ตอนที่ 5 : เธอไม่เข้าใจหรอก!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ก.พ. 59

ฉันยืนเอ๋ออยู่หน้าร้านอาหาร แล้วมองแองจี้ที่เป็นกำลังจ่ายเงินให้กับวีรกรรมที่ฉันก่อไว้ คิดแล้วก็ไม่น่ากินเยอะเลยเรา ทั้งที่มากินข้าวกับเพื่อนเป็นครั้งแรกแท้ๆ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมาก T T

“ไปกันเถอะ” แองจี้เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่เธอคงไม่ได้โกรธฉันใช่ไหม

“เอ่อแองจี้ ขอโทษนะที่ทำให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้” ฉันก้มหน้าแล้วเดินตามแองจี้ไปอย่างสำนึกผิด

“ไม่เห็นเป็นไรนิ ยังไงเธอก็ต้องคืนเงินฉันอยู่แล้วใช่ไหมละ?” เธอยิ้มออก อะออร่าวิ้งๆนี่มันอะไรกัน -0-

“อานั่นสิ จะว่าไปทั้งหมดมันเท่าไรหรอ”

“อืมม ชามละ 50 อะนะ 10ชาม ก็ 500 บาทจ้ะ” เฮือกแพงโคตร นั่นมันค่าขนมของฉันทั้งอาทิตย์เลยนะ ฉันถึงกับนิ่งไปสักพัก ก่อนจะยิ้มเหยๆออกมา

“ทำไมมันแพงจังอะ แค่โจ๊กเองไม่ใช่หรอ”

“มันก็แค่โจ๊กอะนะ แต่ดูขนาดชามแล้วก็คุ้มอยู่นะ” คุ้มก็คุ้มค่ะ T T ลาก่อนค่าขนมทั้งอาทิตย์ของฉัน~

 “จริงสิ แบร์ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระตั้งไปทำแถวนี้น่ะ เธอกลับบ้านคนเดียวได้หรือเปล่า?”

“อื้อ ได้สิ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ฉันทำหน้ามุ่ย แองจี้ฉีกยิ้มแล้วลูบหัวฉันเบาๆ ฉันมองเธอที่หุ่นราวกับนางแบบ ส่วนสูงของเธอ ฉันนี่เทียบไม่ติด คนแบบนี้ เป็นเพื่อนกับฉัน คิดแล้วก็ภูมิใจแปลกๆ

“งั้นไปนะ เจอกันพรุ่งนี้” เธอโบกมือก่อนจะเดินไปอีกทาง ฉันมองแผ่นหลังของเธอที่ดูสง่างามและเหมือนผู้ใหญ่ แล้วมองมาที่พุงย้วยๆของตัวเอง ต่อไปฉันก็ต้องพยายามสินะ จะได้มีหุ่นดีๆแบบนั้นกับเขาสักครั้ง

ฉันยืนชูมืออยู่กลางสวนสาธารณะ ผู้ที่เดินผ่านไปมามองฉันทำนองว่า คนนั้นทำอะไรของเขานะ บ้าหรือเปล่า ฉันมองซ้ายมองขวา แล้วรีบเอามือลง น่าอายจังเลย -////-)

“เฮ้ยๆ นั่นมันยัยหมูอวกาศไม่ใช่หรอ” เสียงๆหนึ่งดังขึ้น ในขณะที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน ฉันพยายามไม่ฟังแล้วก้มหน้าเดินต่อไป        

“แหม่ๆเดี๋ยวนี้นางมีเมินด้วย ทั้งที่แต่ก่อนยังมาขอเข้ากลุ่มกับพวกเราอยู่เลย” เสียงที่ฉันคุ้นเคยดีดังขึ้น รู้สึกตัวอีกที ก็มีผู้หญิงสามคนมายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว

“ไงจ้ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เดี๋ยวนี้ไขมันก็ยังเป็นตันๆเหมือนเดิมเลยนะ หุหุ” ฉันมองเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมต้น ที่อยู่ตรงหน้า คนที่กำลังพูดอยู่ชื่อว่า พิงค์ ส่วนคนที่เรียกฉันว่าหมูอวกาศชื่อ หยก และอีกคนชื่อ กระปุก สามคนที่ฉันไม่เคยลืม กับวีรกรรมที่พวกเธอทำไว้ เพราะสามคนนี้ทำให้ชีวิต ม.ต้น ของฉันนั้นช่างหม่นหมอง ด้วยการแกล้งสารพัดรูปแบบ ที่พวกคุณเธอคิดขึ้นมา ฉันจึงกลายเป็นตัวตลกของเพื่อนทั้งห้อง

“เอ่อว่าไง พอดีฉันรีบน่ะ เลยไม่ทันมองพวกเธอ” ฉันพูดแล้วเสมองไปทางอื่น

“เป็นแค่หมูอวกาศแท้ๆ แต่กลับเมินพวกเรา จะไม่หยามกันไปหน่อยหรอ” หยกแสยะยิ้ม ก่อนจะกระชากผมฉันจนหลุดออกมาเป็นกระจุก แต่ฉันก็ได้แต่ยืนดูสภาพอันน่าสมเพทของตัวเอง และรู้สึกชินกับมัน ก็เป็นแบบนี้ตลอดเลยนิ ทั้งๆที่คนอื่นก็เห็น แต่ก็ไม่มีใครอยากจะเข้ามาช่วย ฉันมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างเวทนา

“ฮ่ะๆ เธอเนี่ย เคยเป็นยังไง ก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”พิงค์บีบแก้มของฉันอย่างรุนแรง เธอมองมาที่ฉันอย่างสะใจ ก่อนจะเทน้ำหวานที่อยู่ในมือใส่ผมของฉันจนเปียกและเหนียวไปหมด

“เฮ้ๆ ไม่สนุกเลยนะ ยัยหมูบ้านี่ ตอบโต้บ้างสิ” กระปุกเดินเข้ามาแล้วกระชากแขนฉันแรงๆ เธอเขย่าตัวฉันไปมา ฉันได้แต่มองสิ่งที่พวกนั้นทำ เดี๋ยวมันผ่านไปแล้วแบร์ แค่ทนสักนิด

“เอ~ หน้าเธอนี่มันจืดชืดจังเลยแหะ เลยหน้าขึ้นมา!! ฉันจะแต่งหน้าให้เธอเอง” ว่าแล้วพิงค์ก็บังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้น มือของเธอจับคางของฉัน พร้อมละเลงลิปสติกสีแดงสดลงบนใบหน้า พวกนั้นหัวเราะชอบใจ ราวกับว่าฉันเป็นตัวตลก และไม่มีชีวิตเป็นเพียงของเล่นของพวกเธอเท่านั้น ในขณะนั้นเอง ฉันเพียงภาวนาให้มันจบลงโดยเร็ว ขอให้มันผ่านไป และนี่ก็เป็นแค่ความฝัน….ไม่มีอะไรจริงทั้งนั้น

“แบร์ ฉันไปหาเธอที่บ้านไม่เจอ ว่าแล้วเชียวเธอต้องอยู่ที่นี่” ฉันนั่งนิ่งไม่พูดอะไร แองจี้มองไปที่กลุ่มของผู้หญิงสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

“ฮะๆ เธอเป็นใครน่ะ รู้จักยังหมูอวกาศนี่ด้วยหรอ” หยกเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะอย่างพอใจ

“พวกเธอ ทำอะไรแบร์น่ะ” ฉันได้แต่มองแองจี้อย่างนิ่งๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมองพื้น

“ก็ไม่ได้ทำอะไรนิ แค่ทำหน้าหกใส่ และแต่งหน้าให้นิดหน่อย ในฐานะ เพื่อนน่ะ” พิงค์จีบปากจีบคอพูด ก่อนจะตบแก้มฉันเบาๆ

จู่ๆแองจี้ก็พุ่งเข้ามาผลักหยกจนหงายหลังล้มกองไปกับพื้น ก่อนจะกระชากผมของพิงค์แล้วเหวี่ยงเข้ากำแพง กระปุกยืนมองแองจี้แล้วทำอะไรไม่ถูก แองจี้เดินไปใกล้ๆ แล้วเธอก็วิ่งหนีไป แองจี้ถอนหายใจก่อนจะดึงแขนฉันให้ลุกขึ้น เธอมองฉันอย่างเวทนา แล้วพาฉันเดินกลับบ้าน ระหว่างทางเราทั้งสองไม่พูดอะไรกัน มีแต่ความเงียบตลอดทางจนถึงบ้าน

ฉันเข้าบ้านไปอาบน้ำ ส่วนแองจี้ก็นั่งรออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ฉันนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ในอ่างอาบน้ำ แองจี้จะโกรธฉันหรือเปล่านะ ไม่นานนักฉันก็อาบน้ำเสร็จแล้วรีบแต่งตัว แองจี้ยังนั่งอยู่ในห้องรับแขก ฉันเดินไปนั่งตรงข้ามกับเธอ เธอมองฉันแล้วตบโต๊ะดังปัง! จนฉันสะดุ้ง

“ทำไมเธอไม่สู้ละ ปล่อยให้พวกนั้นทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง!!” สีหน้าของเธอแสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ฉันหลุบตาลง ก่อนจะมองลงพื้น

“ทำแบบนั้นก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นนิ ยังไงพวกนั้นก็ยังแกล้งฉันอยู่ดี” ฉันเอ่ยเสียงเศร้า

“แต่มันก็ดีกว่าไม่สู้ไม่ใช่หรอ!

“เธอน่ะไม่เข้าใจหรอก! คนที่ไม่เคยโดนแกล้งอย่างเธอน่ะ! ไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด!” ฉันเผลอตะโกนออกไปด้วยความโมโห เพราะเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้ามีดีกว่าทุกอย่าง

“อางั้นหรอ ฉันขอโทษละกัน” แองจี้ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

“อะแองจี้” ฉันมองตามเธอ ที่เดินออกไปด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย ฉันก็เป็นซะแบบนี้  เพราะแบบนี้ฉันถึงไม่มีเพื่อนกับเขาสักทีสินะ เธออาจจะไม่มองหน้าฉันอีกแล้วก็ได้

นี่ฉันจะเสียเพื่อนคนแรกไปหรือเปล่านะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #15 Venus .silaphet (@0123456789999999) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 18:50
    ลิลลี่โดนมาม่าหก
    #15
    0