Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 15 : เลิกยุ่งกับฉันซะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 พ.ย. 61

@ขิง

                หงุดหงิดเป็นบ้าเลย จู่ๆหัวหน้าห้องก็มาวีนใส่ ทั้งๆที่ฉันก็พยายามบอกแล้วแท้ๆ แต่เธอไม่ฟังเอง ฉันไปทำอะไรให้เธอนักหนา ที่ผ่านมาเธอขอให้ช่วยอะไรฉันก็ช่วยแท้ๆ เฮ้อ จะบ้าตาย ฉันว่าฉันคงต้องสงบสติอารมณ์สักหน่อยแล้ว

                ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง ฉันนั่งลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะตัดสินใจหยิบนิยายที่อยู่ใต้โต๊ะใส่ไว้ในกระเป๋าแล้วเดินออกมาเงียบๆ

                “เดี๋ยวนั่นแกจะไปไหน” น้าวิมลเดินสวนมาเห็นพอดี จึงร้องถาม เฮ้อ วันนี้มันวันซวยแท้ๆ

                “กลับบ้าน ไม่มีอารมณ์เรียน” ฉันตอบไปอย่างห้วนๆ ทำเอาอีกฝ่ายเดือดปุดๆ แต่ทำไงได้เรียนไปก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี และฉันก็ไม่อยากไปนั่งอยู่ท่ามกลางสายตาที่มองฉันเหมือนตัวประหลาดของเจ้าพวกนั้นด้วย อึดอัดแทบแย่

                “กลับเข้าห้องเดี๋ยวนี้....ฉันบอกให้แกกลับเข้าห้องไปไม่ได้ยินหรือไง!!” ได้ยิน แต่ไม่ไปไง จะตะโกนทำไมเนี่ย ฉันหันไปมองหน้าน้า ก่อนจะหันกลับมาแล้วเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ฉันไม่รู้ว่าเธอตะโกนด่าว่าอะไรออกมาบ้าง ก็คงเหมือนกับคนอื่นๆที่ว่าฉันนั่นแหละ สิ่งที่ฉันทำได้ก็แค่ปิดหูแล้วเดินออกมา บอกกับตัวเองว่าไม่นานคนพวกนี้ก็จะหายไปจากชีวิตฉัน สิ่งที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเพียงแค่อดีต

                ฉันเดินออกมาอย่างไร้จุดหมาย ลุงยามที่อยู่หน้าประตูปล่อยฉันออกมาอย่างว่าง่ายเหมือนทุกที แล้วฉันจะไปที่ไหนดีละ มีที่ไหนที่ฉันไปได้บ้าง...จู่ๆก็รู้สึกเหนื่อยกับทุกสิ่ง เพียงเพราะคำที่ได้ยินประจำหลุดออกจากปากของยัยนั่น แค่คำๆเดียวที่ฉันไม่คิดว่าเธอจะพูดออกมา ไม่น่าเชื่อว่ามันจะทำให้รู้สึกแย่ได้มากขนาดนี้

                 ฉันคิดว่าเธอเป็นเพื่อนซะอีก...

                “ไปไหนดีนะ” ว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ของคนที่ฉันเชื่อใจมากที่สุด แล้วฉันจะพูดอะไรดีละ ถ้าเกิดอีกฝ่ายไม่ว่างแล้วฉันจะทำไงต่อ เอาเถอะ โทรไปก่อนละกัน

                (ฮัลโหล ว่าไง ฉันเกือบจะตัดสายแกทิ้งแล้วนะนึกว่าไอ้ไวท์ดำ) ทันทีที่สัญญาณดังอีกฝ่ายก็รับอย่างรวดเร็ว

                “แกว่างหรือเปล่า”

                (โทษที ไม่ว่างว่ะ อยู่พัทยามาทำงานกับเฮียเซน) สายปลายทางพูดอย่างหน่ายๆ เดาว่าคงโดนบังคับให้ไปอีกแน่ๆ

                “หรอ งั้น..” ฉันกำลังจะบอกว่า แค่นี้ละกัน แต่อีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นก่อน

                (เป็นอะไรหรือเปล่า แกดูแปลกๆนะ) หึ ดูออกเสมอเลยนะ

                “เปล่าๆ ไม่มีอะไร กลับมาแล้วค่อยคุยกัน”

                (เอางั้นก็ได้ เฮ้อ แค่นี้นะ ไอ้ไวท์ดำมันโทรมาอีกแล้ว ไว้เจอกันนะนิ่ง จุ๊บๆ) เธอพูดติดตลกก่อนจะวางสายไป งั้นฉันไปร้านลุงดีกว่า กลับบ้านไปคงโดนน้องชายบ่นให้แน่ๆ ได้ข่าวว่าวันนี้โรงเรียนหยุดด้วยนิ

                ฉันเดินเล่นสักพัก ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอาหารตามสั่งของลุงที่ที่ฉันทำงานอยู่นั่นแหละ แต่ฉันไม่ได้มาทำงานหรอก ง่วงขนาดนี้จะเอาแรงที่ไหนไปทำงานละ

                “อ้าว มาเร็วจัง โรงเรียนเลิกเร็วหรอ” พอเดินเข้าไปในร้านลุงที่กำลังเช็ดโต๊ะก็หยุดมองฉัน

                “เปล่า ไม่มีอารมณ์เรียน” ฉันตอบไปตามความจริงพร้อมกับทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ

                “โดดเรียนหรอ ดีจะได้ผ่อนคลายบ้าง แต่อย่าทำบ่อยละ เข้าใจ๊” ลุงขยิบตาให้ แล้วเช็ดโต๊ะต่อ

                “ไอ้ไวท์มันไปไหนละ วันนี้หยุดเรียนนิ” ฉันมองซ้ายมองขวาหาเพื่อนที่อยู่โรงเรียนเก่า วันนี้มันบอกจะมาทำงานนิ

                “เมื่อเช้ามันโทรมาลาแล้ว เห็นว่าเมื่อคืนพี่มันหนีออกจากบ้าน วุ่นวายกันใหญ่เลยละ” ปัญหาครอบครัวสินะ มิน่าละถึงได้โทรไปหาโซล ไวท์คงไปขอให้เธอช่วยแน่ๆเลยก็เป็นถึงลูกเจ้าพ่อนิ ถ้าให้คนของโซลออกตามหาไม่กี่วันก็คงเจอ

                “แล้วนี่เอ็งจะนั่งอืดอยู่ตรงนี้นานแค่ไหน ง่วงก็ไปนอนข้างบนไป อย่าให้ป้าเอ็งเห็นละ ไม่งั้นทั้งเอ็งทั้งข้าไม่ตายดีแน่” แน่ละ เพิ่งจะเคยเห็นคนแบบลุงเป็นครั้งแรกเลย หลานโดดเรียน ไม่ด่า แถมยังบอกว่าดีอีกต่างหาก ถ้าเป็นป้าละก็หัวฉันคงหลุดออกจากบ่า

                “เฮ้อ ใครเป็นคนคิดเรื่องให้เปิดร้าน 24 ชั่วโมงนะ เหนื่อยชะมัดเลย” ฉันเดินไปบ่นไป ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะเก็บเงินไว้เผื่อโดนเฉดหัวออกจากบ้าน ฉันคงไม่มาทำหรอก

                ฉันนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ พอตื่นมาก็ป้ายืนทำหน้ายักษ์รออยู่หน้าประตู พร้อมกับลุงที่โดนบิดหูอยู่ข้างๆ รู้เรื่องที่ฉันโดดเรียนมาแล้วแหง ฉันเปล่าโดดนะ ฉันแค่เดินออกมาเฉยๆ

                “ทำไมโดดเรียนออกมาแบบนี้ละลูก” ป้าพยายามพูดดีๆกับฉัน แน่ละถึงจะด่าฉันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เหมือนด่าตอไม้นั่นแหละ ไม่ตอบโต้ไม่อะไรทั้งนั้น

                “มีปัญหากับเพื่อนค่ะ หนูไม่มีสมาธิในการเรียน” ฉันตอบไปตามความเป็นจริง ที่ฉันพูดเพราะกับป้า ไม่ใช่ว่าฉันกลัว แต่เพราะฉันเคารพแกยิ่งกว่าแม่ของตัวเองซะอีก

                “ถึงอย่างนั้นหนูก็ควรระงับอารมณ์ไว้นะลูก โดดเรียนแบบนี้เดี๋ยวจะมีปัญหาภายหลัง ถ้าแม่หนูรู้เข้า เธอจะต้องเสียใจมากๆแน่” ฉันถึงกับสะอึกเมื่อป้าพูดถึงแม่

                “เธอไม่มาสนใจหนูหรอก ไม่อย่างนั้นคงมาตรงนี้ตั้งนานแล้ว” ฉันพูดออกไปตามความจริง ฉันไม่เจอแม่มาหลายปีแล้วด้วย ส่วนมากจะคุยกันผ่านโทรศัพท์ไม่กี่คำ ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากเจอหรอก คนแบบนั้นน่ะ...

                “อะ แฮ่ม เอาเป็นว่า ครั้งนี้ถือว่าแล้วๆกันไปเนอะ แต่อย่าทำอีกละ มันไม่ส่งผลดีกับตัวเอ็งเท่าไรหรอก” เมื่อลุงเห็นท่าไม่ค่อยดีเลยรีบพูดขึ้นพลางลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู

                “งะ งั้นไปอาบน้ำอาบท่า แล้วมากินข้าวก่อนเนาะ” ป้าลูบหัวฉันอีกคน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัว

                พอถึงช่วงค่ำฉันก็ไปช่วยงานตามปกติ แล้วพอถึงช่วงสามทุ่มลุงแกก็จะไล่ฉันกลับบ้านและฉันก็จะขอแกทำจนถึงห้าทุ่ม จากนั้นค่อยกลับบ้าน แต่วันนี้ลุงแกดึงดันจะให้ฉันกลับให้ได้ ฉันไม่ดีใจหรอกนะเพราะบางทีแกก็จะโทรปลุกให้มาช่วยช่วงเช้าด้วย เห็นว่าเป็นธุรกิจของครอบครัวหรอกนะถึงไปช่วย ไม่งั้นฉันโทรฟ้องกรมแรงงานไปแล้ว

                “เอาขยะไปทิ้ง แล้วตรงกลับบ้านเลยนะ ถ้าข้ายังเห็นเอ็งอยู่ที่ร้านนะ ข้าจะบอกป้าเอ็งเรื่องที่เอ็งอยู่ถึงเช้าคราวก่อน” แบบนั้นลุงไม่ซวยไปด้วยหรือไง คิดดีๆสิคะ  ฉันอยากจะพูดกวนไปแบบนั้น แต่วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลยไม่อยากต่อปากต่อคำกับแก จึงทำแค่พยักหน้าตอบแล้วเดินหอบถุงขยะถุงใหญ่ไปทิ้ง

                หนักชะมัด!

                “โอ๊ะ ดูสิว่าเราเจอใคร” เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นจากอีกทาง ฉันหันไปมองเจ้าของเสียง เอ่อ ใครวะ คุ้นๆ

                “แต่เจอก็ดีแล้ว พวกเรามีเรื่องอยากคุยด้วยสักหน่อย” ยัยหัวแดงเพื่อนของหัวหน้าห้องนิ อ้อ งั้นพวกนี้คงเป็นพวกห้าสีที่เป็นเพื่อนกับหัวหน้าห้องเหมือนกันสินะ ถึงว่าทำไมคุ้นๆ

                “มีธุระอะไร” ฉันพูดพร้อมกับยกถุงขยะใส่ถังขยะที่อยู่ตรงหน้า

                “ยังมีหน้ามาถามอีก วันนี้เธอทำอะไรไว้ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนิ~” ยัยหัวฟ้าที่ชอบทำตัวเหมือนเด็กพูดขึ้นด้วยท่าทางแบ๊วๆ เอ่อ มันดูไม่เข้ากับวัยยังไงไม่รู้ ดูปัญญาอ่อนมากกว่า

                “นั่นสิ เลิกยุ่งกับมิ้นสักที ตั้งแต่เจอเธอ ยัยนั่นก็เจอแต่เรื่องแย่ๆ” เรื่องแย่ที่ว่าคงเป็นเพราะความเด๋อของหัวหน้าห้องมากกว่า พูดอะไรไม่เคยฟัง มีแต่คิดเองเออเองตลอด

                “เฮ้อ ฉันมากกว่าที่ควรจะพูดแบบนั้น” ฉันพูดไปอย่างเอือมๆ

                “ห๊ะ?” ยัยหัวแดงมองฉันด้วยสีหน้าอยากมีเรื่อง

                “ไปบอกเพื่อนเธอให้เลิกยุ่งกับฉันสักทีไง ตั้งแต่เจอยัยนั่น มีแต่เรื่องน่าปวดหัว” พอฉันพูดจบ ยัยหัวแดงก็ง้างมือเตรียมจะตบฉัน แต่โดนยัยหัวน้ำตาลคว้ามือไว้ก่อน

                “ปล่อยนะน้ำตาล ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้ตบยัยบ้านี่ ฉันต้องนอนไม่หลับแน่เลย” ยัยหัวแดงโวยวาย

                “ไม่ได้นะ อย่าลืมสิว่ายัยนี่เคยไม่ทำอะไรไว้บ้าง พวกเราสู้ไม่ไหวหรอก แถมไหนจะเรื่องที่เป็นลูกมาเฟียอีก เราจะมีปัญหาภายหลังแน่” ยัยหัวน้ำตาลอธิบาย ว่าแต่ใครเป็นลูกมาเฟียนะ? ฉันหรอ?

                “น้ำหวานว่า น้ำแดงอย่าเอามือไปแปดเปื้อนสิ่งสกปรกแบบนั้นเลยจ้ะ” หืม พูดแบบนี้อย่าโดนจับทุ่มใส่ถังขยะไหมละ ได้แปดเปื้อนสิ่งสกปกสมใจแน่

                “อะ เอาเป็นว่า  อย่ามายุ่งกับมิ้นอีกน้า~” ยัยหัวฟ้าชี้หน้าฉัน ก่อนพวกนั้นจะพากันลากยัยหัวแดงจอมโวยวายออกไป มาแค่นี้หรอ เพื่อ?

                ฉันถอดหายใจเฮือกใหญ่ ถ้าจะหาเรื่องกัน น่าจะไปที่ดีๆกว่านี้นะ เหม็นขยะจะตายอยู่แล้ว แล้วเย็นนี้เจ้าข่าน้องชายฉันจะทำอะไรเป็นมื้อเย็นนะ ชักหิวแล้วสิ ว่าแล้วฉันเดินกลับบ้านอย่างใจเย็นอย่างทุกที ซอยแถวบ้านฉันไม่เปลี่ยวนัก แทบจะมีรถผ่านอยู่ตลอดเวลา แสงจากไฟของข้างบดบังแสงจากดาวบนท้องฟ้า แถมท้องฟ้าตอนกลางคืนยังเป็นสีแดงๆอีกด้วย พอเห็นแบบนั้นดันนึกถึงหนังสยองขวัญที่ไปดูกับกันต์ก่อนหน้าโน้นซะได้ แล้วใครมันไปยืนอยู่หน้าบ้านฉันตอนดึกดื่นแบบนี้ละนั่น เป็นผู้หญิงซะด้วย ทำเอาขนลุกเลยแหะ  นั่นเธอกำลังหันมามองฉัน!

                “ขะ ขิง” เสียงที่คุ้นเคยที่เอาบรรยากาศวังเวงเมื่อครู่ กลับมาเป็นปกติ ตกใจหมดเลย หัวหน้าห้องนี่เอง

                “มาทำอะไรหน้าบ้านฉัน” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ

                “เอ่อ ฉันเอาสมุดจดมาให้ แล้วก็การบ้านที่อาจารย์สั่งวันนี้” ฉันรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น ยัยนี่ผีเข้าหรือไง เมื่อเช้ายังวีนใส่ฉันอยู่เลย ตกดึกทำไมมาทำดีด้วย ฉันตามเธอไม่ทันแล้วนะ

                “ขอโทษด้วยนะที่เมื่อเช้าฉันพูดไม่ดีใส่เธอ” เธอยื่นถุงอะไรบางอย่างมาให้ แต่ฉันก็ไม่ได้รับ หึ ทีงี้มาทำเป็นขอโทษ มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ จู่ๆอารมณ์ฉันก็เดือดปุดๆ เมื่อเห็นใบหน้าสำนึกผิดของหัวหน้าห้อง

                หงุดหงิดชะมัด!

                “เฮ้อ เลิกยุ่งกับฉันซะ” ฉันปัดถุงที่เธอถือมาให้ออกห่างจากตัว แต่เหมือนฉันจะปัดแรงไป ทำให้ถุงนั้นไปกองอยู่กับพื้น พอฉันทำแบบนั้นหัวหน้าห้องจึงจ้องฉันอย่างไม่วางตา แถมยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกแล้ว ไม่ชอบเลย

                “ฉันแค่หวังดี ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ฉันแค่อยากช่วยเธอนะ!” นั่นไง เริ่มตะโกนใส่ฉันอีกแล้ว

                “หวังดีอะไรกัน เธอแค่ชอบเพื่อนฉันก็เลยทำดีกับฉันไม่ใช่หรือไง” พอพูดความจริงหน่อย ถึงกับพูดไม่ออกเลยสิ

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว คนแบบเธอโคตรเกลียดเลยว่ะ” พูดจบฉันก็เดินเข้าบ้านไปโดยไม่ได้หันกลับไปมอง

ทีนี้ก็คงจบแล้วสินะ

“พี่~ กลับมาแล้วหรอ ผมเพิ่งไปซื้อยาสีฟันมาอะ พอดีมันหมด” น้องชายฝาแฝดของฉันพุ่งเข้ามากอด พร้อมชูถุงยาสีฟันให้ฉันดูเป็นหลักฐาน มิหน้าละตอนเข้ามาในบ้านเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมตอบ

“แล้วนี่ของพี่ปะ ผมเห็นมันนอนแอ้งแม้งอยู่หน้าบ้านเลยเก็บมาด้วย” ว่าแล้วข่าก็ชูถุงอะไรบางอย่างให้ฉันดู

อา แล้วทำไมยัยนั่นไม่เอาถุงบ้านี่กลับไปด้วยละเนี่ย





#ดีจ้าวันนี้ไรท์มาขอแจ้งว่าอาทิตย์นี้ไรท์จะอัพวันศุกร์แทนวันเสาร์เน้อ เพราะไรท์ต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันจันทร์ ไรท์เลยแว๊บมาอัพให้ก่อน(กันลืมด้วยละฮ่าา) ดังนั้นวันเสาร์นี้ไม่ได้อัพนะจ้ะ เปลี่ยนมาอัพวันนี้แทนเฉพาะอาทิตย์นี้น้าาา 

#ถ้าชอบก็อย่าลืมกดติดตาม หรือคอมเม้นติชมให้กำลังใจไรท์ด้วยน้าาา

#เจอกันอาทิตย์หน้าจ้า (พฤหัส และ เสาร์) 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น