Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 19 : พวกเราแยกแยะออกน่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

          ตั้งแต่วันที่ฉันทะเลาะกับเพื่อนๆก็ผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว พวกนั้นไม่ยอมคุยกับฉันเลย แถมยังออกตัวชัดเจนว่าเขี่ยฉันทิ้งออกจากกลุ่มแล้ว เรื่องนี้ฉันเหมือนจะทำอะไรไม่ค่อยได้ ถึงแม้ว่าฉันอยากจะคุยด้วยแต่ถ้าพวกนั้นไม่ยอมคุยก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทะเลาะกันหนักกว่าเดิม บรรยากาศในห้องเรียนของฉันมันเลยค่อนข้างอึดอัด มีแค่เวลาพักเที่ยงที่พอทำให้ฉันรู้สึกสบายใจได้บ้าง

                “พักนี้เธอดูซึมๆนะมิ้น มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” กันต์ถามฉันในขณะที่ตักคะน้ากับหมูสามชั้นมาใส่จานฉัน เอิ่ม นี่ถ้าไม่ชอบแล้วคุณเธอสั่งมาทำไมกันยะ ฉันกำลังจะอ้าปากแขวะกันต์สักหน่อย แต่ขิงตักคะน้าใส่กลับไปในจานของกันต์ ทำให้อีกฝ่ายหน้ามุ่ยใส่

                “นิสัยเสีย” ขิงมองกันต์ที่ทำหน้ามุ่ย แต่ก็ตักกินคะน้าแต่โดยดี

                “เพราะแบบนี้ไงอิกั้น แกเลยไม่โตสักที ของฉันยังใหญ่กว่าเลย” เจสซี่แซะเพื่อนหน่อยๆ พลางมองเทียบขนาดหน้าอกตัวเองกับกันต์สลับไปมา แล้วใช้มือดันหน้าอกตัวเองขึ้นอย่างมั่นใจ

                “โว๊ย กะอีแค่กินคะน้ามันไม่ทำให้นมฉันโตขึ้นหรอก ของมันไม่ใช่ยังไงก็ไม่ชอบว่ะ”

                “ถ้าไม่กิน ทีหลังก็ไม่ต้องสั่งสิยะ!” อันนี้ฉันเห็นด้วยอย่างแรงเลยจ้ะเจส

                “ก็คนขายเค้าหล่ออ่า~~” นี่สินะเหตุผล

                 “เฮ้ยๆ นั่นสามีฉันย่ะ ฉันจองแล้ว” เอาอีกแล้วสงครามแย่งสามี(ในมโน)ระหว่างกันต์กับเจส

                “แกมันก็ได้แค่มองนั่นแหละเจส ใครมันจะมาชอบกระเทยควายอย่างแก ต้องสาวสวยๆอย่างฉันนี่” พูดไม่อายสภาพตัวเองเลยนะกันต์ อย่าลืมว่าตอนนี้ตัวเองแต่งเป็นชายอยู่

                “กรี๊ดด ช่างกล้าพูด ฉันสวยกว่าแกตั้งหลายเท่า ใช่ไหมหมิ่น!” เดี๋ยวๆอย่าลากฉันไปเอี่ยวสิเจส

                “เลิกเถียงกันได้แล้ว ในพวกเธอไม่มีใครสวยไปกว่าฉันแล้วละ จบมะ” ขิงก็เอากับเขาด้วย...นึกว่าจะนั่งเงียบๆเหมือนทุกทีซะอีก ยัยนี่ก็มีมุมแบบนี้กับเขาเหมือนกันแฮะ เล่นเอาซะฉันกลั้นขำไว้ไม่อยู่จริงๆ

                พอทานข้าวเสร็จก็คุยกันพอหอมปากหอมคอแล้วแยกย้ายกันกลับห้องตัวเอง เฮ้อ ฉันไม่อยากให้เวลาพักเที่ยงหมดเลยอะ ฉันต้องมานั่งเรียนท่ามกลางความอึดอัดนี่อีกแล้วไม่ชอบเลย ถ้าได้ไปนั่งใกล้ๆขิงก็คงจะดี บางทีคงไม่อึดอัดเท่าตอนที่นั่งอยู่ใกล้ๆพวกน้ำแดง

                “เธอย้ายมานั่งใกล้ๆฉันดีไหม” ยัยนี่อ่านใจได้หรือไง

                 “รู้ได้ไงว่าฉันอยากไปนั่งใกล้ๆเธอ”

                “ตอนเรียนสีหน้าเธอดูไม่ค่อยดีเลยนิ เลยคิดว่าคงจะอึดอัดที่อยู่ใกล้ๆพวกนั้น” นี่ฉันแสดงออกขนาดนั้นเลยหรอ

                “หรอ งั้นฉันจะลองไปคุยกับหลินที่นั่งอยู่ข้างๆเธอดูละกัน” ว่าแต่ยัยนี่ไปเห็นฉันสีหน้าดูไม่ดีตอนไหน ตอนเรียนก็เห็นเอาแต่นอนตลอดเลยนิ

                “หัวหน้าห้องสอง อาจารย์วัตสันต์เรียกพบค่ะ” อาจารย์วัตสันต์? หรือว่าเราลืมส่งรายงานนะ

                “ค่ะ เดี๋ยวมานะ” ฉันขานตอบหัวหน้าห้องของห้องสามก่อนจะหันมาบอกขิงแล้วรีบเดินออกไป ฉันว่าฉันก็ส่งรายงานเรียบร้อยแล้วนะ หรือว่าจะเป็นเรื่องอื่น ช่วงนี้ยิ่งเบลอๆอยู่ด้วยสิ

                “ขออนุญาตค่ะ” ฉันเอ่ยขึ้นตามมารยาทแล้วชะเง้อมองหาอาจารย์ประจำชั้น อาจารย์วัตสันต์มองมาที่ฉันแล้วกวักมือเรียก ฉันผงกหัวแล้วเดินเข้าไปเงียบๆ

                “โทษทีนะ มินตรา ดูเหมือนว่าปีนี้ห้องเราต้องเป็นตัวแทนแสดงละครวันคริสต์มาสแล้วละ” อาจารย์วัตสันต์ถึงกับกุมขมับตัวเอง ฉันได้ยินมาว่าปีที่แล้วห้องที่อาจารย์ได้เป็นที่ปรึกษาก็ได้ขึ้นแสดงเหมือนกัน และดูเหมือนว่าปีก่อนๆก่อนด้วย นี่คงเป็นสาเหตุที่อาจารย์อยู่ในสภาพนี้

                “เฮ้อ ทำไมครูถึงต้องจับฉลากได้ทุกปีเลยนะ เอาเป็นว่าไปแจ้งเพื่อนแล้วปรึกษากันว่าจะแสดงอะไรแล้วค่อยมาบอกครูละกันนะ” พูดจบก็ให้กระดาษเปล่ามาแผ่นหนึ่งแล้วทำไม้ทำมือไล่ ฉันเลยรับกระดาษแล้วเดินออกมาโดยไม่พูดอะไร แป๊ปเดี๋ยวก็จะถึงคริสต์มาสแล้วเหรอ พอจบคริสต์มาสก็ปีใหม่ จากนั้นก็สอบ เฮ้อ ผ่านไปเร็วจริงๆเลยนะ

                “มินตรา คาบนี้ครูไม่สอนนะลูก พอดีมีประชุมสาขา ให้เพื่อนทำสมาธิในคาบก็แล้วกันนะจ้ะ” ฉันเดินมาเจออาจารย์อารยาพอดี แกพูดเหมือนรีบๆแล้วเดินไปอีกทาง ฉันมองตามอย่างงงๆ งั้นก็ใช้เวลาในคาบนี้ปรึกษาเพื่อนเรื่องการแสดงละครเลนละกัน

                เมื่อฉันเดินมาถึงหนึ่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเพื่อนในห้องก็เงียบลง พร้อมกับจ้องมาที่ฉันก่อนหันกลับไปพูดกันต่อ เมื่อกี้คงคิดว่าครูเดินเข้ามาแหงเลย ก็แน่ละมันเลยเวลามาเป็นสิบนาทีแล้ว ส่วนมากอาจารย์ที่นี่จะเข้าตรงเวลาละนะ ถ้าติดประชุมหรือกิจส่วนตัวก็จะแจ้งหัวหน้าห้องไว้ เหมือนเมื่อกี้แหละ

                “เอ่อ ทุกคนเมื่อกี้อาจารย์วัตสันต์แจ้งมาว่าห้องเราได้ขึ้นแสดงในวันคริสต์มาส มีใครอยากจะเสนออะไรไหม”

                “เฮ้อ น่ารำคาญจริงทั้งๆก็มีตั้งหลายทั้งทำไมห้องเราต้องจับฉลากได้ด้วยนะ” หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นบ่นขึ้น

                “นั่นสิ เสียเวลาเรียนจริงๆ” อีกคนเสริม

                “งั้นก็โยนไปให้คนที่เขาไม่เรียนละเป็นไง” พูดจบก็หันไปมองขิงที่ไม่ได้นอนอย่างทุกที พอเห็นขิงมองกลับเพื่อนคนนั้นก็รีบหลบตาทันที พวกนี้นี่ก็เก่งแต่ปากจริงๆ

                “นั่นสิ พักนี้หัวหน้าก็อยู่กับสวะห้องบ่อยๆนิ ลากไปแสดงด้วยซะสิ” พูดเกินไปแล้วนะ

                “พวกเธอมันก็ไม่ต่างจากสวะหรอก ไม่ดูตัวเองเลยนะ” พอฉันพูดแบบนั้นถึงกับสะอึกกันเป็นแถบ

                “ถ้าเก่งนักก็ทำเองเลยสิ จะมาเพิ่งพวกเราทำไม ทำไม่ได้ละสิ” ทำไมพูดสุนัขๆแบบนี้วะ นี่มันงานห้องไหม แต่ฉันยังไม่ได้อ้าปากพูดต่อ ทุกคนก็หันไปมองขิงเป็นตาเดียว

                “เออ งานห้องพวกสูงส่งของพวกแกน่ะ สวะอย่างฉันจะทำมันเอง” ขิงพูดออกไปโดยไม่ปรึกษาฉัน ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่คนเราไม่พอนะเฮ้ย คิดกว่านี้หน่อย

                “ฮะ..ฮึ จะรอดูละกันว่าจะพังสักแค่ไหน” พวกนี้ก็ปากดีไม่เลิกทั้งๆที่กลัวขิงจนตัวสั่นซะขนาดนั้น

                “รอดูความพินาศได้เลย” ขิงพูดเชิงขู่ สายตาที่เรียบเฉยจ้องมองหน้าเพื่อนอย่างท้าทาย ทำให้อีกฝ่ายหลบตา ส่วนพวกน้ำแดงก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันนึกว่าจะลุกขึ้นค้านกันสุดกำลังซะอีก ดีแล้วที่ผ่านไปได้ด้วยดี

                หลังจากนั้นคาบต่อมาฉันก็ได้ย้ายมานั่งข้างๆ วันนี้ขิงไม่ได้นอนทั้งวันเหมือนอย่างทุกที อะไรทำให้เธอลุกมาเรียนแบบนี้ละเนี่ย ทำฉันขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

                “ไม่ง่วงหรอ” ฉันแอบสะกิดขิงเบาๆ ในขณะที่อาจารย์กำลังทวนเนื้อหาที่เรียนไปอาทิตย์ที่แล้ว

                “ไม่นิ” ขิงตอบสั้นๆแล้วจดตามที่อาจารย์บรรยายลงสมุดโน้ต จะเรียนแบบปกติก็ทำได้นิ

                “ทำแบบนี้เพราะฉันมานั่งข้างๆหรอ” ฉันแอบแซวขิงเล่นๆ แต่เธอคงไม่ได้ใส่ใจฉันขนาดนั้นหรอก

                “อืม อย่างน้อยๆเธอคงไม่อึดอัด” ทำไมใจเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะคำพูดเรียบๆแบบนี้นะ

                “ไม่จดหรอ” พอขิงหันมาถามฉันรีบหลบตาแล้วก้มมองสมุดโน้ตตัวเอง นี่ฉันทำอะไร

                “จะ จดๆๆ” ฉันแอบหันไปมองขิงที่กำลังจดบันทึกอย่างตั้งใจ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างดึงดูดให้ฉันละสายตาจากคนคนนี้ไม่ได้เลย อย่าบอกนะว่าฉัน...เดี๋ยวๆคงไม่ใช่หรอก

                “เอาละ งั้นวันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกันนะ หัวหน้าบอก” พออาจารย์บรรยายไปเกือบชั่วโมง ก็มองซ้ายมองขวาคาดว่าจะมองหาฉันอะนะ

                “ทำไมวันนี้ไปนั่งตรงนั้นละ มินตรา” ว่าแล้วอาจารย์ต้องถาม

                “แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ นักเรียนเคารพ” ฉันตัดบทจบด้วยการรีบบอกทำความเคารพ แล้วอาจารย์ก็ไม่ถามอะไรต่อ เรื่องที่ฉันมานั่งตรงนี้คงไม่แปลกเท่าวันนี้ขิงนั่งเรียนตามปกติหรอก พอฉันไปส่งงานอาจารย์ถามใหญ่เลยว่าทำยังไงให้ขิงลุกมาเรียนได้แบบนั้น

                หลังเลิกเรียน

                “เราจะทำยังไงกับการแสดงดีละ” ฉันถามขิง ที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า

                “ถ้าเป็นเรื่องคนก็ให้เพื่อนห้องอื่นมาช่วยด้วยก็ได้นิ” จริงสิไม่มีกฎห้ามให้ห้องอื่นช่วยนิเนอะ

                “งั้นหรอ! แต่ฉันไม่มีเพื่อนห้องอื่นเลยนี่สิ เธอละ” ขิงทำหน้ากรุ่นคิดสักพัก

                “ก็มี....เจส....กันต์....แล้วก็ เธอ” เอิ่ม ฉันน่าจะคิดได้นะว่าคนอย่างยัยนี่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมากกว่าฉันได้ยังไง เฮ้อ ให้ตายสิ เอาไงดีละเนี่ย

                “เราตายแน่ ได้พังพินาศเหมือนคำขู่ของเธอแน่ๆ”

                “โทษที” ขิงทำหน้าหงอย เมื่อเห็นฉันทำหน้าเหมือนคนสิ้นหวัง

                “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้” เธอทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว ฉันไม่ชอบเลย

                “ทำหน้า น่าสมเพชจังเลยนะ” จู่ๆน้ำแดงก็เปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับผองเพื่อน

                “นั่นสิ น่าสงสารจังเลย~~” น้ำฟ้าไม่พูดเปล่าแถมยังทำท่าทางที่เธอคิดว่ามันน่ารัก...

                “ถ้าจะมาซ้ำเติมละก็ ช่วยกลับไปทางที่มาจะดีกว่านะ” ฉันพูดดักทางไว้เผื่อพวกนี้จะมาหาเรื่อง ยิ่งชอบทำอะไรเหมือนเด็กอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก

                “ทำไมพูดแบบนั้นละ พวกเราอุตส่าห์จะมาช่วย” น้ำตาลเอ่ยปากพูดกับฉันครั้งแรก หลังจากที่เงียบใส่เป็นอาทิตย์

                “ถามจริง?” ขิงทำหน้างงๆแล้วมองฉัน ฉันเปล่านะ เขามาเอง

                “อะไรกัน พวกเราแยกแยะออกหรอก ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวน่ะ”

                “ใช่จ้ะ พวกเราไม่ยอมให้ห้องเราเสียชื่อเสียงเพราะพวกเธอหรรอกนะจ้ะ” ฉันที่งงมากกกว่าขิงก็คงจะเป็นฉันนี่แหละ อะไรที่ทำให้พวกนี้มาช่วยนะ ขนาดเวรทำความสะอาดยังไม่เคยช่วยฉันสักครั้ง กิจกรรมก็เข้าน้อยกว่าฉันมาก พอชวนก็อ้างนั่นอ้างนี่ ไม่ว่าอะไรที่ดลใจให้พวกนี้มาช่วยยังไงก็คงต้องขอบคุณละนะ อย่างน้อยๆ พวกเราก็ได้คนเพิ่ม

                “ขอบคุณนะ” ฉันพูดจากใจจริง จู่ๆพวกนั้นก็พากันกรูเข้ามากอดฉัน

                “ยัยบ้า ก็เพื่อนกันนิ” เมื่อได้ยินคำนั้นออกจากปากน้ำแดง ฉันรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แบบนี้คืนดีกันแล้วใช่ไหม บทจะง่ายก็ง่ายแฮะ

                ยัยพวกบ้า



#อัพทุกวันพฤหัส และวันเสาร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น