just friend หากตัวฉันไม่ได้เป็นเพื่อนของเธอ(yuri)

ตอนที่ 11 : ผัดคะน้าหมูกรอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 พ.ค. 59


                (ฮัลโหลแบร์ โทษทีนะ ฉันคงจะได้ไปช้าหน่อย พ่อบอกว่าอยากให้ฉันขับรถมอไซด์ ไปส่งที่บริษัทน่ะ) เสียงปลายทางเอ่ยขึ้นในขณะที่แบร์ แต่งตัวรอเรียบร้อยแล้ว

                “เห พ่อเธอเนี่ย เห่อรถใหม่ของลูกสาวด้วยหรอ” แบร์หยิบโกโก้ร้อนมาจิบก่อนจะวางลงบนโต๊ะกินข้าว

                (โหย นี่เป็นมากกว่าเธอคิดซะอีกนะ เป็นประธานบริษัททั้งที แต่กลับนั่งรถมอไซด์ไปทำงานเนี่ยนะ ไม่เข้ากันซะเลย) แองจี้กรอกตาไปมาก่อนจะมองพ่อของตัวเองที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่บนรถมอไซด์ของลูกสาว

                “ฮ่ะๆ แปลกชะมัดเลย ประธานบริษัทชื่อดังก็มีโมเมนต์มุ้งมิ้งกับลูกสาวเป็นด้วย ฮ่ะๆๆ” แบร์หัวเราะจนท้องแข็ง เธอเอามือกุมท้องเอาไว้ ก่อนจะแกว่งขาไปมา

                (ฮึ่ย พอเลยไม่ต้องมาแซวเลย แค่นี้นะ เดี๋ยวฉันไปรับ ขอไปส่งพ่อสุดที่รักก่อนละกัน) ว่าแล้วแองจี้ก็วางสาย

                ในเช้าของวันเสาร์ท่านประธานของบริษัทผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่ได้นั่งซ้อนมอไซด์ของลูกสาวไปทำงาน สร้างความฮือฮาให้พนักงานและยามเป็นอย่างมาก(เดี๋ยวนะนี่มันนิยายรักดราม่าไม่ใช่เรอะ!!!! :คนเขียน)

                ฉันนั่งรอแองจี้ได้สักพัก เสียงแตรมอไซด์ก็ดังขึ้นจากทางหน้าบ้าน ฉันรู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยนั่งรถหรูเลย รถของแองจี้จะเป็นแบบไหนกันนะ

                ทันที่ทีฉันเปิดประตูบ้าน ก็พบกับนางฟ้าในคราบมนุษย์กำลังส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมกับส่งหมวกกันน็อคมาให้ แต่ฉันไม่ได้มองสิ่งที่เธอสิ่งมาให้เลย คำว่ารถหรูที่ฉันฝันได้พังทลายลง ดังมีคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาแล้วกลืนลงทะเลก็มิปาน

                “นี่มัน ฮอนโด้วาฟ ไอ ร้อยยี่สิบสองนิ!!!!” ฉันพูดขึ้นแล้วมองหน้าแองจี้ที่นั่งขมวดคิ้วอยู่บนรถคันใหม่ของเธอ

                “อื้อ ก็ใช่ไง เธอคิดว่าฉันจะขับรถแบบไหนล่ะ?” แองจี้ยิ้มเหยๆ ก่อนจะมองหน้าแบร์ที่เหมือนวิญญาณนั้นได้ออกจากร่างไปแล้ว

                ลาก่อย~~

                “ก็เป็นถึงลูกสาวประธานบริษัทชื่อดังนิ นึกว่าจะขับเอ็ม ขับบิ๊ก ไรงี้อะ QwQ” เก็บเศษความฝันที่พังทลายแป๊ป

                “ฮ่ะๆ ก็ฉันขับรถอะไรแบบนั้นยังไม่เป็นนิ เลยไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำไม เอ้ายัยหมีบ้า!!!ไปกันได้แล้ว” ว่าแล้วก็เอาหมวกกันน็อคมาสวมที่หัวของฉัน ก่อนจะขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายแองจี้

                รถมอไซด์เคลื่อนตัวมาจอดที่ฟิตเนตแห่งหนึ่งที่ไกลจากบ้านฉันพอสมควร ฉันลงจากรถแล้วส่งหมวกกันน็อคคืนให้แองจี้ที่กำลังล็อคคอรถอยู่ เธอรับไปแล้วเอาไปวางไว้บรตะกร้าหน้ารถ ก่อนจะลงมาจากรถ

                ทันใดนั้นเองร่างของชายคนหนึ่งที่งดงามราวกับเทพบุตรก็มาปรากฏตัวต่อหน้าฉัน กล้ามที่แขนของเขา บ่งบอกว่าถูกเพาะกายมาอย่างดี เสื้อกล้ามที่โชกไปด้วยเหงื่อ ตัวสูงกว่าฉันตั้งหลายเซน โอ้วแม่เจ้า ฉันรักฟิตเนต <3

                “อ้าวยัยแองจี้นิ เป็นไงมาไงยะหล่อน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน แล้วนี้พายัยหมูนี่มาเบิร์นไขมันเหรอจ้ะ” ขุ่นพระ!!! -0-) เทพบุตรของแบร์เป็นตุ๊ด!!!

                “ตามนั้นแหละเจ้ พี่เทพละ” แองจี้ตอบรับอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ถึงว่าทำไมประชากรของผู้ชายถึงลดน้อยลงทุกวัน คนหล่อๆก็ดันมาเป็นแบบนี้กันหมด

                “หวานใจเจ้ก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละจ้ะ เมื่อคืนคงจัดหนักวันนี้เลยดูเพลียๆ” จัดอะไรหนักกันหา~ อกอีแป้นจิแตก

                “ขอบใจนะเจ้ เออ ใช่ นี่แบร์เพื่อนจี้เอง นี่แบร์เจ้แมนนี่ เป็นเพื่อนของพี่ชายฉันเอง”

                “สะสวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ก่อนจะส่งสายตาไปหาแองจี้ ทางนั้นพอจะรู้ว่าฉันคิดอะไรเลยหัวเราะ หึ หึ อยู่ในลำคอ

                “ไหว้พระเถอะจ้ะ น่ารักเนอะเด็กคนนี้” เจ้แมนนี่ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะขอตัวกลับบ้านก่อน เจ้แกบอกว่าจะไปตามหาเนื้อคู่ -0-;) เหอะๆๆ….

                แองจี้พาฉันเดินเข้ามาที่ห้องห้องหนึ่ง ก่อนจะหยุดแล้วเปิดประตูเข้าไป พบร่างผู้ชายคนหนึ่งกำลังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง แองจี้เดินไปแล้วตบโต๊ะดังปัง!!!

                “ครับๆๆๆ” เขาสะดุ้งตื่นก่อนจะมองซ้ายมองขวา พอเห็นแองจี้เขาก็ถอนหายใจเบาๆ ก็จะเอามะเหงกลงหัวผู้เป็นน้อง

                “ฮ่ะๆๆๆ พี่เทพเนี่ยขวัญอ่อนจังเลยนะคะ” เธอหัวเราะชอบใจ

                “โอ๊ยยัยจี้ ทำไมชอบแกล้งพี่จังเลย เมื่อคืนพี่แทบจะไม่ได้นอนนั่งออกแบบแปลนทั้งคืนแนะ”

                “พอจะเขาใจคนเรื่องมากอย่างพี่อยู่หรอก ไม่พอใจก็ลื้อทิ้งแล้วทำใหม่” สองพี่น้องคุยกันอย่างเมามันโดยลืมไปว่าอิฉัน ยังยืนอยู่ตรงนี้~ เห็นฉันไหม เธอเห็นฉันไหม~

                “ว่าแต่แม่ช้างน้อยท่านนั้นคือใครรึ น้องพี่”

                “ออ เพื่อนจี้เอง ชื่อแบร์น่ะ แบร์นี่พี่เทพ เป็นพี่แท้ๆของฉันเอง พี่แกจบสถาปัตย์ อาคารที่เธออยู่ตอนนี้ เป็นอาคารที่พี่เทพออกแบบเอง ห้องทุกห้องก็ด้วย” ก็ว่า ทำไมห้องนี้ถึงดูแปลกตากว่าชาวบ้านชาวช่องเขา ทั้งภายในอาคารก็ด้วย

                “สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ตามมารยาท

                “ครับ จากนี้คงจะได้เจอกันบ่อยขึ้นนะ” ว่าแล้วก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

                “เอาละจบการแนะนำตัว จากนี้ไปฉันก็จะมาที่นี่ด้วยทุกวันเลยละ” แองจี้พูดสวนขึ้นหลังจากที่เงียบได้สักพัก

                “แกจะมาทำไมละจี้ ทีพี่บังคับในมาแกก็ไม่มา” พี่เทพขมวดคิ้วแล้วมองน้องสาว

                “นานๆทีจี้ก็อยากจะออกกำลังกายบ้างนิ ไม่ได้หรอ” แองจี้ทำสายตาออดอ้อนที่ใครเห็นก็ละลาย ยกเว้นฉัน ผู้เป็นพี่เลยยักไหล่ ก่อนจะฟุบหลับต่อ

                “แล้วนี่ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรอ?” ฉันเอ่ยขึ้น

                “ไม่ต้องหรอก ถือซะว่ามาเป็นเพื่อนฉันละกัน”

                “แต่

                “ไม่มีแต่จ้ะ” ว่าแล้วแองจี้ก็ลากฉันไปวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ก่อนจะแข่งกันยกดัมเบล และบลาๆๆ จนรู้สึกเหมือนไปวิ่งตอนเด็กๆ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุก ^^

                เวลาผ่านไปได้สักพักจนเกือนจะถึงเที่ยง ท้องของฉันมันส่งเสียงโหยหวน จึงทำให้นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เช้ามาสิ่งที่ตกถึงท้องก็มีแค่ขนมปังแพก้อนเดียว กับโกโก้ร้อนแค่แก้วเดียวเท่านั้น

                “คือว่านะ แองจี้ ฉันว่าเราไปกินข้าวที่บ้านฉันดีไหม ฉันไม่อยากให้เธอเสียเงินเพราะฉันอีก โจ๊กคราวก่อนยังไม่ได้คืนเลย” ฉันกระซิบแองจี้เบาๆหลังจากที่เธอขับรถมาจอดหน้าภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง

                “อืม เอางั้นก็ได้ แล้วจะทำไรดีละ”

                “ในตู้เย็นน่าจะมีของเหลือพอให้ทำกับข้าวอยู่นะ”

                “แล้วเธอทำกับข้าวเป็นหรอ’ ‘)?”

                “ทำเป็นสิ ส่วนใหญ่แม่ของฉันจะไม่ค่อยอยู่บ้านน่ะ เลยต้องทำกินเองบ่อยๆ”

                “รออะไรละงั้นไปกันเลย” ว่าแล้วก็เร่งเครื่องตรงดิ่งไปยังบ้านฉันทันที ฉันเพิ่งสังเกตมาแองจี้ขับรถค่อนข้างเร็ว แป๊ปเดียวก็ถึงบ้านฉันซะแล้ว

                ไม่มัวรีรออะไรพอลงจากรถได้ฉันก็รีบตรงดิ่งไปยังครัวทันที ท้องของฉันยังคงร้องโหยหวนเช่นเลย ถ้ามันพูดได้มันคงจะพูดว่า อาหาร ฉันอยากกินอาหาร~’(กรุณาลากเสียงยาวๆทำเสียงแหบๆเหมือนคนอดๆอยากๆเพื่อความอรรทรถในการอ่าน)

                กลิ่นของอาหารหอมกรุ่นโชยมาจนฉันแทบทนไม่ได้ คะน้าที่ถูกหันพอดีคำ พร้อมกับหมูที่ถูกหั่นบางๆมองแล้วน้ำลายแทบหก ถึงรูปร่างมันไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไรก็เถอะ เราเน้นใช้งานไม่เน้นสวยงาม!!!

                “เอ่อ น่ากินเนอะ” แองจี้พูดขึ้นก่อนจะรีบตักชิม

                “เป็นไงๆ” ฉันมองด้วยความตื่นเต้น

                “อร่อยดีนะ” แองจี้พูดหลังจากที่กลืนลงไปแล้ว ก่อนจะตักแล้วกินอีกคำ

                พอเห็นอย่างนั้นฉันก็ไม่รอช้า รีบนั่งลงแล้วหยิบช้อนที่วางอยู่บนจาน ข้าวร้อนๆที่แองจี้ตักไว้รอกำลังได้ที่ ฉันตักก้านคะน้าส่วนที่ชอบที่สุดขึ้นมาแล้วเอาใส่ปาก เป็นรสชาติที่ชวนคิดถึงจังเลยนะ

                “ว้าว เธอก็ทำกับข้าวเก่งดีนิ แต่รูปร่างของมันผิดเพี้ยนไปหน่อยอะนะ” แองจี้เอ่ยขึ้นก่อนจะจิบน้ำ หลังจากที่เรากินข้าวไปได้สักพัก ผัดคะน้าหมูกรอบจานนี้ก็หมดลงเสียแล้ว

                “แหะๆ ก็ฉันหั่นตามใจชอบนิ”

                “แบบนั้นก็สมกับเป็นเธอดีอยู่หรอกนะ ไว้วันหลังฉันจะสอนให้ละกัน”

                “แองจี้เนี่ย เก่งไปซะทุกเรื่องเลยนะ”

                “ฮ่ะๆๆ ไม่หรอกจ้า” แองจี้หัวเราะชอบใจ ฉันเก็บจานไปล้าง ก่อนจะนึกถึงคนที่เคยสอนทำผัดคะน้าหมูกรอบสูตรนี้ ฉันยิ้มอยู่คนเดียวสักพัก ก่อนแองจี้จะเดินเข้า เธอมองฉันที่ยิ้มอยู่คนเดียว แล้วทำหน้างงๆ

                “เฮ้ มีเรื่องดีๆอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอ?” เธอเอ่ยขึ้น

                “เปล่าหรอก” ฉันยิ้มและหยิบจานขึ้นมาเช็ดแล้วส่งให้แองจี้ เธอรับเอาไว้แล้ววางไว้บนชั้น

                เป็นวันที่ดีจริงๆเลยนะ วันนี้น่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #11 My name is best (@bellara) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 22:10
    น่ารักอ่าาา ไรท์คัมแบคแล้วว ดีใจ
    #11
    1
    • #11-1 grayjang (@grayshadows) (จากตอนที่ 11)
      24 พฤษภาคม 2559 / 16:44
      55หายไปนานมากเลยค่ะเรื่องนี้ ไวรัสลงคอมจะเขียนใหม่ก็ยังไงๆอยู่ค่ะ-^-)
      #11-1