ตอนที่ 4 : คนชื่อแบร์คนนี้เป็นคนที่กินน้อยมากค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ก.พ. 59

ในยามเช้าอันหนาวเหน็บ ฉันแบกสังขารของตัวเองมาถึงสวนสาธารณะ เพราะได้แองจี้ฉุดกระชากลากมา ฉันมองม้านั่งตรงหน้าอย่างมีความหวังก่อนจะรีบนั่งพักอย่างรวดเร็ว

“แฮ่กๆ ฉันเหนื่อยจังเลย” ฉันพูดขึ้นในขณะที่นั่งหอบแฮ่กๆ

“เรายังไปไม่ถึงไหนเลยนะแบร์ เพิ่งมาถึงสวนสาธารณะเมื่อกี้เอง” แองจี้นั่งลงข้างๆอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทั้งๆที่เราสองคนวิ่งมาด้วยกัน

“แฮ่กๆ ก็มัน เหนื่อยจริงๆนิ”

“ฉันว่าเธอควรเริ่มจากการเดินก่อนนะ เล่นวิ่งซะเกียร์หมาแบบนั้นไม่เหนื่อยสิแปลก” ก็ฉันคิดว่าถ้าวิ่งเร็วๆจะเผาผลาญไขมันได้ดีกว่านี่นา นั่นคือสิ่งที่ฉันได้แต่คิด ถ้าพูดออกไปมีหวังโดนแองจี้เขม็งแน่ๆ -0-

ฉันหยุดพัก แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า แสงของดวงอาทิตย์ค่อยๆสาดส่อง สายลมพัดมาอย่างแผ่วเบา ราวกับฉันได้ยินเสียงของทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ ก่อนจะยิ้มแล้วมองแองจี้ที่นั่งทำหน้างง จะว่าไปนี่ก็ 1 อาทิตย์แล้วนะที่เธอเป็นเพื่อนกับฉัน แถมยังมาถึงที่บ้าน ทั้งๆที่ยังไม่สนิทกันเท่าไร รู้สึกดีจังเลยแหะ อยากจะลุกขึ้นแล้วร้องเพลง นี่เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน~ ฉันไม่เคยคิดว่าวันนี้จะมาถึง^ ^)

“เดือนพฤษภาคมเนี่ย อากาศเย็นแค่ตอนเช้าๆเองหรอ เมื่อคืนร้อนโคตรๆเลยอะ” แองจี้หันมามองฉัน ที่กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่าง เธอสะกิดฉันก่อนจะเรียกฉันว่า ยัยหมีเหม่อนั่นเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ที่เธอเรียกฉันแบบนั้น คงจะเป็นฉายาที่เพื่อนเรียกกันสินะ *0*

“เรียกอีกสิๆ” ฉันทำตาเป็นประกาย ไม่รู้ว่าอากาศเริ่มร้อนหรืออะไร แต่ตอนนี้แองจี้นิ่งไปสักพักแถมยังหน้าแดงไปถึงหู        “ยะยัยหมีเหม่อ”เธอพูดแล้วหันหน้าไปทางอื่น ตัวไปกอบที่เดินผ่านไปมาถึงกับหยุดดู แองจี้นี่น่ารักจังเลยนะ ฉันก็อยากจะเป็นแบบนั้นบ้างจัง

“เธอน่ะน่ารักจัง อยากเป็นอย่างเธอบ้างจัง”ฉันพูดอย่างที่คิด ก่อนจะลุกขึ้นบิดขึ้นเกียจ แองจี้มองหน้าฉันก่อนจะยิ้มแล้วลุกขึ้น           “ฉันว่าเธอก็น่ารักนะแบร์ ทำไมเธอถึงอยากผอมละ” เธอพูดแล้วจิ้มพุงย้วยๆของฉันเล่น

“เพราะว่าถ้าฉันอ้วน ทุกคนก็จะไม่ชอบฉัน ฉันจะโดนรังแก แถมยังโดนเกลียด ไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้นักหนา เพียงเพราะฉันอ้วน ทุกคนเลยไม่อยากให้ฉันเข้ากลุ่มด้วย เพราะงั้นฉันไม่เคยมีเพื่อนเลย แหะๆ ว่าแต่เธอละแองจี้ทำไมเธอถึงอยากจะเป็นเพื่อนกับฉันละ?” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาทำไมคนเราต้องมองกันเพียงเพราะภายนอกด้วยนะ เฮ้อไม่ยุติธรรมเลย

“ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอเพราะว่า เธอน่ารักรู้ตัวไหมแบร์ เธอมีแววตาที่มองฉันไม่เหมือนกับคนอื่นๆ” แองจี้ลูบหัวฉันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มเหมือนอย่างเคย

“แววตาที่ไม่เหมือนกับคนอื่น?”

“ใช่แล้วละ เธอดูมีแววตาที่จริงใจอะนะ ฉันเคยมีเพื่อนมากมาย มีทุกสิ่งทุกอย่าง ว้าวฉันนี่มันเพอร์เฟคดีเนอะ นั่นแหละคือสิ่งที่คนอื่นพูด ต่อหน้าพวกเขาจะดีกับฉัน ชมว่าฉันสวยฉันเก่ง อย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอลับหลังพวกเขาจะทำตรงข้ามกันเลยละ แต่ฉันมั่นใจนะว่าเธอไม่ใช่ อ๋อ จริงสิ ฉันว่าฉันชอบที่เธอตุ้ยนุ้ยนะ” ฉันมองหน้าแบร์ไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุบตาลง

“ไม่เอาด้วยหรอก อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก จ้างให้ฉันก็ไม่เชื่อเด็ดขาด!

“ฮ่ะๆ เลเวลอัพหรือยังไง”แองจี้หัวเราะชอบใจ

โครก

เสียงท้องของฉันดังขึ้น แองจี้กลั้นหัวเราะก่อนดูนากาข้อมือของเธอ ตอนนี้ก็เวลาเกือบหกโมงครึ่งแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจเข้าร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆนั้น ระหว่างทางแองจี้ยังกลั้นหัวเราะกับเสียงท้องของฉันที่ร้องไม่หยุดไม่หย่อน

“จ้าๆรู้ว่าหิวจะถึงแล้วจ้า -////-)” น่าอายที่สุดเลยค่ะ

คนในร้านหันมามองพวกเราเป็นตาเดียว ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้น ทันทีที่พวกนั่งลงได้ไม่นานนัก พนักงานในร้านก็ยื่นเมนูมาให้ ฉันคิดว่าฉันน่าจะทานพวกสลัดดีหรือเปล่านะ จะได้ลดเร็วๆ และดูเหมือนว่าแองจี้จะรู้ทัน เธอจึงสั่งอาหารเบาๆสำหรับตอนเช้ามาให้ อย่างโจ๊กหมูจะไม่กินสัก 10 ชามเลยหรอ

“แองจี้แค่ชามเดียวฉันไม่อิ่มหรอกนะขอสัก 10” พนักงานหันมามองหน้าฉันแว๊บหนึ่ง ก่อนจะทำหน้าอึ้งๆ

“เอาจริงดิ  ‘ ‘)” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ พนักงานกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรับออเดอร์แล้วเดินไปที่เคาท์เตอร์

ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ โจ๊กหมูร้อนๆก็วางอยู่ตรงหน้าฉันเห็นแล้วน้ำลายไหล ไม่รอช้ารีบโซ้ยโจ๊กหมูอย่างเอร็ดอร่อย แองจี้มองฉันแล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะกินโจ๊กหมูของตน คนทั้งร้านมองมาที่เราสองคน แต่ฉันไม่แคร์ต่อสิ่งใด ตอนนี้กินช้างทั้งตัวก็ยังได้!!

“เอ่อฉันว่าเราวิ่งไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ร่างกายเธอต้องการพลังงานเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” แองจี้กุมขมับแล้วมองชามที่วางซ้อนกันสิใบที่วางอยู่ตรงหน้า

“นี่ยังถือว่าน้อยนะ ฉันยังหะ..”ฉันยังพูดไม่จบแก้มย้วยๆของงฉันก็ถูกนิ้วเรียวสวยของแองจี้ ยืดเล่นไปมา

“ไหนคุณเธอบอกว่าจะลดน้ำหนักไงจ้ะ เล่นกินหมาทั้งปากซอยเข้าไปขนาดนี้ แล้วยังจะมาพูดว่าอยากลดน้ำหนัก แบบนี้เธอคงจะลดได้หรอกนะ” รังสีอำมหิตแผ่ปกคลุม ก่อนจะจางหายไปตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของนางฟ้าผู้เลอโฉม ทำเอาฉันเสียววาบ -0-

“นะนี่ฉันว่าวันนี้เรากลับบ้านกันก่อนดีไหม เดินไปด้วยอาหารย่อยง่าย” ฉันลุกขึ้นแล้วจะเดินออกจากร้าน แต่โดนพนักงานดึงแขนไว้แล้วชี้ไปที่ชามอันสะอาดเอี่ยมอ่องที่วางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับส่งสายตาประมาณว่า จะเบี้ยวหรอหนู ในวินาทีนั้นเองฉันก็เพิ่งนึกได้ว่า

ลืมเอากระเป๋าสตางค์มา -0-)!!!  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

59 ความคิดเห็น