ตอนที่ 10 : ยังอยากอยู่กับฉันไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

               ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมา และพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่ง นี่ฉันตายแล้วหรือเปล่านะ ถ้าฉันตายนะฉันจะไปหลอกยัยขิงคนแรกเลย! บังอาจมากที่ปัดมือฉันออกแทนที่จะช่วยฉัน แถมยังยืนนิ่งมองฉันจมน้ำอีกตางหาก ว่าแต่ที่นี่มันคุ้นๆแหะ ฉันมองไปรอบๆดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาว เมื่อได้กลิ่นยาโชยมาและได้ยินเสียงลมหายใจของเองก็พอจะเข้าใจว่าตัวเองยังไม่ตาย แถมยังมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขนข้างซ้ายและยังใส่ชุดที่เหมือนชุดของโรงพยาบาล

                “ได้ยินที่หมอพูดไหมครับ” เมื่อฉันหันไปอีกทางก็เห็นผู้ชายใส่ชุดขาวเอาไฟฉายมาส่องตาฉัน และเขายังหล่อมาก! ตื่นเต็มตาเลยฉัน เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้

                “ดะ ได้ยินค่ะ” ฉันตอบไปตามความจริง แต่ถ้าหมอจะหล่อขนาดนี้หนูยอมป่วยค่ะ

                พอตอบคำถามไป หมอก็ถามนั่นนู้นนี่ต่อ แล้วก็ตรวจร่างกายนิดหน่อย จำพวกวัดความดัน วัดอุณหภูมิร่างกายอะไรทำนองนั้น จากนั้นคุณหมอสุดหล่อก็บอกให้นอนพักสักคืนแล้วค่อยกลับบ้าน พอหมอออกไปเท่านั้นแหละ เหล่าผองเพื่อนของฉันก็กรูกันเข้ามาหาฉัน แล้วร้องไห้กันยกใหญ่

                “แล้วไปทำอีท่าไหนละถึงได้จมน้ำ ห้ะ!” น้ำแดงถามพลางเช็ดน้ำตา

                “เอ่อ...ฉันลื่นอะ” ฉันยิ้มเหยๆให้เพื่อนๆ

                “โธ่เอ้ย เธอเนี่ยไม่ระวังตัวเอาซะเลย” ว่าแล้วน้ำตาลก็กอดฉันเบาๆ แล้วนั่งลงบนตียงข้างๆฉัน

                “ที่จริงฉันเห็นขิงยืนอยู่ข้างๆ ก็เลยรีบจะคว้ามือเธอเอาไว้ แต่ดูเหมือนเธอจะตกใจเลยปัดมือฉันออกอะ ฉันก็เลยตู้ม! แล้วก็อย่างที่เห็นนี่แหละ” ฉันพูดติดตลกแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครขำ แถมบรรยากาศก็เริ่มมาคุขึ้นมาอีกต่างหาก

                “ฉันว่ายัยนั่นจงใจผลักเธอลงไปแน่เลย” น้ำแดงเริ่มมีน้ำโห เดี๋ยวๆฉันก็บอกว่าฉันลื่นตกลงไปเองนะ

                “ต้องใช่แน่ๆเลย ที่จริงยัยนั่นจงใจให้เป็นแบบนี้แน่เลย” น้ำฟ้าเริ่มใส่ไฟเพิ่ม

                “ฉันว่าเธอเลิกทำดีกับคนอย่างนั้นเถอะจ้ะ จงใจฆ่าชัดๆเลย” น้ำหวานก็เป็นไปด้วยอีกคน

                “นั่นสิ เลิกคบเถอะ ตั้งแต่เธออยู่กับยัยนั่นก็มีแต่เรื่องซวยๆเลยนิ อย่างเรื่องแฟนคบกันอยู่ดีๆก็เลิกซะงั้น แล้ววันนี้ก็เรื่องนี้อีก” เดี๋ยวนะน้ำตาล เรื่องแฟนขิงไม่เกี่ยวนะ ขิงช่วยฉันไว้ด้วยซ้ำ เฮ้อ แต่ฉันผิดเองละที่ไม่ได้บอกพวกเธอว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับขิงใช่ไหม? แต่ยัยนั่นก็จงใจให้ฉันจมน้ำจริงนิแล้วฉันจะแก้ต่างให้ขิงทำไม

                “มะ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เรื่องแฟนขิงไม่เกี่ยวสักหน่อยไอ้บ้านั่นมันนอกใจฉันเอง ส่วนเรื่องนี้ฉันก็ลื่นเองด้วย ขิงคงตกใจจริงๆนั่นแหละ สีหน้าตอนนั้นเธอดูไม่ดีเลย ” ใจหนึ่งฉันก็โกรธ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้คนอื่นมองขิงไม่ดี นี่ฉันเป็นอะไร ทำเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้หรอ แค่คล้อยตามบทสนทนาแค่นี้ฉันก็ไม่เสียหายอะไรนี่ แต่ฉันทำไม่ได้...

                “แต่ยัยบ้านั่น!!” น้ำตาลกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกน้ำแดงหยุดไว้แล้วส่ายหัว

                “เอาเป็นว่าวันนี้เธอพักให้เต็มละกัน ฉันโทรบอกคุณป้าแล้ว เดี๋ยวท่านก็คงมา” บางทีน้ำแดงที่เป็นคนอารมณ์ร้อนมากที่สุดก็กลายมาเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในตอนที่เพื่อนกำลังเดือด และยังเป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุดอีกด้วย

                “ขอบคุณนะ”ฉันยิ้มให้เธอ ก่อนจะเอนหลังพิงผนัง แล้วขิงละ? ยัยนั่นอยู่ไหน ทั้งๆที่ควรเป็นคนมาอยู่ตรงนี้ที่สุดแล้วแท้ๆ ฉันมองไปที่โต๊ะข้างเตียงมีเสื้อของขิงพาดอยู่ในสภาพที่แห้งแล้ว และความคิดที่ว่าเธอปัดมือฉันออกทำไมยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ถึงจะตกใจแค่ไหนก็ไม่น่าจะยืนดูจนฉันจม ไม่ใช่ว่าฉันไม่พยายามขอความช่วยเหลือสักหน่อย

                ยิ่งคิดยิ่งโกรธ...

                น้ำแดงบอกจะรอเป็นเพื่อนจนกว่าพ่อกับแม่ของฉันจะมา ส่วนคนอื่นๆต้องรีบกลับบ้านเพราะพ่อแม่โทรตาม ไม่นานนักพ่อกับแม่ฉันก็มา น้ำแดงขึ้นขอตัวกลับ ฉันนอนไม่หลับจนเกือบจะตีสอง พอตอนเช้าหมอก็อนุญาตให้ฉันกลับได้ เพราะไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ที่จริงพ่อกับแม่ก็บอกให้ฉันพักอยู่บ้าน แต่ฉันก็บอกว่าอยากจะไปโรงเรียนให้ได้ ไม่ใช่ว่าฉันขยันเรียนอะไรนักหรอก แต่ฉันอยากจะถามบางสิ่งที่มันค้างคาใจกับขิงมากกว่า

                “ให้พ่อไปส่งเถอะ ลูกเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลเอง ถ้าเป็นลมล้มพับขึ้นมาจะทำยังไง” ฉันเข้าใจว่าพ่อฉันเป็นห่วง แต่ฉันก็ไม่อยากให้แกลางานวันนี้เพราะได้ยินว่าช่วงนี้พ่องานยุ่งมาก ถึงขั้นหอบมาทำที่บ้านจนดึกดื่นทุกคืน

                “ไม่เป็นไรค่ะ พ่อไปทำงานเถอะ หนูไปแล้วนะคะ” ฉันลูบหัวเจ้าป๊อกกี้ ก่อนจะสวมรองเท้าแล้วเดินออกไปรอรถเมล์ที่ป้าย ซึ่งก็ไม่ได้ไกลจากบ้านฉันนัก

                 ฉันมาถึงโรงเรียนประมานสิบโมงกว่าๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันมาโรงเรียนสายขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเพราะรู้ดีว่าทำไมฉันถึงมาสาย

                “ทำไมเธอไม่พักอยู่ที่บ้านละ! มาทำไมเนี่ยกลับไปเลย!”นั่นเป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากปากน้ำแดง อะไรอะฉันอุตส่าห์มาทั้งที ทำไมถึงไล่ฉันกลับละเนี่ย

                “ไม่เอา ไม่ไล่กันสิ ฉันเพิ่งมาเองนะ” ฉันเริ่มทำหน้างอ เมื่อน้ำแดงเห็นแบบนั้นเลยอดใจอ่อนไม่ได้

                “อะๆ ถ้าไม่ไหวก็ไปห้องพยาบาลละกัน”เมื่อน้ำแดงพูดแบบนั้นเพื่อนคนอื่นก็ไม่ขัดอะไร

                “เย้!” ฉันเอามือจับแก้มทั้งสองข้างของเธอก่อนจะส่ายไปมา น้ำแดงน่ารักที่สุดเลย

                ระหว่างที่เรียนเพื่อนของฉันก็มักจะถามอยู่เสมอว่าไหวหรือเปล่า แต่ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ และขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วง ตอนนี้สิ่งที่อยากจะทำที่สุดคือลากคอขิงไปคุยให้รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายหลับเป็นตายเช่นเคย จะปลุกก็ไม่กล้า งั้นฉันรอเลิกเรียนก่อนละกันค่อยไปปลุกเธอ

                พอออดดังส่งสัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนปุ๊บ ฉันก็รีบตรงดิ่งไปยังเป้าหมายที่ไม่มีท่าทีว่าจะตื่น ฉันเคาะโต๊ะเบาๆ ทำให้คนที่กำลังหลับค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วหรี่ตามองฉัน

                “เธอเอานิยายมาให้ฉันหรอ?” ห๊ะ จะว่าไปฉันลืมไปเลยแหะ แต่แทนที่เธอจะถามว่าฉันเป็นอะไรแต่เธอกลับถามหานิยายของเธองั้นหรอ? มันใช่สิ่งที่ควรถามคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไหม!

                “ไม่มีนิยายอะไรทั้งนั้น!” ฉันตะโกนใส่เธอด้วยความโมโห ทำให้เพื่อนๆที่กำลังจะกลับบ้าน เปลี่ยนใจมายืนมองดูฉันกับขิงแทน

                “เป็นอะไรของเธอ” ยังมีหน้ามาถามอีกหรอว่าฉันเป็นอะไร

                “เป็นอะไรงั้นหรอ เธอจะไม่ตอบหน่อยหรอว่าตอนนั้นปัดมือฉันออกทำไม!” ฉันพูดทั้งน้ำตา ฉันพยายามกลั้นไว้แต่มันก็ไหลออกมาอยู่ดี ที่ฉันยื่นมือออกไปตอนนั้น ฉันเชื่อว่าเธอจะต้องจับฉันไว้แน่ๆ ทำไมฉันถึงเผลอคิดอะไรแบบนั้นได้นะ

                “.....” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากขิง เธอเอาแต่ยืนเงียบ แล้วมองฉัน

                “ฉันอุตส่าห์เรียกชื่อเธอ ฉันร้องให้เธอช่วย ฉันตะเกียกตะกายขึ้นมา ฮึก ฉันเห็นเธอ ยืนอยู่ตรงนั้น และหวังว่าเธอจะมาช่วย ทำไมต้องยืนดูให้ฉันจมก่อนค่อยช่วยละ! ฮือ...ฮึก ทำไม...” ฉันปาเสื้อของขิงใส่เจ้าตัว น้ำแดงกับน้ำตาลรีบเข้ามากอดฉัน ในขณะที่ขิงก็ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น พูดอะไรบ้างสิ เธอควรจะพูดอะไรออกมาสักคำสิ อย่าเอาแต่เงียบแบบนี้...

                “ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม ว่ายัยนี่น่ะ ไม่น่าคบเลยสักนิด ไม่ร้องนะ” น้ำตาลลูบหัวฉันเบาๆ ส่วนน้ำแดงรีบเอากระดาษทิชชู่มาให้ฉันเช็ดน้ำตา

                “ฉันขอ...คุยกับเธอได้ไหม แค่สองคน” จู่ๆขิงก็พูดขึ้น จะคุยอะไรกับฉันละ จะคุยก็คุยตรงนี้เลย!

                “คุยตรงนี้ไม่ได้หรือไง เธอกลัวว่าตัวเองจะถูกมองว่าไม่ดีหรอ!” ฉันตอกกลับโดยไม่คิดอะไร เพราะความโมโห

                “ก็ฉันว่ายน้ำไม่เป็น!! โดดไปช่วยเธอก็จมทั้งคู่อยู่ดี!! แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง! จับมือเธอไว้แล้วดึงกลับมาหรอฉันไม่ได้แรงเยอะขนาดนั้นนะ และพื้นก็ลื่นมากด้วย ถ้าจับเธอไว้ยังไงก็ลื่นตกลงไปอยู่ดี แล้วฉันต้องทำยังไงละ ตอบฉันสิ!!”พอขิงตะคอกกลับ เหมือนหัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฉันไม่สามารถพูดอะไรต่อได้เลย สิ่งที่เธอพูดมันถูกทุกอย่าง

                “อย่างน้อยๆเธอก็ควรจับมือเธอไว้สิ ไม่ใช่ปัดออก!” น้ำตาลตะคอกกลับ ทำให้ขิงหน้าขึ้นเลือดกว่าเดิม

                “ห๊ะ? นี่คิดว่าฉันจะตกใจไม่เป็นหรือไง!!” พอขิงตะคอกกลับมา ทำเอาทุกคนเงียบไปตามกันๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อ

                ขิงคว้าเอากระเป๋าของตัวเองแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย ฉันรีบเช็ดน้ำตาแล้ววิ่งไปหยิบกระเป๋าของตัวเองบ้าง แล้ววิ่งตามขิงไป

                “เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป” ฉันตะโกนไล่หลัง แล้ววิ่งไปเดินข้างๆขิง เธอเหมือนจะโมโหสุดๆ นี่ฉันทำอะไรลงไป

                “ฉันไม่อยากคุยกับเธอตอนนี้ ไปซะ” เธอพูดในขณะที่สาวเท้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่มองแม้แต่หน้าฉันด้วยซ้ำ

                “ฉันขอโทษ...” จู่ๆขิงก็หยุดเดินแล้วหันมามองหน้าฉันแทน

                “เฮ้อ มานี่” ว่าแล้วเธอก็ลากฉันเดินมาหยุดที่ม้านั่งตัวหนึ่งที่อยู่ใต้ร่มไม้ใกล้ๆ เรานั่งลงที่ม้านั่งตัวนั้น โดยที่ไม่มีใครพูดอะไร....

                เงียบเกินไปแล้ว...

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เธอถูกมองว่าไม่ดีนะ ฉันแค่เสียใจที่เธอไม่ช่วยฉัน ฮึก ทั้งที่เธออยู่ใกล้ขนาดนั้นแท้ๆ” ฉันสูดน้ำมูกแล้วเช็ดน้ำตา เลิกร้องได้แล้วมิ้น คนมองใหญ่แล้ว

                “ฉันก็อยากจะช่วยเธอเหมือนกัน แต่แค่ช่วยไว้ไม่ได้เท่านั้นเอง ขอโทษละกัน” ขิงหยิบทิชชูในกระเป๋าของเธอส่งให้ฉัน เพราะอันที่น้ำแดงให้มามันชุ่มไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก

                “ฮือ ฉันขอโทษ ฮือ” ฉันอยากจะหยุดร้องมากเลย แต่ฉันเป็นคนที่ถ้าร้องไห้แล้วจะหยุดยาก เพราะงี้ไงฉันถึงไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น เขาต้องว่าฉันเป็นพวกเรียกร้องความสนใจแน่เลย

                “เธอบอกฉันว่าเธอแทบไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นเลยนิ” จู่ๆทำไมเธอพูดเรื่องนี้ละ

                “แล้วทำไมอยู่กับฉันทีไร เธอถึงร้องไห้ตลอดเลยละ?” ขิงพูดถูก ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สองแล้วหรือเปล่านะ

                “ไม่รู้เหมือนกัน ฮึก” ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ปกติถ้ารู้ว่าตัวเองกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ฉันจะรีบหลบไปที่ที่ไม่มีคนแล้วร้องไห้คนเดียว แต่พออยู่ต่อหน้ายัยนี่ ฉันดันร้องออกมาซะงั้น

                “เธอไม่อยากอยู่กับฉันแล้วหรือเปล่า” คำถามของขิงทำฉันสะอึก อย่างกับพวกคู่รักเขาถามกันเลย

                “ฉันยังอยากอยู่กับเธอนะ ถึงจะมีเรื่องไม่ดีแต่เรื่องดีๆก็มีเยอะเหมือนกัน” อย่างเช่นได้เจอคนหล่อเมื่อตอนนั้น

                “เอ๊ะ นั่นไง หยุดร้องได้แล้วนิ” ฉันรู้สึกหน้าชา จู่ๆผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ้มออกมา เธอยิ้มให้ฉันเป็นครั้งที่สองแล้ว ทำไม...ใจถึงเต้นแปลกๆแบบนี้นะ

                “อ๊ะ จริงด้วย” ฉันหัวเราะกลบเสียงหัวใจที่กำลังดังอยู่ แล้วเสียงโทรศัพท์ขิงก็ดังขึ้น เธอคุยกับใครบางคนสักพักก่อนจะหันมาหาฉันแล้วพูดว่า

                “งั้นฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” ขิงกล่าวคำพูดทิ้งท้าย ปล่อยให้ฉันนั่งฟังเสียงหัวใจตัวเองอยู่ตรงนั้น

                “อืม แล้วเจอกัน” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมา แล้วมองขึ้นไปบนฟ้า ทำไมท้องฟ้าวันนี้มันสวยกว่าปกตินะ เฮ้อ และฉันยังรู้สึกโล่งใจมาก ที่ได้คุยกับขิงวันนี้ เอ๊ะ แต่ขิงไม่ได้เป็นคนช่วยฉันไว้เหรอ แล้วใครเป็นคนช่วยละ

                “มานั่งเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้น้า~ คนขี้แย” จู่ๆน้ำฟ้าก็กระโดดกอดฉันจากทางด้านหลัง ตามด้วยน้ำแดง และน้ำตาลที่เดินมานั่งข้างๆ

                “ไม่เป็นไรแล้วเหรอจ้ะ” น้ำหวานถามด้วยสีหน้าสงสัย แหงละเมื่อกี้ฉันยังร้องไห้อยู่เลย อยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นนั่งยิ้มคนเดียวแทน เขาจะหาว่าฉันบ้าไหมเนี่ย

                “ไม่เป็นไรแล้วละ” ฉันยิ้มแสดงความจริงใจ ทำให้น้ำแดงมาหยิกแก้มฉันเบาๆด้วยความหมั่นไส้

                “แล้วเรื่องยัยนั่นละ คิดว่าไง” อ้อ น้ำแดงหมายถึงขิงสินะ

                “ก็...จะว่ายังไงดีละ เป็นคนดีกว่าที่คิดนะ” พอพูดจบทุกคนก็จ้องฉันเป็นตาเดียว เอ่อ ฉันทำอะไรผิดหรอ

                “หรอ ถ้าเธอว่างั้นอะนะ” น้ำตาลพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

                “เอาน่า มิ้นมองคนไม่เคยผิดหรอก....มั้ง” น้ำแดงพูดติดตลก ทุกคนขำแหะๆพอเป็นพิธีก่อนจะเงียบกันสักพัก

                “งั้นพวกเรากลับกันเถอะ” น้ำแดงเป็นคนดึงบรรยากาศกลับมา ก่อนทุกคนจะคุยกันเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับขิง มันคงยังเร็วไปสินะที่ทุกคนจะเป็นเพื่อนกับขิง แต่ฉันเชื่อว่าสักวันพวกเขาจะอยากเป็นเพื่อนกับเธอแน่ ถ้าได้รู้จักกันอีกสักนิด...





#ถ้าชอบก็อย่าลืม!! กดติดตาม กดใจ หรือคอมเม้นติชม เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามจ้าา



เวลาอัพ : วันพฤหัส และ วันเสาร์ เวลาประมาน 14.00 (อาจจะมีเลื่อนไปบ้าง)  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น