เคลื่อนที่ไปไหนเลยเรียกว่าเท้าย่ำติดดินอยู่ที่เดิมด้วยซ้ำไป

            หรือว่าถ้าใส่ไอ้นั่นแล้วจะเดินไม่ได้

            ถ้าหากว่านั่นเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับพลังอันมหาศาลของอาวุธชิ้นนี้ก็น่าจะยอมรับได้ในกรอบของเกมเพียงแต่ว่า...

            ไม่สิ ไม่น่าจะเป็นแบบนั้น

            กวินทร์ปฏิเสธความคิดตัวเองเพราะอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เกมไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นไปตามที่คิดจะเรื่องสมดุลหรืออะไรก็ตาม

            เขาไม่ได้เป็นคนกำหนดมัน

            มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้กำหนดมัน

            เกมนี้น่าจะถูกควบคุมโดยตัวตนที่เหมือนกับเป็นพระเจ้าที่อิงศรเคยเล่าให้ฟัง ถ้าอย่างนั้นก็ฟันธงไม่ได้ว่าจะเป็นไปอย่างที่คิด

            “ไม่เข้ามาเหรอ

            ไทเทเนียมพูดจงใจท้าทายด้วยเหตุผลบางอย่าง

            หรือว่าที่คิดไว้จะถูกกันนะ...

            “…”

            ต่างฝ่ายต่างก็ดูเชิงกันจนไม่มีใครขยับตัว

            ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดีควรจะเดินหน้าด้วยยุทธวิธีใดหรือควรจะถอยหนี

            กวินทร์ได้แต่สับสนปกติแล้วเขาก็แค่คอยทำตามที่อิงศรสั่งโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรแค่เชื่อใจแล้วทำตามไปก็พอเพราะเหตุนั้นทำให้ตอนนี้ตัดสินใจอะไรไม่ได้เลยซักอย่างเดียว

            ใครก็ได้...

            กวินทร์เริ่มหันไปพึ่งพาคนอื่นแต่มันไม่มีใครจะให้พึ่งพาได้เลย พวกเขาไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกันมาก่อนแค่เพิ่งมาเจอหน้ากันแล้วก็มีอิงศรเป็นสะพานเชื่อกันเท่านั้นเองจะหวังให้เชื่อฟังคำพูดของเขาเหมือนเป็นคำสั่งคงจะไม่ได้

            หลังจากนิ่งเงียบกันอยู่นานไทเทเนียมก็เป็นฝ่ายเริ่มขยับก่อน แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร...

            ยังอยู่ดีกันทุกคนเลยสินะ

            ก็มีเสียงดังแว่วมาอย่างนั้นดังก้องมาจากข้างใต้พื้นที่แห่งนี้ แถมยังฟังคุ้นหูอยู่ไม่น้อยแล้วยิ่งพวกครอบครัวของมิ่งขวัญที่เคยถูกอวโลกิตะควบคุมตอนที่ได้ยินเสียงนี้ก็พากันหน้าถอดสีเลยยิ่งทำให้แน่ใจ

            เจ้าอวโลกิตะนั่นอีกแล้วเหรอ?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น